prettytime
Filler

หลักการที่ฟิลเลอร์เอลันเซ่ พีซีแอล สร้างวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนได้พร้อมกัน กับระยะเวลาที่อยู่ได้นาน

By Dr. Kim2 min read

พูดถึงฟิลเลอร์ หลายคนมักนึกถึงฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก (HA) เป็นอันดับแรก ฉีดเข้าไปแล้ววอลลุ่มก็เกิดขึ้นทันที เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็ค่อย ๆ ดูดซึมกลับไป แต่เอลันเซ่ทำงานด้วยหลักการที่ต่างออกไปเล็กน้อย ตอนฉีดเข้าไปก็เติมวอลลุ่มทันทีเหมือนกัน แต่ข้างในมีอนุภาคเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ขั้นตอนที่สอง คือค่อย ๆ เรียกคอลลาเจนของตัวเองให้กลับมาสร้างใหม่ตลอด 12 สัปดาห์หลังทำหัตถการ

ด้วยเหตุนี้จึงมักได้ยินคนพูดถึงเอลันเซ่ว่าให้ผลทั้งทันทีและระยะยาวไปพร้อมกัน เรื่องนี้เป็นไปได้จริงเพราะอะไร และภายในร่างกายเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่เวลาผ่านไป ถ้าเข้าใจสองเรื่องนี้ ก็จะเข้าใจไปเองว่าทำไมระยะเวลาที่เอลันเซ่อยู่ได้ถึงต่างจากฟิลเลอร์ชนิดอื่น

เอลันเซ่ต่างจากฟิลเลอร์ชนิดอื่นตรงไหน?

เอลันเซ่ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบเดียว แต่ผสมวัตถุดิบหลักสองอย่างเข้าด้วยกัน อย่างแรกคือเจลที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและค่อย ๆ สลายกลับเป็นน้ำเมื่อเวลาผ่านไป อย่างที่สองคืออนุภาคเล็ก ๆ ที่ลอยกระจายอยู่ทั่วเจลนั้น นั่นคือ PCL (โพลีคาโปรแลกโทน, polycaprolactone)

เปรียบง่าย ๆ เจลก็เหมือนน้ำที่พาอนุภาคเดินทาง ส่วน PCL ก็เหมือนเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในน้ำนั้น ตอนฉีดเข้าไปด้วยเข็ม ทั้งเจลและเมล็ดพันธุ์จะเข้าไปพร้อมกันและสร้างวอลลุ่มขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไปเจลจะค่อย ๆ หายไป เหลือแต่เมล็ดพันธุ์ที่อยู่ในตำแหน่งนั้นและทำให้เนื้อเยื่อใหม่เติบโตขึ้น จุดสำคัญของการเข้าใจเอลันเซ่คือวัตถุดิบสองอย่างนี้ทำหน้าที่ต่างกันในช่วงเวลาที่ต่างกัน

ลองนึกภาพการรดน้ำแปลงดอกไม้พร้อมหว่านเมล็ดไปด้วยกัน ผ่านไปไม่กี่วันน้ำก็ซึมลงดินหายไป แต่เมล็ดพันธุ์ยังอยู่ในดินและค่อย ๆ หยั่งราก เอลันเซ่ก็เป็นแบบเดียวกัน เจลจะถูกร่างกายดูดซึมไปก่อนและเปิดพื้นที่ว่าง ส่วนอนุภาค PCL จะอยู่ในตำแหน่งนั้นนานกว่าและทำหน้าที่สร้างเนื้อเยื่อใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ

เจลสร้างวอลลุ่มทันทีได้อย่างไร?

