หลักการที่ RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ให้ความร้อนลึกโดยลดความเจ็บ พร้อมจำนวนครั้งที่ต้องทำและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้
By Dr. Kim1 min read

เวลาที่รู้สึกว่าผิวหน้าหย่อนคล้อยกว่าเมื่อก่อน สิ่งแรกที่คลินิกมักแนะนำคือการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง หรือที่เรียกกันว่า RF และ Oligio ก็เป็นหนึ่งในเครื่องที่ใช้ระบบโมโนโพลาร์ คำว่าโมโนโพลาร์อาจฟังดูไม่คุ้นหู แต่พูดง่าย ๆ ก็คือวิธีที่สัญญาณไฟฟ้าวิ่งลึกเข้าไปในผิวได้มากกว่าระบบอื่น
แต่ก็ยังมีคำถามคาใจอยู่ข้อหนึ่ง ในเมื่อความร้อนลงไปลึกขนาดนั้น แล้วทำไมถึงไม่เสี่ยงแผลไหม้ คำตอบอยู่ที่เทคโนโลยีวัดและปรับอุณหภูมิแบบเรียลไทม์นี่เอง บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้น ทั้งหลักการให้ความร้อนลึกโดยลดความเจ็บ และเหตุผลที่ต้องทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 ถึง 6 สัปดาห์
ทำไม RF โมโนโพลาร์ถึงให้ความร้อนได้ถึงชั้นลึก?
คลื่นวิทยุความถี่สูงคือสัญญาณไฟฟ้าที่สั่นหลายล้านครั้งต่อวินาที เมื่อสัญญาณนี้วิ่งผ่านเนื้อเยื่อผิว โมเลกุลน้ำและไอออนในเนื้อเยื่อจะสั่นตามจังหวะนั้นอย่างรวดเร็ว พอโมเลกุลเสียดสีกันไปมาก็เกิดความร้อนขึ้น นี่คือหลักการที่ RF ทำให้ผิวร้อนขึ้น เหมือนกับตอนที่เราถูฝ่ามือเร็ว ๆ แล้วรู้สึกอุ่นขึ้นมานั่นเอง
ระบบโมโนโพลาร์จะปล่อยกระแสไฟฟ้าจากขั้วที่ปลายหัวจ่ายพลังงาน ไหลไปยังแผ่นกราวด์ขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนตัว เส้นทางที่กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านจึงกว้างและลึก ตั้งแต่ผิวหนังชั้นบนไปจนถึงหนังแท้และชั้นที่ลึกกว่านั้น ความร้อนก็เลยกระจายตามเส้นทางนี้ไปถึงชั้นลึกด้วย ในทางกลับกัน ระบบไบโพลาร์ที่มีขั้วไฟฟ้าสองขั้วอยู่ติดกันในหัวเดียวกัน กระแสไฟฟ้าจะวิ่งในระยะสั้น ๆ เท่านั้น จึงให้ความร้อนแค่ชั้นตื้น ๆ นี่คือเหตุผลที่ Oligio ส่งความร้อนลงไปถึงหนังแท้ชั้นลึกได้ เพราะโครงสร้างแบบโมโนโพลาร์นี่เอง
ทำไมการควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ถึงช่วยลดความเจ็บ?
