prettytime
Pigment

กระ ฝ้า ไฝแดดแบน กระเนื้อ ต่างกันอย่างไร ส่องกระจกแยกได้ไหม?

By Dr. Kim1 min read

เวลาส่องกระจกแล้วเห็นจุดสีน้ำตาลบนใบหน้า หลายคนมักเรียกรวมกันไปหมดว่าจุดด่างดำ แต่คำว่าจุดด่างดำนี้จริงๆ แล้วครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงของผิวถึงสี่แบบที่ต่างกัน จุดกระ ฝ้า กระแดด และกระเนื้อ มีต้นเหตุต่างกัน และมักปรากฏในช่วงวัยที่ต่างกันด้วย ถ้าดูแค่สีแล้วเหมารวมว่าเป็นชนิดเดียวกัน อาจทำให้เลือกวิธีดูแลผิดทางได้ บทความนี้จะสรุปว่าจุดด่างดำทั้งสี่ชนิดเกิดจากอะไร และแยกออกจากกันได้อย่างไร

ทำไมเมื่อส่องกระจกจึงดูคล้ายกัน?

ถ้าดูจากกระจกเพียงอย่างเดียว การแยกทั้งสี่ชนิดให้ถูกต้องนั้นค่อนข้างยาก เพราะสีของจุดเหล่านี้อยู่ในโทนน้ำตาลใกล้เคียงกัน และขนาดก็เล็กพอๆ กัน มองผ่านๆ จึงดูเหมือนจุดด่างดำแบบเดียวกันไปหมด

แต่ถ้าสังเกตให้ละเอียด จะพบว่าพื้นผิว ขอบเขต และตำแหน่งที่เกิดนั้นต่างกันเล็กน้อย จุดกระมักเป็นจุดเล็กๆ กระจายทั่ว ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีที่แผ่กว้าง กระแดดมีขอบชัดเจนคล้ายเหรียญ ส่วนกระเนื้อมักนูนขึ้นมาจากผิวเล็กน้อย

ด้วยเหตุนี้แพทย์ผิวหนังจึงมักใช้ dermoscope (เครื่องมือขยายดูพื้นผิวผิวหนัง) ควบคู่กับการสังเกตด้วยตาเปล่า เพื่อดูว่าเม็ดสีอยู่ในชั้นไหนของผิว และพื้นผิวเรียบหรือนูน การวินิจฉัยที่แม่นยำต้องอาศัยการตรวจแบบนี้ แต่ถ้ารู้ลักษณะเฉพาะบางอย่าง ก็พอจะเดาได้ในระดับหนึ่งด้วยตัวเอง

กระเกิดจากอะไร?

จุดกระเกิดขึ้นเพราะเซลล์ melanocyte (เซลล์สร้างเม็ดสีผิว) มีจำนวนปกติ แต่แต่ละเซลล์ไวต่อรังสียูวีมากผิดปกติ เมื่อโดนแดด เซลล์เหล่านี้จะสร้างเม็ดสีออกมามากกว่าปกติ จนกลายเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ

พันธุกรรมมีผลค่อนข้างมาก ถ้าพ่อแม่หรือพี่น้องมีจุดกระ ก็มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายเช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ผิวขาวและมีโทนออกแดง เพราะผิวแบบนี้มีเกราะป้องกันจากเม็ดสีที่บางกว่า จึงตอบสนองต่อรังสียูวีได้ไวกว่า

จุดกระมักเริ่มปรากฏตั้งแต่วัยเด็ก และกระจายเป็นจุดเล็กๆ ตามบริเวณที่โดนแดดบ่อย เช่น จมูกและแก้ม นอกจากนี้ยังได้รับผลจากฤดูกาลค่อนข้างมาก คือสีจะเข้มขึ้นในหน้าร้อนและจางลงในหน้าหนาว เพราะปริมาณเม็ดสีที่สร้างขึ้นแปรผันตามปริมาณรังสียูวีที่ได้รับ

ฝ้าเกี่ยวกับฮอร์โมนอย่างไร?

ฝ้าต่างจากจุดกระตรงที่ไม่ได้เกิดจากรังสียูวีเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิงอย่างมาก จึงมักปรากฏหรือเข้มขึ้นในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ระหว่างตั้งครรภ์ ระหว่างใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน หรือช่วงใกล้หมดประจำเดือน

ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเชื่อว่ากระตุ้นให้เซลล์ melanocyte สร้างเม็ดสีมากเกินไป และเมื่อมีรังสียูวีเข้ามาเสริมอีก การสร้างเม็ดสีก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จนทำให้สีเข้มขึ้นตามไปด้วย

ฝ้ามักปรากฏแบบสมมาตรทั้งสองข้างของใบหน้า เช่น สองข้างแก้ม หน้าผาก สันจมูก และเหนือริมฝีปากบน ลักษณะขอบมักเบลอและแผ่เป็นปื้นกว้าง ต่างจากจุดกระที่เป็นจุดเล็กๆ ฝ้ามักเชื่อมต่อกันเป็นแผ่นมากกว่า และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มักจะเข้มขึ้นจางลงตามรังสียูวี ความร้อน และความเครียด อยู่เป็นเวลานาน

ไฝแดดแบนต่างจากฝ้าอย่างไร?