ส่วนที่เป็นเจลของเอลันเซ่คือสารที่เรียกว่า คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (CMC) ชื่ออาจฟังดูแปลก แต่หน้าที่ของมันเข้าใจง่าย มันมีคุณสมบัติดูดซับน้ำแล้วพองตัว พอถูกฉีดเข้าไปในตำแหน่งนั้นก็ทำหน้าที่เหมือนเบาะรองเติมปริมาตรทันที ลองนึกภาพฟองน้ำแห้งที่พอจุ่มน้ำแล้วพองขึ้นทันที ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น ด้วยคุณสมบัติดูดน้ำแล้วพองตัวนี้เอง จึงสร้างปริมาตรขึ้นมาได้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยปฏิกิริยาเคมีใด ๆ เป็นพิเศษ

เพราะเจลนี้เอง ทำให้เห็นผลวอลลุ่มได้ตั้งแต่ทันทีหลังทำหัตถการ หลักการคล้ายกับฟิลเลอร์ HA ที่เติมเต็มเรียบเนียนทันทีที่ฉีด เพียงแต่เจลของเอลันเซ่จะถูกร่างกายดูดซึมออกไปเหมือนน้ำเมื่อเวลาผ่านไป โดยทั่วไปแล้วส่วนเจลนี้จะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติภายใน 6 ถึง 8 สัปดาห์ ถ้ามีแค่เจลอย่างเดียว วอลลุ่มก็ควรจะลดลงเรื่อย ๆ ตามเวลา แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ยุบลงแบบนั้น หลายกรณีวอลลุ่มยังคงอยู่ได้นาน เหตุผลอยู่ที่อนุภาค PCL ซึ่งจะอธิบายต่อไป

ทำไมอนุภาค PCL ถึงเรียกคอลลาเจนได้?

PCL เป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่ใช้กันทั่วไปในไหมเย็บแผลผ่าตัดหรือวัสดุทางการแพทย์ต่าง ๆ สลายตัวในร่างกายอย่างช้า ๆ และปลอดภัย ในเอลันเซ่ PCL อยู่ในรูปอนุภาคทรงกลมขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กระจายอยู่ทั่วเนื้อเจลอย่างสม่ำเสมอ

เมื่ออนุภาคเหล่านี้เข้าไปอยู่ในผิว ร่างกายจะรับรู้ว่านี่ไม่ใช่เนื้อเยื่อเดิมของตัวเอง แต่เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ร่างกายจึงมีปฏิกิริยาตามธรรมชาติคือห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมนั้นด้วยเนื้อเยื่อใหม่ ระหว่างกระบวนการนี้ ไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจน จะเคลื่อนตัวเข้ามารวมกันรอบ ๆ อนุภาค ลองนึกภาพคอลลาเจนเป็นเหมือนเสาโครงสร้างที่ค้ำยันผิวไว้ เมื่อไฟโบรบลาสต์เริ่มถักทอเสาต้นใหม่ขึ้นมา ก็จะเกิดเป็นเยื่อคอลลาเจนบาง ๆ ห่อหุ้มอนุภาคแต่ละเม็ดเอาไว้

กล่าวคือ อนุภาค PCL ไม่ได้เติมปริมาตรด้วยตัวเอง แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง คล้ายกับการปลูกเมล็ดพันธุ์แล้วปล่อยให้รากงอกขึ้นในตำแหน่งนั้น

คล้ายกับตอนที่มีหนามเล็ก ๆ ตำเข้าไปในผิว แล้วเนื้อใหม่ก็ค่อย ๆ งอกขึ้นมาห่อหุ้มหนามนั้นไว้ หรือคล้ายกับตอนที่ไหมเย็บแผลหลังผ่าตัดค่อย ๆ ละลายไป แล้วเนื้อเยื่อที่แข็งแรงก็เข้ามาแทนที่รอบ ๆ บริเวณนั้น ด้วยหลักการเดียวกันนี้เองที่ทำให้อนุภาค PCL ถูกนำมาใช้ในร่างกายได้อย่างปลอดภัย

จุดพิเศษของปฏิกิริยานี้คือ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่รอบอนุภาคเม็ดเดียว แต่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งบริเวณที่อนุภาคกระจายอยู่ เพราะอนุภาคไม่ได้จับตัวเป็นก้อนในจุดเดียว แต่กระจายอยู่ทั่วเนื้อเจลอย่างสม่ำเสมอ คอลลาเจนที่เกิดขึ้นจึงกระจายตัวสม่ำเสมอไปด้วย และกลายเป็นวอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติ

กว่าคอลลาเจนจะตั้งตัวได้ ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?

