prettytime
Lifting

หลักการและผลลัพธ์ของ Reftone คลื่นกระแทกนอกร่างกายที่กระตุ้นไมโครเซอร์คูเลชันและคอลลาเจนด้วยแรงดันลบความเข้มต่ำ

By Dr. Kim1 min read

พูดถึงการยกกระชับผิว หลายคนมักนึกถึงไหมร้อยไหม คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) หรือเครื่องอัลตราซาวด์เป็นอันดับแรก แต่ Reftone ใช้วิธีที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เครื่องนี้ส่งคลื่นแรงดันที่สร้างขึ้นจากภายนอกร่างกาย เรียกว่าคลื่นกระแทกนอกร่างกาย (extracorporeal shock wave หรือ ESWT) เข้าไปยังชั้นผิวโดยตรง

เดิมที ESWT เป็นเทคโนโลยีที่แผนกกระดูกและข้อใช้รักษาอาการปวดพังผืด เช่น โรครองช้ำ (plantar fasciitis) เมื่อพบว่าคลื่นชนิดนี้กระตุ้นพังผืดและเนื้อเยื่อได้ดี จึงมีการนำคุณสมบัตินี้มาพัฒนาเป็นเครื่องมือด้านความงามอย่าง Reftone วิธีส่งแรงกระตุ้นของเครื่องนี้แตกต่างจากเครื่องยกกระชับที่ใช้ความร้อนโดยสิ้นเชิง บทความนี้จะไล่อธิบายทีละขั้นว่าคลื่นกระตุ้นเนื้อเยื่อและนำไปสู่การสร้างคอลลาเจนได้อย่างไร

Reftone คลื่นกระแทกนอกร่างกายคืออะไรกันแน่?

ESWT คือคลื่นที่แรงดันพุ่งขึ้นและหายไปในเสี้ยววินาที เร็วกว่าความเร็วเสียง ลองนึกภาพก้อนหินที่โยนลงน้ำแล้วเกิดวงคลื่นกระจายออกเป็นวงกลม จะเข้าใจง่ายขึ้น เพียงแต่คลื่นนี้สั้นและแรงกว่าคลื่นน้ำมาก แรงดันพุ่งขึ้นแล้วดิ่งลงในพริบตาเดียว

Reftone ส่งคลื่นนี้ผ่านหัวแฮนด์พีซที่สัมผัสผิวหนัง เข้าไปยังเนื้อเยื่อชั้นล่าง ทุกจุดที่คลื่นเคลื่อนผ่านจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแรงดันในเนื้อเยื่อชั่วขณะ และการเปลี่ยนแปลงนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณส่งไปยังเซลล์ กระบวนการที่แรงดันทางกายภาพเปลี่ยนเป็นสัญญาณทางชีวภาพที่กระตุ้นปฏิกิริยาในเซลล์แบบนี้ มักเรียกกันว่า energy conversion

แผนกกระดูกและข้อใช้หลักการนี้คลายพังผืดและเอ็นที่ตึงตัวมาเป็นเวลานาน และระหว่างการรักษายังพบปฏิกิริยาที่ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อควบคู่ไปด้วย จึงมีการนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ในงานด้านความงามที่ดูแลผิวและชั้นพังผืดเช่นกัน

แรงดันลบกระตุ้นเนื้อเยื่อได้อย่างไร?

ขณะที่คลื่นกระแทกเคลื่อนผ่านเนื้อเยื่อ นอกจากช่วงที่แรงดันพุ่งขึ้นแล้ว ยังมีช่วงสั้นๆ ที่แรงดันลดต่ำลงตามมาด้วย ช่วงที่ลดลงนี้เรียกว่าแรงดันลบ ลองนึกภาพการบีบลูกโป่งแรงๆ แล้วปล่อยมือทันที อากาศข้างในจะถูกดูดกลับเข้าไปเล็กน้อย ความรู้สึกก็คล้ายกันแบบนั้น

ช่วงแรงดันลบสั้นๆ นี้อธิบายกันว่าทำหน้าที่เขย่าโครงสร้างเล็กๆ ในเนื้อเยื่อเบาๆ เยื่อหุ้มเซลล์และช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อจะถูกกดแล้วคลายสลับกันในพริบตา จนเกิดแรงกระตุ้นเชิงกล ร่างกายเมื่อรับรู้แรงกระตุ้นเชิงกลแบบนี้ จะเปิดสัญญาณคล้ายปฏิกิริยาซ่อมแซมตัวเอง เข้าใจง่ายๆ ก็คล้ายกับตอนที่กล้ามเนื้อได้รับแรงกระตุ้นแล้วเซลล์ตอบสนองด้วยการทำให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น

