prettytime
Acne

NeoBeam เลเซอร์สิว 1450nm: ประสิทธิผล ดาวน์ไทม์ และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ

By Dr. Kim2 min read

ไปพบแพทย์ผิวหนังเรื่องสิว มักได้ยินการแนะนำทั้งยาทาและยากิน แต่หลายครั้งก็จะมีการพูดถึงเลเซอร์ควบคู่ด้วย หนึ่งในตัวเลือกที่หลายคลินิกนำเสนออยู่ตอนนี้คือ NeoBeam เลเซอร์ไดโอด 1450nm จากบริษัท Union Medical ของเกาหลี ซึ่งทำงานแบบ non-ablative คือไม่ทำลายผิวชั้นบน แต่ส่งความร้อนลึกลงไปถึงต่อมไขมันในชั้นหนังแท้

หลายคนรู้จักในชื่อ "เลเซอร์รักษาสิว" แต่น้อยคนที่รู้ว่ามันเด่นในเรื่องอะไรและมีข้อจำกัดตรงไหน ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกที่ศึกษา NeoBeam โดยตรง แต่มีข้อมูลสะสมจากกลุ่มเลเซอร์ 1450nm ไดโอดซึ่งใช้หลักการเดียวกันอยู่พอสมควร จากข้อมูลระดับคลาสนี้ เราสามารถประเมินได้พอสมควรว่า NeoBeam น่าจะได้ผลแค่ไหนกับสิวอักเสบ ต่อมไขมัน และรอยสิวหลุม

เครื่องเลเซอร์ NeoBeam 1450nm แบบ non-ablative สำหรับรักษาสิวอักเสบ

NeoBeam คืออะไร ทำงานอย่างไร?

จุดเด่นของ NeoBeam อยู่ที่ความยาวคลื่น 1450nm ซึ่งถูกดูดซึมได้ดีโดยทั้งน้ำและไขมัน ทำให้พลังงานความร้อนส่งผ่านลงไปถึงต่อมไขมัน (sebaceous gland) ในชั้นหนังแท้ได้โดยตรง สิวเกิดจากต่อมไขมันทำงานมากเกินไปและรูขุมขนอุดตัน เลเซอร์ 1450nm จึงมุ่งเป้าไปที่ต่อมไขมันโดยเฉพาะ เพื่อลดการทำงานของมัน

ที่สำคัญคือมันทำงานแบบ non-ablative ไม่เผาหรือทำลายผิวชั้นบน ต่างจากเลเซอร์ CO2 fractional ที่เจาะช่องเล็กๆ บนผิวเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัว NeoBeam ไม่แตะผิวชั้นนอกเลย ส่งความร้อนตรงไปที่ต่อมไขมันชั้นล่าง และเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวชั้นบนเกิดความเสียหายระหว่างยิงเลเซอร์ จะมีการฉีดก๊าซเย็น (DCD cooling) ก่อนแต่ละจุดยิงเสมอ

ผลคือผู้รับบริการส่วนใหญ่ทนได้โดยไม่ต้องพึ่งยาชา และแทบไม่มีดาวน์ไทม์แบบผิวลอกหรือมีน้ำเหลืองหลังทำ แตกต่างจากการรักษาสิวด้วยแสงแบบอื่นด้วย อย่าง Blue Light หรือ PDT (photodynamic therapy) ที่โจมตีแบคทีเรียก่อสิวบนผิว หรือ IPL ที่มุ่งจัดการรอยแดงและฝ้าไปพร้อมกัน เลเซอร์ 1450nm โฟกัสที่เป้าหมายเดียวคือต่อมไขมันในชั้นลึก

พูดให้ตรงคือ NeoBeam ไม่ใช่เลเซอร์สำหรับกรอรอยหลุม แต่เป็นเลเซอร์ที่มุ่งโจมตีสาเหตุของสิวที่ต้นเหตุ ความเข้าใจตรงนี้สำคัญมากต่อการตั้งความคาดหวังที่ถูกต้อง และเพราะไม่ทำลายผิวชั้นบน ความเสี่ยงเรื่องฝ้าหรือสีผิวเปลี่ยนจึงต่ำกว่าเลเซอร์แบบ ablative ทำให้เหมาะกับผิวสีน้ำตาลถึงเข้มของคนเอเชียได้ดีพอสมควร

