prettytime
Lifting

หลักการที่เข็ม RF ของ Morpheus8 ส่งความร้อนลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระชับผิว พร้อมเกณฑ์การดูแลตัวหลังทำ

By Dr. Kim1 min read

Morpheus8 คือหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กแทงลงไปในผิวหนัง แล้วปล่อยความร้อน RF ออกมาจากปลายเข็มนั้นเอง ฟังชื่อดูซับซ้อน แต่หลักการจริงๆ ไม่ยาก เข็มจะเข้าไปถึงความลึกที่กำหนดไว้ก่อน จากนั้นค่อยปล่อยความร้อนออกมาเฉพาะจุดนั้น

เครื่อง RF แบบเดิมส่วนใหญ่ปล่อยความร้อนจากผิวชั้นบนลงไป ทำให้บางครั้งความร้อนไปไม่ถึงชั้นลึกอย่างเพียงพอ แต่ Morpheus8 ให้เข็มเจาะทะลุลงไปถึงความลึกที่ต้องการก่อนแล้วค่อยปล่อยความร้อนตรงนั้น จึงส่งความร้อนไปถึงชั้นลึกได้โดยไม่ต้องผ่านผิวชั้นบนเลย บทความนี้จะไล่ดูทีละขั้นว่าวิธีนี้ต่างจากแบบอื่นอย่างไร และความร้อนนั้นทำอะไรบ้างในผิว

โมเฟียส8 แตกต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร

Morpheus8 เป็นเครื่องมือของบริษัท InMode จากสหรัฐอเมริกา หัวเข็มหนึ่งชิ้นมีเข็มเคลือบฉนวนติดอยู่ 12 ถึง 24 เข็ม เข็มเหล่านี้จะแทงลงในผิวพร้อมกันและกวาดครอบคลุมบริเวณที่ต้องการอย่างละเอียด

จุดสำคัญคือระบบไบโพลาร์ (bipolar) ซึ่งหมายถึงกระแสไฟฟ้าไหลระหว่างเข็มสองจุดที่อยู่ใกล้กันเท่านั้น ต่างจากระบบโมโนโพลาร์ที่กระแสไฟฟ้าต้องวิ่งไปไกลถึงแผ่นรองที่ติดไว้บนตัว เปรียบเหมือนการโยนรับลูกบอลในระยะใกล้กับการขว้างไปไกล เมื่อโยนรับกันในระยะใกล้ ก็คาดเดาทิศทางของลูกบอลได้แม่นยำกว่า ระบบไบโพลาร์ก็เช่นกัน สามารถควบคุมขอบเขตการกระจายความร้อนให้แคบและแม่นยำกว่า

ทำไมเข็มต้องเคลือบฉนวน

ผิวของเข็มเคลือบด้วยฉนวนบางๆ ตลอดเส้นทางที่เข็มแทงผ่าน คือชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ชั้นตื้น กระแสไฟฟ้าจะไม่ไหลผ่านเพราะมีฉนวนกั้นอยู่ ความร้อนจะเกิดขึ้นเฉพาะที่ปลายเข็มซึ่งไม่มีฉนวนหุ้มเท่านั้น

โครงสร้างแบบนี้สำคัญเพราะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดแผลไหม้ หากความร้อนเกิดขึ้นตลอดเส้นทางที่เข็มแทงผ่าน ผิวชั้นบนก็จะร้อนไปด้วยและอาจนำไปสู่รอยดำหรือแผลไหม้ ฉนวนที่หุ้มเส้นทางนี้ช่วยให้ความร้อนเกิดขึ้นเฉพาะที่ปลายเข็มตามความลึกที่ตั้งเป้าไว้เท่านั้น เทียบง่ายๆ ก็เหมือนฉนวนหุ้มสายไฟ ลวดทองแดงข้างในนำไฟฟ้าได้ แต่ด้วยฉนวนที่หุ้มอยู่ เราจึงจับสายไฟด้วยมือได้โดยไม่ถูกไฟดูด

ปรับความลึกได้ตั้งแต่ 0.5mm ถึง 8mm

จุดเด่นหนึ่งของ Morpheus8 คือปรับความลึกของเข็มได้ละเอียดตั้งแต่ 0.5mm ไปจนถึงสูงสุด 8mm หัวเข็มบางแบบเข้าลึกได้ถึง 7mm หรือ 8mm ซึ่งนับว่าลึกมากเมื่อเทียบกับเครื่องมือไมโครนีดเดิล RF อื่นๆ