ด้วยเหตุนี้ Reftone จึงเลือกส่งแรงกระตุ้นความเข้มต่ำซ้ำๆ ในช่วงสั้นๆ แทนที่จะปล่อยแรงดันสูงเพียงครั้งเดียว จุดสำคัญคือความสมดุลระหว่างการกระตุ้นให้เพียงพอต่อการเกิดปฏิกิริยา แต่ไม่แรงจนเนื้อเยื่อตกใจเกินไป

เหตุผลที่ชั้นพังผืดและคอลลาเจนตอบสนองต่อแรงกระตุ้น

จุดที่ Reftone เล็งเป้าหลักคือชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นเยื่อบางๆ ที่หุ้มกล้ามเนื้อ รวมถึงชั้นไขมันที่อยู่เหนือขึ้นไป เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นพังผืดนี้อาจยึดติดกันหรือแข็งตัวขึ้น เรียกภาวะนี้ว่าพังผืดยึดติด (adhesion) ลักษณะคล้ายผ้านวมเก่าที่นุ่นจับตัวเป็นก้อน เนื้อเยื่อที่ควรจะฟูและกระจายตัวสม่ำเสมอ กลับจับตัวเป็นก้อนแข็งเป็นบางจุด

คลื่นกระแทกอธิบายกันว่าทำหน้าที่เขย่าเนื้อเยื่อที่จับตัวเป็นก้อนนี้ให้คลายออกทางกายภาพ พร้อมกันนั้น แรงกระตุ้นเล็กๆ ที่เกิดซ้ำๆ ในบริเวณเดิม จะกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) หรือเซลล์ที่สร้างคอลลาเจน ให้เปิดสัญญาณผลิตคอลลาเจนขึ้นมา

เนื่องจากเซลล์จะเริ่มตอบสนองก็ต่อเมื่อได้รับแรงกระตุ้นซ้ำๆ ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว การทำ Reftone จึงมักแบ่งเป็นหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสม มากกว่าทำเพียงครั้งเดียวจบ เพราะเป็นกระบวนการที่พังผืดค่อยๆ คลายตัวและคอลลาเจนค่อยๆ สะสมทีละน้อย ผลลัพธ์จึงไม่ปรากฏในชั่วข้ามคืน แต่ต้องใช้เวลาสักระยะ

เหตุผลที่ไมโครเซอร์คูเลชันดีขึ้นไปพร้อมกัน

ขณะที่คลื่นกระแทกเคลื่อนผ่าน แรงกระตุ้นยังส่งไปถึงหลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองด้วย อธิบายกันว่าหลอดเลือดฝอยที่หดตัวแคบลงจะขยายตัวกว้างขึ้นเมื่อได้รับแรงกระตุ้น ทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณนั้นมากขึ้น หลักการคล้ายกับตอนที่มือเย็นในฤดูหนาว แล้วถูมือเข้าด้วยกันจนอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงเสียดสีและแรงกระตุ้นช่วยดันเลือดให้ไหลเวียนไปยังบริเวณนั้นในทันที

เมื่อการไหลเวียนเลือดดีขึ้น สารอาหารและออกซิเจนก็ถูกส่งไปยังบริเวณนั้นได้ดีขึ้นตามไปด้วย เซลล์ที่สร้างคอลลาเจนก็ต้องได้รับสารอาหารและออกซิเจนเพียงพอจึงจะทำงานได้เต็มที่ การที่ไมโครเซอร์คูเลชันดีขึ้นจึงเป็นเงื่อนไขที่ช่วยหนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจน เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่โตยากในดินที่การไหลเวียนของน้ำไม่ดีนั่นเอง

นอกจากนี้ เมื่อการไหลเวียนดีขึ้น ความเร็วในการขับของเสียออกจากร่างกายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งช่วยให้บริเวณที่ได้รับการกระตุ้นฟื้นตัวเร็วโดยไม่บวมค้างนาน

เหตุผลที่มักทำร่วมกับหัตถการพลังงานความร้อนชนิดอื่น

Reftone สามารถทำเดี่ยวได้ แต่ส่วนใหญ่มักทำร่วมกับหัตถการยกกระชับที่ใช้ความร้อน เช่น RF หรืออัลตราซาวด์ เพราะทั้งสองวิธีเข้าถึงเนื้อเยื่อด้วยกลไกที่ต่างกัน

หัตถการที่ใช้ความร้อนจะเพิ่มอุณหภูมิเนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แต่ถ้าเนื้อเยื่อแข็งตัวจับกันเป็นก้อน หรือการไหลเวียนไม่ดี ความร้อนก็จะกระจายตัวได้ไม่ทั่วถึง คล้ายกับแป้งที่นวดจนแข็งเป็นก้อน ความร้อนจะซึมเข้าไปได้ยากเช่นกัน

การใช้ Reftone คลายเนื้อเยื่อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดก่อน จะช่วยสร้างพื้นฐานให้พลังงานความร้อนที่ตามมากระจายตัวได้สม่ำเสมอมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ Reftone จึงมักถูกใช้เป็นตัวเสริมที่ช่วยหนุนผลลัพธ์ของหัตถการยกกระชับอื่นๆ มากกว่าทำเพียงลำพัง ส่วนจะจัดลำดับการทำร่วมกันอย่างไร ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินในการปรึกษา

หลังทำเสร็จ อาการบวมและเจ็บจะมากแค่ไหน?

