ไทเทเนียม ลิฟติ้ง: ไม่เจ็บ ไม่มีดาวน์ไทม์, แต่กระชับหน้าและลดริ้วรอยได้จริงแค่ไหน
By Dr. Lee2 min read

ถ้าเริ่มหาข้อมูลเรื่องยกกระชับหน้า ชื่อ "ไทเทเนียม" มักผุดขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ ราคาจับต้องได้กว่าอัลเธอร่าหรือเทอร์มาจ ไม่เจ็บ และแทบไม่มีดาวน์ไทม์ จึงเป็นที่นิยมในคลินิกความงามทั่วกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ แต่ไทเทเนียมคืออะไรกันแน่ และประสิทธิผลได้รับการพิสูจน์แค่ไหน ตรงนี้กลับไม่ค่อยมีใครอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
ไทเทเนียม ลิฟติ้ง ใช้เครื่อง Soprano Titanium ของบริษัท Alma Lasers จากอิสราเอล เป็นเลเซอร์ไดโอดที่ยิงพร้อมกัน 3 ความยาวคลื่น ได้แก่ 755 nm, 810 nm และ 1064 nm ที่น่าสนใจคือเครื่องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการกำจัดขนเป็นหลัก แล้วพบว่าผู้รับบริการมีผิวกระชับขึ้นระหว่างทำ จึงถูกนำมาใช้เพื่อยกกระชับในเวลาต่อมา ชื่อ "ไทเทเนียม ลิฟติ้ง" เองก็ไม่ใช่ชื่อทางการของเครื่อง แต่เป็นชื่อที่ใช้กันในวงการความงาม เมื่อเข้าใจที่มา จะช่วยให้ตีความผลลัพธ์และข้อจำกัดได้ชัดเจนขึ้นมาก

ไทเทเนียม ลิฟติ้ง คืออะไร
จุดเด่นของไทเทเนียมอยู่ที่การยิง 3 ความยาวคลื่นพร้อมกันในครั้งเดียว 755 nm ออกฤทธิ์ที่หนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ตอนบน ช่วยเรื่องสีผิวและรูขุมขน, 810 nm เข้าถึงชั้นหนังแท้กลางซึ่งมีคอลลาเจนหนาแน่น และ 1064 nm ลึกถึงชั้นหนังแท้ล่างสุดและเนื้อเยื่อพยุงโครงหน้า ครอบคลุมทุกความลึกในครั้งเดียว ตั้งแต่ผิวชั้นบนจนถึงชั้นลึก
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือนี่คือ Non-ablative Laser, ไม่มีการลอกหรือทำให้ผิวบาดเจ็บ แสงเลเซอร์แปลงเป็นความร้อนแล้วอบอุ่นชั้นหนังแท้จากภายใน จึงไม่มีสะเก็ด ไม่มีน้ำเหลือง และไม่ต้องพักฟื้น ระบบทำความเย็นที่ผิวหน้าช่วยปกป้องหนังกำพร้าจากความร้อน ทำให้อุณหภูมิใต้ผิวสูงพอที่จะกระตุ้นคอลลาเจนได้ โดยที่พื้นผิวไม่ร้อนจนเป็นอันตราย นั่นเองที่ทำให้หลายคนไม่จำเป็นต้องทาครีมชา
ในทางปฏิบัติ แพทย์จะเลือกโหมดตามวัตถุประสงค์ โหมดหนึ่งเน้นการหดตัวทันทีพร้อมปกป้องผิวชั้นบน อีกโหมดเน้นส่งพลังงานเข้าลึกในจุดเฉพาะ ลักษณะการรักษาเป็นการเลื่อนหัวเครื่องผ่านผิวหน้าซ้ำหลายรอบอย่างนุ่มนวล ต่างจากการยิงจุดแบบ HIFU ที่โฟกัสพลังงานเข้าจุดเดียวอย่างเข้มข้น
สิ่งที่ควรรู้ตั้งแต่ต้นคือเครื่องนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อยกกระชับโดยตรง พลังงานความร้อนที่ใช้จึงมุ่งฟื้นฟูผิวโดยรวมมากกว่าดึงรั้งเนื้อเยื่ออย่างจริงจัง ต่างจากอัลเธอร่าหรือ HIFU ที่เจาะลึกชั้น SMAS อย่างเป็นระบบ ไทเทเนียมให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอในวงกว้าง ไม่ใช่โฟกัสแบบจุดต่อจุด

เลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นยกกระชับผิวได้อย่างไร
หลักการคือความร้อน เมื่อแสงเลเซอร์ถูกดูดซับโดยน้ำและเมลานินในผิวหนัง จะเปลี่ยนเป็นความร้อนและส่งผ่านไปยังคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เมื่ออุณหภูมิสูงถึงระดับหนึ่ง คอลลาเจนจะหดตัวทันที งานวิจัยชิ้นหนึ่งรายงานว่าโครงสร้าง Triple helix ของคอลลาเจนเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ประมาณ 54 องศาเซลเซียส ความรู้สึกกระชับที่เห็นทันทีหลังทำคือผลจากการหดตัวนี้
ผลที่ยั่งยืนกว่านั้นมาในภายหลัง ผิวที่ได้รับความร้อนจะสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อซ่อมแซม กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์ ดังนั้นผิวจะกระชับขึ้นเรื่อย ๆ หลังทำ ไม่ใช่แค่วันแรก แนวคิดคือการสะสมคอลลาเจนทีละชั้นผ่านหลายครั้ง จึงแนะนำให้ทำ 3 ถึง 5 ครั้ง ห่างกัน 2 ถึง 4 สัปดาห์ต่อครั้ง
ที่ไม่เจ็บก็เพราะระบบทำความเย็นนี้เอง พลังงานที่ส่งถึงชั้นหนังแท้เพียงพอต่อการกระตุ้น แต่ผิวชั้นบนถูกระบายความร้อนตลอดเวลา ความรู้สึกร้อนแสบจึงน้อยกว่ามาก ใช้เวลาทำประมาณ 20 ถึง 30 นาที และกลับไปแต่งหน้าหรือใช้ชีวิตตามปกติได้เลย
อย่าด่วนตัดสินจากผลวันแรก ความกระชับทันทีหลังทำเป็นเพียงการหดตัวชั่วคราว ผลที่แท้จริงจะเห็นชัดเมื่อคอลลาเจนใหม่เจริญเต็มที่ ควรรอดูผล 1, 2 เดือนหลังครบคอร์ก่อนประเมิน ไม่ใช่แค่หลังครั้งแรก

กระชับได้จริงไหม, ข้อมูลที่มีอยู่บอกว่าอะไร
พูดตรง ๆ ยังไม่มีการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ที่ใช้ชื่อ Soprano Titanium โดยตรง หลักฐานที่ใกล้เคียงที่สุดมาจากการศึกษาเบื้องต้นขนาดเล็กที่ใช้เลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นเดียวกันในเกาหลี ผู้เข้าร่วม 28 คนทำการรักษา 5 ครั้งห่างกัน 2 สัปดาห์ ผลคือ 78% รายงานว่าผิวดีขึ้นมากกว่า 25% จากการประเมินตัวเอง และ 86% ได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าดีขึ้นในระดับเดียวกัน ตรงกับแผนภูมิด้านบน
การตรวจชิ้นเนื้อยังพบว่าคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้เพิ่มขึ้นจริง แนวโน้มเป็นบวกชัดเจน แต่การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมเพียง 28 คนและไม่มีกลุ่มควบคุม จึงยังถือว่าเป็นหลักฐานระดับเบื้องต้น
การประเมินหลักฐานทางการแพทย์ต้องดูที่การออกแบบการศึกษา งานวิจัยที่น่าเชื่อถือต้องมีการสุ่มและกลุ่มควบคุม ซึ่งไทเทเนียมยังไม่มี เมื่อไม่มีการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา จึงยากที่จะแยกแยะว่าผลที่เกิดขึ้นมาจากเลเซอร์จริง ๆ หรือจากปัจจัยอื่น
ไทเทเนียมจึงอยู่ระหว่าง "ไม่มีผล" กับ "ดีเยี่ยม" ข้อมูลเป็นบวกแต่ยังน้อย ถ้าคาดหวังการยกกระชับแบบเห็นชัดเจน อาจต้องปรับความคาดหวัง แต่ถ้ามองว่าเป็นการบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความกระชับโดยรวมโดยไม่ต้องพักฟื้น ความพึงพอใจมักสูง ภาพก่อน-หลังในโฆษณาอาจได้รับอิทธิพลจากแสง มุมกล้อง และการรักษาอื่น ๆ ที่ทำร่วมกัน ควรมองด้วยสายตาวิจารณ์

ริ้วรอยและรูขุมขนเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน
ความยาวคลื่น 1064 nm ในไทเทเนียมอยู่ในกลุ่มเลเซอร์ Near-infrared Tightening ซึ่งมีข้อมูลสะสมมากกว่า จากการศึกษาเปรียบเทียบสองข้างของใบหน้า พบว่าระดับริ้วรอยลดลงประมาณ 45% และจำนวนรูขุมขนที่นับได้จริงลดลงประมาณ 22% ตรงกับกราฟด้านบน
ต้องย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้มาจากเลเซอร์กลุ่มเดียวกัน ไม่ใช่จากเครื่อง Soprano Titanium โดยตรง เนื่องจากไทเทเนียมใช้ 1064 nm เป็นหนึ่งในสามความยาวคลื่น จึงพอนำมาอ้างอิงได้ แต่ไม่ควรนำมาใช้เป็นตัวเลขของไทเทเนียมโดยตรง บางการศึกษายังพบว่าความยาวคลื่นที่ลึกกว่า 1064 nm ให้ผลลดรูขุมขนมากกว่าเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่นและความลึกที่เข้าถึง
เรื่องผิวกระจ่างใสก็มักถูกพูดถึง ความยาวคลื่น 755 nm ในไทเทเนียมออกฤทธิ์กับเมลานินในหนังกำพร้า จึงช่วยให้ผิวสม่ำเสมอและกระจ่างขึ้น แต่นี่ไม่ใช่การฟอกสีแบบเดียวกับที่ครีมเมลาหรือวิตามินซีทำ, และต้องระวังอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีฝ้าหรือจุดด่างดำ เพราะความยาวคลื่นเดียวกันนี้สามารถกระตุ้นเมลานินให้เข้มขึ้นได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวสีเข้มตามธรรมชาติ ซึ่งพบได้บ่อยในคนไทย ซึ่งจะพูดถึงในส่วนถัดไป
ไทเทเนียมจึงเหมาะกับผิวที่เริ่มหยาบ รูขุมขนเริ่มขยาย มีริ้วรอยตื้น และผิวเริ่มหมองคล้ำ มากกว่าผิวที่หย่อนคล้อยชัดเจนหรือมีริ้วรอยลึก เป็นการดูแลผิวสม่ำเสมอ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงรูปหน้าแบบทันตาเห็น

ความพึงพอใจและความยั่งยืนของผล
นอกจากตัวเลขการวัดผล ความพึงพอใจของผู้รับบริการก็สำคัญ จากการศึกษาผู้รับการรักษาด้วยเลเซอร์ 1064 nm จำนวน 50 คนที่ทำ 3 ครั้ง พบว่า 100% พึงพอใจเรื่องผิวพรรณโดยรวม, 98% เรื่องริ้วรอย และ 96% เรื่องรูขุมขน ตรงกับกราฟด้านบน
แต่ความพึงพอใจเป็นการประเมินเชิงอัตวิสัย ได้รับอิทธิพลจากความคาดหวังและประสบการณ์ระหว่างทำ ความเจ็บปวดน้อย ไม่มีดาวน์ไทม์ และความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ ล้วนส่งผลให้ความพึงพอใจสูง ความพึงพอใจสูงจึงไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้มีมากเท่ากัน ควรพิจารณาทั้งสองอย่างประกอบกัน
คำถามที่พบบ่อยคือผลอยู่ได้นานแค่ไหน คอลลาเจนใหม่ที่สร้างขึ้นโดยทั่วไปคงอยู่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนลดลงตามอายุ ดังนั้นผลลัพธ์จึงแตกต่างกันในแต่ละคน
เนื่องจากผิวยังคงแก่ตัวต่อไป ส่วนใหญ่จึงทำเป็นคอร์ต่อเนื่องและทำซ่อมบำรุงปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง การวางแผนค่าใช้จ่ายรายปีตั้งแต่ต้นจะสมเหตุสมผลกว่ามองแค่ครั้งเดียว และอย่าลืมว่าการกันแดดทุกวันและเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำช่วยยืดอายุผลได้มาก

