หลักการที่ Density RF ใช้คลื่นวิทยุ 2 โหมด กระชับผิวทันทีพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ และต้องทำกี่ครั้ง
By Dr. Kim1 min read

เมื่อรู้สึกว่าผิวหน้าหย่อนคล้อยลงกว่าเดิม หลายคนเริ่มสนใจหัตถการที่ใช้ความร้อนกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด และ Density RF ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีจุดเด่นตรงที่ไม่ได้ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบเดียว แต่ใช้ 2 โหมดที่ทำงานต่างกันควบคู่กัน
หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องผสมสองวิธีเข้าด้วยกัน และทำไมความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ กับผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ปรากฏชัดในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ถัดมา ถึงมาคนละจังหวะเวลากัน ถ้าเข้าใจว่าความร้อนทำงานในผิวเป็นลำดับขั้นตอนอย่างไร ก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมสองการเปลี่ยนแปลงนี้ถึงเกิดควบคู่กัน
ทำไมคลื่นวิทยุความถี่สูงถึงกระชับผิวได้ตั้งแต่แรก?
RF หรือ Radiofrequency คือพลังงานไฟฟ้ารูปแบบหนึ่ง เหมือนกับตอนต้มน้ำในกาไฟฟ้าที่กระแสไฟไหลผ่านความต้านทานแล้วกลายเป็นความร้อน พลังงาน RF ก็เช่นกัน เมื่อวิ่งผ่านเนื้อเยื่อผิวหนังก็จะเจอความต้านทานและเปลี่ยนเป็นความร้อนตรงจุดนั้น
ความร้อนนี้จะถูกส่งไปยังชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นที่มีโปรตีนคอลลาเจนสะสมอยู่ใต้ผิวชั้นบนสุด ลองนึกภาพคอลลาเจนเป็นเสาที่ค้ำโครงสร้างผิวไว้ เมื่ออายุมากขึ้น เสาต้นนี้ก็จะเก่าและหลวมลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย คลื่นวิทยุความถี่สูงจึงเข้ามากระตุ้นให้เสาต้นนี้สร้างเสาใหม่ขึ้นมาแทน
คล้ายกับบ้านที่ปล่อยทิ้งไว้นานจนเสาไม้ผุ ทำให้ผนังเอียง ถ้าตอกเสาใหม่แทรกเข้าไปข้างเสาเก่าทีละต้น ผนังก็จะกลับมาตรงได้อีกครั้ง สิ่งที่คลื่นวิทยุความถี่สูงทำในผิวก็เป็นแบบเดียวกัน ดังนั้นควรเข้าใจว่านี่ไม่ใช่หัตถการที่ขัดผิวชั้นนอกออก แต่เป็นการเข้าไปสร้างเสาค้ำใหม่ในชั้นลึก
โหมด RF สองแบบของ Density ต่างกันอย่างไร?
Density ไม่ได้ใช้รูปแบบความร้อนแบบเดียว แต่ใช้ 2 โหมดที่มีลักษณะต่างกันร่วมกัน โหมดหนึ่งกระจายพลังงานให้กว้างและลึก อีกโหมดรวมพลังงานให้แคบและเข้มข้น
โหมดที่กระจายกว้างจะให้ความร้อนทั่วชั้นหนังแท้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ความร้อนซึมเข้าถึงชั้นลึกได้ทั่วถึง ส่วนโหมดที่รวมพลังงานให้แคบจะเน้นพลังงานไปยังจุดเฉพาะ กระตุ้นเสาคอลลาเจนบริเวณนั้นให้แรงขึ้น
เนื่องจากสองโหมดนี้ทำหน้าที่ต่างกัน ถ้าใช้แค่โหมดเดียวก็จะมีบางจุดที่ตกหล่นไป และอีกโหมดจะเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนนั้น พูดง่ายๆ คือโหมดกระจายกว้างดูแลความกระชับสม่ำเสมอทั่วใบหน้า ส่วนโหมดรวมพลังงานดูแลจุดที่หย่อนคล้อยชัดเจนเป็นพิเศษ
เปรียบเทียบง่ายๆ โหมดกระจายกว้างเหมือนระบบทำความอุ่นทั่วทั้งห้อง ส่วนโหมดรวมพลังงานเหมือนแว่นขยายที่รวมแสงแดดไปที่จุดเดียว ถ้ามีแต่ระบบทำความอุ่นทั่วห้อง ห้องก็จะอุ่นโดยรวมแต่มุมที่เย็นเป็นพิเศษอาจยังดูแลไม่ทั่วถึง ถ้ามีแต่แว่นขยาย จุดนั้นจะร้อนจัดแต่ห้องทั้งหมดก็ยังเป็นเหมือนเดิม จึงต้องใช้สองวิธีนี้ร่วมกัน
ทำไมถึงรู้สึกกระชับทันทีหลังทำ?
หลายคนรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่วันที่ทำ Density เลย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากคอลลาเจนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น แต่เกิดจากเส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมได้รับความร้อนแล้วหดตัวทันที
เส้นใยคอลลาเจนมีโครงสร้างคล้ายเส้นด้ายที่บิดเกลียวกัน เมื่อได้รับความร้อนถึงระดับหนึ่ง เกลียวนี้จะบิดแน่นขึ้นทันทีและทำให้ความยาวสั้นลง จึงทำให้รู้สึกเหมือนผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำ
อย่างไรก็ตาม การหดตัวทันทีนี้เป็นผลจากโครงสร้างเส้นใยที่เปลี่ยนแปลงชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปจึงมีแนวโน้มจะค่อยๆ กลับไปเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงช่วงแรกนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่พอจะให้ความกระชับที่อยู่ได้นาน และปฏิกิริยาลำดับถัดไปต่างหากที่มีบทบาทสำคัญกว่า นี่คือเหตุผลที่บางคนส่องกระจกวันแรกแล้วรู้สึกว่าเปลี่ยนไปชัดเจน แต่พอผ่านไปประมาณ 3 ถึง 5 วันกลับรู้สึกว่ากลับไปเหมือนเดิมอีกครั้ง
ทำไมคอลลาเจนใหม่ถึงค่อยๆ มาในอีก 4 ถึง 12 สัปดาห์ต่อมา?
นอกเหนือจากการหดตัวทันทีหลังทำแล้ว ร่างกายจะมองความร้อนที่ได้รับเป็นสัญญาณความเสียหายเล็กน้อยชนิดหนึ่ง เมื่อไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนรับสัญญาณนี้ ก็จะเริ่มทำงานมากขึ้นเพื่อผลิตคอลลาเจนใหม่
ในกระบวนการนี้ เอนไซม์ MMP ที่ทำหน้าที่กำจัดคอลลาเจนเก่า (เปรียบเหมือนกรรไกรที่ตัดคอลลาเจน) ก็จะทำงานคึกคักขึ้นเช่นกัน เหมือนใช้กรรไกรตัดเสาเก่าออกแล้วสร้างเสาใหม่ขึ้นแทนที่ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่ากระบวนการฟื้นฟูนี้ไม่ได้จบในไม่กี่วัน แต่มักดำเนินไปอย่างช้าๆ นาน 4 สัปดาห์ถึง 6 เดือน
ลองนึกภาพแผลที่ตกสะเก็ดแล้วเนื้อใหม่ค่อยๆ งอกขึ้นใต้สะเก็ดนั้น สะเก็ดไม่ได้กลายเป็นเนื้อใหม่ในชั่วข้ามคืนฉันใด คอลลาเจนก็ไม่ได้เติมเต็มกลับมาในชั่วข้ามคืนฉันนั้น แต่จะค่อยๆ สะสมตามจังหวะที่ร่างกายกำหนดไว้ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องผิดหวังหากส่องกระจกวันถัดมาแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงของ Density จึงแบ่งได้เป็นสองช่วง การหดตัวทันทีหลังทำคือปฏิกิริยาแรกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ส่วนปฏิกิริยาฟื้นฟูที่คอลลาเจนใหม่ค่อยๆ เติมเต็มในช่วง 4 สัปดาห์ถึง 6 เดือนถัดมาต่างหากที่สร้างความกระชับที่อยู่ได้นานกว่า
ทำไมต้องใช้ Bulk heating กับ targeted heating ร่วมกันตามลำดับ?
