prettytime
Skincare

ก้อนใต้ผิวที่คลำเจอ หลักการเกิดถุงน้ำใต้ผิวหนังและก้อนไขมัน พร้อมวิธีแยกด้วยปลายนิ้ว

By Dr. Kim1 min read

หลายคนเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ ระหว่างลูบคอหรือถูหลังตอนอาบน้ำ จู่ ๆ ก็คลำเจอก้อนกลม ๆ นูนขึ้นมา ส่วนใหญ่ตกใจจนต้องรีบค้นอินเทอร์เน็ตทันที แต่ความจริงแล้วก้อนใต้ผิวหนังพบได้บ่อยมาก และเกือบทั้งหมดเป็นก้อนธรรมดาไม่ร้ายแรง

สองชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือถุงน้ำใต้ผิวหนัง (epidermal cyst) และก้อนไขมัน (lipoma) มองผ่าน ๆ ทั้งสองแบบดูเหมือนก้อนกลมคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วเกิดจากเนื้อเยื่อคนละชนิด และสัมผัสที่ปลายนิ้วก็ต่างกันชัดเจน ลองมาดูทีละจุดว่าต่างกันอย่างไร

คลำเจอก้อนใต้ผิว ควรสงสัยอะไรก่อน

พอคลำเจอก้อน สิ่งแรกที่ควรสังเกตคือขนาดใหญ่แค่ไหน กดแล้วเจ็บหรือไม่ และเป็นมานานเท่าไหร่ ถ้าไม่เจ็บและขนาดแทบไม่เปลี่ยนมาหลายเดือนแล้ว ส่วนใหญ่มักเป็นก้อนธรรมดาไม่ร้ายแรง

ก้อนใต้ผิวหนังมีหลายชนิด แต่ในคลินิกจริง สองชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือถุงน้ำใต้ผิวหนังกับก้อนไขมัน ทั้งคู่โตช้าและแทบไม่เจ็บเหมือนกัน ทำให้แยกจากภายนอกได้ยาก ดังนั้นถ้าเข้าใจกลไกการเกิดก่อน จะแยกได้ง่ายขึ้นมาก

ถุงน้ำใต้ผิวหนังเกิดขึ้นได้อย่างไร

ถุงน้ำใต้ผิวหนังเกิดจากเซลล์ผิวชั้นนอกที่ม้วนตัวเข้าไปอยู่ใต้ผิว ปกติแล้วเซลล์ผิวชั้นบนสุดจะถูกสร้างขึ้นใหม่และผลัดออกอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อรูขุมขน (ทางที่เส้นขนงอกออกมา) อุดตันหรือถูกกดทับ เซลล์ผิวเหล่านี้จึงออกไปไม่ได้ และค่อย ๆ สะสมเป็นถุงอยู่ตรงจุดนั้น

ลองนึกภาพลูกโป่งที่มีเซลล์ผิวถูกอัดเข้าไปเรื่อย ๆ ผนังด้านในของถุงเป็นเซลล์ชนิดเดียวกับผิวชั้นนอก ส่วนข้างในเต็มไปด้วยเซลล์ผิวเก่าปนไขมันที่จับตัวเป็นก้อนคล้ายเนื้อครีม เวลาบีบถุงน้ำใต้ผิวหนังจึงมักมีก้อนสีขาวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ไหลออกมา

เมื่อก่อนหลายคนเรียกก้อนชนิดนี้ว่าซีสต์ไขมัน แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ไขมัน ส่วนใหญ่เป็นเซลล์ผิว จึงหันมาเรียกว่าถุงน้ำใต้ผิวหนังซึ่งตรงกับความจริงมากกว่า ถ้าสังเกตผิวบริเวณนั้นดี ๆ มักเห็นจุดเล็ก ๆ คล้ายรูตรงกลาง นั่นคือปากรูขุมขนเดิมที่เซลล์ผิวเคยหลุดออกมาได้นั่นเอง

ก้อนไขมันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ก้อนไขมันตามชื่อเลยคือก้อนที่เกิดจากเซลล์ไขมันจับตัวรวมกัน ปกติใต้ผิวหนังจะมีชั้นไขมันบาง ๆ กระจายอยู่ทั่ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เซลล์ไขมันบางส่วนแบ่งตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนที่ห่อหุ้มด้วยเยื่อบาง ๆ

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนนุ่นในผ้าห่มที่ควรกระจายเท่ากันทั้งผืน แต่จู่ ๆ มีนุ่นไปกองรวมกันตรงจุดหนึ่งจนนูนออกมา ก้อนไขมันนี้มีเยื่อพังผืดบาง ๆ ห่อหุ้มอยู่ จึงมีขอบเขตแยกจากเนื้อเยื่อรอบข้างได้ระดับหนึ่ง

