การกำจัดขนอ่อนบนใบหน้าไม่ได้แค่เอาขนออก แต่เปลี่ยนโทนผิวให้ดูสว่างขึ้นได้อย่างไร
By Dr. Kim1 min read

ล้างหน้าเสร็จแล้วส่องกระจกใกล้ ๆ จะเห็นขนเส้นเล็กขึ้นเรียงกันแน่นบริเวณแก้ม หน้าผาก และข้างสันจมูก คนส่วนใหญ่เรียกขนพวกนี้ว่าขนอ่อน ต่างจากเส้นผมที่สีเข้มและหนา เพราะขนอ่อนแทบไม่มีเม็ดสีและบางมาก ปกติจึงไม่ค่อยสังเกตเห็น แต่พอแต่งหน้าหรือถ่ายรูปเมื่อไร เรื่องกลับไม่เหมือนเดิม
หลายคนบอกว่าพอกำจัดขนอ่อนออกแล้วรู้สึกว่าผิวสว่างขึ้นทั้งหน้า ความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่จินตนาการไปเอง เพราะขนอ่อนมีผลจริงต่อทั้งวิธีที่แสงตกกระทบผิวและวิธีที่เครื่องสำอางเกาะติดผิว มาดูกันทีละขั้นว่าทำไมแค่กำจัดขนเส้นเล็ก ๆ ถึงทำให้โทนผิวดูเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
ขนอ่อนคืออะไร ทำไมถึงสังเกตเห็นบ่อย?
เส้นขนบาง ๆ บนใบหน้าทางการแพทย์เรียกว่าเวลลัสแฮร์ (vellus hair) ต่างจากเส้นผมหรือขนคิ้วที่หนาและเข้ม ซึ่งเรียกว่าเทอร์มินอลแฮร์ (terminal hair) เวลลัสแฮร์แตกต่างกันตั้งแต่รากขน เพราะเซลล์สร้างเม็ดสีในรูขุมขนทำงานน้อยมาก สีจึงจาง และเส้นก็บางกว่ามาก
จริง ๆ แล้วขนอ่อนอยู่บนผิวเราตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่บางช่วงจะสังเกตเห็นได้ชัดกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับมุมแสงและสภาพผิว หากผิวแห้งหรือมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมจนพื้นผิวขรุขระ ขนอ่อนที่แทรกอยู่ตรงนั้นจะรับแสงแล้วเกิดประกายเล็ก ๆ จนเห็นชัดขึ้นกว่าเดิม เหมือนกับฝุ่นบนกระจกที่โดนแสงแดดส่องเฉียง ๆ แล้วอนุภาคฝุ่นจะเป็นประกายเด่นขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะกับแสงแฟลชกล้องหรือแสงจากหน้าจอที่ส่องตรงมาแรง ๆ ประกายนี้จะยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก แสงธรรมชาตินุ่มนวลและมาจากหลายทิศทาง แต่แสงแฟลชพุ่งเข้ามาแรง ๆ จากทิศเดียว มุมที่ขนแต่ละเส้นสะท้อนแสงจึงถูกเน้นออกมาชัด นี่คือเหตุผลที่ในรูปถ่ายมักจะเห็นขนอ่อนกวนใจเป็นพิเศษ
ทำไมขนอ่อนถึงทำให้โทนผิวดูหมองคล้ำ?
ตัวขนอ่อนเองมีสีเกือบใส จึงไม่ได้ทำให้โทนผิวเข้มขึ้นโดยตรง ปัญหาจริง ๆ อยู่ที่สิ่งที่ขนอ่อนดักจับไว้ต่างหาก เส้นขนบางมีพื้นที่ผิวเยอะ จึงเป็นจุดที่เซลล์ผิวตายกับความมันติดค้างได้ง่าย
ลองนึกภาพเส้นผมที่ไม่ได้หวีแล้วมีฝุ่นเกาะพันกัน ขนอ่อนก็ทำงานคล้ายกันคือเป็นเหมือนตาข่ายเล็ก ๆ ที่ดักเก็บเซลล์ผิวตายและความมันเอาไว้ ผลที่ตามมาคือผิวหน้าจะไม่เรียบเนียน แต่มีความหยาบเล็กน้อย แสงจึงกระจัดกระจายแทนที่จะสะท้อนสม่ำเสมอ ทำให้ใบหน้าดูหมองและทึบกว่าความเป็นจริง
หลักการกำจัดขนอ่อนที่ต่างกันในแต่ละวิธี
วิธีกำจัดขนอ่อนมีหลายแบบ และแต่ละแบบก็ทำงานด้วยหลักการที่ต่างกันเล็กน้อย รู้หลักการไว้ก็ช่วยให้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น
- การโกนด้วยมีดโกนหรือเดอร์มาเพลน: วางใบมีดเกือบขนานกับผิว ตัดเฉพาะส่วนขนที่โผล่พ้นผิวออกมา ไม่แตะรูขุมขนโดยตรง จึงฟื้นตัวไวและระคายเคืองน้อย
- การแวกซ์หรือถักด้ายดึงขน: ดึงขนออกทั้งราก รูขุมขนจึงว่างเปล่าและใช้เวลานานกว่าขนจะงอกกลับมาใหม่ แต่เพราะมีแรงกระทำโดยตรงต่อรูขุมขน ผิวที่บอบบางอาจแดงหรือแสบได้