ต่างจากอัลเธอร่าและเทอร์มาจอย่างไร และใครเหมาะกับไทเทเนียม
เครื่องยกกระชับแต่ละชนิดทำงานต่างกัน อัลเธอร่า (Ultherapy) และ HIFU ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงโฟกัสพลังงานเข้าชั้น SMAS ที่ลึก เทอร์มาจ FLX ใช้คลื่น Radiofrequency อบความร้อนในชั้นหนังแท้ ส่วนไทเทเนียมใช้แสงเลเซอร์ส่งความร้อนตั้งแต่หนังกำพร้าจนถึงหนังแท้ ทั้งกลไกและความลึกที่เข้าถึงต่างกัน หลักฐานทางคลินิกของอัลเธอร่าและเทอร์มาจสะสมมากกว่า ขณะที่ไทเทเนียมยังอยู่ในระดับการศึกษาขนาดเล็กและหลักฐานจากกลุ่มเดียวกัน
ข้อความโฆษณาบางอย่างควรอ่านด้วยความระมัดระวัง เช่น "เข้าลึกถึง 8, 10 มม." คือระยะที่แสงอาจเดินทางได้ในทางทฤษฎี ไม่ใช่ความลึกที่เกิดผลการรักษาจริง หรือ "ยกกระชับโดยไม่ทำให้แก้มตอบ" ก็ยังไม่มีงานวิจัยเปรียบเทียบโดยตรง ที่สำคัญคือความยาวคลื่น 755 nm มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเมลานิน สำหรับคนไทยที่มักมีฝ้าหรือสีผิวไม่สม่ำเสมออยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนทำทุกครั้ง เพราะความยาวคลื่นนี้อาจกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้นได้
ไทเทเนียมเหมาะกับคนที่อยากดูแลผิวให้กระชับ เรียบเนียน และกระจ่างขึ้นโดยรวม โดยไม่ต้องการเจ็บหรือพักฟื้น รวมถึงผู้ที่อยากเริ่มต้นการยกกระชับแบบไม่รุนแรง ในทางกลับกัน ถ้าเป้าหมายคือยกหน้าที่หย่อนคล้อยชัดเจน หรือต้องการผลที่เห็นชัดมากกว่า อัลเธอร่าหรือ HIFU อาจตอบโจทย์กว่า การพูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและความต้องการที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและตรงกับความคาดหวังมากที่สุด
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส: ยกหน้าได้กี่มิลลิเมตร เจ็บแค่ไหน, ข้อมูลจากงานวิจัย ไม่ใช่โฆษณา
ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สคืออะไร คลื่น HIFU ยกหน้าและกระชับผิวหย่อนคล้อยได้อย่างไร ผลลัพธ์และความเจ็บอยู่ที่ระดับไหน ต่างจากอัลเธอร่าตรงไหน รวมข้อมูลจากงานวิจัย พร้อมแยกชัดระหว่างหลักฐานเฉพาะเครื่องกับหลักฐานกลุ่ม HIFU โดยรวม
By Dr. Kim

Volnewmer RF Monopolar กระชับผิวได้จริงแค่ไหน, เจ็บน้อยกว่า Thermage หรือเปล่า?
Volnewmer คืออะไร ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำช่วยลดความเจ็บปวดได้จริงหรือไม่ เปรียบเทียบกับ Thermage แล้วผลต่างกันอย่างไร รวมถึงข้อมูลจากงานวิจัยจริงที่มีผู้เข้าร่วมแค่ 22 คน และที่มาของคำโฆษณาว่าทำครั้งเดียวอยู่ได้ปีเดียว
By Dr. Kim

NeoBeam เลเซอร์สิว 1450nm: ประสิทธิผล ดาวน์ไทม์ และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ
NeoBeam คือเลเซอร์ชนิดใด ลดสิวอักเสบและไขมันส่วนเกินได้แค่ไหน ทำไมถึงได้ผลน้อยกับรอยสิวหลุม, รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยกลุ่มเลเซอร์ 1450nm พร้อมระบุว่านี่คือข้อมูลระดับคลาส ไม่ใช่ข้อมูลเฉพาะอุปกรณ์
By Dr. Kim