วิธีกำจัดตุ่มไขมันเหลืองที่เปลือกตา Xanthelasma หลักการเลเซอร์ CO2 และ Er:YAG ทำไมถึงเป็นซ้ำบ่อย พร้อมการดูแลไขมันในเลือด
By Dr. Kim2 min read

เปลือกตาบนด้านใน ตรงมุมตาใกล้จมูก บางคนสังเกตเห็นก้อนแบนสีเหลืองขึ้นมา แตะแล้วไม่เจ็บ แต่แต่งหน้าปิดก็ไม่ค่อยมิด เลยกวนใจอยู่เรื่อย ๆ แผ่นสีเหลืองที่ขึ้นบริเวณเปลือกตานี้เรียกว่า ตุ่มไขมันเหลืองที่เปลือกตา หรือ Xanthelasma
Xanthelasma เป็นก้อนเนื้อไม่ร้ายที่เกิดจากไขมันอย่างคอเลสเตอรอลสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง แม้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากนัก แต่ก็อาจเป็นสัญญาณบอกระดับไขมันในร่างกาย จึงไม่ควรมองข้ามไปเฉย ๆ ที่สำคัญคือ ต่อให้กำจัดออกไปเรียบร้อยแล้ว ก็ยังมีโอกาสกลับมาขึ้นซ้ำได้บ่อย ดังนั้นการเข้าใจหลักการก่อนตัดสินใจรักษาจึงสำคัญ Xanthelasma คืออะไรกันแน่ เกี่ยวข้องกับคอเลสเตอรอลอย่างไร ต่างจากติ่งเนื้อไขมันใต้ผิว milia หรือเนื้องอกต่อมเหงื่อ syringoma ที่หน้าตาคล้ายกันอย่างไร กำจัดด้วยเลเซอร์ CO2 และ Er:YAG ได้อย่างไร ทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำบ่อย และควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่ คำตอบทั้งหมดอ้างอิงจากตัวเลขงานวิจัยจริง
Xanthelasma คืออะไรกันแน่?
Xanthelasma คือแผ่นสีเหลืองที่เกิดจากไขมัน อย่างคอเลสเตอรอล สะสมอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณเปลือกตา ในทางการแพทย์เรียกว่า xanthelasma palpebrarum มักขึ้นที่เปลือกตาบนด้านใน ใกล้มุมตาข้างจมูก และมักเกิดสมมาตรกันทั้งสองข้าง สีออกเหลืองหรือส้มอ่อน ผิวเรียบและนูนขึ้นมาเล็กน้อย
ตุ่มนี้ปกติไม่เจ็บและไม่คัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปมักค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นหรือมีจำนวนเพิ่มขึ้น และเมื่อขึ้นแล้วก็ไม่หายไปเอง โชคดีที่ไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้สายตาแย่ลง จึงไม่ใช่โรคที่ต้องกังวลมากในตัวมันเอง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นก็ได้ง่าย ๆ ในประชากรทั่วไปพบในผู้หญิงประมาณ 1.1% และผู้ชายประมาณ 0.3% และมักพบในช่วงวัยกลางคนอายุ 30 ถึง 50 ปี พูดง่าย ๆ คือพบในผู้หญิงวัยกลางคนบ่อยกว่าเล็กน้อย แม้ภายนอกจะดูเป็นแค่ปัญหาความงาม แต่ด้วยความเกี่ยวข้องกับคอเลสเตอรอลที่จะพูดถึงต่อไป จึงเป็นตุ่มที่ควรตรวจดูสุขภาพภายในร่างกายไปด้วยสักครั้ง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| สี | เหลืองถึงส้มอ่อน |
| ตำแหน่ง | เปลือกตาบนด้านใน สมมาตร |
| สัมผัส | เรียบและนูนเล็กน้อย |
| ความเจ็บปวด | ไม่มี |
| การเปลี่ยนแปลง | ขยายและเพิ่มจำนวนช้า ๆ |
| ลักษณะ | เนื้องอกไม่ร้าย ไม่หายเอง |