- เลเซอร์กำจัดขน: เลเซอร์ทำงานโดยให้เม็ดสีในเส้นขนดูดซับแสงแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนไปกระตุ้นรูขุมขน เนื่องจากขนอ่อนมีเม็ดสีน้อย เป้าหมายให้เลเซอร์จับจึงมีน้อยตามไปด้วย ผลลัพธ์จึงมักได้น้อยกว่าขนเส้นหนาสีเข้ม หรือต้องทำซ้ำหลายครั้งกว่าจะเห็นผล
ความเข้าใจผิดที่ว่ากำจัดขนแล้วขนอ่อนจะกลับมาหนาขึ้น
หลายคนเคยได้ยินว่าโกนขนอ่อนแล้วขนจะงอกกลับมาหนาและเข้มขึ้น เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากรูขุมขนเปลี่ยนคุณสมบัติ แต่เป็นภาพลวงตาเสียมากกว่า
ปลายขนที่งอกยาวเองตามธรรมชาติจะเรียวและแหลม ในขณะที่ปลายขนที่ถูกโกนหรือใช้เดอร์มาเพลนตัดจะเป็นหน้าตัดทู่ เมื่อขนงอกใหม่ในช่วงแรกจึงรู้สึกแข็งและสาก ๆ เวลาสัมผัสปลายนิ้ว เหมือนกับความรู้สึกที่ต่างกันระหว่างปลายดินสอที่เหลาแหลมกับหน้าตัดที่ตัดตรง ๆ ด้วยไม้บรรทัด
เซลล์ที่สร้างขนในรูขุมขนจะสร้างเส้นขนด้วยความหนาและความเร็วที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าที่ผิวด้านนอกจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่าไม่มีหลักฐานว่าการโกนขนจะเปลี่ยนความหนา สี หรือความเร็วในการเติบโตของเส้นขน
เมื่อเวลาผ่านไปปลายขนจะค่อย ๆ เรียวลงตามธรรมชาติ ความรู้สึกแข็งสากก็จะหายไปด้วย เฝ้าดูสักไม่กี่วันจะพบว่าขนอ่อนกลับมามีลักษณะใกล้เคียงเดิม ต่างจากที่เคยกังวลไว้ในตอนแรก
ทำไมกำจัดขนแล้วเมกอัพถึงติดหน้าดีขึ้น?
เมื่อกำจัดขนอ่อนแล้ว พื้นผิวหน้าจะเรียบเนียนขึ้นจริง ๆ ในเชิงกายภาพ บนพื้นผิวที่ไม่ขรุขระ ผลิตภัณฑ์อย่างรองพื้นหรือครีมกันแดดจะกระจายตัวได้บางและสม่ำเสมอง่ายขึ้น
หากยังมีขนอ่อนหลงเหลืออยู่ เครื่องสำอางตรงจุดนั้นอาจลอยหรือจับตัวเป็นก้อนจนเกิดรอยด่าง เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนทาสีบนถนนลูกรังกับทาสีบนกำแพงเรียบ ผลลัพธ์ย่อมต่างกัน เมื่อพื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ ทาบาง ๆ ก็ได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืน แสงก็สะท้อนสม่ำเสมอแทนที่จะกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง ผิวจึงดูสว่างและเรียบเนียนขึ้น
ความต่างระหว่างการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวกับการเปลี่ยนแปลงถาวร
มีเรื่องหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ชัด ผลที่ผิวดูสว่างขึ้นหลังกำจัดขนอ่อนไม่ได้เกิดจากปริมาณเมลานินลดลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงทัศนศาสตร์ที่มาจากพื้นผิวเรียบขึ้นแล้วการสะท้อนแสงเปลี่ยนไป ต่างจากหลักการของการทำให้ผิวขาวขึ้นซึ่งเกิดจากปริมาณเม็ดสีในผิวเปลี่ยนแปลงจริง
นอกจากนี้สภาพเรียบเนียนนี้จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิมเมื่อเวลาผ่านไป เพราะขนอ่อนจะงอกกลับมาใหม่ และเซลล์ผิวที่ตายแล้วก็สะสมขึ้นอีกครั้ง โดยทั่วไปมักจะเริ่มเห็นขนอ่อนอีกครั้งภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ ดังนั้นหากอยากรักษาผิวให้ดูสว่างต่อเนื่อง การกำจัดขนแค่ครั้งเดียวคงไม่พอ ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรสับสนสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน การจัดการขนอ่อนคือการเปลี่ยนสภาพพื้นผิวเชิงกายภาพ ส่วนการทำให้ผิวขาวคือการลดปริมาณเมลานินที่เซลล์เม็ดสีสร้างขึ้น ทั้งสองแนวทางทำงานคนละชั้นผิวและคนละหลักการโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการกำจัดขนอ่อนอย่างเดียวจะไม่ทำให้โทนผิวจริงเปลี่ยนไปอย่างถาวร
