รูขุมขนกว้างกับรูขุมขนบุ๋มจากแผลเป็นสิวต่างกันอย่างไร ตั้งแต่สาเหตุจนถึงวิธีดูแล
By Dr. Lee1 min read

ทุกครั้งที่ส่องกระจกใกล้ ๆ มักสังเกตเห็นรูขุมขนที่ดูเหมือนเป็นปัญหาเดียวกันหมด แต่จริง ๆ แล้วหลายคนมีปัญหาสองอย่างปะปนกันอยู่ อย่างแรกคือรูขุมขนเดิมที่ขยายกว้างขึ้น อีกอย่างคือรอยที่เกิดจากสิวอักเสบแล้วยุบบุ๋มลงไปเหมือนแผลเป็น
ทั้งสองแบบมองแล้วเหมือนรูเล็ก ๆ บนใบหน้า จึงมักถูกเข้าใจว่าเป็นปัญหาเดียวกันและดูแลด้วยวิธีเดียวกัน แต่เมื่อกลไกการเกิดต่างกัน แนวทางดูแลก็ควรต่างกันตาม ถ้าเอาวิธีที่ได้ผลกับรูขุมขนกว้างไปใช้กับรูขุมขนที่เป็นแผลเป็น ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่หวัง มาดูทีละแบบว่าเกิดจากอะไร แยกกันอย่างไร และดูแลต่างกันตรงไหนบ้าง
ทำไมรูขุมขนถึงขยายกว้างขึ้น
รูขุมขนคือทางเปิดที่เชื่อมกับต่อมไขมันใต้ผิว ทำหน้าที่ให้ไขมันออกมาเคลือบผิวให้ชุ่มชื้น แต่เมื่อร่างกายผลิตไขมันมากกว่าปกติ ไขมันจะไปอุดและดันทางเปิดนี้จนขอบค่อย ๆ ขยายกว้างขึ้นทีละนิด
โดยเฉพาะบริเวณจมูกและหน้าผากที่มีต่อมไขมันหนาแน่น จะเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ชัดกว่าจุดอื่น เพราะยิ่งต่อมไขมันหนาแน่นเท่าไร ก็ยิ่งมีทางเปิดที่พร้อมจะขยายกว้างได้มากเท่านั้น หลายคนจึงรู้สึกว่ารูขุมขนรอบจมูกกว้างเป็นพิเศษ
อีกปัจจัยที่เข้ามาเสริมคือคอลลาเจนและเส้นใยที่ให้ความยืดหยุ่นในผิวลดลง รอบ ๆ ปากรูขุมขนมีเนื้อเยื่อเส้นใยลักษณะคล้ายร่างแหคอยรัดทางเปิดนี้ให้กระชับอยู่เสมอ แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือโดนแดดสะสมนาน เนื้อเยื่อนี้จะอ่อนแรงลง เหมือนยางยืดที่ใช้มานานแล้วยืดค้างไม่กลับคืนรูปเดิม พอนึกภาพแบบนี้ก็เข้าใจง่ายขึ้น
สาเหตุที่ทำให้รูขุมขนขยายกว้าง
รูขุมขนที่กว้างขึ้นไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักเป็นผลรวมของหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน
- ปริมาณไขมันที่ผลิตออกมา: คนที่ต่อมไขมันทำงานมากจะมีไขมันไปอุดทางเปิดรูขุมขนมากกว่า ทำให้ขอบขยายกว้างขึ้น พันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมีผลต่อปริมาณไขมันที่ผลิตออกมา
- ขนาดของรูขุมขนเอง: บริเวณที่รูขุมขนมีขนาดใหญ่ตามธรรมชาติ รูขุมขนที่มองเห็นก็ยิ่งดูกว้างตามไปด้วย เพราะเส้นผ่านศูนย์กลางของทางเปิดนั้นใหญ่อยู่แล้ว
- คอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่นลดลง: เมื่ออายุมากขึ้นหรือโดนแดดบ่อย เนื้อเยื่อเส้นใยที่คอยรัดรูขุมขนจะอ่อนแรงลงจนขอบค้างอยู่ในสภาพขยายกว้าง โครงสร้างพยุงที่หลวมลงแบบนี้มักไม่กลับมาแคบเหมือนเดิม
- ผิวหย่อนคล้อย: เมื่อผิวบริเวณกว้างอย่างแก้มเริ่มหย่อนลงด้านล่าง รูขุมขนที่เคยกลมจะดูยืดออกเป็นทรงหยดน้ำเล็กน้อย เพราะผิวทั้งแผ่นถูกดึงลง ทางเปิดของรูขุมขนก็ถูกดึงตามไปด้วย
รูขุมขนที่เป็นแผลเป็นคือปัญหาคนละแบบจริงหรือ
รูขุมขนที่เป็นแผลเป็น แม้ชื่อจะมีคำว่ารูขุมขน แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่รูขุมขน ใกล้เคียงกับแผลเป็นมากกว่า เป็นรอยที่สิวอักเสบเคยเกิดขึ้นแล้วยุบบุ๋มลงไป กลไกการเกิดจึงต่างจากทางเปิดรูขุมขนตามธรรมชาติ
