แยก Flat Wart, Milia และ Skin Tag บนใบหน้าให้ออก พร้อมวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละชนิด และข้อควรระวังหากเอาออกเอง
By Dr. Lee2 min read

เมื่อมีตุ่มเล็ก ๆ คล้ายเมล็ดข้าวขึ้นบนใบหน้า หลายคนมักคิดว่าเป็นแบบเดียวกันหมด แต่ในความเป็นจริงสาเหตุมักแตกต่างกัน ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือ flat wart, milia และ skin tag หน้าตาคล้ายกันจนสับสนได้ง่าย แต่ทั้งสามชนิดมีสาเหตุการเกิดและวิธีรักษาที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ต้องแยกให้ออกก่อนจึงจะเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้องได้ flat wart ที่มีไวรัสเป็นสาเหตุจะรักษาด้วย CO2 เลเซอร์ ส่วน milia ซึ่งเป็นเคราตินที่ติดค้างอยู่จะบีบออกหรือใช้เลเซอร์ ในขณะที่ skin tag ซึ่งเป็นผิวหนังหย่อนยานจะจี้ไฟฟ้าหรือตัดด้วยกรรไกร บทความนี้รวบรวมวิธีสังเกตแยกทั้งสามชนิดในคราวเดียว การรักษาที่เหมาะกับแต่ละแบบ ความชุกและการกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงเหตุผลว่าทำไมการเอาออกเองที่บ้านถึงอันตราย โดยอ้างอิงจากหลักฐานจริง
Flat Wart, Milia และ Skin Tag ต่างกันตรงไหน?
ทั้งสามชนิดขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ บนใบหน้าเหมือนกัน แต่กลไกการเกิดต่างกัน ความแตกต่างมีดังนี้

Flat wart หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า verruca plana เกิดจากการติดเชื้อ human papillomavirus หรือ HPV ที่ชั้นหนังกำพร้า เป็นตุ่มนูนแบนสีผิวหรือสีน้ำตาลอ่อน มักขึ้นรวมกันหลายจุด พบบ่อยที่ใบหน้าและหลังมือ

Milia เป็นถุงน้ำเล็ก ๆ ที่เกิดจากเคราตินติดค้างอยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า เป็นเม็ดเรียบสีขาวหรือเหลืองอ่อน พบบ่อยรอบดวงตาและแก้ม

Skin tag หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า acrochordon เป็นติ่งเนื้อนุ่มที่เกิดจากผิวหนังหย่อนยานเนื่องจากแรงเสียดสีและความชรา พบบ่อยบริเวณคอ รักแร้ และเปลือกตา ซึ่งล้วนเป็นจุดที่มีรอยพับและเสียดสีบ่อย
เบาะแสสำคัญที่ใช้แยกได้ชัดเจนมีดังนี้ หากกดแล้วมีเม็ดสีขาวหลุดออกมา นั่นคือ milia หากใช้ปลายนิ้วดันแล้วรู้สึกว่ามีก้านที่โยกไปมาได้ นั่นคือ skin tag ส่วนหากพื้นผิวแบนแต่จำนวนเพิ่มขึ้นและกระจายเป็นแนว นั่นคือ flat wart ทั้งนี้ ในบรรดาทั้งสามชนิด มีเพียง flat wart ที่มีไวรัสเป็นสาเหตุเท่านั้นที่ติดต่อและลุกลามได้ ดังนั้นเพียงดูจากลักษณะการลุกลามก็ช่วยแยกได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว
| ลักษณะ | Flat Wart | Milia | Skin Tag |
|---|---|---|---|
| สาเหตุ | ติดเชื้อ HPV | เคราตินติดค้าง | ผิวหนังหย่อนยาน |
| สัมผัส | ตุ่มแบน | เม็ดสีขาว | ก้อนนุ่ม |
| ตำแหน่ง | ใบหน้า หลังมือ | รอบตา แก้ม | คอ รักแร้ |
| การติดต่อ | ลุกลามได้ | ไม่มี | ไม่มี |
| เบาะแส | ขึ้นเป็นแนว | เคราตินสีขาว | ก้านที่โยกได้ |