กราฟ: การลดลงของสิวอักเสบตามจำนวนครั้งที่รับเลเซอร์ 1450nm — ครั้งที่ 1: 37%, ครั้งที่ 2: 58%, ครั้งที่ 3: 83% (Friedman 2004, ข้อมูลระดับคลาส)
กราฟ: การลดลงของสิวอักเสบตามจำนวนครั้งที่รับเลเซอร์ 1450nm — ครั้งที่ 1: 37%, ครั้งที่ 2: 58%, ครั้งที่ 3: 83% (Friedman 2004, ข้อมูลระดับคลาส)

ได้ผลกับสิวอักเสบจริงไหม?

คำถามที่หลายคนอยากรู้ที่สุดคือ มันลดสิวที่กำลังขึ้นอยู่ตอนนี้ได้จริงไหม งานวิจัยในยุคแรกของเลเซอร์ 1450nm ตอบว่า "ใช่" ในระดับที่น่าสนใจทีเดียว การศึกษาในผู้ป่วยสิวผู้ใหญ่ที่รับการรักษาทุก 3–4 สัปดาห์พบว่าจำนวนรอยสิวอักเสบลดลงราว 37% หลังครั้งแรก, 58% หลังครั้งที่สอง และสูงถึง 83% หลังครั้งที่สาม ดังที่เห็นในกราฟด้านบน ยิ่งทำหลายครั้งยิ่งเห็นผลชัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ต้องย้ำชัดว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลจากอุปกรณ์ NeoBeam โดยตรง แต่เป็นข้อมูลจากงานวิจัยในกลุ่มเลเซอร์ 1450nm ไดโอดที่ใช้หลักการเดียวกัน และส่วนใหญ่เป็นการศึกษาขนาดเล็กในยุคแรก อย่างไรก็ตาม ทิศทางของผลลัพธ์ค่อนข้างสอดคล้องกันในหลายงานวิจัย จึงพอยืนยันได้ว่าเทคโนโลยีนี้มีผลต่อสิวอักเสบจริง

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือทำครั้งเดียวไม่พอ ต้องรับการรักษาหลายครั้งห่างกัน 3–4 สัปดาห์จึงจะเห็นผลใกล้เคียงกับตัวเลขในกราฟ การวางแผนค่าใช้จ่ายและตารางเวลาตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก

ประเภทสิวที่ได้ผลดีที่สุดคือสิวอักเสบแดงบวมและผิวมันมาก ส่วนสิวหัวปิด (whitehead) และสิวอุดตันแบบ comedone เล็กๆ จะได้ผลดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกับยาทาประเภท retinoid ดังนั้นในทางปฏิบัติ การใช้เลเซอร์ร่วมกับยาจะให้ผลดีกว่าสำหรับคนที่ยาอย่างเดียวไม่เพียงพอ หรือมีข้อจำกัดในการใช้ยา

กราฟ: การลดลงของสิวอักเสบจากเลเซอร์ 1450nm ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกันทั้งทันทีหลังการรักษา 3 ครั้ง และ 12 เดือนต่อมา (Jih 2006, ข้อมูลระดับคลาส)
กราฟ: การลดลงของสิวอักเสบจากเลเซอร์ 1450nm ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกันทั้งทันทีหลังการรักษา 3 ครั้ง และ 12 เดือนต่อมา (Jih 2006, ข้อมูลระดับคลาส)

ผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

ดีขึ้นชั่วคราวแล้วกลับมาเหมือนเดิมก็ไม่มีประโยชน์ งานวิจัยที่ติดตามผลการรักษาเลเซอร์ 1450nm ต่างขนาดพลังงานเป็นเวลา 1 ปีให้ข้อมูลที่น่าสนใจ สิวอักเสบลดลงราว 75% ทันทีหลังรับการรักษาครบ 3 ครั้ง และหลังผ่านไป 12 เดือน การลดลงยังคงอยู่ที่ประมาณ 76% ซึ่งแทบไม่ต่างกัน กราฟด้านบนแสดงให้เห็นว่าความสูงของแท่งกราฟสองแท่งนั้นใกล้เคียงกันมาก

