ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส: ยกหน้าได้กี่มิลลิเมตร เจ็บแค่ไหน, ข้อมูลจากงานวิจัย ไม่ใช่โฆษณา
By Dr. Kim2 min read

ถ้าพูดถึงการยกกระชับหน้าด้วยเครื่อง ชื่อที่ได้ยินในคลินิกบ้านเราบ่อยที่สุดตอนนี้คือ ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส ราคาเข้าถึงได้มากกว่าอัลเธอร่า แต่บอกว่าช่วยจัดการผิวหย่อนคล้อยและยกหน้าได้จริง คนไข้จึงถามถึงกันมากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่รู้แค่ชื่อ ยังไม่ค่อยรู้ว่าเครื่องนี้ทำงานอย่างไร และหลักฐานที่รองรับมีแค่ไหน
ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส ชื่อทางการคือ Ultraformer MPT พัฒนาโดยบริษัท Classys จากเกาหลี ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มสูงแบบโฟกัส หรือที่รู้จักกันว่า HIFU วิธีการคือรวมพลังงานคลื่นเสียงให้ตกที่จุดเดียวใต้ผิว เกิดความร้อนเฉพาะตำแหน่ง กระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและสร้างตัวใหม่ ผลลัพธ์คือผิวกระชับขึ้นและเส้นหน้าชัดขึ้น หลักการนี้เหมือนกับอัลเธอร่าทุกประการ ต่างกันที่รายละเอียดของเครื่อง ราคา และการเข้าถึง การแยกดูให้ชัดระหว่างงานวิจัยเฉพาะชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สกับหลักฐานจากกลุ่ม HIFU โดยรวมจะทำให้ภาพชัดขึ้นมาก

ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สคืออะไร
แก่นของเทคโนโลยีนี้คือการโฟกัสคลื่น เหมือนแว่นขยายที่รวมแสงแดดจนไหม้กระดาษได้ พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ถูกรวมให้ตกที่ระดับความลึกที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เกิดเป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว ความร้อนนั้นทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที แล้วตามมาด้วยกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ค่อย ๆ ทำให้ผิวกระชับขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ต่างจากชรึ้งก์รุ่นเดิมคือวิธียิงพลังงาน รุ่นเก่ายิงทีละจุด แต่ยูนิเวิร์สเพิ่มโหมดที่ยิงจุดต่อเนื่องกันเป็นเส้น ทาง Classys เรียกว่า MMFU จุดความร้อนต่อการยิงหนึ่งครั้งเพิ่มขึ้น ทำให้ทำงานได้เร็วกว่าและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่าในเวลาเดียวกัน
หัวปล่อยพลังงาน (cartridge) ก็มีหลายแบบ ทั้งหัวสำหรับใบหน้า หัว booster และหัวสำหรับลำตัว หัว booster กระจายพลังงานแบบวงกลมเพื่อช่วยการดูดซึมของแอมพูลที่ใช้คู่กัน ซึ่งเป้าหมายต่างจากการยกชั้นลึก ๆ อยู่พอสมควร
เหตุที่เครื่องนี้แพร่หลายในไทยเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะราคาเข้าถึงได้และคลินิกนำเข้ามาใช้กันมาก เครื่องได้รับการรับรองจาก อย. เกาหลี โดยมีข้อบ่งชี้อย่างเป็นทางการคือ "การยกคิ้ว" แต่ในคลินิกจริง ๆ ใช้กับแก้ม เส้นขากรรไกร คอ และอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งเป็นการใช้นอกเหนือจากข้อบ่งชี้ที่จดทะเบียนไว้