ชนิดไหนพบบ่อยที่สุด?
ความชุกของทั้งสามรอยโรคก็แตกต่างกันเช่นกัน Skin tag พบได้บ่อยมากในผู้ใหญ่ จากการสำรวจพบว่าในผู้ใหญ่มีประมาณ 46% และยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งพบมากขึ้น โดยพบมากที่สุดในช่วงอายุประมาณ 50 ปี มีความเกี่ยวข้องกับแรงเสียดสีบ่อย ๆ บริเวณคอหรือรักแร้ รวมถึงปัจจัยด้านเมตาบอลิซึมอย่างภาวะดื้อต่ออินซูลิน โรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2
Milia พบได้บ่อยเป็นพิเศษในทารกแรกเกิด โดยพบในทารกแรกเกิดที่แข็งแรงประมาณ 40 ถึง 50% ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ในผู้ใหญ่ milia อาจไม่หายไปเอง หากรู้สึกกังวลก็สามารถเอาออกได้
Flat wart ยังไม่มีข้อมูลที่ระบุความชุกในประชากรทั่วไปได้ชัดเจน แต่ทราบกันว่าพบบ่อยในเด็กและผู้ใหญ่ตอนต้น และคิดเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับหูดชนิดอื่นทั้งหมด เพียงดูจากความชุกก็เห็นได้ว่าทั้งสามรอยโรคมีลักษณะที่ต่างกัน

ตุ่มของเราควรรักษาแบบไหน?
เมื่อแยกได้แล้วว่าเป็นชนิดไหน ก็เลือกวิธีรักษาให้ตรงกับชนิดนั้น เนื่องจากสาเหตุต่างกัน วิธีรักษาก็ต่างกันไปด้วย
Flat wart มีไวรัสเป็นสาเหตุ จึงเหมาะกับวิธีที่กำจัดรอยโรคโดยตรง เริ่มจากยาทาหรือการจี้เย็น หากมีจำนวนมากหรือไม่หายง่าย จะใช้ CO2 เลเซอร์รักษาในระดับตื้น เนื่องจากมีคุณสมบัติลุกลามได้ จึงควรทยอยจัดการรอยโรคที่เหลืออยู่เป็นระยะ
Milia เป็นถุงน้ำเคราตินตื้น ๆ จึงมักเริ่มจากการเอาออกด้วยมือก่อน ใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อเปิดผิวแล้วกดเคราตินออก โดยทั่วไปจะสะอาดเรียบร้อย หากมีจำนวนมากหรืออยู่บริเวณละเอียดอ่อนอย่างรอบดวงตา จะใช้เลเซอร์ CO2 หรือ Er:YAG
Skin tag ส่วนใหญ่ใช้การจี้ไฟฟ้า เพราะจี้และห้ามเลือดไปพร้อมกันจึงสะดวก หากมีขนาดใหญ่จะตัดด้วยกรรไกร หากมีหลายจุดกระจายอยู่จะใช้การจี้เย็นซึ่งเหมาะกว่า บริเวณอย่างเปลือกตาจะใช้เลเซอร์ Er:YAG เพื่อความละเอียดแม่นยำ
| ชนิด | การรักษาหลัก | ทางเลือก | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|
| Flat Wart | CO2, Er:YAG เลเซอร์ | จี้เย็น ยาทา | รักษาตื้นหลายครั้ง |
| Milia | CO2, Er:YAG เลเซอร์ | เอาออกด้วยมือ | ตื้น ฟื้นตัวไว |
| Skin Tag | CO2, Er:YAG เลเซอร์ | จี้ไฟฟ้า ตัดด้วยกรรไกร | ห้ามเลือดไปพร้อมกัน |