เกี่ยวข้องกับคอเลสเตอรอลอย่างไร?
Xanthelasma เกิดจากไขมันสะสม จึงเกี่ยวข้องกับไขมันในเลือดอย่างลึกซึ้ง เพราะเซลล์ที่อุ้มคอเลสเตอรอลไว้จะมารวมตัวกันใต้ผิวหนังจนกลายเป็นแผ่นสีเหลือง ดังนั้นถ้าพบ Xanthelasma ควรตรวจระดับไขมันในเลือดดูสักครั้ง
จากข้อมูลจริง คนที่เป็น Xanthelasma ประมาณครึ่งหนึ่งมีค่าคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์ผิดปกติ บางงานวิจัยรายงานสูงถึง 60% ถึง 80% โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับ LDL หรือที่เรียกว่าคอเลสเตอรอลตัวร้าย ที่สูงเกินไป แต่อีกครึ่งหนึ่งมีไขมันปกติ ดังนั้นการมี Xanthelasma ไม่ได้แปลว่าเป็นไขมันในเลือดสูงเสมอไป
ถึงอย่างนั้นสัดส่วนครึ่งหนึ่งก็ไม่ใช่ตัวเลขน้อย ๆ ดังนั้นเมื่อพบ Xanthelasma นอกจากเรื่องกำจัดออกแล้ว ควรตรวจเลือดดูค่าคอเลสเตอรอลรวม LDL และไตรกลีเซอไรด์สักครั้ง หากเกิดหลายจุดพร้อมกันตั้งแต่อายุยังน้อย อาจมีสาเหตุทางพันธุกรรมซ่อนอยู่ เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม (familial hypercholesterolemia) จึงควรตรวจให้ละเอียดขึ้น นอกจากนี้ ถ้าไขมันในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ส่งผลต่อสุขภาพหลอดเลือดด้วย การตรวจครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องรอบดวงตา แต่เป็นเรื่องของร่างกายทั้งหมด สุดท้ายแล้ว Xanthelasma จึงเป็นทั้งปัญหาความงามและสัญญาณไขมันที่ร่างกายส่งมาบอกในเวลาเดียวกัน
แยกจากติ่งเนื้อไขมันใต้ผิว milia และเนื้องอกต่อมเหงื่อ syringoma อย่างไร?
เวลามีอะไรขึ้นรอบดวงตา หลายคนสับสนว่าใช่ Xanthelasma หรือไม่ โดยเฉพาะมักปนกับ milia และ syringoma ทั้งที่สาเหตุ สี และสัมผัสต่างกันทั้งหมด ต้องแยกให้ออกก่อนถึงจะเลือกวิธีกำจัดได้ถูกต้อง
Xanthelasma คือแผ่นสีเหลืองจากไขมันสะสม ลักษณะเด่นคือสีเหลืองและแผ่กว้าง ส่วน milia คือเม็ดขาวเล็ก ๆ ที่เกิดจากขี้ไคลติดอยู่ใต้ผิวหนังชั้นบน คลำแล้วเป็นเม็ดสีขาวมุก บีบออกมาจะเห็นเป็นไขขาว ๆ ส่วน syringoma คือเนื้องอกไม่ร้ายจากต่อมเหงื่อ เป็นตุ่มแข็งสีเนื้อขึ้นเป็นกลุ่มใต้ตาหลายเม็ด สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าเหลืองและแบนคือ Xanthelasma ถ้าเป็นเม็ดขาวคือ milia ถ้าเป็นตุ่มแข็งสีเนื้อคือ syringoma
เหตุผลที่ต้องแยกให้ชัดคือ สาเหตุและวิธีรักษาต่างกัน Xanthelasma ต้องดูแลไขมันในเลือดควบคู่ไปด้วย milia แค่เอาขี้ไคลออกก็มักหายไป ส่วน syringoma มีรากลึกจึงต้องรักษาโดยคาดว่าอาจกลับมาซ้ำได้ หากดูจากภายนอกแล้วยังไม่แน่ใจ แพทย์อาจส่องขยายดูหรือตัดชิ้นเนื้อตรวจในบางกรณี การแยกให้แม่นยำจะช่วยลดการทำหัตถการที่ไม่จำเป็นลงได้
| ประเภท | Xanthelasma | Milia | Syringoma |
|---|---|---|---|
| สาเหตุ | ไขมันสะสม | ถุงขี้ไคล | เนื้องอกต่อมเหงื่อ |
| สี | เหลือง | ขาว | สีเนื้อ |
| สัมผัส | แผ่นแบน | เม็ดขาว | ตุ่มแข็ง |
| ตำแหน่ง | เปลือกตาบนด้านใน | รอบดวงตา แก้ม | ใต้ตา |