HIFU ยกหน้าได้อย่างไร
กุญแจสำคัญคือความลึก เครื่องชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สเปลี่ยนหัวเพื่อส่งพลังงานไปยังระดับต่าง ๆ สำหรับใบหน้า โดยทั่วไปใช้ 1.5 มม. (ใต้ผิวหนังชั้นนอก) 3.0 มม. (ชั้นหนังแท้) และ 4.5 มม. ซึ่งเป็นระดับชั้น SMAS ชั้น SMAS คือชั้นเนื้อเยื่อเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงตอนทำศัลยกรรมยกหน้า การที่ HIFU เข้าถึงชั้นนี้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดคือจุดขายหลักของเทคโนโลยีนี้
อุณหภูมิของจุดความร้อนอยู่ที่ประมาณ 60 ถึง 70 องศาเซลเซียส ที่อุณหภูมินี้คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที จึงรู้สึกได้ถึงความกระชับเล็กน้อยหลังทำเลย แต่การเปลี่ยนแปลงจริง ๆ เกิดขึ้นในระยะต่อมา ผิวตอบสนองต่อความร้อนด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ เริ่มจากคอลลาเจนที่ยังอ่อนในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์แรก แล้วค่อย ๆ พัฒนาเป็นคอลลาเจนที่แข็งแรงขึ้นในช่วง 3 ถึง 6 เดือนหลังจากนั้น
ผลลัพธ์จึงชัดเจนที่สุดประมาณ 2 ถึง 3 เดือนหลังทำ ไม่ใช่วันเดียวกัน พลังงานผ่านผิวชั้นนอกโดยไม่ทำลาย แล้วสร้างความร้อนเฉพาะที่ชั้นลึก จึงไม่มีแผล ไม่มีสะเก็ด ไม่มีน้ำเหลือง ต่างจากเลเซอร์ผลัดผิวโดยสิ้นเชิง
อย่าตัดสินผลลัพธ์จากสิ่งที่เห็นวันแรก คอลลาเจนใช้เวลา ถ้าครั้งแรกยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงมาก ให้ทำครบตามจำนวนที่แนะนำแล้วรอดู 2 ถึง 3 เดือน ค่อยประเมิน

ยกได้จริงไหม
มีงานวิจัยหนึ่งที่ใช้ชื่อชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สโดยตรง ทำในกลุ่มตัวอย่าง 50 คน วัดผลด้วยเครื่องสแกน 3 มิติทันทีหลังทำ แล้วรายงานออกมาเป็นตัวเลขมิลลิเมตรว่าผิวยกขึ้นจริงเท่าไหร่ในแต่ละบริเวณ ผลคือคอยกขึ้น 3.53 มม., แก้มด้านหลัง 3.40 มม., บริเวณขากรรไกร 3.09 มม. และยังพบการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 1 มม. บริเวณโหนกแก้ม รอบดวงตา และหน้าผาก
เห็นตัวเลขแล้วอาจดูน้อย แต่ในใบหน้า 1 ถึง 3 มม. คือความต่างที่มองเห็นได้ในกระจก โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขากรรไกร และคอที่รับแรงโน้มถ่วงมากเป็นพิเศษ
ต้องบอกตรง ๆ ว่างานวิจัยนี้วัดผล "ทันทีหลังทำ" ด้วยกลุ่มตัวอย่าง 50 คน นั่นคือเป็นข้อมูลการหดตัวทันที ไม่ใช่ผลระยะยาวจากคอลลาเจนที่สร้างใหม่ และไม่มีกลุ่มควบคุม จุดแข็งคือใช้เครื่องสแกน 3 มิติ ทำให้ตัวเลขมีความเป็นวัตถุวิสัย แต่ก็ไม่มีการติดตามผลในระยะหลัง
สรุปคือตัวเลขนี้บอกได้ว่าผิวยกขึ้นจริงทันทีหลังทำ แต่ยังไม่บอกขนาดผลระยะยาวทั้งหมด จนกว่าจะมีงานวิจัยเฉพาะเครื่องที่ติดตามระยะยาว ให้แยกใช้ข้อมูล: ใช้งานวิจัยเฉพาะเครื่องสำหรับผลทันที และข้อมูลกลุ่ม HIFU สำหรับผลระยะยาว