ผลการรักษาดีแค่ไหน?
มีงานวิจัยจริงรองรับเรื่องนี้ งานวิจัยที่รักษาหูดจากไวรัสชนิดดื้อยาในผู้ใหญ่ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานด้วย CO2 เลเซอร์ พบว่า 88% หายสนิท ประมาณครึ่งหนึ่งหายจากการรักษาครั้งเดียว ส่วนที่เหลือหายภายใน 3 เดือนหลังรักษาเพิ่มอีกครั้ง
สำหรับ skin tag ความเร็วในการฟื้นตัวต่างกันไปตามวิธี งานวิจัยที่เปรียบเทียบการตัดด้วยกรรไกรกับเลเซอร์ 532nm ในคนเดียวกัน พบว่าอัตราการหายของแผลที่สัปดาห์ที่ 12 ฝั่งที่ตัดด้วยกรรไกรอยู่ที่ 85% สูงกว่าฝั่งเลเซอร์ที่ 71% และความเจ็บปวดฝั่งกรรไกรก็น้อยกว่าด้วย แสดงให้เห็นว่าบางครั้งการตัดแบบง่าย ๆ ก็ให้ผลดีกว่า
Milia อยู่ตื้นจึงมักให้ผลลัพธ์ที่ดี รายงานผู้ป่วยที่รักษา milia หลายจุดด้วย CO2 เลเซอร์ พบว่าดีขึ้นอย่างชัดเจน และไม่พบการกลับมาเป็นซ้ำแม้ติดตามผลนาน 12 ถึง 36 เดือน ยิ่งรอยโรคอยู่ตื้นเท่าไร การฟื้นตัวและผลลัพธ์ก็ยิ่งราบรื่นมากขึ้นเท่านั้น

เอาออกเองที่บ้านได้ไหม?
เมื่อรู้สึกรำคาญกับตุ่มเล็ก ๆ ก็อยากเอาออกเองที่บ้าน แต่ทั้งสามรอยโรคไม่แนะนำให้เอาออกเอง เหตุผลต่างกันเล็กน้อย
ปัญหาใหญ่ที่สุดคือการวินิจฉัยผิดพลาด แม้จะดูเหมือนตุ่มเล็ก ๆ ธรรมดา แต่อาจเป็นรอยโรคชนิดอื่นก็ได้ หากไม่รู้ว่าเป็นชนิดไหนแล้วไปแตะต้อง อาจจัดการผิดวิธี หาก flat wart ถูกแกะออกอย่างผิดวิธี ไวรัสอาจติดไปตามปลายนิ้วและลุกลามไปยังจุดอื่น ทำให้จำนวนเพิ่มขึ้นแทน
เข็มหรือเล็บที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อจะนำไปสู่การติดเชื้อและรอยแผลเป็น โดยเฉพาะรอบดวงตาที่ผิวหนังบางมากจึงเกิดรอยได้ง่าย หากผิวเข้มอาจมีรอยดำหลงเหลือหลังการระคายเคือง ส่วน milia หากบีบแรงเกินไป อาจเกิดการระคายเคืองจนทำให้มีรอยโรคใหม่ตามมาได้
ดังนั้นการให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการด้วยเครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อจะปลอดภัยกว่า เมื่อยืนยันชนิดก่อนแล้วจัดการให้ตรงกับชนิดนั้น จะสะอาดเรียบร้อยและเสี่ยงน้อยกว่าการแตะต้องเองที่บ้านมาก
การกลับมาเป็นซ้ำ ควรดูแลอย่างไร?
หลังเอาออกแล้วจะกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่นั้นต่างกันไปตามชนิด หากเข้าใจลักษณะการกลับมาเป็นซ้ำ การดูแลก็จะง่ายขึ้น
Skin tag มักไม่ค่อยขึ้นซ้ำที่จุดเดิมที่รักษาไปแล้ว แต่ด้วยลักษณะทางร่างกาย skin tag ใหม่มักขึ้นที่จุดอื่นต่อไปเรื่อย ๆ การลดแรงเสียดสีและดูแลน้ำหนักตัวรวมถึงภาวะเมตาบอลิซึมจะช่วยลดการเกิดใหม่ได้ในระดับหนึ่ง
Milia ชนิดปฐมภูมิที่เกิดขึ้นเองมักกลับมาเป็นซ้ำน้อยหลังเอาออก แต่หากมีปัจจัยกระตุ้นผิวหนังต่อเนื่อง เช่น การผลัดผิว การเกิดตุ่มน้ำ หรือการใช้สเตียรอยด์มากเกินไป ก็อาจกลับขึ้นมาใหม่ได้ ควรลดปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้ไปพร้อมกันด้วย
Flat wart มีไวรัสเป็นสาเหตุ แม้กำจัดรอยโรคที่มองเห็นออกไปแล้ว ก็อาจขึ้นใหม่จากไวรัสที่หลงเหลืออยู่บริเวณใกล้เคียงได้ อย่างไรก็ตาม มีการสังเกตมานานว่าประมาณสองในสามของหูดที่ไม่ได้รักษาจะหายไปเองภายใน 2 ปี วิธีที่สบายที่สุดคือไม่แกะเกาเพื่อลดการระคายเคือง และหากเห็นรอยโรคใหม่ให้รีบจัดการตั้งแต่ยังมีจำนวนน้อย
| ชนิด | แนวโน้มการกลับเป็นซ้ำ | การดูแล |
|---|---|---|
| Flat Wart | ไวรัสหลงเหลือทำให้เป็นซ้ำ | ลดการระคายเคือง |
| Milia | ชนิดปฐมภูมิพบน้อย | จัดการปัจจัยกระตุ้น |
| Skin Tag | ขึ้นใหม่ที่จุดอื่น | ลดเสียดสี ดูแลน้ำหนัก |
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

