โซฟเวฟ: ยกกระชับครั้งเดียวจบได้จริงหรือ — ผลลัพธ์ ความเจ็บ และต่างจากอัลธีราอย่างไร
By Dr. Lee2 min read

เวลาค้นหาข้อมูลเรื่องการยกกระชับผิว ชื่อ "โซฟเวฟ" (Sofwave) เริ่มผุดขึ้นมาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในตลาดไทย หลายคนสับสนว่ามันต่างจากอัลธีรา (Ulthera) หรือไฮฟู่ (HIFU) อย่างไร เพราะฟังดูคล้ายกันมาก ทั้งใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์เหมือนกัน แต่จุดขายหลักคือทำครั้งเดียวจบและเจ็บน้อยกว่า
โซฟเวฟเป็นเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ที่พัฒนาโดยบริษัท Sofwave Medical จากอิสราเอล เทคโนโลยีหลักที่บริษัทเรียกว่า SUPERB ทำงานโดยยิงคลื่นอัลตร้าซาวด์หลายลำพร้อมกันแบบขนาน ส่งความร้อนตรงชั้นหนังแท้ระดับกลาง (mid-dermis) ต่างจากอัลธีราหรือไฮฟู่ทั่วไปที่โฟกัสพลังงานลงไปเป็นจุดลึก วิธีส่งพลังงานและความลึกที่แตกต่างกันนี้เองที่กำหนดทั้งข้อดีและข้อจำกัดของโซฟเวฟ

โซฟเวฟคืออะไร ทำงานอยู่ที่ชั้นไหน?
จุดเด่นที่สุดของโซฟเวฟคือความลึกที่มันเข้าถึง คลื่นขนานหลายลำโฟกัสความร้อนที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง ลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ชั้นนี้อุดมด้วยเซลล์สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อได้รับความร้อนในปริมาณที่เหมาะสม ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างใยคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมา
ตรงนี้คือจุดที่แตกต่างจากอัลธีราอย่างชัดเจน อัลธีราส่งพลังงานได้ถึงชั้น SMAS ที่ลึก 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่ศัลยแพทย์ดึงรั้งในการผ่าตัดยกกระชับหน้า (face lift) โซฟเวฟไปไม่ถึงชั้นนั้น มันทำงานอยู่แค่ในชั้นหนังแท้ระดับกลางเท่านั้น ดังนั้นใครที่คาดหวังผลการยกกระชับเชิงโครงสร้างแบบเดียวกับอัลธีรา อาจผิดหวังได้
แต่การทำงานที่ชั้นตื้นกว่านี้ก็มีข้อดีของมัน เครื่องโซฟเวฟมีระบบทำความเย็นแบบเรียลไทม์ในหัวรักษา ลดความเสี่ยงผิวไหม้ได้ดี และเนื่องจากคลื่นอัลตร้าซาวด์ไม่มีปฏิกิริยากับเม็ดสีผิว (melanin) จึงใช้ได้กับผิวทุกโทนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผิวไหม้หรือรอยดำ สำหรับคนไทยที่มีผิวหลากหลายโทนและกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อนจากเลเซอร์ ข้อนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ
ในสหรัฐอเมริกา FDA รับรองโซฟเวฟตั้งแต่ปี 2019 เริ่มจากการรักษาริ้วรอยตื้น และขยายขอบเขตการรับรองในปีต่อมาครอบคลุมการยกกระชับคิ้ว คอ และใต้คาง รวมถึงเซลลูไลต์และรอยแผลเป็นจากสิว การที่ FDA รับรองหลายข้อบ่งชี้หมายความว่าบริษัทต้องยื่นข้อมูลทางคลินิกแยกต่างหากสำหรับแต่ละข้อ ซึ่งถือว่ามีฐานข้อมูลรองรับมากกว่าเครื่องมือใหม่ทั่วไป

