prettytime
Lifting

ชรึงก์ กับ อัลเทอราพี ยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์เหมือนกัน แล้วต่างตรงไหน?

By Dr. Lee1 min read

เวลาหาข้อมูลเรื่องยกกระชับ ชรึงก์กับอัลเทอราพีมักโผล่มาคู่กันเสมอ ทั้งคู่บอกว่าใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยกหน้า แต่ราคาต่างกันค่อนข้างมาก จนหลายคนงงว่าจ่ายเพิ่มไปทำไม อัลเทอราพีแพงกว่าแล้วดีกว่าจริงไหม หรือชรึงก์ก็พอแล้ว

ถ้ามองภาพรวม ทั้งสองเครื่องเป็นเหมือนญาติกัน ทั้งคู่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มสูง (HIFU) โดยรวมพลังงานไว้ที่จุดเดียว เพื่อสร้างความร้อนลึกในชั้นผิวโดยไม่รบกวนผิวชั้นบน ความร้อนนั้นกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่จนผิวกระชับขึ้นตามธรรมชาติ สิ่งที่ต่างคือแบรนด์ต้นทาง ภาพอัลตราซาวด์เรียลไทม์ พลังงานตั้งต้น และราคา ไม่มีตัวไหนดีกว่าอีกตัวชัดเจน แต่เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน ลองไล่เรียงทีละจุดดู

อุปกรณ์ยกกระชับ ชรึงก์ และ อัลเทอราพี

ชรึงก์กับอัลเทอราพีต่างกันตรงไหน?

ทั้งคู่คือการยกกระชับด้วย HIFU หรืออัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มสูง หลักการคล้ายแว่นขยายรวมแสงอาทิตย์ คือโฟกัสคลื่นเสียงไปที่จุดเดียวลึกในผิว โดยไม่ทำร้ายชั้นผิวด้านบนเลย เป้าหมายสูงสุดคือชั้น SMAS ซึ่งเป็นพังผืดกล้ามเนื้อที่รองรับโครงหน้า พอกระตุ้นได้ถูกจุด รูปหน้าที่หย่อนคล้อยก็กระชับขึ้น

ความต่างอยู่ที่ต้นทางและการออกแบบ อัลเทอราพีเป็นเครื่องของ Merz จากสหรัฐฯ ถือว่าเป็นต้นแบบรุ่นแรกในกลุ่มนี้ ส่วนชรึงก์ ยูนิเวิร์ส ผลิตโดย Classys บริษัทเกาหลีที่นำหลักการเดียวกันมาพัฒนาในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า เวลาเปรียบสองเครื่องนี้จึงไม่ใช่การตัดสินว่าใครเก่งกว่า แต่เป็นการดูว่าต่างกันตรงรายละเอียดอย่างไร ทั้งภาพ พลังงาน และราคา

ทั้งสองเครื่องได้รับอนุมัติจาก MFDS เกาหลี และเป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นนาน จึงเป็นตัวเลือกแรกที่หลายคนนึกถึงเมื่ออยากจัดการหน้าหย่อนโดยไม่ต้องเจ็บตัวหนัก ยิ่งราคาต่างกันไม่น้อย การรู้ว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับสถานการณ์ไหนก็ช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้น

ชรึงก์และอัลเทอราพีเป็นญาติกันในกลุ่ม HIFU หลักการเหมือนกัน ต่างกันที่ต้นทาง ภาพ และราคา
ชรึงก์และอัลเทอราพีเป็นญาติกันในกลุ่ม HIFU หลักการเหมือนกัน ต่างกันที่ต้นทาง ภาพ และราคา

ลึกแค่ไหน แตะถึงชั้นไหนได้บ้าง?