เลเซอร์ CO2 กำจัด flat wart (verruca plana) สาเหตุที่ลามง่าย แยกจาก milia และ skin tag พร้อมวิธีดูแลไม่ให้กลับมา
flat wart (verruca plana) คือตุ่มแบนเล็ก ๆ คล้ายเม็ดสิวที่ขึ้นบนใบหน้าหรือหลังมือ เกิดจาก HPV ทำไมเกาแล้วถึงลามและติดคนอื่นได้ บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีแยกจาก milia และ skin tag การกำจัดด้วยเลเซอร์ CO2 ความเสี่ยงแผลเป็นและรอยดำ ไปจนถึงการดูแลไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ อ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย
By Dr. Lee

วิธีกำจัดตุ่มไขมันเหลืองที่เปลือกตา Xanthelasma หลักการเลเซอร์ CO2 และ Er:YAG ทำไมถึงเป็นซ้ำบ่อย พร้อมการดูแลไขมันในเลือด
อธิบายว่าทำไม Xanthelasma แผ่นไขมันสีเหลืองที่เปลือกตาด้านใน ถึงเกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดสูงอย่างไร ต่างจากติ่งเนื้อ milia หรือเนื้องอกต่อมเหงื่อ syringoma อย่างไร กำจัดด้วยเลเซอร์ CO2 และ Er:YAG ได้อย่างไร และทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำบ่อยจนต้องดูแลไขมันในเลือดควบคู่กันไป โดยอ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย
By Dr. Kim

ทำไมซีริงโกมาใต้ตาที่ขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ ถึงต่างจากมิเลียม และกำจัดยากกว่าที่คิด
ตุ่มเล็ก ๆ คล้ายเมล็ดข้าวที่ขึ้นใต้ตามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมิเลียม ทั้งที่จริงแล้วซีริงโกมาเกิดจากกลไกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้อธิบายตั้งแต่กระบวนการเกิดจากต่อมเหงื่อ เหตุผลที่กำจัดยาก ไปจนถึงสาเหตุที่มักกลับมาเป็นซ้ำ เข้าใจง่าย
By Dr. Lee