prettytime
Lifting

ทำไมไทเทเนียมลิฟติ้งใช้อินฟราเรดใกล้ 3 ช่วงคลื่นให้ความร้อนใบหน้ากว้างและลึก พร้อมจุดเด่นและข้อดี

By Dr. Lee1 min read

เวลาหาข้อมูลเรื่องหัตถการกระชับใบหน้า ชื่อที่มักเจอก่อนคือคลื่นวิทยุความถี่สูงหรือคลื่นอัลตราซาวด์ แต่ไทเทเนียมลิฟติ้งนั้นต่างออกไปเล็กน้อย เพราะวิธีสร้างความร้อนของหัตถการนี้คือแสง โดยเฉพาะแสงอินฟราเรดใกล้ และที่พิเศษกว่านั้นคือไม่ได้ใช้แค่ช่วงคลื่นเดียว แต่ใช้พร้อมกันถึง 3 ช่วง

ทำไมต้องผสมความยาวคลื่นถึง 3 แบบให้ยุ่งยาก และทำไมการให้ความร้อนในวงกว้างแบบนี้ถึงว่ากันว่าช่วยเรื่องความกระชับผิวได้ ลองไล่อธิบายหลักการทีละขั้นด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายกันดู

การให้ความร้อนผิวด้วยอินฟราเรดใกล้หมายความว่าอย่างไร?

อินฟราเรดใกล้เป็นแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เวลาเราโดนแดดแล้วรู้สึกอุ่น ความอุ่นส่วนใหญ่มาจากอินฟราเรดใกล้นี่เอง เพราะมีความยาวคลื่นยาวกว่าแสงที่มองเห็นเล็กน้อย พอสัมผัสผิวจึงไปกระตุ้นโมเลกุลน้ำเป็นหลัก มากกว่าจะไปกระตุ้นเม็ดสี

ในผิวหนังมีน้ำอยู่มาก ทั้งในชั้นหนังแท้ (ชั้นที่คอลลาเจนอยู่รวมกัน) และในชั้นไขมันใต้ผิวก็มีความชื้นแทรกอยู่หนาแน่นเช่นกัน เมื่ออินฟราเรดใกล้ทำให้โมเลกุลน้ำสั่นสะเทือน จะเกิดแรงเสียดทานขึ้น และแรงเสียดทานนั้นก็เปลี่ยนเป็นความร้อน หลักการคล้ายกับไมโครเวฟที่ทำให้โมเลกุลน้ำในอาหารสั่นจนร้อนขึ้นนั่นเอง ด้วยเหตุนี้อินฟราเรดใกล้จึงสร้างความร้อนจากภายในได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนไหม้

วิธีสร้างความร้อนแบบนี้ต่างจากเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงตรงจุดที่เล็ง คลื่นวิทยุความถี่สูงอาศัยความต้านทานไฟฟ้า ส่วนเลเซอร์บางชนิดเล็งไปที่เม็ดสีหรือเส้นเลือดโดยตรง แต่อินฟราเรดใกล้เล็งไปที่น้ำ ไม่ใช่เม็ดสี จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนผิวคล้ำสามารถทำได้ค่อนข้างปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงด้านสีผิวมากนัก

ทำไมไม่ใช้ความยาวคลื่นเดียว แต่แบ่งเป็น 3 ช่วง?

แสงแต่ละความยาวคลื่นทะลุเข้าไปในผิวได้ลึกไม่เท่ากัน คลื่นสั้นจะถูกดูดซับส่วนใหญ่อยู่แค่ชั้นตื้น ส่วนคลื่นยาวจะทะลุเข้าไปถึงชั้นที่ลึกกว่า หลักการคล้ายกับแสงไฟฉายที่ส่องทะลุกระดาษบางได้ง่าย แต่ทะลุหนังสือหนา ๆ ไม่ได้