กระแดด (solar lentigo จุดสีน้ำตาลที่เกิดจากรังสียูวี) มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฝ้า แต่กลไกการเกิดต่างกัน ถ้าฝ้าเกิดจากฮอร์โมนร่วมกับรังสียูวี กระแดดกลับเกิดจากการสะสมของรังสียูวีเป็นเวลานานเป็นหลัก

เมื่อเซลล์ melanocyte ได้รับการกระตุ้นจากรังสียูวีซ้ำๆ เป็นเวลานาน จะสร้างเม็ดสีสะสมเฉพาะจุดนั้นๆ นี่คือกลไกของกระแดด ดังนั้นแทนที่จะแผ่กว้างเหมือนฝ้า กระแดดจึงมีขอบเขตชัดเจน เป็นรูปเหรียญหรือจุดที่อยู่นิ่งในตำแหน่งเดิม

ช่วงวัยที่ปรากฏก็ต่างกันด้วย กระแดดมักเริ่มเห็นตั้งแต่วัย 30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะหลังวัย 40 ปี บริเวณที่โดนแดดสะสมมานาน เช่น หลังมือ แก้ม และหน้าผาก จะเริ่มมีจุดขึ้นทีละจุด และจำนวนจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ต่างจากฝ้า กระแดดไม่จางลงตามฤดูกาลหรือฮอร์โมน เมื่อเกิดขึ้นแล้วสีมักคงที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง

กระเนื้อคือการเพิ่มจำนวนเซลล์ ไม่ใช่เม็ดสี

กระเนื้อ (seborrheic keratosis เนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่เกิดจากเซลล์ผิวชั้นนอกเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ) เป็นจุดด่างดำที่มีต้นเหตุต่างจากสามชนิดข้างต้นอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ใช่ปัญหาการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะเซลล์ผิวชั้นนอกเพิ่มจำนวนผิดปกตินั่นเอง

เมื่อเซลล์เพิ่มจำนวนขึ้น ผิวหนังกำพร้าและเม็ดสีก็สะสมรวมกันที่ผิว ทำให้แทนที่จะเป็นจุดเรียบแบน กลับนูนขึ้นมาเล็กน้อย เวลาสัมผัสจึงมักรู้สึกขรุขระหรือหยาบคล้ายหูด

พันธุกรรมและความชราของผิวมีผลค่อนข้างมาก และการโดนรังสียูวีก็มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง มักเริ่มปรากฏหลังวัย 40 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มทั้งจำนวนและขนาดตามอายุที่มากขึ้น สิ่งที่ต่างจากสามชนิดแรกคือ กระเนื้อไม่ได้เกิดเฉพาะที่ใบหน้า แต่ยังพบได้ที่ลำตัวและลำคอ ซึ่งเป็นบริเวณที่มักถูกเสื้อผ้าปกปิดด้วย

4 เกณฑ์ที่ใช้แยกด้วยตัวเอง

เวลาจะแยกทั้งสี่ชนิดด้วยตัวเอง ลองสังเกตหัวข้อต่อไปนี้ควบคู่กันไปจะช่วยได้มาก

  • พื้นผิว: จุดกระ ฝ้า และกระแดด ส่วนใหญ่เรียบแบน เพราะเม็ดสีสะสมอยู่ใต้ผิวมากกว่าที่ผิวชั้นบน ส่วนกระเนื้อจะนูนขึ้นมาเล็กน้อยและรู้สึกได้เมื่อสัมผัส
  • ขอบเขต: จุดกระและกระแดดมีขอบค่อนข้างชัดเจน เพราะเม็ดสีสะสมเฉพาะจุด ส่วนฝ้ามักมีขอบเบลอ เพราะเม็ดสีแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง
  • ความสมมาตร: ฝ้ามักปรากฏแบบสมมาตรทั้งสองข้างแก้มหรือหน้าผาก เพราะฮอร์โมนออกฤทธิ์ทั่วใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ส่วนจุดกระและกระแดดมักเกิดมากในฝั่งที่โดนแดดบ่อยกว่า จึงมักไม่สมมาตร
  • การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล: จุดกระเข้มขึ้นในหน้าร้อนและจางลงในหน้าหนาว ฝ้าก็มักเข้มขึ้นในช่วงที่แดดแรงเช่นกัน ส่วนกระแดดและกระเนื้อ เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักคงที่ไม่ค่อยเปลี่ยนตามฤดูกาล