กลไกการทำงาน: ทำไมถึงทำแค่ครั้งเดียว?
กลไกพื้นฐานคือความร้อน หัวรักษาของโซฟเวฟมีตัวส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ขนาดเล็ก 7 ตัวทำงานพร้อมกัน ยิงคลื่นขนานไปยังชั้นหนังแท้ระดับกลางในเวลาเดียวกัน สร้างแนวความร้อนเล็กๆ เรียงต่อกัน อุณหภูมิในจุดนั้นขึ้นถึง 60–70 องศาเซลเซียส ทำให้คอลลาเจนในบริเวณนั้นหดตัวทันที ขณะที่ชั้นผิวด้านบนถูกปกป้องด้วยระบบทำความเย็นในหัวรักษา
การที่คอลลาเจนหดตัวทันทีหลังทำคือสิ่งที่สังเกตเห็นได้วันแรก แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงมาจากกระบวนการหลังจากนั้น เมื่อผิวได้รับสัญญาณความร้อน ร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่เหมือนการซ่อมแซมแผล ซึ่งใช้เวลา 4–6 สัปดาห์กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง และผลลัพธ์จะชัดเจนที่สุดประมาณ 3 เดือนหลังทำ เหมือนกับหัตถการยกกระชับอัลตร้าซาวด์อื่นๆ ที่ต้องรอให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่
เนื่องจากไม่มีการทำลายผิวชั้นบน จึงไม่มีสะเก็ดหรือน้ำเหลืองซึมให้ต้องพักฟื้น และด้วยการออกแบบที่โซฟเวฟครอบคลุมชั้นหนังแท้ระดับกลางได้อย่างสม่ำเสมอในการรักษาครั้งเดียว จึงไม่จำเป็นต้องทำซ้ำหลายครั้งแบบ HIFU บางรุ่นที่กระจายพลังงานออกหลาย depth
ทว่า "ครั้งเดียวจบ" ไม่ได้แปลว่า "ผลลัพธ์แรงกว่า" มันหมายความว่าออกแบบมาให้ส่งพลังงานได้เพียงพอในชั้นเดียวนั้นด้วยครั้งเดียว ถ้าผิวหย่อนคล้อยมาก บางรายอาจต้องทำซ้ำ

ผลลัพธ์มีหลักฐานรองรับแค่ไหน?
โซฟเวฟมีข้อมูลงานวิจัยเฉพาะมากกว่าเครื่องมือเทคโนโลยีใหม่หลายตัวในท้องตลาด ดูจากงานวิจัยที่เป็นฐานการรับรองของ FDA พบว่าในการศึกษาข้อบ่งชี้การยกกระชับคิ้วและคอ ผู้เข้าร่วม 80 คน ประมาณ 80% มีการปรับปรุงที่วัดได้ที่ 12 สัปดาห์ และในการศึกษาเรื่องริ้วรอย 86% จาก 59 คน มีค่าความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ นอกจากนี้ผู้ประเมินที่ไม่ทราบว่าเป็นภาพก่อนหรือหลังสามารถบอกความแตกต่างได้
ทิศทางโดยรวมเป็นบวกอย่างชัดเจน แต่ต้องเข้าใจว่างานวิจัยเหล่านี้เป็น single-arm study ไม่ใช่ RCT (randomized controlled trial) ที่มีกลุ่มควบคุม ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดของหลักฐานทางการแพทย์ ปัจจุบันยังไม่มี RCT ของโซฟเวฟโดยเฉพาะ
ความสำคัญอยู่ที่ผลลัพธ์ในทิศทางเดียวกันปรากฏซ้ำในหลายงานวิจัยจากทีมต่างกัน งานอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กกว่ารายงานการปรับปรุงในส่วนใหญ่ของบริเวณที่รักษาที่ 3 และ 6 เดือน การศึกษาหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วม 36 คน พบการพัฒนาใน 60% ขึ้นไป ความสอดคล้องกันข้ามทีมวิจัยแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
สรุปให้ตรงๆ ว่า โซฟเวฟอยู่ในระดับที่มีงานวิจัยขนาดเล็กหลายชิ้นให้ผลสอดคล้องกัน แต่ยังขาด RCT ที่จะยืนยันด้วยระดับหลักฐานสูงสุด ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผล แต่ควรเข้าใจน้ำหนักของหลักฐานตามที่เป็นจริง ไม่บวมเกิน