การปรับความลึกได้หมายความว่าสามารถเลือกส่งความร้อนไปยังชั้นที่แตกต่างกันได้ตามบริเวณและเป้าหมาย ถ้าเลือกชั้นตื้นก็จะส่งผลต่อริ้วรอยเล็กๆ หรือรูขุมขนที่อยู่ใกล้ผิวชั้นบน แต่ถ้าลงลึกก็สามารถกระตุ้นถึงชั้นไขมันและใกล้พังผืดกล้ามเนื้อได้ เหมือนลิ้นชักที่มีหลายช่อง เราสามารถเก็บของที่ต้องการลงในช่องที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การปรับความลึกของเข็มก็ทำงานในลักษณะเดียวกัน คือส่งความร้อนไปยังชั้นที่ต้องการได้อย่างตรงจุด

เครื่องมือไมโครนีดเดิล RF อื่นๆ ส่วนใหญ่มักดูแลได้เฉพาะชั้นตื้น แต่ Morpheus8 ต่างออกไปตรงที่เข้าถึงชั้นที่ลึกกว่านั้นได้ สำหรับบริเวณที่มีไขมันและพังผืดหนา เช่น ใต้คางหรือแก้ม ซึ่งต้องดูแลทั้งชั้นลึกไปพร้อมกัน ความสามารถในการส่งความร้อนลึกขนาดนี้อาจมีผลต่อผลลัพธ์ที่ได้

ความร้อนที่ปลายเข็มทำอะไรในชั้นหนังแท้

ความร้อน RF ที่ปล่อยออกมาจากปลายเข็มจะส่งไปถึงชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิวหนัง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกัน

  • การสลายไขมันด้วยความร้อน: เมื่อความร้อนไปถึงเซลล์ไขมัน เซลล์จะเสียหายและค่อยๆ ถูกดูดซึมไปทีละน้อย เกิดจากความร้อนที่ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ไขมันเสียสภาพไป
  • การหดตัวของหนังแท้ชั้นเรติคูลาร์และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน: ชั้นเรติคูลาร์ ซึ่งเป็นหนังแท้ชั้นลึกที่รองรับผิวเหมือนตาข่ายถักแน่น รวมถึงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยรอบ จะหดตัวทันทีเมื่อได้รับความร้อน เพราะเส้นใยคอลลาเจนมีคุณสมบัติสั้นลงเมื่อโดนความร้อน
  • ความกระชับที่รู้สึกได้ทันที: ทันทีที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันหดตัว ผิวจะรู้สึกกระชับขึ้นในทันที เป็นปฏิกิริยาทางกายภาพของเนื้อเยื่อที่หดตัวจึงเกิดขึ้นได้ตั้งแต่หลังทำเสร็จ

ปฏิกิริยาทั้งสามอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นตั้งแต่หลังทำเสร็จ

ทำไมผลทันทีกับผลระยะยาวถึงเกิดไม่พร้อมกัน

นอกจากปฏิกิริยาหดตัวทันทีของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกชุดหนึ่งตามมา เนื้อเยื่อหนังแท้ที่ได้รับความร้อนจะผ่านกระบวนการเสียหายและซ่อมแซมซ้ำไปมา ระหว่างนั้นร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่ (neocollagenesis) สร้างเส้นใยอีลาสตินใหม่ (elastogenesis) และสร้างหลอดเลือดใหม่ (angiogenesis) ไปพร้อมกัน

ทั้งสามกระบวนการนี้คล้ายกับการสมานแผล เมื่อเกิดแผล ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อและหลอดเลือดใหม่มาเติมเต็มบริเวณนั้น หนังแท้ที่ถูกกระตุ้นด้วยความร้อนก็เช่นกัน ระหว่างการฟื้นตัวจะถักทอคอลลาเจน เส้นใยอีลาสติน และหลอดเลือดขึ้นมาใหม่ เพียงแต่กระบวนการนี้ค่อยเป็นค่อยไปเป็นสัปดาห์ไปจนถึงเป็นเดือน จึงต่างจากความกระชับที่เกิดขึ้นทันที เพราะต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลชัดเจน

ดังนั้น Morpheus8 จึงถือเป็นหัตถการที่มีจังหวะผลลัพธ์สองช่วงซ้อนกัน ช่วงแรกหลังทำเสร็จจะเห็นความกระชับทันทีจากการหดตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน จากนั้นในอีกไม่กี่เดือนต่อมา คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะค่อยๆ สะสมและทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้นเอง

หลักการที่ระบบฟรักชันแนลช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

Morpheus8 ส่งความร้อนด้วยระบบฟรักชันแนล (fractional) ซึ่งหมายถึงการไม่ปล่อยความร้อนไปทั่วทั้งผิวพร้อมกัน แต่รวมความร้อนไว้เฉพาะจุดที่เข็มแทงลงไปทีละจุด บริเวณระหว่างจุดที่ทำกับจุดที่ทำจะยังคงมีเนื้อเยื่อปกติเหลืออยู่