กำจัดออกได้อย่างไร?
วิธีกำจัด Xanthelasma มีหลายแบบ แต่ปัจจุบันหลักคือเลเซอร์ CO2 และเลเซอร์ Er:YAG เลเซอร์ทั้งสองชนิดปล่อยแสงที่น้ำในผิวหนังดูดซับได้ดี เมื่อแสงกระทบก้อนไขมันสีเหลือง น้ำในเนื้อเยื่อจะเดือดขึ้นทันทีและทำให้ผิวชั้นบางระเหยออกไป ขั้นตอนนี้เรียกว่าการทำให้ระเหย พูดง่าย ๆ คือ ค่อย ๆ ปาดชั้นไขมันบาง ๆ ออกทีละชั้น
โดยเฉพาะเลเซอร์ Er:YAG ดูดซับน้ำได้ดีมาก จึงทำงานได้ตื้นและแม่นยำ ความร้อนกระจายไปรอบข้างน้อย เหมาะกับผิวเปลือกตาที่บางและบอบบาง ส่วนเลเซอร์ CO2 ก็จี้ตื้น ๆ พร้อมห้ามเลือดในเส้นเลือดฝอยไปด้วย ทำให้แผลสะอาดเรียบร้อย หากก้อนใหญ่หรือฝังลึก แพทย์อาจเลือกผ่าตัดออกให้ถึงรากตั้งแต่แรก
ในอดีตมีการใช้กรดอ่อน ๆ อย่างกรดไตรคลอโรอะซิติก (TCA) จี้ก้อนไขมันเช่นกัน แต่วิธีนี้ควบคุมความลึกได้ยาก มักทิ้งรอยแผลเป็นหรือรอยดำไว้ ปัจจุบันจึงแทบไม่ใช้แล้ว โดยรวมแล้ว ถ้าก้อนตื้นและกว้างมักใช้เลเซอร์ ถ้าใหญ่และลึกมักใช้การผ่าตัด แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน การกลับมาเป็นซ้ำก็ยังเป็นโจทย์ที่เหลืออยู่ อย่างที่กราฟด้านบนแสดงให้เห็นว่าอัตราการเป็นซ้ำต่างกันพอสมควรตามวิธีที่ใช้

ทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำบ่อย?
จุดที่ยุ่งยากที่สุดของ Xanthelasma คือมักกลับมาเป็นซ้ำ อย่างที่เห็นในกราฟด้านบน เลเซอร์ให้อัตราที่ต่ำกว่า โดยเลเซอร์ CO2 อยู่ที่ประมาณ 7% และเลเซอร์ Er:YAG ประมาณ 15% ในขณะที่งานวิจัยเก่าพบว่าการผ่าตัดออกครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 40% และถ้าทำซ้ำอาจสูงถึง 60%
การกลับมาเป็นซ้ำบ่อยก็มีเหตุผลของมัน ก่อนอื่นถ้าสาเหตุหลัก คือไขมันในเลือด ยังไม่เปลี่ยน คอเลสเตอรอลก็มีแนวโน้มมาสะสมซ้ำที่เดิมหรือรอบ ๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ เปลือกตาบนด้านในอยู่ใกล้ดวงตามาก การรักษาให้ลึกจึงต้องระมัดระวัง ทำให้กำจัดออกให้หมดจดได้ยาก แม้แผ่นสีเหลืองที่เห็นจะหายไป แต่ถ้ารากยังเหลืออยู่ เมื่อเวลาผ่านไปก็มักขึ้นมาอีก
ดังนั้นหัวใจของการดูแลคือทำหัตถการกำจัดควบคู่ไปกับการควบคุมไขมันในเลือด หากตรวจพบว่ามีไขมันในเลือดสูง ควรปรับอาหารหรือใช้ยาลดคอเลสเตอรอลตามที่แพทย์แนะนำควบคู่กันไป จะช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ หลังทำหัตถการควรหลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ดแผลและกันแดดให้ดี ก็ช่วยได้เช่นกัน ถ้าหากกลับมาขึ้นอีก การจี้เลเซอร์แต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่ก้อนยังเล็ก จะทำได้ง่ายและกระทบผิวน้อยกว่า จึงควรติดตามดูอาการต่อเนื่องแม้หลังกำจัดไปแล้ว
ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่ และควรตรวจอะไรบ้าง?
Xanthelasma ไม่ใช่โรคที่ต้องรีบรักษาทันที แต่เมื่อเริ่มเห็นแผ่นสีเหลืองที่เปลือกตา ก็ควรไปพบแพทย์สักครั้ง เพราะนอกจากเรื่องความงามแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ได้ตรวจดูระดับไขมันในเลือดด้วย
สิ่งแรกที่ควรตรวจคือการตรวจเลือด วัดค่าคอเลสเตอรอลรวม LDL และไตรกลีเซอไรด์ เพื่อดูว่ามีไขมันในเลือดสูงแฝงอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะถ้าเกิดหลายจุดตั้งแต่อายุยังน้อย หรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย ควรนึกถึงสาเหตุทางพันธุกรรมอย่างภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม และควรพบแพทย์อายุรกรรมควบคู่ไปด้วยเพื่อความปลอดภัย มีรายงานว่า Xanthelasma อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การตรวจไขมันในเลือดจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม
ขั้นต่อไปคือการเลือกวิธีกำจัด แพทย์ผิวหนังจะพิจารณาขนาด ความลึก และตำแหน่งของก้อน แล้วเลือกระหว่างเลเซอร์กับการผ่าตัดให้เหมาะสม ควรรู้ไว้ล่วงหน้าว่ามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ และวางแผนดูแลไขมันในเลือดควบคู่กันไปด้วย สุดท้ายแล้ว Xanthelasma จึงเป็นทั้งเรื่องความงามรอบดวงตา และเรื่องสุขภาพที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณไขมันมาบอก การดูแลทั้งสองด้านไปพร้อมกันคือทางที่ดีที่สุด
| สถานการณ์ | คำแนะนำ |
|---|---|
| พบแผ่นสีเหลือง | พบแพทย์ผิวหนัง ตรวจเลือด |
| เกิดหลายจุดตั้งแต่อายุน้อย | ตรวจภาวะไขมันสูงทางพันธุกรรม |
| ครอบครัวมีประวัติโรคหัวใจ | พบแพทย์อายุรกรรมร่วมด้วย |
| ก่อนกำจัด | ตรวจไขมันในเลือดควบคู่กัน |
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