ESWT ไม่ใช่การใช้เข็มหรือความร้อนสอดเข้าไปในเนื้อเยื่อโดยตรง แต่เป็นการส่งคลื่นผ่านผิวหนัง จึงรู้กันว่าเจ็บน้อยกว่าหัตถการที่ต้องกรีดหรือแทงเข้าไป แต่ยังมีความรู้สึกของแรงดันที่กดเนื้อเยื่อเป็นจังหวะ บางจุดอาจรู้สึกเหมือนถูกเคาะเบาๆ หรือรู้สึกตึงเล็กน้อยได้

หลังทำเสร็จทันที บริเวณที่ได้รับการกระตุ้นอาจแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบลงในเวลาไม่นาน ส่วนรอยช้ำพบได้น้อย แต่ถ้าเป็นบริเวณที่หลอดเลือดเปราะบาง อาจเกิดรอยช้ำเล็กๆ ได้ ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าก่อนทำ ระยะเวลาฟื้นตัวขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

สิ่งที่ควรใส่ใจในการดูแลหลังทำ

หัวใจของการดูแลหลังทำคือการไม่รบกวนช่วงเวลาที่คอลลาเจนกำลังก่อตัว

  • ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความร้อนสูง เช่น ซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ เพราะความร้อนอาจทำให้เนื้อเยื่อบวมและรบกวนบริเวณที่เพิ่งได้รับการกระตุ้น
  • ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพราะรังสียูวีเร่งให้คอลลาเจนสลายตัวเร็วขึ้น ซึ่งอาจหักล้างกับคอลลาเจนที่กำลังสร้างขึ้นใหม่
  • ควรทำตามระยะห่างของการรักษาที่แพทย์ผู้ดูแลกำหนด เพราะหากได้รับการกระตุ้นถี่เกินไป เนื้อเยื่ออาจไม่มีเวลาฟื้นตัวเพียงพอ
  • การดื่มน้ำให้เพียงพอก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะทั้งการไหลเวียนเลือดและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อล้วนต้องอาศัยน้ำเป็นพื้นฐาน

หากดูแลตามนี้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนให้แรงกระตุ้นจากคลื่นที่ทำไปนำไปสู่การสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

หลักการที่เข็ม RF ของ Morpheus8 ส่งความร้อนลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระชับผิว พร้อมเกณฑ์การดูแลตัวหลังทำ

Morpheus8 คือเครื่องมือ RF แบบไมโครนีดเดิลที่ใช้เข็มเคลือบฉนวนส่งความร้อนลงไปถึงชั้นลึกของผิว ความร้อนที่ปลายเข็มกระตุ้นไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจนเกิดทั้งความกระชับทันทีและการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว บทความนี้สรุปหลักการปรับความลึกและเหตุผลที่ฟื้นตัวได้เร็ว

By Dr. Kim

Lifting

ทำไมไฮฟู (HIFU) ถึงเล็งความร้อนไปที่ชั้นพังผืดลึกใต้ผิว ไม่ใช่แค่ผิวหน้าเท่านั้น

อธิบายเหตุผลที่การยกกระชับด้วยไฮฟู (HIFU) เล็งเป้าไปที่ชั้นพังผืด SMAS ไม่ใช่ผิวหนังชั้นนอก โดยเริ่มจากหลักการที่คลื่นอัลตราซาวด์รวมพลังงานไปที่จุดเดียว พร้อมแยกอธิบายสองช่วง คือความรู้สึกกระชับทันทีหลังทำ กับคอลลาเจนที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นในช่วง 4 สัปดาห์ถึง 6 เดือนถัดมา

By Dr. Lee

Skincare

หลักการแพร่เชื้อไวรัสหูดข้าวสุก ผ่านการสัมผัสผิวหนัง บาดแผล และการใช้ของร่วมกัน พร้อมวิธีป้องกัน

หูดข้าวสุกเกิดจากเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum ในตระกูล Poxvirus ที่อาศัยอยู่เฉพาะชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อที่พบได้บ่อย ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรง ผ้าเช็ดตัว หรืออุปกรณ์อาบน้ำที่ใช้ร่วมกัน และหากเกาก็ลามไปทั่วร่างกายตัวเองได้ง่าย บทความนี้สรุปหลักการที่เชื้อไวรัสเข้าสู่ผิวหนังและแพร่กระจาย

By Dr. Kim

Back to articles