เหตุผลที่วิธีนี้ช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีนั้นตรงไปตรงมา เนื่องจากมีเพียงบางจุดของผิวที่ได้รับการกระตุ้น ไม่ใช่ทั้งหมด เนื้อเยื่อปกติที่เหลืออยู่จึงช่วยหนุนการฟื้นตัวได้ เหมือนกับการปลูกเมล็ดพืชเป็นจุดๆ บนสนามหญ้าแทนที่จะไถทั้งสนามทีเดียว หญ้าที่ยังแข็งแรงในจุดที่ไม่ได้ปลูกใหม่จะแผ่ขยายไปรอบๆ ช่วยให้ทั้งสนามฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เนื้อเยื่อปกติที่ไม่ได้รับการกระตุ้นก็ช่วยเรื่องการฟื้นตัวของบริเวณโดยรอบในลักษณะเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ อาการบวมและการอักเสบจึงมักน้อยกว่า และมีแนวโน้มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้นด้วย

สิ่งที่ต้องดูแลหลังทำ

หลังทำ Morpheus8 สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือกระบวนการฟื้นตัวในชั้นหนังแท้ยังคงดำเนินต่อไปอยู่

  • ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ อาจมีอาการบวมและแดงเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาอักเสบปกติจากความร้อนที่ได้รับ และมักจะค่อยๆ ทุเลาไปเอง
  • ควรใส่ใจเรื่องการป้องกันแสงแดดเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้คอลลาเจนและหลอดเลือดที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ยังอ่อนไหวต่อรังสียูวี
  • ควรหลีกเลี่ยงการนวดแรงๆ หรือการกดทับที่หนักเกินไป เพราะแรงกระแทกทางกายภาพต่อเนื้อเยื่อที่ยังไม่ตั้งตัวอาจไปรบกวนกระบวนการฟื้นตัวได้
  • ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความร้อนสูง เช่น ซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ เพราะเนื้อเยื่อที่เพิ่งได้รับความร้อนจากหัตถการอยู่แล้ว หากได้รับความร้อนซ้ำอีกอาจเป็นภาระต่อผิวที่กำลังฟื้นตัว

กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไปหลายเดือน ดังนั้นการประเมินผลลัพธ์ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเช่นกัน แม้การสลายไขมันและการหดตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะรู้สึกได้ตั้งแต่หลังทำเสร็จ แต่กว่าคอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะตั้งตัวจนกลายเป็นความยืดหยุ่นของผิวเองได้นั้น ควรให้เวลาตามธรรมชาติเพื่อรอผลที่แท้จริง

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

หลักการที่ RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ให้ความร้อนลึกโดยลดความเจ็บ พร้อมจำนวนครั้งที่ต้องทำและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้

อธิบายง่าย ๆ ว่า RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ส่งความร้อนลงไปถึงชั้นหนังแท้ลึก ๆ ได้อย่างไร โดยที่ยังควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์เพื่อลดความเจ็บ พร้อมอธิบายว่าทำไมคอลลาเจนถึงหดตัวทันที และค่อย ๆ สร้างใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร รวมถึงเหตุผลที่ต้องทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว ผลถึงจะสะสมเต็มที่

By Dr. Kim

Lifting

หลักการเครื่อง Xerf ที่ใช้ RF สองความถี่ให้ความร้อนทั้งชั้นตื้นและลึก เพื่อกระชับผิวหน้า พร้อมจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ผลอยู่ตัว

เครื่อง Xerf ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF สองความถี่พร้อมกัน เพื่อกระตุ้นทั้งชั้นหนังแท้ตื้นและชั้นพังผืดที่อยู่ลึกลงไปในเวลาเดียวกัน บทความนี้อธิบายตั้งแต่หลักการที่ความลึกของความร้อนเปลี่ยนไปตามความถี่ การหดตัวทันทีของคอลลาเจนเมื่อโดนความร้อน กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ตามมา ไปจนถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ตัว โดยเน้นอธิบายผ่านกลไกการทำงานเป็นหลัก

By Dr. Kim

Skincare

หลักการและการใช้งานMiraJet สกินบูสเตอร์ไร้เข็มที่ส่งสารเข้าสู่ชั้นหนังแท้ด้วยแรงพุ่งของเหลว

MiraJetเป็นหัตถการแบบไม่รุกล้ำที่พ่นลำพุ่งของเหลวความเร็วสูงแทนเข็ม เพื่อส่งสารสำคัญเข้าสู่ผิว บทความนี้สรุปหลักการที่พลังงานเลเซอร์ 2940nm สร้างแรงดันฉับพลันจนเกิดลำพุ่งของเหลวเล็กจิ๋ว พร้อมอธิบายเหตุผลที่นำมาใช้ส่งสกินบูสเตอร์ ดูแลแผลเป็นสิว และรูขุมขน

By Dr. Lee

Back to articles