สิวที่อักเสบลึกและอักเสบนาน ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเนื้อเยื่อที่เสียหายในบริเวณนั้น ระหว่างกระบวนการนี้คอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะถูกสลายไปด้วย และเมื่ออาการอักเสบสงบลงแต่คอลลาเจนที่สลายไปไม่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนเท่าเดิม บริเวณนั้นก็ยุบบุ๋มค้างไว้ พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่ไขมันเยอะจนขยาย แต่เป็นเสาที่คอยค้ำยันใต้ผิวหายไปต่างหาก
ลองนึกภาพกระถางต้นไม้ที่รากเน่าจนดินยุบตัวลง มองจากด้านนอกจะเห็นเป็นแค่รูเล็ก ๆ บุ๋มลงไป แต่ความจริงคือสิ่งที่เคยค้ำยันด้านล่างหายไปแล้ว ด้วยเหตุนี้การดูแลแค่ผิวชั้นบนจึงมักไม่ทำให้รอยบุ๋มเต็มขึ้นได้ง่าย ๆ
กระบวนการเกิดรูขุมขนแผลเป็นเป็นอย่างไร
ระหว่างที่มีการอักเสบ เอนไซม์ที่ทำหน้าที่กำจัดเนื้อเยื่อที่เสียหายก็จะทำงานเพิ่มขึ้นด้วย เพราะแผลจะหายได้ต้องเคลียร์ส่วนที่เก่าและเสียหายออกก่อน หากความเร็วในการเคลียร์นี้เร็วกว่าความเร็วในการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่วนต่างที่เหลือก็จะกลายเป็นรอยบุ๋มค้างอยู่
ยิ่งอักเสบลึกและปล่อยทิ้งไว้นานเท่าไร ช่องว่างนี้ก็ยิ่งถ่างมากขึ้น สิวที่อักเสบตื้นและระยะสั้นส่วนใหญ่จะฟื้นตัวจนเต็มขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่สิวที่อักเสบลึกและนานมักฟื้นตัวไม่ทันสร้างคอลลาเจนชดเชยให้ครบ จึงอธิบายได้ว่าทำไมการปล่อยสิวทิ้งไว้นานหรือบีบแกะจนอักเสบหนักขึ้น จึงเพิ่มโอกาสที่จะเหลือเป็นแผลเป็น
รูปทรงของรอยบุ๋มก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนเป็นรอยแคบและลึก บางคนเป็นรอยกว้างและตื้นคล้ายจานรอง ซึ่งทราบกันว่าเป็นผลจากความลึกและความกว้างของการอักเสบที่ลามไปในชั้นหนังแท้นั่นเอง
แยกรูขุมขนสองแบบนี้ได้อย่างไร
ถ้าดูด้วยตาเปล่าอย่างเดียวมักแยกยาก แต่ถ้าใช้เกณฑ์บางอย่างช่วยดู การแยกจะง่ายขึ้นมาก
- รูปทรง: รูขุมขนกว้างมักมีลักษณะกลมและสมมาตร ส่วนรูขุมขนแผลเป็นมักมีขอบเป็นมุมหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจนไม่สมมาตร เพราะรูขุมขนยังคงรูปทางเปิดเดิม แต่แผลเป็นเกิดจากเนื้อเยื่อที่เสียหายไม่เท่ากัน รูปทรงจึงไม่แน่นอน
- ตำแหน่งที่พบ: รูขุมขนกว้างมักกระจุกตัวรอบจมูกและหน้าผากที่มีต่อมไขมันหนาแน่น ในขณะที่รูขุมขนแผลเป็นอาจพบได้แม้ในบริเวณที่ต่อมไขมันน้อยอย่างแก้มหรือคาง ถ้าเคยเป็นสิวอักเสบรุนแรงที่จุดนั้นมาก่อน เพราะแผลเป็นจะตามรอยที่เคยอักเสบ ไม่ใช่ตามปริมาณไขมัน
- ปฏิกิริยาเมื่อดึงผิวให้ตึง: เวลาใช้นิ้วดึงผิวให้ตึงเบา ๆ รูขุมขนกว้างมักดูโดดเด่นน้อยลงเพราะเส้นใยยืดหยุ่นรอบ ๆ ยังพอเหลืออยู่ ทำให้ทางเปิดแคบลงตามการดึง ตรงกันข้าม รูขุมขนแผลเป็นแทบไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะดึง เพราะเนื้อเยื่อที่เคยค้ำยันด้านล่างหายไปแล้ว
- มีปลั๊กอุดตันหรือไม่: รูขุมขนกว้างมักเห็นปลั๊กเล็ก ๆ จากไขมันและเซลล์ผิวที่จับตัวกัน ส่วนรูขุมขนแผลเป็นมักไม่มีปลั๊กแบบนี้ เพราะไม่ใช่ทางเปิดแต่เป็นรอยบุ๋มที่ยุบลงไป