การนำเกณฑ์เหล่านี้มาพิจารณาร่วมกันจะช่วยให้พอกะได้ด้วยตัวเองในระดับหนึ่ง แต่การวินิจฉัยที่แม่นยำควรตรวจกับแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยที่สุด

วิธีดูแลจุดด่างดำแต่ละชนิด

เมื่อต้นเหตุต่างกัน แนวทางการดูแลก็ย่อมต่างกันไปด้วย

จุดกระและกระแดดมีรังสียูวีเป็นสาเหตุหลัก การป้องกันแดดจึงเป็นการดูแลพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพียงแค่ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ก็ช่วยลดโอกาสเกิดจุดใหม่ได้ในระดับหนึ่ง

ฝ้านอกจากต้องป้องกันแดดแล้ว ยังควรระวังในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ระหว่างตั้งครรภ์หรือใช้ยาคุมกำเนิด เพราะผิวอาจไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้นในช่วงนี้ นอกจากนี้แรงเสียดสีและการระคายเคืองก็ทำให้ฝ้าเข้มขึ้นได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการถูผิวแรงๆ

กระเนื้อไม่ใช่ปัญหาเรื่องเม็ดสีแต่เป็นปัญหาการเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิวชั้นนอก ดังนั้นแนวทางดูแลจึงมักเน้นที่การจัดการพื้นผิวโดยตรงมากกว่าการทำให้ขาว การป้องกันแดดช่วยชะลอการเกิดจุดใหม่ได้บ้าง แต่ไม่ได้ทำให้กระเนื้อที่มีอยู่แล้วจางลง

ไม่ว่าจะเป็นจุดด่างดำชนิดไหนก็ตาม หากขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สีไม่สม่ำเสมอเป็นด่างๆ หรือขอบเขตไม่เรียบเป็นหยักผิดปกติ อาจไม่ใช่แค่จุดด่างดำธรรมดา ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อความปลอดภัย การลองสังเกตด้วยตัวเองเป็นเรื่องดี แต่การระบุชื่อที่ถูกต้องและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมนั้น ท้ายที่สุดแล้วต้องเริ่มจากการตรวจด้วยสายตาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Pigment

เลเซอร์โทนนิ่งกับ IPL ต่างกันอย่างไร เปรียบเทียบระยะเวลาฟื้นตัว

เลเซอร์โทนนิ่งใช้พลังงานต่ำยิงซ้ำหลายครั้งเพื่อสลายเม็ดสีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วน IPL ปล่อยแสงสเปกตรัมกว้างในครั้งเดียวเพื่อจัดการทั้งเม็ดสีและเส้นเลือดฝอยไปพร้อมกัน บทความนี้สรุปว่าทั้งสองวิธีเข้าถึงเม็ดสีต่างกันอย่างไร และเหมาะกับกรณีไหนมากกว่ากัน

By Dr. Kim

Pigment

เลเซอร์ PicoPlus ผลลัพธ์ตามความยาวคลื่น และการดูแลหลังทำ

PicoPlus คือเลเซอร์ที่สลับใช้งานสองโหมด คือพิโควินาทีและนาโนวินาที ร่วมกับสี่ความยาวคลื่น 532nm, 595nm, 660nm และ 1064nm เนื่องจากเม็ดสีแต่ละชนิดดูดซับความยาวคลื่นได้ดีไม่เท่ากัน การสลับความยาวคลื่นจึงทำให้เครื่องเดียวรับมือรอยเม็ดสีได้หลายแบบ บทความนี้อธิบายหลักการที่เม็ดสีดูดซับแสงแต่ละความยาวคลื่นต่างกันอย่างไร

By Dr. Lee

Botox

โบท็อกซ์ต่อมพาโรทิดกับโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยว ต่างกันอย่างไร เปรียบเทียบผลลัพธ์

โบท็อกซ์ต่อมพาโรทิดคือหัตถการที่ฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้าไปในต่อมพาโรทิด ซึ่งเป็นต่อมน้ำลาย เพื่อลดขนาดต่อมและทำให้แนวขากรรไกรเรียวลง ต่างจากโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยวทั้งตำแหน่งที่ฉีดและกล้ามเนื้อเป้าหมาย บทความนี้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปริมาณที่ใช้ ระยะเวลาที่เห็นผล ไปจนถึงผลข้างเคียงอย่างปากแห้ง โดยอ้างอิงจากข้อมูลงานวิจัย

By Dr. Kim

Back to articles