HIFU มีหลักฐานรองรับขนาดไหน
ข้อมูลเฉพาะชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สยังมีน้อย แต่ถ้ามองภาพรวมของ HIFU ทั้งกลุ่ม มีงานวิจัยสะสมอยู่ค่อนข้างมาก ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สใช้หลักการเดียวกัน จึงนำข้อมูลจากการวิเคราะห์เชิงระบบที่รวบรวมเครื่อง HIFU หลายยี่ห้อรวมถึงอัลเธอร่ามาอ้างอิงได้
การวิเคราะห์งานวิจัย 45 ชิ้น พบว่าความหย่อนคล้อยบริเวณหน้าล่าง คอ และรอบดวงตาดีขึ้น 18 ถึง 30% และมีหลายรายที่เหนียงลดลงมากกว่า 1 ซม. อีกชุดหนึ่งที่วิเคราะห์ 261 ราย พบว่า 62.5 ถึง 93% ของผู้รับการรักษาเห็นการปรับปรุงอย่างชัดเจนในเชิงคลินิก และคิ้วยกขึ้นเฉลี่ย 1.7 มม.
ต้องเน้นอีกครั้ง ตัวเลขเหล่านี้มาจาก HIFU หลายเครื่องรวมกัน ไม่ใช่ข้อมูลของชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สโดยเฉพาะ งานวิจัยส่วนใหญ่ทำกับอัลเธอร่า และเครื่องแต่ละยี่ห้อก็มีรายละเอียดหัวและพลังงานต่างกัน จึงนำไปใช้ตรง ๆ ไม่ได้ทั้งหมด
แต่ทิศทางที่ชัดเจนคือ HIFU ช่วยลดความหย่อนคล้อยได้จริงอย่างมีนัยสำคัญ โดยการปรับปรุงอยู่ที่ 18 ถึง 30% ซึ่งเป็นการ "ดึงกลับ" ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดเหมือนศัลยกรรม ให้คาดการณ์ผลลัพธ์ในระดับการเพิ่มความกระชับและความชัดเจนของเส้นหน้า ไม่ใช่การยกขั้นเดียวอย่างรุนแรง

ความพึงพอใจ ความปลอดภัย และผลคงอยู่นานแค่ไหน
จากการวิเคราะห์งานวิจัย 45 ชิ้นเดิม พบว่ามากกว่า 80% ของผู้รับการรักษาพึงพอใจกับผล และผลข้างเคียงเกิดขึ้นน้อยกว่า 5% ส่วนใหญ่เป็นผิวแดง บวม หรือร้อน ซึ่งหายไปเองภายในไม่กี่วัน
แต่ก็มีข้อควรระวัง ในรายที่ผิวบางหรือมีไขมันใต้ผิวน้อย มีโอกาสที่แก้มจะดูแฟบลงได้ ถ้าผู้ทำมีประสบการณ์ไม่มากพอหรือใช้พลังงานสูงเกินไป อาจเกิดแผลไหม้หรือระคายเคืองเส้นประสาทชั่วคราว ดังนั้นแม้เป็นเครื่องเดียวกัน การปรับพลังงานตามบริเวณและความชำนาญของผู้ทำยังคงมีผลต่อผลลัพธ์มาก ทำที่ไหนกับใครจึงสำคัญไม่น้อย
เรื่องความคงอยู่ของผล ทำครั้งเดียวได้ผลประมาณ 3 เดือน ถ้าทำตามที่แนะนำ 3 ครั้งห่างกันเดือนละครั้ง ผลมักคงอยู่ 6 เดือนถึง 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพผิวด้วย เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนใหม่ไม่เท่ากันในแต่ละคน
ผิวหน้าเราก็แก่ลงตามเวลา การทำครั้งเดียวแล้วหายไปเลยจึงไม่ค่อยพอ วางแผนในหน่วย 1 ปีดีกว่าดูแค่ราคาต่อครั้ง และถ้าทำควบคู่กับการกันแดดและเติมความชุ่มชื้นในชีวิตประจำวัน ผลก็ยิ่งคงอยู่ได้นานขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลผิวรายวันและการทำหัตถการต้องไปด้วยกันจึงจะได้ผลที่พึงพอใจจริง ๆ