นั่นหมายความว่าความร้อนที่ส่งไปยังต่อมไขมันให้ผลต่อเนื่องยาวนานพอสมควร อย่างไรก็ตาม สิวเป็นปัญหาที่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน วิถีชีวิต และสภาพผิว จึงมีแนวโน้มเป็นเรื้อรัง ทำเลเซอร์แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าสิวจะไม่กลับมาตลอดชีวิต

คนที่มีผิวมันตามพันธุกรรมหรือมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบ่อย สิวอาจค่อยๆ กลับมาได้เมื่อเวลาผ่านไป ในกรณีนั้นอาจต้องทำการรักษาเพิ่มเติมเป็นระยะหรือใช้ยาทาควบคู่ นอกจากนี้งานวิจัยเดียวกันยังพบว่าการลดลงของปริมาณไขมันมีความแตกต่างกันตามตำแหน่ง ที่หน้าผากลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ที่จมูกไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากต่อมไขมันในแต่ละพื้นที่มีขนาดและการกระจายตัวต่างกัน ดังนั้นที่ถูกต้องคือผิวจะ "มันน้อยลงโดยรวม" ไม่ใช่ "หมดมันสนิท"

แต่สิ่งที่ชัดเจนคือผลจากการรักษาหนึ่งรอบสามารถอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคนที่ไม่ต้องการกินยาระยะยาว หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้ยา เช่น ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และแม้สิวจะกลับมา ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงเท่าเดิม เหมือนกับการยกระดับฐานของผิวให้ดีขึ้นหนึ่งขั้น

กราฟ: การปรับปรุงรอยสิวหลุมแบบ atrophic จากเลเซอร์ 1450nm มีจำกัด — ผู้ป่วยประเมินเองราว 16–20%, แพทย์ประเมินเพียง 5–8% (Chua 2004, ข้อมูลระดับคลาส)
กราฟ: การปรับปรุงรอยสิวหลุมแบบ atrophic จากเลเซอร์ 1450nm มีจำกัด — ผู้ป่วยประเมินเองราว 16–20%, แพทย์ประเมินเพียง 5–8% (Chua 2004, ข้อมูลระดับคลาส)

แล้วรอยสิวหลุมล่ะ ช่วยได้ไหม?

ตรงนี้ต้องพูดให้ชัดเพราะมีความเข้าใจผิดบ่อย หลายคนมาด้วยความหวังว่า NeoBeam จะเติมรอยหลุม แต่ความจริงคือผลต่อรอยสิวหลุมแบบ atrophic นั้นค่อนข้างจำกัด งานวิจัยในผู้ป่วยชาวเอเชียที่รับเลเซอร์ 1450nm จำนวน 4–6 ครั้งพบว่าผู้ป่วยรู้สึกว่าดีขึ้นราว 16–20% แต่แพทย์ที่ประเมินอย่างเป็นกลางให้คะแนนการปรับปรุงเพียง 5–8% เท่านั้น กราฟด้านบนแสดงความแตกต่างระหว่างสองค่านี้ไว้ชัดเจน

เหตุผลตรงไปตรงมา NeoBeam เป็นเลเซอร์แบบ non-ablative จึงไม่ได้ปรับรูปผิวหรือทำลายเนื้อเยื่อโดยตรง ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับ "กรอ" หรือ "กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่" ในระดับที่รอยหลุมลึกต้องการ สำหรับรอยสิวหลุมที่เห็นชัด สิ่งที่เหมาะกว่าคือเลเซอร์ fractional CO2 หรือ microneedling RF อย่าง Sylfirm X หรือ Morpheus8 ที่มีในคลินิกไทย รวมถึงการทำ subcision สำหรับรอยหลุมแบบกว้าง