ปฏิกิริยานี้ไม่ได้จบลงในชั่วข้ามคืน การห่อหุ้มอนุภาคหนึ่งเม็ดด้วยคอลลาเจนใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ส่วนคอลลาเจนที่จะตั้งตัวได้เต็มที่ทั่วทั้งบริเวณที่ทำหัตถการนั้น มีรายงานว่าโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 12 สัปดาห์

ความเร็วในการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกายมีอัตราที่แน่นอนอยู่แล้ว ต่อให้อยากให้เร็วขึ้นก็เร่งไม่ได้ เหมือนกับบาดแผลที่เนื้อใหม่ไม่ได้งอกขึ้นในวันเดียว แต่ค่อย ๆ สมานภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์

ระหว่างที่เวลาผ่านไป ภายในร่างกายจะเกิดสองเรื่องขึ้นพร้อมกัน เจลที่ฉีดเข้าไปตอนแรกจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมออกไป ส่วนที่หายไปนั้นก็จะถูกแทนที่ด้วยคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ เหมือนกับการส่งไม้ผลัดกัน ช่วงแรกเจลจะเป็นตัวรับผิดชอบวอลลุ่ม แล้วยิ่งเวลาผ่านไป คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นเองก็จะเข้ามารับหน้าที่นั้นแทน ดังนั้นวอลลุ่มทันทีหลังทำหัตถการกับวอลลุ่มหลังผ่านไป 12 สัปดาห์ จึงมีหลักการที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างหนึ่งคือเจลที่เติมเข้าไป อีกอย่างหนึ่งคือเนื้อเยื่อจริงของตัวเองที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่

ทำไมแต่ละรุ่นถึงอยู่ได้นานไม่เท่ากัน?

เอลันเซ่ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์เดียว แต่แบ่งเป็นหลายรุ่น เช่น S, M, L, E และแต่ละรุ่นก็ทราบกันว่าอยู่ได้นานไม่เท่ากัน ทั้งที่ใช้หลักการเดียวกัน แล้วทำไมระยะเวลาถึงต่างกัน คำตอบอยู่ที่ขนาดของอนุภาค PCL และความหนืดของเจล

  • ยิ่งอนุภาคมีขนาดใหญ่ ร่างกายก็ยิ่งใช้เวลาสลายนานขึ้น เหมือนกับน้ำตาลก้อนใหญ่ที่ละลายช้ากว่าน้ำตาลผงละเอียด เพราะเมื่อเทียบกับปริมาตรของอนุภาคแล้ว พื้นผิวที่ร่างกายสัมผัสได้จะน้อยลงตามสัดส่วน เมื่อการสลายตัวช้าลง ระยะเวลาที่กระตุ้นคอลลาเจนก็ยืดออกไปด้วย รุ่นที่มีอนุภาคขนาดใหญ่จึงมักมีระยะเวลาคงอยู่โดยรวมนานกว่า
  • ยิ่งเจลมีความหนืดสูง ก็ยิ่งอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดได้นานขึ้น รุ่นที่มีความหนืดสูงเป็นที่ทราบกันว่าให้ความรู้สึกแน่นของวอลลุ่มทันทีหลังทำหัตถการได้นานกว่า จึงมักใช้ในบริเวณที่ต้องการขึ้นรูปทรงให้ชัดเจน เช่น จมูกหรือคาง
  • ส่วนรุ่นที่ใช้กับบริเวณผิวบางและบอบบาง เช่น รอบดวงตา จะลดความหนืดลงและทำอนุภาคให้ละเอียดขึ้น เพื่อให้กระจายตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติใต้ผิวที่บาง โดยไม่จับตัวเป็นก้อนหรือรู้สึกนูนขึ้นมา

ด้วยความแตกต่างเหล่านี้ การเลือกใช้รุ่นไหนจึงขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและระยะเวลาที่ต้องการให้อยู่ได้นาน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่ต้องการวอลลุ่มคงอยู่นาน หรือบริเวณที่ต้องแสดงผลบางและเป็นธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่แพทย์เลือกใช้รุ่นต่างกันไปตามความเหมาะสม

หลังทำหัตถการ ควรดูแลรักษาผลลัพธ์อย่างไร?

