prettytime
Skincare

รีจูราน Healer Eye HB ต่างกันอย่างไร ความเข้มข้น PN และสูตรที่ควรรู้ก่อนเลือก

By Dr. Lee2 min read

ตอนที่เริ่มหาข้อมูลรีจูราน หลายคนคิดว่ามันเป็นยาตัวเดียว แต่พอเจอชื่อ Healer, Eye, HB ต่อท้าย ก็เริ่มสับสนว่าแต่ละตัวคืออะไร บางตัวบอกว่าใช้เฉพาะรอบตา บางตัวบอกว่าเพิ่มความชุ่มชื้น แล้วเราควรเลือกตัวไหน

พูดตรงๆ เลยว่ารีจูรานไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เดียว แต่เป็นกลุ่มยาฉีดที่ใช้ส่วนผสมหลักเหมือนกันคือ PN (polynucleotide) ที่สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน PN ที่ทำหน้าที่ฟื้นฟูนั้นมีครบทั้งสามสูตร สิ่งที่ต่างกันคือความเข้มข้น ความหนืด และการเติม HA เพื่อให้เหมาะกับบริเวณและเป้าหมายที่ต่างกัน บทความนี้จะเรียงความต่างให้เห็นชัดในตาราง พร้อมอธิบายอาการบวม embossing และ downtime ที่ถามกันมาก

Rejuran Healer Eye HB ผลิตภัณฑ์และกระบอกฉีดยา

รีจูรานไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เดียว

รีจูรานเป็นชื่อการค้าของยาฉีดที่พัฒนาโดย PharmaResearch ของเกาหลี ส่วนผสมหลักคือชิ้นส่วน DNA ที่สกัดจากเซลล์อสุจิของปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์ รีจูรานใช้สิ่งที่เรียกว่า PN หรือ polynucleotide ซึ่งเป็นสายโซ่ยาว ส่วนชื่อ PDRN ที่ได้ยินบ่อยนั้นเป็นสายสั้นกว่า ขณะที่ PN เป็นสายยาวที่ทำหน้าที่เชิงโครงสร้างและดักจับความชุ่มชื้น

สิ่งที่ PN ทำในชั้นผิวมีสองอย่าง อย่างแรกคือดูดซับน้ำในชั้นหนังแท้และยึดโครงสร้าง อย่างที่สองคือกระตุ้นเซลล์ผิวให้สร้างคอลลาเจนและหลอดเลือดฝอยใหม่ ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดทันทีแบบฟิลเลอร์ แต่ค่อยๆ ปรับปรุงคุณภาพผิวในหลายสัปดาห์ นั่นคือเหตุผลที่หลายคนรับฉีดต่อเนื่อง 3-4 ครั้งในช่วง 3-4 สัปดาห์ รีจูรานทุกสูตรใช้ PN เป็นแกนกลาง ความต่างอยู่ที่ว่าจะฉีดบริเวณไหน ต้องการความเข้มข้นแค่ไหน และต้องการเติมอะไรเพิ่ม จึงแตกสายเป็น Healer, Eye, HB และ S สำหรับรอยแผลเป็น ชื่อต่างกันเพราะบริเวณและเป้าหมายต่างกัน ไม่ใช่เพราะส่วนผสมหลักต่างกัน

เปรียบเทียบส่วนผสมและปริมาณรีจูรานแต่ละสูตร
เปรียบเทียบส่วนผสมและปริมาณรีจูรานแต่ละสูตร

แต่ละสูตรต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบสามสูตรที่ถามถึงบ่อยที่สุดในตารางด้านล่าง

รายการRejuran HealerRejuran Eye (I)Rejuran HB
ผู้ผลิตPharmaResearchPharmaResearchPharmaResearch
ส่วนผสมหลักPN (polynucleotide) เพียงอย่างเดียวPN (polynucleotide) เพียงอย่างเดียวPN + กรดไฮยาลูโรนิก (HA) + lidocaine
ความเข้มข้น PNสูงที่สุด (ประมาณ 2%)ลดลง (ประมาณ 1%)ต่ำกว่า Healer (เสริมด้วย HA)
ความหนืดมาตรฐานลดลงสำหรับบริเวณรอบตาเสริม HA เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
บริเวณที่ใช้หลักผิวหน้าทั่วไปรอบดวงตา ใต้ตาผิวหน้าทั่วไป
ผลที่มุ่งหวังฟื้นฟูเนื้อสัมผัสและความยืดหยุ่นริ้วรอยใต้ตาบาง ผิวคล้ำใต้ตาฟื้นฟูพร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นและผิวเปล่งแสง
ความเจ็บปวดต้องทาครีมชาต้องทาครีมชาlidocaine ช่วยลดความเจ็บปวด
อาการบวม (embossing)นูนเล็กน้อยหลังฉีด ยุบใน 1-2 วันบริเวณรอบตาช้ำได้ง่ายกว่าHA ทำให้ผิวดูอิ่มได้นานกว่าเล็กน้อย