ถ้าใช้ความยาวคลื่นเดียว ความร้อนจะไปกระจุกอยู่แค่ชั้นความลึกนั้นชั้นเดียวเท่านั้น แต่โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับความกระชับผิวนั้นกระจายอยู่หลายชั้น ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ตื้น ๆ ใต้ผิวหนังกำพร้า ไปจนถึงชั้นหนังแท้กลางที่คอลลาเจนอยู่หนาแน่น และชั้นหนังแท้ลึกที่ทำหน้าที่เป็นโครงยึด เรื่อยไปจนถึงรอยต่อกับไขมันใต้ผิว ด้วยเหตุนี้ไทเทเนียมลิฟติ้งจึงใช้ความยาวคลื่นสั้น กลาง และยาวพร้อมกัน ให้แต่ละช่วงคลื่นรับผิดชอบชั้นผิวที่เหมาะกับตัวเองไป

ความยาวคลื่นทั้ง 3 ช่วงรับผิดชอบชั้นผิวไหนบ้าง?

ความยาวคลื่นทั้ง 3 ช่วงแบ่งบทบาทกันตามลำดับ เหตุผลที่ต้องแบ่งแบบนี้ก็เพราะแต่ละชั้นผิวต้องการความร้อนในระดับที่ต่างกัน และทนความร้อนได้ไม่เท่ากันด้วย

  • ความยาวคลื่นสั้นที่สุดจะไปถึงแค่ชั้นหนังแท้ตื้น เนื่องจากอยู่ใกล้ผิวหนังกำพร้า หากให้ความร้อนแรงเกินไปจะเสี่ยงผิวไหม้ จึงทำหน้าที่แค่เข้าไปตื้น ๆ แล้วค่อย ๆ ไล่อุณหภูมิขึ้นอย่างนุ่มนวล
  • ความยาวคลื่นกลางจะเข้าไปถึงชั้นหนังแท้กลางที่คอลลาเจนอยู่หนาแน่นที่สุด เนื่องจากเป็นชั้นที่มีเส้นใยคอลลาเจนซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของความกระชับอยู่รวมกัน คลื่นช่วงนี้จึงเป็นตัวหลักที่กระตุ้นได้ตรงจุดที่สุด
  • ความยาวคลื่นยาวที่สุดจะไปถึงชั้นหนังแท้ลึกและรอยต่อกับไขมันใต้ผิว ส่งความอุ่นไปถึงโครงสร้างที่รองรับผิวจากด้านล่าง ทำให้ไม่ใช่แค่ผิวชั้นบนที่อุ่นขึ้น แต่โครงสร้างทั้งหมดอุ่นไปพร้อมกันด้วย

เมื่อทั้ง 3 ความยาวคลื่นแบ่งชั้นกันรับผิดชอบแบบนี้ ผลลัพธ์ที่ได้คือความร้อนกระจายทั่วถึงในช่วงที่หนากว่าการใช้คลื่นเดียวมาก เปรียบเหมือนไม่ได้อุ่นแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่อุ่นหนังสือทั้งเล่มที่ซ้อนกันหลายชั้น ไล่จากบนลงล่างตามลำดับ ทำให้ไม่มีชั้นไหนร้อนโดดเดี่ยวในขณะที่ชั้นอื่นยังเย็นอยู่ นี่คือหัวใจสำคัญของวิธีนี้

ทำไมการให้ความร้อนหลายชั้นพร้อมกันในวงกว้างจึงช่วยเรื่องความกระชับ?

คอลลาเจนเปรียบเหมือนเสาโครงสร้างที่ค้ำจุนผิวเอาไว้ เมื่ออายุมากขึ้น เสาเหล่านี้จะค่อย ๆ หลวมลงและมีปริมาณลดลง นี่คือสาเหตุใหญ่ของผิวหย่อนคล้อยและความกระชับที่ลดลง

เมื่ออุณหภูมิในผิวสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง จะเกิดปฏิกิริยา 2 อย่างขึ้นพร้อมกัน อย่างแรกคือเส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมได้รับความร้อนแล้วหดตัวเล็กน้อยทันที อย่างที่สองคือร่างกายรับรู้สัญญาณความร้อนนั้นเหมือนบาดแผล จึงกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน กล่าวคือได้ทั้งผลกระชับทันที และผลที่ค่อย ๆ เติมเต็มไปตลอด 4 ถึง 12 สัปดาห์หลังทำหัตถการควบคู่กัน

ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นเฉพาะจุดที่ความร้อนไปถึงเท่านั้น ดังนั้นถ้าให้ความร้อนแค่ชั้นเดียวหรือบริเวณเดียวแคบ ๆ ก็จะดีขึ้นเฉพาะจุดนั้น ส่วนที่เหลือยังคงเหมือนเดิม ในทางกลับกัน เมื่อใช้ 3 ความยาวคลื่นให้ความร้อนหลายชั้นในพื้นที่กว้างพร้อมกัน โครงสร้างที่รองรับผิวทั่วทั้งใบหน้าจะได้รับการกระตุ้นอย่างทั่วถึง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นความกระชับที่สมดุลทั่วทั้งใบหน้า ไม่ใช่แค่กระชับเป็นจุด ๆ

โดยเฉพาะบริเวณที่หย่อนคล้อยเป็นวงกว้างอย่างแก้มหรือแนวกราม การดึงแค่จุดเดียวมักให้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ วิธีให้ความร้อนทั่วพื้นที่อย่างสม่ำเสมอจะช่วยปรับเส้นโค้งของใบหน้าให้ต่อเนื่องกันเป็นภาพรวม ไม่ขาดตอนเป็นส่วน ๆ ตรงนี้เองที่ต่างจากหัตถการที่เล็งเฉพาะจุดแคบ ๆ

ที่บอกว่าเจ็บน้อยจนทำซ้ำได้บ่อย เป็นเรื่องจริงหรือไม่?

วิธีอินฟราเรดใกล้นี้ไม่ได้ยิงความร้อนแรง ๆ ลงจุดเดียว แต่กระจายความร้อนในความเข้มที่ต่ำกว่าออกไปทั่วพื้นที่กว้าง คล้ายกับความต่างระหว่างการฉีดน้ำแรง ๆ ผ่านรูเล็ก ๆ กับการรดน้ำด้วยฝักบัวที่กระจายทั่วถึง ปริมาณน้ำใกล้เคียงกัน แต่แรงกระแทกที่จุดใดจุดหนึ่งจะเบากว่ามาก

นอกจากนี้เครื่องส่วนใหญ่ยังมีระบบทำความเย็นบริเวณผิวสัมผัสไปพร้อมกัน คือรักษาอุณหภูมิผิวชั้นบนให้เย็นไว้ ในขณะที่ค่อย ๆ ไล่อุณหภูมิด้านในขึ้นเท่านั้น พอผิวชั้นบนไม่ร้อนจัด ความเจ็บก็ลดลงตามไปด้วยตามรายงานที่มีอยู่ ด้วยจุดเด่นนี้จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่บอกว่าทำได้โดยไม่ต้องพึ่งครีมชา และเพราะไม่ทรมานมาก จึงถูกจัดเป็นหัตถการที่ทำซ้ำได้บ่อยโดยไม่หนักเกินไป

เมื่อเทียบกับหัตถการที่ต้องแทงเข็มหรือฝังไหม โอกาสเกิดรอยบวมหรือรอยช้ำก็น้อยกว่า เพราะวิธีนี้ไม่ได้สร้างบาดแผลโดยตรงในผิว เป็นเพียงการส่งความร้อนผ่านผิวชั้นบนเท่านั้น จึงมีรายงานว่าหลายคนสามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีในวันที่ทำ ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ทำให้รู้สึกว่าทำซ้ำได้โดยไม่เป็นภาระมากนัก

ต้องทำกี่ครั้ง และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

การสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าได้รับความร้อนแล้ววันรุ่งขึ้นคอลลาเจนจะเต็มขึ้นมาทันที แต่ร่างกายต้องรับสัญญาณนั้นแล้วค่อย ๆ สร้างเส้นใยขึ้นใหม่ ซึ่งตามรายงานใช้เวลาตั้งแต่ 4 สัปดาห์ไปจนถึง 6 เดือน