การสร้างความร้อนด้วย RF มีจุดที่ต้องระวังอยู่หนึ่งอย่าง คือคนแต่ละคน แต่ละบริเวณของผิวมีความหนาและปริมาณน้ำในผิวไม่เท่ากัน ต่อให้ปล่อยพลังงานเท่ากัน แต่อุณหภูมิที่ขึ้นก็ไม่เท่ากัน บางจุดอาจร้อนไม่พอ บางจุดอาจร้อนเกินไปในพริบตา และความร้อนที่มากเกินไปนี่แหละคือสาเหตุหลักของแผลไหม้และความเจ็บปวด
Oligio แก้ปัญหานี้ด้วยการวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ เซนเซอร์ที่ปลายหัวจะวัดอุณหภูมิของชั้นหนังแท้หลายครั้งต่อวินาที เมื่อถึงอุณหภูมิเป้าหมายที่ประมาณ 40 ถึง 60 องศาเซลเซียส ระบบจะลดหรือหยุดการปล่อยพลังงานโดยอัตโนมัติ และถ้าอุณหภูมิยังต่ำกว่าเป้าก็จะเพิ่มพลังงานเข้าไปอีก คล้ายกับเตารีดที่ตัดไฟและต่อไฟเองสลับกันไป เพื่อไม่ให้อุณหภูมิเกินค่าที่ตั้งไว้
ด้วยการควบคุมแบบนี้ ช่วงเวลาที่ผิวร้อนเกินความจำเป็นจึงลดลง เพราะความเจ็บส่วนใหญ่มักรุนแรงตอนที่เนื้อเยื่อร้อนจัดไปกระตุ้นเส้นประสาท พออุณหภูมิไม่แกว่งขึ้นลงและคงที่ ความแสบร้อนก็เบาลงตามไปด้วย เหมือนกับซดน้ำซุปร้อน ๆ ทีละน้อยย่อมสบายกว่ากลืนรวดเดียวจนลวกปาก นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็นที่หัวเครื่องช่วยปกป้องผิวชั้นบนให้เย็นสบาย ในขณะที่ให้ความร้อนแม่นยำเฉพาะชั้นหนังแท้เท่านั้น
ทำไมอุณหภูมิเป้าหมายต้องอยู่ระหว่าง 40 ถึง 60 องศา?
ถ้าหลุดจากช่วงนี้ไปจะมีปัญหาสองแบบ ถ้าหนังแท้อยู่ต่ำกว่า 40 องศา เส้นใยคอลลาเจนแทบจะไม่ตอบสนองเลย เหมือนเชือกที่บิดเกลียวไว้แน่นยังคงตึงอยู่เหมือนเดิม แม้จะได้รับความร้อนแล้วแต่ก็ไม่เกิดการหดตัวหรือสัญญาณสร้างใหม่ใด ๆ
ในทางกลับกัน ถ้าอุณหภูมิสูงเกิน 60 องศาไปมาก เนื้อเยื่อจะไหม้เกรียม เพราะเป็นอุณหภูมิที่ทำให้โปรตีนแข็งตัวถาวร แม้แต่ไฟโบรบลาสต์ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนก็จะตายไปด้วย ความเสี่ยงแผลไหม้และรอยแผลเป็นก็เพิ่มขึ้นในช่วงนี้เช่นกัน
ดังนั้นช่วง 40 ถึง 60 องศาจึงเป็นเหมือนช่องแคบ ๆ ที่พอดีจะกระตุ้นคอลลาเจนได้โดยที่เนื้อเยื่อยังไม่ถูกทำลาย คล้ายกับการต้มไข่ที่ความสุกระดับครึ่งดิบครึ่งสุก สุกพอดี หรือไหม้เกรียมนั้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและเวลา ที่เซนเซอร์ของ Oligio ต้องวัดอุณหภูมิหลายครั้งต่อวินาทีก็เพราะต้องคอยตรึงอุณหภูมิไว้ในช่องแคบ ๆ นี้ ไม่ให้หลุดออกไปนั่นเอง
ทำไมคอลลาเจนที่โดนความร้อนถึงกระชับขึ้นทันที?
ลองนึกภาพคอลลาเจนเป็นเหมือนเสาโปรตีนที่ค้ำผิวให้ตึงกระชับ เสานี้มีโครงสร้างเป็นเส้นใยเล็ก ๆ สามเส้นบิดเกลียวกันคล้ายเชือก ปกติแล้วการบิดเกลียวนี้จะยึดแน่น และทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น
โครงสร้างการบิดเกลียวนี้ไม่ทนความร้อน เมื่ออุณหภูมิในหนังแท้ขึ้นถึงช่วง 40 ถึง 60 องศา โครงสร้างเชือกที่บิดเกลียวไว้จะคลายตัวออกในชั่วพริบตา ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดสั้นลงทันที คล้ายกับก้อนด้ายที่หดตัวเร็วมากเมื่อเอาไปใกล้ไฟ นี่คือเหตุผลที่หลังทำเสร็จทันทีจะรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเลย
แต่การหดตัวทันทีนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เนื้อเยื่อที่ถูกกระตุ้นด้วยความร้อนจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมเหมือนตอนที่มีบาดแผล และในกระบวนการนี้เองที่ร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา
คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างตอนไหน และค่อย ๆ เติมเต็มได้อย่างไร?