ความลึกสำคัญมากสำหรับการยกกระชับ เพราะผิวตื้นดูแลรอยเหี่ยวและเนื้อสัมผัส ส่วนชั้นลึกแก้หน้าหย่อนคล้อย อัลเทอราพีใช้หัวคาร์ทริดจ์แยก 3 ระดับ คือ 1.5 มม. 3.0 มม. และ 4.5 มม. ซึ่งตรงกับชั้น SMAS พอดี จุดแข็งคือสามารถโฟกัสพลังงานลงไปที่ชั้นพังผืดได้อย่างแม่นยำ

ชรึงก์ ยูนิเวิร์สมีตัวเลือกความลึกที่หลากหลายกว่า ตั้งแต่ 1.5 มม. 2.0 มม. 3.0 มม. 4.5 มม. ไปจนถึง 6.0 มม. ครอบคลุมตั้งแต่ผิวตื้นจนถึงชั้นไขมันลึก ทำให้ปรับให้เหมาะกับแต่ละบริเวณได้ ไม่ใช่ว่ามีตัวเลือกมากกว่าแล้วดีกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือการเลือกความลึกที่ตรงกับปัญหาจริงของแต่ละคน ซึ่งนั่นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ผู้ทำ

แม้ตัวเลือกความลึกจะต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วการออกแบบพลังงานและการเลือกหัวที่เหมาะสมของแพทย์สำคัญกว่าจำนวนตัวเลือก เลือกผิดชั้นอาจได้ผลน้อยหรือเจ็บโดยไม่จำเป็น ในแง่นั้นทั้งสองเครื่องล้วนขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ทำเป็นหลัก

ความลึกที่ชรึงก์และอัลเทอราพีทำได้ อัลเทอราพี 1.5 ถึง 4.5 มม. ชรึงก์ 1.5 ถึง 6.0 มม. แบ่งเป็นหัวคาร์ทริดจ์
ความลึกที่ชรึงก์และอัลเทอราพีทำได้ อัลเทอราพี 1.5 ถึง 4.5 มม. ชรึงก์ 1.5 ถึง 6.0 มม. แบ่งเป็นหัวคาร์ทริดจ์

ภาพเรียลไทม์จำเป็นแค่ไหน?

จุดต่างที่ใหญ่ที่สุดของอัลเทอราพีคือระบบภาพอัลตราซาวด์เรียลไทม์ แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวบนหน้าจอขณะทำได้เลย รู้ว่าพลังงานลงไปที่ชั้นไหน ช่วยหลีกเลี่ยงเส้นเลือดหรือกระดูก และมั่นใจได้ว่าโฟกัสถูกจุด ชรึงก์ไม่มีระบบนี้ แพทย์จึงอาศัยประสบการณ์และความรู้สึกมือในการกำหนดความลึก

พลังงานก็ต่างกันด้วย อัลเทอราพีมีค่าพลังงานตั้งต้นสูงกว่า ให้การกระตุ้นที่ชัดเจนในครั้งเดียว ชรึงก์มีพลังงานตั้งต้นต่ำกว่า เจ็บน้อยกว่าและสบายกว่า แต่ถ้าต้องการผลเทียบเท่าอาจต้องเพิ่มพลังงานหรือทำซ้ำ

พูดตรงๆ แม้จะมีความต่างเรื่องภาพและพลังงานตั้งต้น แต่สิ่งที่ส่งผลต่อผลลัพธ์มากกว่าคือวิธีที่แพทย์ออกแบบพลังงาน จำนวนช็อต และความลึก เครื่องเดียวกันผลต่างกันได้ถ้าแพทย์ต่างกัน ภาพช่วยเสริมความแม่นยำ แต่ไม่ใช่ตัวรับประกันผล

อัลเทอราพีมีภาพเรียลไทม์และพลังงานตั้งต้นสูง ชรึงก์ไม่มีภาพและพลังงานตั้งต้นต่ำกว่า สบายกว่า

ผลและความเจ็บต่างกันมากไหม?

ภาพรวมของผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน ทั้งคู่ไม่เห็นผลทันทีหลังทำ แต่คอลลาเจนจะค่อยๆ สร้างขึ้นในช่วง 2 ถึง 3 เดือน ผิวกระชับขึ้นตามธรรมชาติ และผลมักอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน แต่ลักษณะการยกต่างกันเล็กน้อย อัลเทอราพีใช้พลังงานสูงจัดการแบบตรงไปตรงมา เหมาะกับผู้ที่หน้าหย่อนในระดับที่ชัดเจนและต้องการผลในครั้งเดียว

ชรึงก์เจ็บน้อยกว่าและราคาเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีหน้าหย่อนหรืออยากดูแลเชิงป้องกัน หรือคนที่ชอบทำบ่อยทีละเบาๆ เรื่องความเจ็บ รีวิวส่วนใหญ่บอกว่าอัลเทอราพีเจ็บกว่าชัดเจน ชรึงก์ทนได้สบายกว่า

ในรีวิวจริง อัลเทอราพีมักได้ยินว่า "เจ็บแต่กระชับทีเดียว" ส่วนชรึงก์มักได้ยินว่า "ทำบ่อยได้โดยไม่รู้สึกหนัก" ความเจ็บลดได้ด้วยครีมชาหรือยาแก้ปวด ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเลือกแบบเบาแค่เพราะกลัวเจ็บ ดูก่อนว่าหน้าหย่อนระดับไหนแล้วค่อยตัดสินใจ ระยะเวลาที่ผลอยู่ต่างกันไปตามสภาพผิวและพฤติกรรม บางคนอยู่ได้นานกว่า บางคนสั้นกว่า จึงมักทำซ้ำตามรอบ

ทั้งชรึงก์และอัลเทอราพีเห็นผลใน 2 ถึง 3 เดือน อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน อัลเทอราพีกระชับชัดกว่าและเจ็บกว่า
ทั้งชรึงก์และอัลเทอราพีเห็นผลใน 2 ถึง 3 เดือน อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน อัลเทอราพีกระชับชัดกว่าและเจ็บกว่า

ราคาและสถานการณ์ไหนเหมาะกับใคร?

ราคาคือสิ่งที่รู้สึกต่างชัดที่สุด อัลเทอราพีเป็นเครื่องต้นแบบที่มีระบบภาพครบ จึงอยู่ในระดับพรีเมียม ชรึงก์ผลิตในเกาหลีทำให้รับบริการบริเวณเดิมได้ในราคาที่ถูกกว่า จะจบในครั้งเดียวด้วยพลังงานสูง หรือแบ่งทำบ่อยๆ ในราคาที่จัดการได้ ก็กำหนดทิศทางการเลือก

ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป แต่มีเกณฑ์ ถ้าหน้าหย่อนชัดและอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในครั้งเดียว อัลเทอราพีน่าสนใจ ถ้าหย่อนในระดับเริ่มต้นหรือกลาง อยากดูแลเชิงป้องกันหรือคุมงบ ชรึงก์ตอบโจทย์ได้ดี ในทางปฏิบัติมีแพทย์ใช้ทั้งสองเครื่องร่วมกัน คือใช้อัลเทอราพีจัดการชั้นลึก แล้วเสริมด้วยชรึงก์สำหรับดูแลผิวและรักษาผล ด้านล่างสรุปความต่างหลักไว้ในตาราง

หัวข้ออัลเทอราพีชรึงก์ ยูนิเวิร์ส
ต้นกำเนิดMerz สหรัฐฯ ต้นแบบClassys เกาหลี
ภาพเรียลไทม์มีไม่มี
ความลึก1.5 ถึง 4.5 มม.1.5 ถึง 6.0 มม.
ความเจ็บและราคาเจ็บกว่า พรีเมียมสบายกว่า ราคาเข้าถึงง่าย

ราคาแพงกว่าสองเท่าไม่ได้แปลว่าผลดีกว่าสองเท่า ถ้าสภาพหน้าชรึงก์จัดการได้อยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลต้องจ่ายแพงกว่า แต่ถ้าหน้าหย่อนชัด พลังงานลึกของอัลเทอราพีก็คุ้มค่าที่ต่างกัน

หน้าหย่อนชัดอยากจบในครั้งเดียวเลือกอัลเทอราพี หย่อนต้นถึงกลางอยากดูแลประหยัดเลือกชรึงก์

สรุปแล้วควรเลือกตัวไหน?