เทียบกับอัลเธอร่าอย่างไร และใครเหมาะกับชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส
คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ต่างจากอัลเธอร่ายังไง" ทั้งสองใช้หลักการ HIFU เหมือนกัน แต่มีความต่างชัดเจน อัลเธอร่าพัฒนาในสหรัฐฯ มีระบบภาพอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้เห็นชั้นผิวขณะทำ และได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ สำหรับการยกกระชับโดยเฉพาะ ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สไม่มีระบบภาพนั้น ปรับความลึกด้วยการเลือกหัว แต่ราคาเข้าถึงได้กว่าและมีใช้แพร่หลายกว่าในคลินิกไทย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยที่เปรียบเทียบสองเครื่องโดยตรง จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเครื่องไหนให้ผลดีกว่า
คำโฆษณาบางอย่างควรกรองก่อนเชื่อ "ไม่เจ็บเลย" ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด เจ็บน้อยกว่ารุ่นเดิม แต่บริเวณขมับหรือขากรรไกรที่ใกล้กระดูก ยังรู้สึกจี๊ดได้อยู่ "ยกขึ้นทันที ชัดมาก" ก็ครึ่งจริงครึ่งเกินจริง เพราะผลหลักมาช้ากว่านั้น และ "ดีกว่าอัลเธอร่า" หรือ "คอลลาเจนเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์" ยังไม่มีหลักฐานเฉพาะเครื่องยืนยัน
ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับแก้ม ขากรรไกร และคอ โดยไม่อยากเจ็บมากและต้องการฟื้นตัวเร็ว รวมถึงคนที่อยากดูแลความกระชับของหน้าในระยะยาวแบบคุ้มค่า แต่ถ้าผิวหย่อนหนักมากจนถึงขั้นต้องศัลยกรรมยกหน้า การยิงคลื่นไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็มีข้อจำกัด ก่อนตัดสินใจ ให้แพทย์ประเมินระดับความหย่อนและสภาพผิวของคุณก่อน จะได้รู้ว่าเหมาะกับตัวเองจริงหรือเปล่า
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

ไทเทเนียม ลิฟติ้ง: ไม่เจ็บ ไม่มีดาวน์ไทม์, แต่กระชับหน้าและลดริ้วรอยได้จริงแค่ไหน
ไทเทเนียม ลิฟติ้ง คืออะไร เลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นยกกระชับผิวได้อย่างไร และผลลัพธ์ที่แท้จริงมีขีดจำกัดแค่ไหน, ข้อมูลจากงานวิจัยจริง พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าหลักฐานส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเลเซอร์ Near-infrared ไม่ใช่การศึกษาเฉพาะไทเทเนียมโดยตรง
By Dr. Lee

โซฟเวฟ: ยกกระชับครั้งเดียวจบได้จริงหรือ, ผลลัพธ์ ความเจ็บ และต่างจากอัลธีราอย่างไร
โซฟเวฟคืออะไร คลื่นอัลตร้าซาวด์แบบขนานกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างไร เปรียบกับอัลธีรา และมีข้อมูลงานวิจัย FDA รับรองอะไรบ้าง, รวมขอบเขตและข้อจำกัดของหัตถการนี้อย่างตรงไปตรงมา
By Dr. Lee

Fraxel ลบรอยสิวได้จริงไหม, สีผิวเข้มเสี่ยงดำหลังเลเซอร์แค่ไหน?
Fraxel และ fractional laser ทำงานกับรอยสิวอย่างไร ผลต่างกันตามรูปแบบของรอย ความเสี่ยงเกิดสีผิวหลังทำในผิวคนเอเชียอยู่ระดับไหน พร้อมข้อมูลจากงานวิจัยจริงและข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อน เพราะรอยสิวไม่ได้หายหมด แค่จางลง
By Dr. Kim