สาเหตุที่แท้จริงของก้อนไขมันยังไม่ทราบชัดเจน แต่พบว่าหลายคนมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเหมือนกัน จึงเชื่อว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้อง จุดต่างที่ชัดเจนที่สุดจากถุงน้ำใต้ผิวหนังคือ ก้อนไขมันไม่เกี่ยวข้องกับรูขุมขนหรือเซลล์ผิวเลย เป็นเรื่องของเนื้อเยื่อไขมันล้วน ๆ

สัมผัสที่ปลายนิ้วต่างกันอย่างไร

ก้อนทั้งสองชนิดให้ความรู้สึกที่ปลายนิ้วต่างกันชัดเจน ถุงน้ำใต้ผิวหนังมีเซลล์ผิวอัดแน่นอยู่ข้างใน กดแล้วแทบไม่ยุบ รู้สึกค่อนข้างแข็ง ส่วนก้อนไขมันเป็นเนื้อเยื่อไขมันล้วน จึงนุ่มและกดยุบคล้ายแป้งโดว์

  • ความแข็ง: ถุงน้ำใต้ผิวหนังแข็งคล้ายลูกยาง ส่วนก้อนไขมันนุ่มกดยุบคล้ายแป้งโดว์ ความต่างนี้มาจากสิ่งที่อยู่ข้างในว่าเป็นเซลล์ผิวหรือไขมันนั่นเอง
  • ขอบเขต: ถุงน้ำใต้ผิวหนังยึดติดกับผิวหนังแน่น ต้องจับผิวด้านบนขึ้นมาด้วยจึงจะขยับก้อนได้ ส่วนก้อนไขมันอยู่ลึกกว่าชั้นผิว ผิวด้านบนอยู่นิ่งได้ในขณะที่ก้อนขยับไปมาข้างใต้ เพราะถุงน้ำใต้ผิวหนังเริ่มจากรูขุมขนและเชื่อมกับผิวชั้นนอก ในขณะที่ก้อนไขมันเกิดในชั้นที่ลึกกว่าและไม่เกี่ยวกับผิวชั้นนอกเลย
  • รูเปิดบนผิว: ถุงน้ำใต้ผิวหนังมักมีรูเล็ก ๆ ให้เห็นบนผิว ส่วนก้อนไขมันผิวเรียบเนียนไม่มีรูแบบนั้น จุดที่ต่างกันคือยังมีทางที่เซลล์ผิวเคยหลุดออกมาหลงเหลืออยู่หรือไม่
  • การอักเสบ: ถุงน้ำใต้ผิวหนังหากเซลล์ผิวข้างในสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียจนอักเสบ อาจบวมแดงและเจ็บขึ้นมาทันที ส่วนก้อนไขมันแทบไม่อักเสบ สภาพคงที่ตลอด เพราะถุงน้ำมีรูเปิดสู่ภายนอกทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าง่าย ในขณะที่ก้อนไขมันเป็นโครงสร้างปิดจึงมีโอกาสน้อยกว่ามาก

ลักษณะภายนอกต่างกันอย่างไร

ถุงน้ำใต้ผิวหนังมักเกิดที่ใบหน้า คอ และหลังส่วนบน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีรูขุมขนหนาแน่น ขนาดมีตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงหลายเซนติเมตร และมักค่อย ๆ โตขึ้นตามเวลา

ก้อนไขมันมักเกิดที่หลัง ไหล่ แขน และท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีชั้นไขมันหนา โดยรวมแล้วมักโตกว่าถุงน้ำใต้ผิวหนัง สีผิวด้านบนยังคงปกติ เพียงแค่นูนขึ้นมาจากด้านล่างเท่านั้น

ก้อนทั้งสองชนิดสีผิวมักไม่เปลี่ยนแปลงมาก แต่ถ้าถุงน้ำใต้ผิวหนังเกิดการอักเสบ บริเวณนั้นจะแดงและบวมขึ้นมาชัดเจน ในขณะที่ก้อนไขมันแทบไม่เปลี่ยนสี มีแต่ขนาดที่ค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเท่านั้น

ตำแหน่งที่พบเกิดต่างกันอย่างไร

ถุงน้ำใต้ผิวหนังเกิดได้ทุกที่ที่มีรูขุมขน จึงพบได้บ่อยแม้แต่บริเวณใบหน้าที่เป็นจุดเปิดเผยและมีพื้นที่จำกัด เพราะสาเหตุมาจากรูขุมขนโดยตรง บริเวณที่รูขุมขนหนาแน่นจึงมีโอกาสเกิดมากกว่า

ก้อนไขมันพบบ่อยกว่าที่ลำตัวและแขนขาที่มีชั้นไขมันหนา บางคนเป็นก้อนเดียว บางคนเป็นหลายก้อนพร้อมกัน เพราะสาเหตุมาจากการแบ่งตัวของเนื้อเยื่อไขมันเอง จึงพบที่ลำตัวมากกว่าใบหน้าซึ่งมีชั้นไขมันบางกว่า

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่

ถุงน้ำใต้ผิวหนังและก้อนไขมันส่วนใหญ่ ถ้าขนาดเล็กและไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องรีบไปเอาออก แต่มีบางสถานการณ์ที่แนะนำให้ไปพบแพทย์