ด้วยเหตุนี้โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ทำห่างกันทุก 3 ถึง 4 สัปดาห์ เป็นจำนวน 3 ถึง 4 ครั้ง มากกว่าทำเพียงครั้งเดียว เพราะทุกครั้งที่ทำ สัญญาณกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจะสะสมซ้อนกันขึ้นไปเรื่อย ๆ และผลลัพธ์ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การกำหนดรอบดูแลต่อเนื่องหลังจากนั้นก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะคอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป จึงจำเป็นต้องกระตุ้นซ้ำทุก 6 ถึง 12 เดือนเพื่อรักษาสภาพนั้นไว้ตามที่มีรายงาน

ด้วยลักษณะแบบนี้ การตัดสินผลลัพธ์หลังทำเพียงครั้งเดียวจึงไม่แม่นยำเท่ากับการรอดูผลหลังจากทำครบตามจำนวนครั้งที่กำหนด ความเร็วที่ผิวตอบสนองต่อความร้อนแล้วสร้างคอลลาเจนใหม่นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน และยังขึ้นอยู่กับอายุหรือสภาพผิวเดิมด้วย จึงพบรีวิวจำนวนไม่น้อยที่บอกว่ารู้สึกเห็นผลชัดเจนขึ้นในครั้งที่ 2 หรือ 3 มากกว่าครั้งแรก แทนที่จะรีบทำถี่เกินไปในระยะเวลาสั้น ๆ การเว้นระยะให้ผิวได้ฟื้นตัวและเติมคอลลาเจนอย่างเพียงพอก่อนนัดครั้งถัดไป จึงมักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าตามข้อมูลที่มีอยู่

References

Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA). </content> </invoke>

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

ทำไมโอนดาใช้คลื่นไมโครเวฟจัดการทั้งไขมันและผิวหย่อนคล้อยได้ในครั้งเดียว พร้อมผลลัพธ์แยกตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

โอนดาคือเครื่องที่ใช้คลื่นไมโครเวฟ หลักการเดียวกับเตาไมโครเวฟ ให้ความร้อนกับผิวชั้นลึกเพื่อทำงานกับทั้งเซลล์ไขมันและคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้จะอธิบายง่ายๆ ว่าทำไมคลื่นไมโครเวฟถึงแทรกลึกไปถึงชั้นไขมันได้ และทำไมการลดไขมันกับการกระชับผิวถึงเกิดขึ้นพร้อมกันในการรักษาครั้งเดียว

By Dr. Kim

Lifting

หลักการเครื่อง Xerf ที่ใช้ RF สองความถี่ให้ความร้อนทั้งชั้นตื้นและลึก เพื่อกระชับผิวหน้า พร้อมจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ผลอยู่ตัว

เครื่อง Xerf ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF สองความถี่พร้อมกัน เพื่อกระตุ้นทั้งชั้นหนังแท้ตื้นและชั้นพังผืดที่อยู่ลึกลงไปในเวลาเดียวกัน บทความนี้อธิบายตั้งแต่หลักการที่ความลึกของความร้อนเปลี่ยนไปตามความถี่ การหดตัวทันทีของคอลลาเจนเมื่อโดนความร้อน กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ตามมา ไปจนถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ตัว โดยเน้นอธิบายผ่านกลไกการทำงานเป็นหลัก

By Dr. Kim

Pigment

หลักการพิโคโทนนิ่งที่ใช้พัลส์สั้นสลายเม็ดสีเมลานินให้ฝ้าและจุดด่างดำจางลงพร้อมกัน และจำนวนครั้งที่ต้องทำ

พิโคโทนนิ่งคือการรักษาด้วยเลเซอร์ที่ยิงแสงในหน่วยพิโควินาทีอันสั้นมาก เพื่อเลือกสลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินให้แตกละเอียด บทความนี้อธิบายง่ายๆ ตั้งแต่หลักการว่าทำไมต้องใช้พัลส์สั้นขนาดนี้ และทำไมความสั้นนั้นจึงเข้าถึงเม็ดสีที่ไวต่อการระคายเคืองอย่างฝ้าได้อย่างปลอดภัย

By Dr. Lee

Back to articles