จุดแข็งแท้จริงของ NeoBeam อยู่ที่การป้องกันก่อนที่รอยหลุมจะเกิด การลดสิวอักเสบรุนแรงลงหมายความว่าโอกาสที่การอักเสบจะทิ้งรอยหลุมไว้ลดลงตามไปด้วย ยิ่งอักเสบนานและลึก ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดรอยถาวร การดับการอักเสบเร็วจึงช่วยลดโอกาสนั้นได้จริง

อย่าสับสนระหว่างการรักษาสิวอักเสบกับการรักษารอยสิวหลุม เป้าหมายต่างกัน อุปกรณ์ต่างกัน ในทางปฏิบัติ แพทย์มักแนะนำให้จัดการสิวอักเสบด้วย NeoBeam หรือยาก่อน เมื่อสิวสงบแล้วจึงค่อยแก้ไขรอยหลุมที่หลงเหลือด้วยเลเซอร์ ablative หรือ microneedling RF ทีหลัง ถ้าทำสลับลำดับ รอยหลุมที่รักษาไปก็จะมีสิวอักเสบใหม่ขึ้นมาทับอยู่ตลอด ทำให้ประเมินผลได้ยากและเสียเวลาและเงินโดยใช่เหตุ

ภาพระหว่างรับการรักษาด้วยเลเซอร์สิว (ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ)

การรักษาเป็นอย่างไร เจ็บไหม ดาวน์ไทม์นานแค่ไหน?

ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ล้างหน้าแล้วแพทย์หรือนักเทคนิคจะวางหัวเลเซอร์บนใบหน้า ยิงทีละจุดทั่วบริเวณที่รักษา ใช้เวลาไม่นาน เพราะเลเซอร์ 1450nm ส่งความร้อนลึกไปที่ต่อมไขมัน จึงมีความรู้สึกแสบร้อนและซ่า แต่ก่อนยิงแต่ละจุดจะมีก๊าซเย็นฉีดมาก่อนทันที ทำให้ส่วนใหญ่ทนได้โดยไม่ต้องทาครีมชา อย่างไรก็ตามคนที่รู้สึกเจ็บง่ายอาจขอทาครีมชาก่อนได้

ดาวน์ไทม์เบากว่าเลเซอร์ลอกผิวมาก อาจมีหน้าแดงและบวมเล็กน้อยสักไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งสองวัน แต่ไม่มีผิวลอก ไม่มีน้ำเหลือง จึงใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้นได้ในกรณีส่วนใหญ่

โปรแกรมมาตรฐานทำ 3–5 ครั้ง ห่างกัน 3–4 สัปดาห์ เพราะดังที่เห็นในข้อมูล ผลจะสะสมและชัดขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนครั้ง อย่าตัดสินผลจากแค่ 1–2 ครั้งแรก ควรรอครบรอบแล้วค่อยประเมิน

การดูแลหลังทำไม่ยุ่งยาก เน้นให้ความชุ่มชื้น บำรุงผิว และทากันแดดสม่ำเสมอ ช่วงที่หน้ายังแดงอยู่ควรงดสครับหรือผลิตภัณฑ์แอคทีฟที่แรงเกินไป ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นแค่รอยแดงชั่วคราวและบวมเล็กน้อย ความเสี่ยงเรื่องฝ้าหรือรอยดำจากการทำเลเซอร์ต่ำกว่าแบบ ablative มาก แต่ถ้าออกแดดทันทีหลังทำโดยไม่กันแดด ก็มีโอกาสเกิดสีผิวเปลี่ยนได้ ดังนั้นกันแดดสำคัญมากและต้องทาจริงจัง

ตัวอย่างผิวที่มีสิวอักเสบและผิวมัน

เหมาะกับใคร และต้องระวังอะไร?

