prettytime
Skincare

เลเซอร์ CO2 กำจัด flat wart (verruca plana) สาเหตุที่ลามง่าย แยกจาก milia และ skin tag พร้อมวิธีดูแลไม่ให้กลับมา

By Dr. Lee3 min read

หลายคนสังเกตว่ามีตุ่มเล็ก ๆ แบนราบสีเนื้อหรือสีน้ำตาลอ่อนขึ้นเป็นกลุ่มบนใบหน้าหรือหลังมือ จับดูก็ไม่นูนมาก ผิวเรียบ แต่จำนวนค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนเริ่มกังวล ลักษณะแบบนี้ส่วนใหญ่คือ flat wart หรือ verruca plana

flat wart เป็นหูดชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส human papillomavirus หรือ HPV จึงลามไปข้าง ๆ ได้หากเกาหรือถู และยังติดคนอื่นได้ด้วย หน้าตาภายนอกอาจดูคล้าย milia หรือ skin tag จนแยกยาก ทั้งที่สาเหตุและวิธีรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง โชคดีที่เลเซอร์ CO2 สามารถกำจัดตุ่มเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ บทความนี้จะพาไปดูว่า flat wart เกิดจากอะไร ทำไมถึงลามง่าย แยกจาก milia และ skin tag อย่างไร เลเซอร์ CO2 กำจัดได้แบบไหน มีความเสี่ยงแผลเป็นหรือรอยดำหรือไม่ และดูแลไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อย่างไร โดยอ้างอิงจากงานวิจัยจริง

flat wart เกิดจากอะไร?

flat wart เกิดจาก HPV ที่เข้าไปติดเชื้อในชั้นหนังกำพร้า HPV มีหลายสายพันธุ์ แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือสายพันธุ์ 3 และ 10 บางครั้งอาจพบสายพันธุ์ 28 หรือ 41 ร่วมด้วย เมื่อไวรัสเพิ่มจำนวนในเซลล์ผิวหนัง กระบวนการสร้างเคราตินจะผิดปกติไป ทำให้ผิวหนาขึ้นเล็กน้อยและกลายเป็นตุ่มแบนนูน

รูปร่างเป็นไปตามชื่อคือแบนราบ สีเนื้อหรือสีน้ำตาลอ่อน ขนาดส่วนใหญ่เล็กเพียง 1 ถึง 4 มม. ผิวเรียบหรือสาก ๆ เล็กน้อย และมักขึ้นเป็นกลุ่มหลายสิบตุ่มพร้อมกันแทนที่จะขึ้นเดี่ยว ๆ ตำแหน่งที่พบบ่อยคือใบหน้า หน้าผาก หลังมือ และแขน ส่วนใหญ่ไม่เจ็บไม่คัน จึงมักไม่รู้ตัวจนกว่าจะสังเกตเห็นด้วยตาว่ามีตุ่มขึ้นมากแล้ว

flat wart พบบ่อยเป็นพิเศษในเด็กและผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว เพราะไวรัสเข้าสู่ผิวหนังผ่านรอยขีดข่วนเล็ก ๆ จึงมักขึ้นบริเวณที่โกนหนวดหรือเกาบ่อย หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ตุ่มจะยิ่งเพิ่มจำนวนและหายยากขึ้น แม้เป็นตุ่มธรรมดาที่ไม่อันตราย แต่กว่าจะหายเองได้ต้องใช้เวลา และมีแนวโน้มลามได้ จึงจำเป็นต้องดูแลอย่างเหมาะสม

หัวข้อรายละเอียด
สาเหตุติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 3 และ 10
ขนาดตุ่มแบน 1 ถึง 4 มม.
ตำแหน่งที่พบบ่อยใบหน้า หน้าผาก หลังมือ แขน
ช่วงวัยที่พบบ่อยเด็กและผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว

กราฟแท่งแสดงอัตราการกำจัดหูดหมดจดด้วยเลเซอร์ CO2
กราฟแท่งแสดงอัตราการกำจัดหูดหมดจดด้วยเลเซอร์ CO2

ทำไมเกาหรือโกนแล้วถึงลาม?