โหมดที่กล่าวไปข้างต้นสามารถแบ่งตามขอบเขตของการให้ความร้อนได้อีกครั้ง Bulk heating (การให้ความร้อนพื้นที่กว้างในคราวเดียว) จะยกอุณหภูมิทั่วใบหน้าให้สูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาคอลลาเจนพื้นฐาน
Targeted heating (การรวมพลังงานไปยังจุดเฉพาะ) เป็นชั้นที่เสริมเข้ามาอีกขั้น โดยรวมความร้อนเพิ่มเติมไปยังจุดที่หย่อนคล้อยชัดเจน เช่น ร่องแก้มหรือแนวขากรรไกร เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาคอลลาเจนบริเวณนั้นให้มากขึ้น
เหตุผลที่ต้องใช้ทั้งสองแบบร่วมกันมีดังนี้
- ถ้าใช้แค่ bulk heating ใบหน้าโดยรวมจะดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่จุดที่หย่อนคล้อยเป็นพิเศษอาจยังรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าที่คาดหวัง เพราะพลังงานที่กระจายกว้างมีข้อจำกัดในการรวมพลังไปที่จุดใดจุดหนึ่ง
- ถ้าใช้แค่ targeted heating บริเวณนั้นจะตอบสนองแรง แต่ความสมดุลโดยรวมของใบหน้าอาจเสียไป เพราะการกระตุ้นแค่จุดเดียวแบบแคบๆ อาจทำให้ความกระชับของจุดนั้นกับบริเวณรอบข้างต่างกันชัดเจนเกินไป
- เมื่อใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันตามลำดับ ความกระชับพื้นฐานทั่วใบหน้าจะเกิดจาก bulk heating และบริเวณที่ต้องการเสริมเป็นพิเศษจะได้รับการเติมเต็มด้วย targeted heating มีรายงานว่าการทำแบบนี้ช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูสมดุล ขณะเดียวกันจุดที่กังวลก็ได้รับการดูแลอย่างชัดเจนขึ้น
ทำไมถึงต้องแบ่งทำหลายครั้งแทนที่จะทำครั้งเดียวจบ?