สิ่งที่ควรดูแลหลังกำจัดขนอ่อน
ทันทีหลังโกนหรือดึงขนออก ชั้นปกป้องผิวจะบางลงเล็กน้อยชั่วคราว วิธีดูแลผิวในช่วงนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าจะเกิดการระคายเคืองหรือผิวจะเรียบเนียนได้นาน
- ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังกำจัดขน ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่รุนแรงหรือมีความเข้มข้นสูง เพราะผิวที่บอบบางในช่วงนี้เจอสารระคายเคืองแล้วอาจแสบหรือแดงได้ง่าย
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงความชุ่มชื้นเติมเต็มผิวให้เพียงพอจะช่วยได้มาก เพราะถ้าชั้นผิวขาดความชุ่มชื้น บริเวณที่เพิ่งกำจัดขนจะยิ่งรู้สึกหยาบและฟื้นตัวช้าลง
- ควรทาครีมกันแดดให้ละเอียดกว่าปกติ เพราะเมื่อผิวเรียบขึ้น รังสียูวีจะกระทบผิวได้สม่ำเสมอมากขึ้น การทากันแดดให้ทั่วจึงช่วยลดโอกาสเกิดรอยดำสะสม
- ควรใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อทุกครั้ง เพราะใบมีดหรือด้ายที่ปนเปื้อนอาจทำให้เกิดการอักเสบเล็ก ๆ รอบรูขุมขน จนกลายเป็นรอยแดงหรือสิวเม็ดเล็กตามมา
หากมีผิวแพ้ง่ายหรือมีสิวอักเสบในบริเวณนั้น ควรตรวจดูสภาพผิวก่อนกำจัดขนทุกครั้ง เพราะการกำจัดขนซึ่งเป็นแรงกระทำทางกายภาพบนผิวที่ระคายเคืองอยู่แล้วอาจทำให้ฟื้นตัวช้าลงกว่าเดิม
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

ตุ่มหนังไก่ที่ต้นแขนและต้นขา Keratosis Pilaris วิธีดูแลด้วยสารขจัดขุยและเลเซอร์ กับเหตุผลที่รักษาให้หายขาดได้ยาก
ผิวขรุขระคล้ายหนังไก่ที่ต้นแขนและต้นขาหรือที่เรียกกันว่า keratosis pilaris เกิดขึ้นได้อย่างไร บทความนี้พาไปดูตั้งแต่สาเหตุ วิธีเลือกสารขจัดขุยอย่าง urea, salicylic acid และ retinoid ไปจนถึงเลเซอร์ช่วยได้แค่ไหน เพราะนี่ไม่ใช่โรคที่หายขาดในครั้งเดียว แต่เป็นสภาพผิวที่ต้องดูแลต่อเนื่อง เมื่อเข้าใจธรรมชาติของมันแล้วก็จะมองเห็นวิธีจัดการได้ชัดเจนขึ้น
By Dr. Kim

หลักการที่ MGF โกรทแฟกเตอร์ในเข็มเบบี้กระตุ้นเซลล์ผิวให้สร้างคอลลาเจน พร้อมวิธีดูแลหลังทำ
เข็มเบบี้คือหัตถการที่ใช้เข็มขนาดจิ๋วนำโกรทแฟกเตอร์เข้าสู่ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หนึ่งในนั้นคือ MGF ซึ่งเป็นโกรทแฟกเตอร์ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองเมื่อเนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย ทำหน้าที่ส่งสัญญาณฟื้นฟูไปยังเซลล์ บทความนี้อธิบายกลไกการทำงานบนผิวและความแตกต่างจากโกรทแฟกเตอร์ตัวอื่น
By Dr. Lee

เลเซอร์ PicoPlus หลายความยาวคลื่นตอบสนองกับเม็ดสีแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร พร้อมวิธีดูแลหลังทำ
PicoPlus คือเลเซอร์ที่สลับใช้งานสองโหมด คือพิโควินาทีและนาโนวินาที ร่วมกับสี่ความยาวคลื่น 532nm, 595nm, 660nm และ 1064nm เนื่องจากเม็ดสีแต่ละชนิดดูดซับความยาวคลื่นได้ดีไม่เท่ากัน การสลับความยาวคลื่นจึงทำให้เครื่องเดียวรับมือรอยเม็ดสีได้หลายแบบ บทความนี้อธิบายหลักการที่เม็ดสีดูดซับแสงแต่ละความยาวคลื่นต่างกันอย่างไร
By Dr. Lee