เลเซอร์ CO2 กำจัด flat wart (verruca plana) สาเหตุที่ลามง่าย แยกจาก milia และ skin tag พร้อมวิธีดูแลไม่ให้กลับมา
flat wart (verruca plana) คือตุ่มแบนเล็ก ๆ คล้ายเม็ดสิวที่ขึ้นบนใบหน้าหรือหลังมือ เกิดจาก HPV ทำไมเกาแล้วถึงลามและติดคนอื่นได้ บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีแยกจาก milia และ skin tag การกำจัดด้วยเลเซอร์ CO2 ความเสี่ยงแผลเป็นและรอยดำ ไปจนถึงการดูแลไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ อ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย
By Dr. Lee

จุดแดงเชอร์รี (Cherry Angioma) เกิดจากอะไร ควรกำจัดด้วยเลเซอร์หลอดเลือดหรือจี้ไฟฟ้า ถึงจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็น?
จุดสีแดงสดที่ขึ้นตามหน้าอกหรือแผ่นหลังคือจุดแดงเชอร์รีคืออะไรกันแน่ ทำไมยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งพบมากขึ้น ต่างจากไฝ หูด หรือจ้ำเลือดอย่างไร ระหว่างเลเซอร์หลอดเลือดอย่างพัลส์ดาย (pulsed dye) เลเซอร์ KTP และเลเซอร์ Long-pulsed Nd:YAG กับการจี้ไฟฟ้า แบบไหนกำจัดได้ดีกว่าและช่วยลดรอยแผลเป็นกับรอยดำได้อย่างไร ควรไปพบแพทย์เมื่อไร สรุปด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย
By Dr. Kim

ตุ่มสีเหลืองที่หน้าผากเข้าใจผิดว่าเป็นสิว แท้จริงคือ Sebaceous Hyperplasia ต่างจากสิวตรงไหน กำจัดได้อย่างไร
ถ้ามีตุ่มสีเหลืองที่หน้าผากหรือแก้มที่บีบยังไงก็ไม่หาย นั่นอาจไม่ใช่สิวแต่เป็น sebaceous hyperplasia บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ว่าทำไมต่อมไขมันโตขึ้นแล้วเกิดเป็นตุ่มบุ๋มตรงกลาง ต่างจากสิวยังไง วิธีกำจัดด้วยการจี้ไฟฟ้า และทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำได้
By Dr. Kim