การสร้างคอลลาเจนใหม่มีความเร็วจำกัด ไม่ใช่ว่าเมื่อไฟโบรบลาสต์ถูกกระตุ้นครั้งหนึ่งแล้วจะสร้างคอลลาเจนได้เร็วแบบไม่มีขีดจำกัด ดังนั้นการกระตุ้นที่ได้จากการทำเพียงครั้งเดียวจึงมีเพดานตามธรรมชาติอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ Density จึงมักทำ 3 ถึง 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 3 ถึง 4 สัปดาห์ มีรายงานว่าเมื่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากครั้งก่อนดำเนินไปได้ระดับหนึ่งแล้วมีการกระตุ้นซ้ำเข้าไปอีก ปฏิกิริยานั้นจะสะสมและทำให้ผลลัพธ์เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
ถ้าเว้นระยะห่างสั้นเกินไปและทำถี่เกินไป การกระตุ้นใหม่อาจไปซ้อนทับกระบวนการฟื้นฟูที่ยังดำเนินอยู่ ทำให้ผิวรับภาระหนักเกินไป ในทางกลับกัน ถ้าเว้นระยะห่างมากเกินไป การกระตุ้นครั้งก่อนอาจขาดช่วง ทำให้ยากที่จะเห็นผลสะสม จึงมีรายงานว่าการรักษาระยะห่างตามคำแนะนำและทำต่อเนื่องตามรอบจะให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่า
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากการทำหัตถการก็จะค่อยๆ ลดลงตามกระบวนการเมแทบอลิซึมตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป เพราะคอลลาเจนไม่ได้คงอยู่ถาวรเมื่อถูกสร้างขึ้นครั้งหนึ่ง แต่มีวงจรการสร้างและสลายตัวหมุนเวียนอยู่ในร่างกายตลอดเวลา
ความกระชับที่ได้จาก Density จึงมีแนวโน้มจะค่อยๆ จางลงเมื่อผ่านไป 6 ถึง 12 เดือนหลังทำ และมีรายงานว่าการทำหัตถการดูแลซ้ำทุก 6 ถึง 12 เดือนจะช่วยยืดอายุความกระชับให้นานขึ้นได้ เนื่องจากแต่ละคนมีความเร็วในการเสื่อมสภาพของผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างกัน ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่จึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์หลังทำเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกสร้างขึ้นอย่างเข้มข้น มีรายงานว่าถ้าใส่ใจป้องกันแสงแดดและหลีกเลี่ยงการกระตุ้นผิวที่รุนแรงในช่วงนี้ จะช่วยให้คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ตั้งตัวได้มั่นคงขึ้น กล่าวได้ว่าการดูแลตัวเองในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์หลังทำก็มีผลต่อระยะเวลาที่ความกระชับจะคงอยู่ไม่แพ้ตัวหัตถการเอง
References
Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

หลักการที่ RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ให้ความร้อนลึกโดยลดความเจ็บ พร้อมจำนวนครั้งที่ต้องทำและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้
อธิบายง่าย ๆ ว่า RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ส่งความร้อนลงไปถึงชั้นหนังแท้ลึก ๆ ได้อย่างไร โดยที่ยังควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์เพื่อลดความเจ็บ พร้อมอธิบายว่าทำไมคอลลาเจนถึงหดตัวทันที และค่อย ๆ สร้างใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร รวมถึงเหตุผลที่ต้องทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว ผลถึงจะสะสมเต็มที่
By Dr. Kim

หลักการเครื่อง Xerf ที่ใช้ RF สองความถี่ให้ความร้อนทั้งชั้นตื้นและลึก เพื่อกระชับผิวหน้า พร้อมจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ผลอยู่ตัว
เครื่อง Xerf ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF สองความถี่พร้อมกัน เพื่อกระตุ้นทั้งชั้นหนังแท้ตื้นและชั้นพังผืดที่อยู่ลึกลงไปในเวลาเดียวกัน บทความนี้อธิบายตั้งแต่หลักการที่ความลึกของความร้อนเปลี่ยนไปตามความถี่ การหดตัวทันทีของคอลลาเจนเมื่อโดนความร้อน กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ตามมา ไปจนถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ตัว โดยเน้นอธิบายผ่านกลไกการทำงานเป็นหลัก
By Dr. Kim

หลักการที่วอลุ่มสคัลทรา (Sculptra) ไม่ขึ้นทันทีแต่ค่อยๆ เพิ่มในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ พร้อมเงื่อนไขและความคงอยู่
สคัลทราไม่ได้ให้ผลทันทีหลังฉีด แต่วอลุ่มจะค่อยๆ ขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ เหตุผลคือตัวสารไม่ได้เข้าไปเติมปริมาตรโดยตรง แต่ทำงานด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง บทความนี้จะพาไปดูว่า PLLA กระตุ้นคอลลาเจนผ่านกลไกแบบไหน และทำไมถึงต้องฉีดแบ่งเป็น 2 ถึง 4 ครั้ง
By Dr. Lee