กระบวนการที่คอลลาเจนตั้งตัวไม่ใช่ปฏิกิริยาที่จบลงทันทีในครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ค่อย ๆ ดำเนินไปตลอด 12 สัปดาห์ ดังนั้นการตัดสินผลลัพธ์สุดท้ายจากอาการบวมหรือการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มในช่วง 2 ถึง 5 วันแรกหลังทำหัตถการจึงยังเร็วเกินไป

มีคำแนะนำว่าไม่ควรกดหรือนวดบริเวณที่ทำหัตถการแรง ๆ เพราะอาจทำให้เจลและอนุภาคกระจายไปในทิศทางที่ไม่ต้องการ หากกดซ้ำ ๆ ในขณะที่เจลยังไม่แข็งตัวดี อนุภาคอาจเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมและไปสะสมด้านใดด้านหนึ่ง จนจับตัวเป็นก้อนขรุขระได้ ด้วยเหตุนี้ในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรกหลังทำหัตถการ การปล่อยให้บริเวณนั้นอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่ไปสัมผัสจึงช่วยให้ตั้งตัวได้สม่ำเสมอ นอกจากนี้กระบวนการที่คอลลาเจนตั้งตัวยังอาจได้รับผลจากความสามารถในการฟื้นตัวและวิถีชีวิตของแต่ละคน จึงควรให้เวลาที่เพียงพอในการติดตามผล และปรึกษาแพทย์อีกครั้งหากจำเป็น

ในช่วง 2 ถึง 5 วันแรกหลังทำหัตถการ อาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการฉีดเจลและอนุภาคเข้าไป และส่วนใหญ่จะหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อผลลัพธ์เริ่มจางลงตามระยะเวลาที่คงอยู่ หลายคนเลือกทำหัตถการซ้ำในกระบวนการเดิมเพื่อรักษาผลลัพธ์ต่อไป

References

Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Filler

หลักการที่ฟิลเลอร์แคลเซียม Radiesse เติมวอลุ่มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน และอยู่ได้นานแค่ไหน

Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่อนุภาคแคลเซียมเติมวอลุ่มได้ทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมอนุภาคถึงสร้างวอลุ่มได้ และนำไปสู่การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร รวมถึงเหตุผลที่นำมาเจือจางใช้เป็นสกินบูสเตอร์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

By Dr. Lee

Filler

หลักการทำงานของฟิลเลอร์ Ellanse ระยะเวลาคงอยู่แต่ละไทป์ ไปจนถึงผลข้างเคียง สรุปครบตามหลักฐานวิชาการ

Ellanse เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้ไมโครสเฟียร์ PCL ผสมกับเจล CMC เพื่อเพิ่มวอลลุ่มทันทีพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้สรุปหลักการทำงาน ระยะเวลาคงอยู่ หลักฐานด้านประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงจากข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ

By Dr. Lee

Lifting

หลักการที่ RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ให้ความร้อนลึกโดยลดความเจ็บ พร้อมจำนวนครั้งที่ต้องทำและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้

อธิบายง่าย ๆ ว่า RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ส่งความร้อนลงไปถึงชั้นหนังแท้ลึก ๆ ได้อย่างไร โดยที่ยังควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์เพื่อลดความเจ็บ พร้อมอธิบายว่าทำไมคอลลาเจนถึงหดตัวทันที และค่อย ๆ สร้างใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร รวมถึงเหตุผลที่ต้องทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว ผลถึงจะสะสมเต็มที่

By Dr. Kim

Back to articles