ใต้ผิวหนังเปลี่ยนแปลงจริงไหม?
นอกจากการประเมินภาพและความพึงพอใจ ยังมีการศึกษาที่ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อโดยตรง งานวิจัยหนึ่งตัดชิ้นเนื้อผิวหนังก่อนและหลังจากผู้เข้าร่วม 13 คน แล้วนำมาเปรียบกัน พบว่าความหนาแน่นของอีลาสตินเพิ่มขึ้น ~33% และการเพิ่มขึ้นนี้มีนัยสำคัญทางสถิติ
แต่ในงานวิจัยเดียวกัน คอลลาเจนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพียงแต่การเพิ่มขึ้นนั้นยังไม่ถึงระดับมีนัยสำคัญทางสถิติ โฆษณาหลายแห่งมักเน้น "สร้างคอลลาเจนใหม่" แต่สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนจากชิ้นเนื้อในการศึกษานี้คืออีลาสติน ไม่ใช่คอลลาเจน ความแตกต่างนี้ดูเล็กน้อยแต่สำคัญ — ควรรู้ว่าอะไรที่พิสูจน์แล้วและอะไรที่ยังไม่แน่ชัด
อีลาสตินเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวเด้งกลับมาเมื่อถูกดึง ส่วนคอลลาเจนให้ความหนาและความแน่นแก่ผิว การที่อีลาสตินเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของการทำให้ผิวที่หย่อนกลับมาตึงและเด้งอีกครั้ง แต่ประโยคโฆษณาว่า "คอลลาเจนพุ่งพรวด" ไม่ได้รับการรองรับจากข้อมูลชุดนี้
แน่นอนว่างานวิจัยชิ้นเนื้อนี้มีขนาดเพียง 13 คน และติดตามผลเพียง 2 เดือน งานวิจัยแยกอีกชิ้นรายงานว่าผิวถูกดึงกระชับได้ประมาณ 2 มิลลิเมตรที่ 24 สัปดาห์ โดยรวมมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าโซฟเวฟกระตุ้นการสร้างอีลาสตินได้จริง แต่ขนาดและความยั่งยืนของการเปลี่ยนแปลงนั้นยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอีก

ความพึงพอใจ ความเจ็บปวด และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ในงานวิจัยหนึ่ง หลังรักษา 1 ครั้ง สัดส่วนที่ตอบว่าดีขึ้นมากกว่าครึ่งอยู่ที่ 92% จากผู้รับบริการ และ 85% จากการประเมินของแพทย์ ตัวเลขนี้เป็นจุดที่โซฟเวฟมักนำมาใช้สนับสนุนว่าการรักษาเพียงครั้งเดียวได้ผลดี
เรื่องความเจ็บปวดอย่าเพิ่งคิดว่าแทบไม่รู้สึกอะไร หลายคลินิกทาครีมชาก่อนแล้วก็ทำเลย แต่คะแนนความเจ็บปวดที่รายงานในงานวิจัยอยู่ที่ประมาณ 5–6 คะแนนจาก 10 ซึ่งไม่ใช่ระดับที่ "แทบไม่รู้สึก" บริเวณใกล้กระดูก เช่น ขอบกรามหรือขมับ อาจรู้สึกมากกว่าบริเวณอื่น ใครที่ไวต่อความเจ็บปวดควรปรึกษาแพทย์ก่อน ดาวน์ไทม์หลังทำส่วนใหญ่เป็นแค่รอยแดงที่อยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมงถึงสักวัน กลับไปใช้ชีวิตปกติได้วันถัดไป
ส่วนเรื่องว่าผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องดูอย่างระมัดระวัง โฆษณามักอ้างว่าผลอยู่ได้ 12–18 เดือน แต่งานวิจัยที่ผ่านการ peer review ติดตามผลยาวที่สุดแค่ 6 เดือน ตัวเลข 1 ปีขึ้นไปยังมาจากประสบการณ์ของผู้ผลิตและนักปฏิบัติทางคลินิก ไม่ใช่หลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ต้องจำไว้ว่าความชราเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง ระยะเวลาที่ผลยั่งยืนแตกต่างกันในแต่ละคนขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และความสามารถในการสร้างคอลลาเจน การดูแลผิวพื้นฐานอย่างการทาครีมกันแดดและให้ความชุ่มชื้นก็ช่วยยืดอายุผลได้เช่นกัน