จุดที่ flat wart ต่างจากตุ่มผิวหนังชนิดอื่นอย่างชัดเจนคือลามได้ เพราะสาเหตุมาจากไวรัส เมื่อเกาหรือแกะตุ่ม ไวรัสในตุ่มจะติดปลายนิ้วแล้วแพร่ไปยังผิวข้างเคียง ปรากฏการณ์แบบนี้เรียกว่าการติดเชื้อซ้ำในตัวเอง บางครั้งจะเห็นตุ่มขึ้นเรียงกันเป็นเส้นตามรอยที่เกาด้วยเล็บ ซึ่งเป็นสัญญาณเด่นของ flat wart

การโกนหนวดหรือกำจัดขนก็เป็นอีกช่องทางที่ทำให้ลามได้บ่อย เพราะใบมีดปาดผ่านผิวตุ่มแล้วนำไวรัสไปฝังในแผลใหม่ ทำให้เห็น flat wart ขึ้นเรียงเป็นแนวบริเวณคางในผู้ชาย หรือขาในผู้หญิงได้ นอกจากนี้การใช้ผ้าเช็ดตัวหรือมีดโกนร่วมกับผู้อื่นก็อาจแพร่เชื้อไปยังคนรอบข้างได้เช่นกัน จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

ดังนั้นแม้จะรำคาญใจแค่ไหน หากแกะหรือโกนตุ่มออกเองโดยไม่ระวัง ก็อาจทำให้จำนวนตุ่มเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง บางครั้งแตะตุ่มเดียวแต่กลับมีตุ่มใหม่ขึ้นรอบ ๆ อีกหลายจุด เมื่อเข้าใจธรรมชาติที่ลามง่ายแบบนี้แล้ว การลดการระคายเคืองผิวจึงถือเป็นการดูแลที่สำคัญที่สุด

ช่องทางที่ลามเพราะอะไร
ติดเชื้อซ้ำในตัวเองเกาหรือแกะแล้วไวรัสติดมือไปข้าง ๆ
โกนหนวดและกำจัดขนใบมีดปาดตุ่มแล้วขึ้นใหม่ตามแนว
ใช้ของร่วมกันแชร์ผ้าเช็ดตัวหรือมีดโกนแล้วติดคนอื่น

แยกจาก milia และ skin tag ได้อย่างไร?

flat wart มีลักษณะภายนอกคล้าย milia หรือ skin tag จนแยกยาก แต่สาเหตุต่างกันโดยสิ้นเชิง การระบุให้ถูกต้องจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม

milia คือถุงน้ำเล็ก ๆ ที่เกิดจากเคราตินติดอยู่ใต้ผิวหนัง มีลักษณะเป็นเม็ดกลมเรียบสีขาวหรือเหลืองอ่อน หากบีบจะมีก้อนเคราตินสีขาวออกมา ไม่เกี่ยวกับไวรัส จึงไม่ลามหรือติดคนอื่น ส่วน skin tag หรือที่เรียกว่า acrochordon เป็นติ่งเนื้อนุ่ม ๆ ที่เกิดจากผิวหนังหย่อนคล้อยจากการเสียดสีและอายุที่มากขึ้น มักขึ้นบริเวณคอ รักแร้ หรือเปลือกตาที่มีรอยพับและเสียดสีบ่อย และไม่ติดต่อเช่นกัน

flat wart ต่างจากทั้งสองอย่างตรงที่เกิดจากไวรัส จึงติดต่อและลามได้ ลักษณะเด่นคือตุ่มแบนสีเนื้อหรือน้ำตาลอ่อนขึ้นเป็นกลุ่มหลายจุด และมักขึ้นเรียงเป็นแนวตามรอยที่เคยเกา ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญ หากบีบแล้วมีเคราตินสีขาวออกมาคือ milia หากเป็นติ่งนุ่มโยกไปมาได้คือ skin tag ส่วนตุ่มแบนที่ลามคือ flat wart หากดูด้วยตาแล้วยังไม่แน่ใจ อาจต้องส่องขยายหรือตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน เนื่องจากสาเหตุต่างกัน การแยกให้ถูกต้องก่อนจึงช่วยลดการรักษาที่ไม่จำเป็นได้

หัวข้อflat wartmiliaskin tag
สาเหตุติดเชื้อ HPVเคราตินติดอยู่ใต้ผิวผิวหย่อนจากการเสียดสีและอายุ
การติดต่อติดและลามได้ไม่ติดต่อไม่ติดต่อ
ลักษณะตุ่มแบนสีเนื้อหรือน้ำตาลอ่อนเม็ดกลมสีขาวติ่งนุ่ม
ตำแหน่งที่พบบ่อยใบหน้าและหลังมือรอบดวงตาและแก้มคอและรักแร้
เบาะแสขึ้นเรียงตามรอยเกาบีบแล้วมีเคราตินสีขาวติ่งโยกไปมาได้

เลเซอร์ CO2 ระเหยเนื้อเยื่อตุ่มอย่างตื้นและแม่นยำเพื่อกำจัด flat wart

เลเซอร์ CO2 กำจัดได้อย่างไร?