NeoBeam เหมาะที่สุดสำหรับคนที่มีสิวอักเสบซ้ำซากและผิวมันมาก รวมถึงคนที่ยาทาหรือยากินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หรือมีข้อจำกัดในการใช้ยา ในทางตรงข้าม ถ้าเป้าหมายหลักคือรอยสิวหลุมที่มีอยู่แล้ว NeoBeam ไม่ใช่คำตอบที่ตรงนัก และถ้าไม่มีสิวอักเสบอยู่เลย มีแต่รอยหลุมเก่า ก็อาจไม่ได้ผลตามที่หวัง

ควรอ่านโฆษณาด้วยวิจารณญาณ คำพูดอย่าง "ทำลายต่อมไขมันถาวร" หรือ "ทำครั้งเดียวหายทั้งสิวและรอย" เกินจริงกว่าที่งานวิจัยรองรับ ตัวเลขที่เห็นมาจากกลุ่มเลเซอร์ 1450nm ไม่ใช่ข้อมูลเฉพาะ NeoBeam และผลต่อรอยหลุมนั้นจำกัดมาก จำตรงนี้ไว้แล้วการตั้งความคาดหวังจะสมจริงกว่า

สิวไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยเลเซอร์อย่างเดียว การจัดการที่ครอบคลุมทั้งยา วิถีชีวิต และการดูแลผิวจะให้ผลดีที่สุด NeoBeam มีประโยชน์สูงสุดเมื่อมองว่ามันเป็นหนึ่งในเครื่องมือของการดูแลสิวอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่วิธีแก้เบ็ดเสร็จ สำหรับสิวอักเสบรุนแรงแบบ cystic ที่ลึกมาก เลเซอร์อย่างเดียวมักไม่พอ ยากินต้องเป็นแกนหลัก และเลเซอร์เสริมเข้ามาในฐานะตัวช่วย

ก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองและพูดคุยกับแพทย์ให้ชัดว่าสิวของคุณเป็นแบบอักเสบเป็นหลัก หรือเป็นรอยหลุมเป็นหลัก คำตอบนั้นจะบอกได้เลยว่า NeoBeam ตอบโจทย์หรือเปล่า และแม้จะเป็น "เลเซอร์รักษาสิว" เหมือนกัน แต่ละเครื่องมีความยาวคลื่นและเป้าหมายต่างกัน เข้าใจหลักการก่อนตัดสินใจทำช่วยให้ไม่เสียเงินฟรีได้มากทีเดียว

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

ไทเทเนียม ลิฟติ้ง: ไม่เจ็บ ไม่มีดาวน์ไทม์ — แต่กระชับหน้าและลดริ้วรอยได้จริงแค่ไหน

ไทเทเนียม ลิฟติ้ง คืออะไร เลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นยกกระชับผิวได้อย่างไร และผลลัพธ์ที่แท้จริงมีขีดจำกัดแค่ไหน — ข้อมูลจากงานวิจัยจริง พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าหลักฐานส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเลเซอร์ Near-infrared ไม่ใช่การศึกษาเฉพาะไทเทเนียมโดยตรง

By Dr. Lee

Lifting

ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์ส: ยกหน้าได้กี่มิลลิเมตร เจ็บแค่ไหน — ข้อมูลจากงานวิจัย ไม่ใช่โฆษณา

ชรึ้งก์ ยูนิเวิร์สคืออะไร คลื่น HIFU ยกหน้าและกระชับผิวหย่อนคล้อยได้อย่างไร ผลลัพธ์และความเจ็บอยู่ที่ระดับไหน ต่างจากอัลเธอร่าตรงไหน รวมข้อมูลจากงานวิจัย พร้อมแยกชัดระหว่างหลักฐานเฉพาะเครื่องกับหลักฐานกลุ่ม HIFU โดยรวม

By Dr. Kim

Lifting

REVINAS คลื่นกระแทกยกกระชับผิวหน้า — กลไกที่วิจัยรองรับและขีดจำกัดที่ต้องรู้ก่อนทำ

REVINAS คืออะไร คลื่นกระแทกทำอะไรกับผิวในระดับเซลล์ หลักฐานด้านคอลลาเจนและเซลลูไลท์แน่นแค่ไหน และคำว่า 'ยกชั้น SMAS ลึก' มาจากงานวิจัยหรือมาจากการตลาด — รวบรวมจากเอกสารวิชาการ พร้อมระบุตรงๆ ว่ายังไม่มีงานวิจัยเฉพาะ REVINAS บนใบหน้า

By Dr. Kim

Back to articles