ชรึงก์กับอัลเทอราพีไม่ได้แข่งกันว่าใครชนะ แต่เป็นญาติที่ใช้งานต่างกัน หลักการให้ผลเหมือนกัน ต่างที่ภาพ พลังงานตั้งต้น และราคา ดังนั้นแทนที่จะมองว่าแพงกว่าดีกว่าเสมอ ให้ดูว่าหน้าหย่อนระดับไหน งบเท่าไหร่ และรับความเจ็บได้แค่ไหน แล้วค่อยตัดสินใจ

ไม่ว่าจะเลือกเครื่องไหน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์เป็นหลัก อัลเทอราพีออกแบบพลังงานไม่ดีก็ได้ผลน้อย ชรึงก์ออกแบบได้ดีก็เห็นผลชัดได้เช่นกัน ดังนั้นให้หาแพทย์ที่อ่านหน้าและออกแบบพลังงานให้ตรงกับปัญหาจริงของคุณ ไม่ใช่แค่เลือกตามชื่อเครื่อง

ดูรีวิวและราคาเป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ในห้องตรวจสังเกตด้วยว่าแพทย์วิเคราะห์ผิวคุณอย่างไรก่อนตัดสินใจ ควรตั้งความคาดหวังให้ถูกต้องด้วย ผลไม่เกิดทันทีแต่จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อคอลลาเจนสร้างขึ้นมา ถ้างบอนุญาต การใช้ทั้งสองเครื่องร่วมกันในบริเวณต่างกันก็เป็นทางเลือกที่ดี มองเป็นการดูแลระยะยาวตามการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แนวทางนั้นให้ผลที่พึงพอใจได้มากกว่า

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

Coolfase RF กระชับผิวจริงไหม, ระบบ DCC ช่วยลดความเจ็บปวดได้แค่ไหน?

Coolfase คืออะไร ระบบ DCC ที่ปลายหัวสัมผัสผิวโดยตรงช่วยลดความเจ็บปวดได้จริงหรือไม่ เปรียบเทียบกับ Thermage และ Volnewmer แล้วต่างกันอย่างไร พร้อมข้อมูลจากงานวิจัย monopolar RF จริงและข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อน เพราะยังไม่มีงานวิจัยทดสอบ Coolfase โดยเฉพาะสักชิ้น

By Dr. Lee

Lifting

ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส: ยกหน้าได้กี่มิลลิเมตร เจ็บแค่ไหน, ข้อมูลจากงานวิจัย ไม่ใช่โฆษณา

ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สคืออะไร คลื่น HIFU ยกหน้าและกระชับผิวหย่อนคล้อยได้อย่างไร ผลลัพธ์และความเจ็บอยู่ที่ระดับไหน ต่างจากอัลเธอร่าตรงไหน รวมข้อมูลจากงานวิจัย พร้อมแยกชัดระหว่างหลักฐานเฉพาะเครื่องกับหลักฐานกลุ่ม HIFU โดยรวม

By Dr. Kim

Skincare

รีจูราน Healer Eye HB ต่างกันอย่างไร ความเข้มข้น PN และสูตรที่ควรรู้ก่อนเลือก

Rejuran Healer, Eye และ HB แตกต่างกันที่ส่วนผสม ปริมาณ และบริเวณที่ใช้อย่างไร เปรียบเทียบให้เห็นชัดในตาราง พร้อมอธิบาย PN กับ PDRN ต่างกันตรงไหน HA ใน HB ทำอะไร และอาการบวมหลัง embossing จะยุบเมื่อไหร่

By Dr. Lee

Back to articles