จากตารางจะเห็นว่าทั้งสามสูตรไม่ได้แข่งขันกัน แต่แบ่งตามบริเวณและเป้าหมายแทน โดย PN ซึ่งเป็นแกนหลักของการฟื้นฟูนั้นมีอยู่ครบในทุกสูตร Eye ลดความหนืดให้เหมาะกับผิวบางรอบตา ส่วน HB เติม HA เพื่อให้ได้ทั้งความชุ่มชื้นและผิวเปล่งแสงพร้อมกัน ไม่มีสูตรไหนดีกว่ากันแบบเบ็ดเสร็จ ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักของเราอยู่ที่ไหน ถ้าต้องการฟื้นฟูผิวทั้งหน้าก็เลือก Healer ถ้าใต้ตาบางและคล้ำก็เลือก Eye ถ้าต้องการความชุ่มชื้นทันทีควบคู่การฟื้นฟูก็เลือก HB

ความเข้มข้น PN ของรีจูรานแต่ละสูตร Healer สูงที่สุด Eye และ HB ต่ำกว่า
ความเข้มข้น PN ของรีจูรานแต่ละสูตร Healer สูงที่สุด Eye และ HB ต่ำกว่า

ส่วนผสมต่างกันอย่างไร PN และ HA

จุดที่แยกสูตรออกจากกันมีสองแกน คือความเข้มข้นของ PN และการเติม HA โดย Healer มีความเข้มข้น PN ประมาณ 2% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม ส่วน Eye ลดลงเหลือประมาณ 1% พร้อมลดความหนืดให้ซึมเข้าผิวบางรอบตาได้ดีขึ้น ขณะที่ HB ลดความเข้มข้น PN ลงแต่เพิ่ม HA เข้ามาแทน ตัวเลขที่แน่นอนบริษัทไม่ได้เปิดเผย ข้อมูลในแต่ละแหล่งจึงอาจต่างกันเล็กน้อย สรุปคร่าวๆ ได้ว่า Healer เข้มข้นที่สุด ส่วน Eye และ HB เข้มข้นน้อยกว่า

Healer และ Eye ใช้ PN เพียงอย่างเดียว เน้นการฟื้นฟูล้วนๆ ส่วน HB เติม HA เข้ามา ซึ่งดูดซับน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นทันทีหลังฉีด นอกจากนี้ HB ยังมี lidocaine ผสมอยู่ด้วยทำให้เจ็บน้อยกว่า

ถ้าอยากให้เห็นภาพง่ายขึ้น PN เหมือนช่างก่อสร้างที่ค่อยๆ ซ่อมโครงสร้างผิวจากข้างใน ส่วน HA ใน HB เหมือนระบบชลประทานที่ให้ความชุ่มชื้นระหว่างการก่อสร้าง ผลคือ HB ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นและผิวเปล่งแสงเร็วกว่า Healer ตั้งแต่หลังฉีด

ต้องบอกตรงๆ ว่า HA ใน HB ไม่ใช่ฟิลเลอร์ ไม่ได้เติมปริมาตรหรือแก้รอยบุ๋ม มีแค่บทบาทช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และการศึกษาที่เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างสูตรโดยตรงในมนุษย์ยังมีน้อยมาก เนื่องจากทั้งสามมาจากแกน PN เดียวกัน กลไกการฟื้นฟูจึงคล้ายกัน แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะจัดอันดับชัดเจน

การรับฉีดรีจูราน

embossing และ downtime เป็นอย่างไร

คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคืออาการบวมหลังฉีด รีจูรานมักฉีดด้วยวิธีที่เรียกว่า embossing หรือ embossing technique คือฉีดยาเป็นหยดเล็กๆ ชิดกันในชั้นผิวตื้น แต่ละจุดที่ฉีดจะนูนขึ้นเล็กน้อยเหมือนตุ่มเล็กๆ กระจายทั่วหน้า

อาการนูนนี้ไม่ใช่ผลข้างเคียง แต่เป็นปกติที่ยาเข้าไปตั้งตัว ส่วนใหญ่ยุบภายใน 1-2 วัน แต่ HB ที่มี HA ผสมอยู่อาจทำให้ผิวดูอิ่มนานกว่าเล็กน้อย รอยช้ำเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะบริเวณรอบตาที่ใช้ในสูตร Eye ซึ่งผิวบางและมีหลอดเลือดมากกว่า จึงช้ำง่ายกว่าบริเวณอื่น ถ้ามีนัดสำคัญควรรับฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์