การรักษา flat wart มีหลายวิธี ทั้งยาทา การจี้เย็น และเลเซอร์ เมื่อมีตุ่มจำนวนมากหรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หาย เลเซอร์ CO2 จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เลเซอร์ CO2 มีความยาวคลื่นที่ถูกน้ำดูดซับได้ดี จึงระเหยเนื้อเยื่อตุ่มที่มีน้ำอยู่มากได้อย่างตื้นและแม่นยำ สำหรับ flat wart มักใช้กำลังไฟต่ำประมาณ 3 ถึง 4 วัตต์ เพื่อจัดการผิวชั้นบางเท่านั้น

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงผลลัพธ์ที่ดี งานวิจัยในเด็ก 40 คนที่มีหูดดื้อยา 54 ตุ่มซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น เมื่อรักษาด้วยเลเซอร์ CO2 พบว่าตุ่มหายหมดตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และไม่กลับมาเป็นซ้ำเมื่อติดตามผลนาน 12 เดือน ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งในผู้ใหญ่ที่มีหูดจากไวรัสดื้อยา เมื่อรักษาด้วยเลเซอร์ CO2 พบว่า 88% หายหมด โดยประมาณครึ่งหนึ่งหายจากการทำครั้งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งต้องทำเพิ่มอีกครั้งภายใน 3 เดือน

เลเซอร์ CO2 เป็นวิธีที่กำจัดตุ่มโดยตรง จึงให้ผลลัพธ์ที่ดี และเหมาะเป็นพิเศษกับกรณีที่รักษาด้วยยาทาหรือการจี้เย็นแล้วไม่ได้ผล อย่างไรก็ตาม หากมีตุ่มจำนวนมาก อาจต้องทำหลายครั้งแทนที่จะจบในครั้งเดียว การจัดการตุ่มที่เหลืออยู่อย่างต่อเนื่องจึงช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น เพราะธรรมชาติของ flat wart คือลามง่าย

เลเซอร์ CO2 ปรับกำลังไฟและความลึกเพื่อรักษาผิวปกติไว้ให้มากที่สุด

จะมีแผลเป็นหรือรอยดำหรือไม่?

เลเซอร์ CO2 เป็นเลเซอร์แบบ ablative ที่ระเหยเนื้อเยื่อ จึงต้องคำนึงถึงความเสี่ยงแผลเป็นและรอยดำเสมอ ในงานวิจัยกลุ่มเด็กที่กล่าวถึงข้างต้น แม้ตุ่มจะหายหมด แต่พบภาวะสีผิวจางลงชั่วคราวถึง 27.5% และใช้เวลาฟื้นตัว 4 ถึง 5 สัปดาห์ หากเป็นบริเวณที่เห็นชัดอย่างใบหน้า ควรทราบล่วงหน้าถึงระยะเวลาฟื้นตัวและความเป็นไปได้ที่จะเกิดรอย

โดยเฉพาะในผิวสีเข้ม มีแนวโน้มเกิดรอยดำหลังทำได้ง่ายกว่า จึงต้องลดกำลังไฟและจัดการเฉพาะตุ่มอย่างตื้น ๆ โดยรบกวนผิวปกติให้น้อยที่สุด การทำหลายครั้งแบบตื้น ๆ จะช่วยลดแผลเป็นได้ดีกว่าการเผาลึกในครั้งเดียว หลังทำจะมีสะเก็ดขึ้นแล้วหลุดเอง หากแกะสะเก็ดออกก่อนเวลาจะทำให้เกิดรอย จึงควรปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันแสงแดดหลังทำ เพราะผิวที่กำลังฟื้นตัวหากโดนแสงแดดจะทำให้รอยดำเข้มขึ้น ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และหากมีรอยดำเกิดขึ้นก็อาจต้องดูแลรักษาควบคู่กันไปด้วย flat wart มักเป็นตุ่มตื้น การฟื้นตัวจึงค่อนข้างง่าย แต่เมื่อคำนึงถึงตำแหน่งบนใบหน้าและธรรมชาติที่ลามง่าย การปรับความแรงของการรักษาให้เหมาะสมจึงปลอดภัยกว่า

กราฟโดนัทแสดงสัดส่วนหูดที่ไม่รักษาแล้วหายเองภายใน 2 ปี
กราฟโดนัทแสดงสัดส่วนหูดที่ไม่รักษาแล้วหายเองภายใน 2 ปี

ดูแลไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อย่างไร?