หนังแท้ที่ได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อนจะตอบสนองเหมือนกำลังซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ไฟโบรบลาสต์ซึ่งเป็นเซลล์สร้างคอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้ทำงาน แล้วสร้างคอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่นใหม่ขึ้นมา กระบวนการนี้มีหลักการคล้ายกับตอนที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาเติมเต็มแผลที่กำลังหาย
ปัญหาคือกระบวนการนี้ค่อย ๆ เกิดขึ้นแบบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำเป็นแค่ผลจากคอลลาเจนเดิมที่หดตัวเท่านั้น ส่วนความกระชับที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ที่คอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ เข้าที่ ดังนั้นแทนที่จะส่องกระจกแล้วผิดหวังในวันถัดจากที่ทำ ควรรอดูผลลัพธ์โดยใช้ช่วง 12 สัปดาห์เป็นเกณฑ์จะเหมาะสมกว่า
การที่กระบวนการฟื้นฟูนี้จะเกิดขึ้นได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าหนังแท้อยู่ในช่วงอุณหภูมิเป้าหมายได้สม่ำเสมอและนานพอหรือไม่ การควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ที่กล่าวไปข้างต้นจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่ลดความเจ็บเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้คงที่ไปพร้อมกันด้วย
เหตุผลที่ต้องแบ่งทำหลายครั้ง
การสร้างคอลลาเจนใหม่ไม่ได้ขึ้นถึงจุดสูงสุดจากการกระตุ้นเพียงครั้งเดียว เพราะเซลล์มีขีดจำกัดของปริมาณที่จะตอบสนองและสร้างได้ในแต่ละครั้ง การจะให้ผลลัพธ์เกินขีดจำกัดนี้ วิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าคือการแบ่งกระตุ้นหลาย ๆ ครั้ง นี่คือเหตุผลที่การยกกระชับด้วย RF โมโนโพลาร์อย่าง Oligio มักไม่จบในครั้งเดียว แต่จะทำทั้งหมด 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 ถึง 6 สัปดาห์
คล้ายกับการไปยกน้ำหนักที่ฟิตเนสแค่ครั้งเดียวแล้วกล้ามเนื้อไม่โตขึ้นทันที ร่างกายต้องได้รับการกระตุ้นซ้ำ ๆ ก่อนถึงจะยอมรับว่าภาระนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นจริง ๆ แล้วค่อยเร่งความเร็วในการสร้างคอลลาเจนขึ้น การกระตุ้นครั้งเดียวเปรียบเหมือนแค่ส่งสัญญาณ ต่อเมื่อสัญญาณนั้นสะสมมากพอถึงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อจริง ๆ
เหตุผลที่ต้องแบ่งทำเป็นหลายครั้งมีดังนี้
- ปริมาณคอลลาเจนที่สร้างได้จากการกระตุ้นครั้งเดียวมีขีดจำกัด ต้องกระตุ้นซ้ำอีกครั้งเพื่อให้การฟื้นฟูสะสมเพิ่มขึ้นไปอีก
- หนังแท้ต้องใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ในการฟื้นตัวและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ ถ้ากระตุ้นถี่เกินไปเนื้อเยื่ออาจล้าแทนที่จะได้ผลดี
- แต่ละคนมีความเร็วในการตอบสนองของผิวไม่เท่ากัน การดูผลลัพธ์ระหว่างทางแล้วค่อยปรับพลังงานและช่วงเวลาของครั้งต่อไปจะปลอดภัยกว่า
โดยทั่วไปคลินิกจะทำครั้งแรกแล้วเว้นระยะ 4 ถึง 6 สัปดาห์ก่อนทำครั้งต่อไป และวิธีการแบ่งทำแบบนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าปลอดภัยกว่าการอัดพลังงานแรง ๆ ในครั้งเดียว ในขณะที่ผลลัพธ์ก็ค่อย ๆ สะสมขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ไม่ได้อยู่ถาวรตลอดไป เช่นเดียวกับคอลลาเจนส่วนอื่นในร่างกายที่ค่อย ๆ สลายตัวและถูกแทนที่ด้วยของใหม่เป็นวงจรต่อเนื่อง ความกระชับที่ได้จากการทำหัตถการจึงค่อย ๆ ลดลงตามอายุที่มากขึ้น และจากการถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด
จากรายงานที่มีการเผยแพร่ ผลของการยกกระชับด้วย RF โมโนโพลาร์มักอยู่ได้ประมาณครึ่งปีถึงหนึ่งปี แต่ระยะเวลานี้แตกต่างกันไปมากตามความเร็วในการเสื่อมสภาพของผิวแต่ละคน พฤติกรรมการดูแลผิว รวมถึงพลังงานและจำนวนครั้งที่ทำในตอนแรก การกันแดดอย่างสม่ำเสมอและลดการระคายเคืองผิวจะช่วยให้คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่อยู่ได้นานขึ้น
แล้วทำไมเมื่อเวลาผ่านไปคอลลาเจนถึงลดลงอีก ในร่างกายมีเอนไซม์ที่คอยตัดคอลลาเจนเก่าออกแล้วเปลี่ยนเป็นของใหม่ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนถ่ายนี้เป็นวงจรปกติของร่างกาย แต่ถ้าโดนแสงแดดมาก เอนไซม์ตัวนี้จะทำงานเร็วขึ้น ทำให้คอลลาเจนถูกตัดออกเร็วกว่าเดิม เมื่อความเร็วในการสลายมากกว่าความเร็วในการสร้าง ความกระชับก็จะลดลงอีกครั้ง นี่คือเหตุผลที่ครีมกันแดดถูกเน้นย้ำอยู่เสมอ เพราะมันช่วยปกป้องคอลลาเจนที่พยายามสร้างขึ้นจากการทำหัตถการไม่ให้ถูกแสงแดดกัดกร่อนไป
ดังนั้นถ้าอยากรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน แทนที่จะจบแค่ครั้งเดียว การกลับมาทำซ้ำเป็นระยะเหมือนการดูแลรักษาต่อเนื่องจะสอดคล้องกับธรรมชาติของผิวมากกว่า เพราะอายุผิวไม่เคยหยุดเดินไปข้างหน้า การทำหัตถการเพื่อสร้างคอลลาเจนจึงควรมองเป็นการดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ทำแค่ครั้งเดียวจบ
References
Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

หลักการเครื่อง Xerf ที่ใช้ RF สองความถี่ให้ความร้อนทั้งชั้นตื้นและลึก เพื่อกระชับผิวหน้า พร้อมจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ผลอยู่ตัว
เครื่อง Xerf ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF สองความถี่พร้อมกัน เพื่อกระตุ้นทั้งชั้นหนังแท้ตื้นและชั้นพังผืดที่อยู่ลึกลงไปในเวลาเดียวกัน บทความนี้อธิบายตั้งแต่หลักการที่ความลึกของความร้อนเปลี่ยนไปตามความถี่ การหดตัวทันทีของคอลลาเจนเมื่อโดนความร้อน กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ตามมา ไปจนถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ตัว โดยเน้นอธิบายผ่านกลไกการทำงานเป็นหลัก
By Dr. Kim

หลักการที่ Density RF ใช้คลื่นวิทยุ 2 โหมด กระชับผิวทันทีพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ และต้องทำกี่ครั้ง
Density RF เป็นหัตถการยกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง 2 โหมดที่ทำงานต่างกันร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ และคอลลาเจนใหม่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ถัดมา บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องใช้ 2 โหมดร่วมกัน ความร้อนทำงานในชั้นผิวตามลำดับอย่างไร และทำไมถึงต้องแบ่งทำหลายครั้ง โดยเน้นอธิบายจากหลักการทำงานจริง
By Dr. Kim

หลักการที่ฟิลเลอร์เอลันเซ่ พีซีแอล สร้างวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนได้พร้อมกัน กับระยะเวลาที่อยู่ได้นาน
เอลันเซ่เป็นฟิลเลอร์สองขั้นตอน ระหว่างที่เจลเติมวอลลุ่มทันที อนุภาค PCL ที่อยู่ข้างในจะค่อย ๆ เรียกคอลลาเจนของตัวเองให้มาสร้างใหม่ บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ว่าทำไมกลไกนี้ถึงเป็นไปได้ และทำไมแต่ละรุ่นถึงอยู่ได้นานไม่เท่ากัน
By Dr. Kim