  • ก้อนโตเร็วผิดปกติ หรือแข็งจนขยับไม่ได้ เพราะปกติก้อนธรรมดาโตช้ามาก หากขนาดเปลี่ยนไปในช่วงเวลาสั้น ๆ ควรตรวจให้แน่ใจว่าไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อชนิดอื่น
  • กดแล้วเจ็บ หรือบวมแดงขึ้นมาทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อในถุงน้ำใต้ผิวหนัง หากปล่อยไว้อาจเป็นหนองและแตกออกได้
  • อยู่ในตำแหน่งที่สังเกตเห็นชัด เช่น ใบหน้าหรือคอ จนกังวลเรื่องความสวยงาม กรณีนี้ไปพบแพทย์เพื่อต้องการเอาออก ไม่ใช่เพราะเป็นอันตราย
  • ก้อนไขมันขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร หรือโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หยุด แม้พบไม่บ่อย แต่ก้อนไขมันที่ใหญ่และโตเร็วอาจต้องแยกจากเนื้อเยื่อชนิดอื่น จึงแนะนำให้ตรวจเพื่อความมั่นใจ

ตรวจยืนยันด้วยวิธีไหน

การตรวจด้วยตาและมือของแพทย์สามารถแยกได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่หากต้องการความชัดเจนมากขึ้น มักใช้อัลตราซาวด์ช่วย เพราะอัลตราซาวด์สามารถมองเข้าไปในเนื้อเยื่อใต้ผิวได้แบบเรียลไทม์ ช่วยแยกได้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างในเป็นก้อนเซลล์ผิวที่มีลักษณะคล้ายของเหลว หรือเป็นเนื้อเยื่อไขมัน

ความสว่างและรูปร่างขอบเขตที่เห็นบนจอจะต่างกันระหว่างถุงน้ำใต้ผิวหนังกับก้อนไขมัน เพราะคลื่นอัลตราซาวด์สะท้อนต่างกันไปตามความหนาแน่นและส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ หากผลตรวจยังไม่ชัดเจนหรือมีลักษณะผิดปกติ บางครั้งอาจต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อยืนยันขั้นสุดท้าย

สรุปแล้วก้อนทั้งสองชนิดเกิดจากเนื้อเยื่อคนละแบบและมีคุณสมบัติต่างกัน แต่มีจุดร่วมคือพบได้บ่อยและเกือบทั้งหมดไม่ร้ายแรง หากคลำเจอก้อนที่สงสัย แทนที่จะตัดสินใจเองคนเดียว การไปตรวจกับแพทย์สักครั้งจะช่วยให้สบายใจและแม่นยำกว่ามาก

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

การกำจัดขนอ่อนบนใบหน้าไม่ได้แค่เอาขนออก แต่เปลี่ยนโทนผิวให้ดูสว่างขึ้นได้อย่างไร

ขนอ่อนบนใบหน้าคือเส้นขนที่เล็กและมีเม็ดสีน้อย มันกระจายแสงและดักจับเซลล์ผิวที่ตายแล้วกับความมัน ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ เมื่อจัดการขนอ่อนออก ผิวจะเรียบขึ้นและสะท้อนแสงสม่ำเสมอ เมกอัพก็ติดทนขึ้นด้วย บทความนี้อธิบายว่าทำไมผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวจากพื้นผิว ไม่ใช่การทำให้ผิวขาวขึ้นจริง พร้อมวิธีดูแลหลังทำ

By Dr. Kim

Skincare

หลักการเกิดกระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) วิธีกำจัดด้วยเลเซอร์และการจี้เย็น พร้อมวิธีแยกจากไฝ

กระเนื้อเป็นรอยโรคผิวหนังที่พบบ่อยตามวัย สามารถกำจัดได้ด้วยเลเซอร์และการจี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว บทความนี้สรุปหลักการทำงานของแต่ละวิธี พร้อมวิธีแยกจากไฝและรอยโรคมะเร็งผิวหนังที่หน้าตาคล้ายกัน

By Dr. Lee

Acne

ก้อนใต้ผิวที่คลำเจอเป็นถุงน้ำ ต่างจากสิวที่บีบออกอย่างไร ทำไมต้องเอาผนังถุงออกให้หมดถึงไม่กลับมาเป็นซ้ำ

ถ้าก้อนใต้ผิวบีบเหมือนสิวแล้วก็ยังกลับมาโตที่เดิมซ้ำ ๆ นั่นอาจไม่ใช่สิว แต่เป็นถุงน้ำใต้ผิวหนัง (epidermal cyst) บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ตั้งแต่กลไกที่ทำให้ถุงน้ำก่อตัว จุดสังเกตที่ต่างจากสิว ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมต้องเอาผนังถุงออกให้หมดจึงจะไม่กลับมาเป็นซ้ำ

By Dr. Lee

Back to articles