ตัวหัตถการใช้เข็มเล็กฉีดหลายสิบถึงร้อยกว่าจุดทั่วหน้า เจ็บพอสมควรจึงต้องทาครีมชาก่อน HB ที่มี lidocaine จะเจ็บน้อยกว่า ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บปวดบอกแพทย์ล่วงหน้าได้ หลังฉีดวันนั้นหลีกเลี่ยงซาวน่า ออกกำลังกายหนัก และแอลกอฮอล์ เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดด ระหว่างที่ตุ่มยังไม่ยุบไม่ควรทาเมคอัพหนาเพราะจะระคายผิว

แนะนำการเลือกสูตร ฟื้นฟูทั้งหน้าเลือก Healer ใต้ตาเลือก Eye ชุ่มชื้น+เปล่งแสงเลือก HB
แนะนำการเลือกสูตร ฟื้นฟูทั้งหน้าเลือก Healer ใต้ตาเลือก Eye ชุ่มชื้น+เปล่งแสงเลือก HB

ใครเหมาะกับสูตรไหน

สรุปให้ชัดขึ้น ถ้าผิวทั้งหน้าหยาบ ขาดความยืดหยุ่น Healer ก็เหมาะที่สุดเพราะเป็นสูตรพื้นฐานที่เข้มข้นที่สุด ถ้าใต้ตาบางและมีริ้วรอยเล็กน้อยหรือผิวคล้ำ Eye ก็ออกแบบมาสำหรับบริเวณนั้นโดยเฉพาะ ถ้าต้องการฟื้นฟูพร้อมกับผิวชุ่มชื้นและเปล่งแสงทันที HB ก็เหมาะกว่า

ถ้ามีปัญหาหลายจุดพร้อมกัน หลายคนแบ่งฉีดต่างสูตรในวันเดียว เช่น Healer ทั้งหน้าและ Eye รอบตา แต่ไม่ควรเลือกหลายสูตรพร้อมกันเกินความจำเป็น ให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ

ต้องบอกตรงๆ อีกครั้งว่าการศึกษาที่เปรียบเทียบสูตรโดยตรงในมนุษย์ยังมีน้อย ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะบอกว่าสูตรไหนดีกว่าอีกสูตรอย่างชัดเจน เนื่องจากมาจากแกน PN เดียวกัน การเลือกตามบริเวณและเป้าหมายจึงสมเหตุสมผลที่สุด เพราะวัตถุดิบมาจากปลา ผู้ที่มีประวัติแพ้ปลาหรืออาหารทะเลต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง สตรีมีครรภ์ ให้นมบุตร หรือผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีดควรงดก่อน สุดท้าย แทนที่จะยึดติดกับชื่อสูตร ให้เริ่มจากว่าปัญหาหลักคืออะไร ความยืดหยุ่น ใต้ตา หรือความชุ่มชื้น แล้วปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดสูตรและบริเวณที่เหมาะกับผิวเราจริงๆ

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

Rejuran, Juvelook หรือ Re2o ดีกว่ากัน? เปรียบส่วนผสม ผล และผลข้างเคียงก่อนเลือก Skin Booster

Rejuran, Juvelook และ Re2o ถูกเรียกรวมว่า skin booster แต่ส่วนผสม กลไกการออกฤทธิ์ และหลักฐานทางคลินิกที่สะสมมานั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง สรุปเฉพาะข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เพื่อช่วยให้เลือกได้ตรงกับปัญหาผิว

By Dr. Lee

Skincare

Juveacell สกินบูสเตอร์ ECM จากหนังแท้มนุษย์ ต่างจาก Rituo และ Cellderm อย่างไร?

Juveacell คือสกินบูสเตอร์ ECM จากเนื้อเยื่อมนุษย์ที่ VAIM พัฒนาขึ้น บทความนี้อธิบายกลไกการทำงาน ความแตกต่างด้านความเข้มข้นและปริมาณเมื่อเทียบกับ Rituo และ Cellderm พร้อมข้อมูลจากงานวิจัยว่าผลลัพธ์จะปรากฏให้เห็นเมื่อไหร่

By Dr. Kim

Lifting

Coolfase RF กระชับผิวจริงไหม ระบบ DCC ช่วยลดความเจ็บปวดได้แค่ไหน?

Coolfase คืออะไร ระบบ DCC ที่ปลายหัวสัมผัสผิวโดยตรงช่วยลดความเจ็บปวดได้จริงหรือไม่ เปรียบเทียบกับ Thermage และ Volnewmer แล้วต่างกันอย่างไร พร้อมข้อมูลจากงานวิจัย monopolar RF จริงและข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อน เพราะยังไม่มีงานวิจัยทดสอบ Coolfase โดยเฉพาะสักชิ้น

By Dr. Lee

Back to articles