เปรียบกับอัลธีรา และใครเหมาะกับโซฟเวฟ?
คำถามที่ถามกันมากที่สุดคือต่างจากอัลธีราอย่างไร ทั้งคู่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ แต่กลไกต่างกัน อัลธีราโฟกัสคลื่นเป็นจุดและปรับความลึกได้ตั้งแต่ 1.5, 3.0 ไปถึง 4.5 มิลลิเมตรถึงชั้น SMAS พร้อมระบบ ultrasound imaging ให้แพทย์ดูชั้นผิวแบบเรียลไทม์ก่อนส่งพลังงาน โซฟเวฟยิงคลื่นขนาน ทำงานอยู่ที่ชั้นหนังแท้ระดับกลางชั้นเดียว และไม่มีระบบภาพ
สำหรับการยกกระชับเชิงโครงสร้างที่ต้องเข้าถึงชั้น SMAS การทำงานลึกเหมือนอัลธีราได้เปรียบกว่า ถ้าเป้าหมายคือเสริมความยืดหยุ่นและปรับสัมผัสผิวโดยลดดาวน์ไทม์และความเจ็บปวด การทำงานในชั้นตื้นอย่างโซฟเวฟก็มีเหตุผลของมัน แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่เปรียบทั้งสองตรงๆ ดังนั้นไม่มีข้อมูลที่ชี้ชัดว่าอันไหนดีกว่า
ข้อความโฆษณาหลายแห่งควรกรองด้วยสติ "ทำครั้งเดียวผลอยู่ตลอดชีพ" หรือ "แรงกว่าอัลธีรา" เป็นการตลาดที่นำหน้าหลักฐานไปมาก ผลยาวกว่า 1 ปีและ "คอลลาเจนเพิ่มพุ่ง" ยังไม่ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยเฉพาะโซฟเวฟ สิ่งที่พิสูจน์ได้จนถึงตอนนี้คืออีลาสตินที่เพิ่มขึ้น การปรับปรุงในระยะสั้น และความสะดวกของการรักษาครั้งเดียว รู้แค่นี้ก็ตั้งความคาดหวังได้ตรงกับความเป็นจริง
โซฟเวฟเหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระยะต้น มีริ้วรอยตื้น หรือต้องการปรับสัมผัสและความเด้งของผิว และอยากได้หัตถการที่ดาวน์ไทม์น้อย ทำครั้งเดียวจบ ในทางกลับกัน ถ้าผิวหย่อนคล้อยมากหรือต้องการการยกกระชับเชิงโครงสร้างจริงๆ การรักษาที่เข้าถึงชั้น SMAS หรือแม้แต่การผ่าตัดอาจเหมาะสมกว่า ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินระดับความหย่อนและสภาพผิวก่อนตัดสินใจ จะได้รู้ว่าโซฟเวฟตอบโจทย์คุณได้แค่ไหน
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส: ยกหน้าได้กี่มิลลิเมตร เจ็บแค่ไหน — ข้อมูลจากงานวิจัย ไม่ใช่โฆษณา
ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สคืออะไร คลื่น HIFU ยกหน้าและกระชับผิวหย่อนคล้อยได้อย่างไร ผลลัพธ์และความเจ็บอยู่ที่ระดับไหน ต่างจากอัลเธอร่าตรงไหน รวมข้อมูลจากงานวิจัย พร้อมแยกชัดระหว่างหลักฐานเฉพาะเครื่องกับหลักฐานกลุ่ม HIFU โดยรวม
By Dr. Kim

ไทเทเนียม ลิฟติ้ง: ไม่เจ็บ ไม่มีดาวน์ไทม์ — แต่กระชับหน้าและลดริ้วรอยได้จริงแค่ไหน
ไทเทเนียม ลิฟติ้ง คืออะไร เลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นยกกระชับผิวได้อย่างไร และผลลัพธ์ที่แท้จริงมีขีดจำกัดแค่ไหน — ข้อมูลจากงานวิจัยจริง พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าหลักฐานส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเลเซอร์ Near-infrared ไม่ใช่การศึกษาเฉพาะไทเทเนียมโดยตรง
By Dr. Lee

วีโกวีกับเม้าน์จาโร ผลข้างเคียงต่างกันอย่างไร — คลื่นไส้จนถึงตับอ่อนอักเสบ ระวังเรื่องอะไรบ้าง
เปรียบเทียบผลข้างเคียงของวีโกวีและเม้าน์จาโรด้วยตัวเลขจากการทดลองทางคลินิกจริง ตั้งแต่คลื่นไส้และท้องเสียที่พบบ่อย ไปจนถึงอัตราการหยุดยา นิ่วในถุงน้ำดี ตับอ่อนอักเสบ พร้อมวิธีลดผลข้างเคียงและกลุ่มที่ไม่ควรใช้
By Dr. Kim