flat wart เกิดจากไวรัส แม้กำจัดตุ่มออกแล้วก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ เพราะแม้ตุ่มที่มองเห็นจะหายไป แต่หากยังมีไวรัสหลงเหลืออยู่ในผิวหนังรอบข้าง ก็อาจมีตุ่มใหม่ขึ้นมาได้อีก ดังนั้นแทนที่จะมองว่าทำครั้งเดียวจบ ควรมองว่าเป็นการดูแลต่อเนื่อง คือป้องกันไม่ให้ลาม พร้อมกับจัดการตุ่มใหม่ที่ขึ้นมาทีละจุด ซึ่งจะสมจริงกว่า

สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ flat wart สามารถหายไปเองได้เช่นกัน งานวิจัยเก่าที่ติดตามหูดที่ไม่ได้รักษาเป็นเวลานาน พบว่าประมาณ 2 ใน 3 หายไปเองภายใน 2 ปี เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่จดจำและกำจัดไวรัสได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่บางครั้งตุ่มหลายจุดหายไปพร้อมกันในคราวเดียว อย่างไรก็ตาม ยากที่จะคาดเดาว่าจะหายเมื่อไร และระหว่างนั้นก็อาจลามต่อไปได้ หากตุ่มเห็นชัดหรือลามมากขึ้น การรักษาเพื่อจัดการให้เรียบร้อยจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

หัวใจสำคัญของการลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำคือการลดการระคายเคืองผิว ไม่เกาหรือแกะ ระมัดระวังเวลาโกน และป้องกันแสงแดดหลังทำ หากเห็นตุ่มใหม่ควรรีบจัดการตั้งแต่ยังมีจำนวนน้อยเพื่อลดภาระ สรุปแล้ว flat wart ไม่ใช่โรคที่ต้องกังวลมาก แต่การเข้าใจธรรมชาติที่ลามง่ายและดูแลอย่างต่อเนื่องคือทางที่เรียบร้อยที่สุด

การดูแลเพราะอะไร
ไม่เกาหรือแกะป้องกันการลามจากการติดเชื้อซ้ำในตัวเอง
ลดการระคายเคืองจากการโกนแรงเสียดสีจากใบมีดทำให้เกิดตุ่มใหม่
ป้องกันแสงแดดลดรอยดำหลังทำ
จัดการตุ่มใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆจัดการตอนมีน้อยจะเบากว่า

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

วิธีกำจัดตุ่มไขมันเหลืองที่เปลือกตา Xanthelasma หลักการเลเซอร์ CO2 และ Er:YAG ทำไมถึงเป็นซ้ำบ่อย พร้อมการดูแลไขมันในเลือด

อธิบายว่าทำไม Xanthelasma แผ่นไขมันสีเหลืองที่เปลือกตาด้านใน ถึงเกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดสูงอย่างไร ต่างจากติ่งเนื้อ milia หรือเนื้องอกต่อมเหงื่อ syringoma อย่างไร กำจัดด้วยเลเซอร์ CO2 และ Er:YAG ได้อย่างไร และทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำบ่อยจนต้องดูแลไขมันในเลือดควบคู่กันไป โดยอ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย

By Dr. Kim

Skincare

แยก Flat Wart, Milia และ Skin Tag บนใบหน้าให้ออก พร้อมวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละชนิด และข้อควรระวังหากเอาออกเอง

ตุ่มเล็ก ๆ ที่ขึ้นบนใบหน้าดูคล้ายกันไปหมด แต่ flat wart, milia และ skin tag มีสาเหตุและวิธีรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้รวบรวมวิธีสังเกตแยกทั้งสามชนิดในคราวเดียว การรักษาด้วย CO2 และ Er:YAG เลเซอร์รวมถึงการจี้ไฟฟ้าที่เหมาะกับแต่ละแบบ ความชุกและการกลับมาเป็นซ้ำ ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมการเอาออกเองที่บ้านถึงเสี่ยง โดยอ้างอิงจากหลักฐานจริง

By Dr. Lee

Filler

ร่องใต้ตาลึกกับรอยคล้ำใต้ตา ฟิลเลอร์เติมเต็มเงาให้จางลง อยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมวิธีเลี่ยง Tyndall effect

เงาใต้ตาที่ดูคล้ำและโบ๋มักเกิดจากร่องที่ยุบตัวมากกว่าเม็ดสี บทความนี้อธิบายหลักการที่เอ็นร่องน้ำตาและกระดูกเบ้าตาที่ลดลงทำให้เกิดเงา พร้อมวิธีเติมฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก แอซิดเนื้อนุ่มตื้น ๆ ปริมาณน้อยเพื่อลบเงาให้จางลง รวมถึงเหตุผลที่ผิวบางทำให้เกิด Tyndall effect และอาการบวมได้ง่าย พร้อมสรุปว่าผลอยู่ได้นานแค่ไหนและดูแลอย่างไร อ้างอิงจากตัวเลขงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย

By Dr. Kim

Back to articles