หากใช้เกณฑ์เหล่านี้แล้วยังไม่แน่ใจ การให้แพทย์ผิวหนังตรวจดูโดยตรงจะแม่นยำกว่า เพราะในความเป็นจริงหลายคนมีทั้งสองแบบปะปนกันอยู่ในบริเวณเดียว
แนวทางดูแลรูขุมขนกว้าง
รูขุมขนกว้างควรดูแลไปพร้อมกันทั้งการควบคุมไขมันและเสริมความกระชับรอบรูขุมขน เพราะต้นเหตุคือทางเปิดถูกอุดตันและเนื้อเยื่อพยุงหลวมลง การดูแลทั้งสองด้านพร้อมกันจึงช่วยได้มากกว่า
สารกลุ่มเรตินอยด์ทราบกันว่าช่วยปรับความเร็วในการสะสมของเซลล์ผิวชั้นบนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำงานในทางที่ช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อเส้นใยที่เคยรัดรูขุมขนให้กระชับขึ้น ส่วนไนอาซินาไมด์เป็นสารที่รู้จักกันว่าช่วยลดการผลิตไขมัน จึงช่วยลดปริมาณที่จะไปอุดทางเปิดตั้งแต่ต้น
กรดซาลิไซลิกซึ่งละลายในน้ำมันได้ดี ทราบกันว่าเข้าไปเคลียร์ไขมันที่สะสมอยู่ลึกในรูขุมขนได้ดีกว่าสารขัดผิวที่ละลายน้ำ เพราะเข้าถึงส่วนที่มันของรูขุมขนได้ง่ายกว่า และการกันแดดมีบทบาทช่วยไม่ให้เส้นใยยืดหยุ่นรอบรูขุมขนเสียหายเพิ่มขึ้นอีก การดูแลเพื่อฟื้นฟูเส้นใยที่อ่อนแรงไปแล้ว ควบคู่กับการป้องกันไม่ให้แดดทำร้ายซ้ำ จึงควรทำไปพร้อมกัน
แนวทางดูแลรูขุมขนแผลเป็น
รูขุมขนแผลเป็นมีข้อจำกัดถ้าดูแลแค่ผิวชั้นบน เพราะแก่นของปัญหาคือคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ลดลง จึงต้องใช้แนวทางที่ช่วยเติมคอลลาเจนใหม่กลับเข้าไปในบริเวณนั้น
หัตถการที่ใช้เข็มเล็ก ๆ เจาะรอบบริเวณที่บุ๋มจะสร้างบาดแผลเล็กมาก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาซ่อมแซมตัวเอง ระหว่างกระบวนการฟื้นตัวนี้ทราบกันว่าจะมีคอลลาเจนใหม่เกิดขึ้นและค่อย ๆ เติมเต็มรอยบุ๋มขึ้นมา วิธีที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงร่วมด้วยจะช่วยส่งพลังงานกระตุ้นลงไปถึงชั้นหนังแท้ที่ลึกขึ้น ทำให้ปฏิกิริยาฟื้นฟูกระจายได้กว้างขึ้นตามที่อธิบายไว้
ในบางกรณีที่ใต้แผลเป็นมีพังผืดคล้ายเส้นเชือกดึงรั้งเนื้อเยื่อไว้ อาจต้องมีหัตถการที่ช่วยตัดพังผืดนั้นก่อนควบคู่กันไป เหมือนม่านที่ผูกติดกับเชือกด้านหนึ่ง ต่อให้ดันเท่าไรก็คลี่ไม่ออก ถ้ายังมีพังผืดค้างอยู่ การดูแลวิธีอื่นก็มักทำให้รอยบุ๋มคลี่ตัวได้ไม่เต็มที่ ส่วนเลเซอร์ที่ช่วยปรับผิวรอยต่อระหว่างชั้นผิวและชั้นหนังแท้ ก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ร่วมกันเพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อใหม่เข้าไปอยู่ในตำแหน่งได้ดีขึ้น
สิ่งที่ควรจำไว้เมื่อดูผลลัพธ์
ทั้งรูขุมขนกว้างและรูขุมขนแผลเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว เพราะกระบวนการที่คอลลาเจนกลับมาเรียงตัวใหม่หรือเส้นใยยืดหยุ่นถูกเติมเต็ม ล้วนเป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายค่อย ๆ สร้างขึ้นเอง แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงมากมายจากการดูแลเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง การดูแลอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่เหมาะกับสาเหตุจะให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่า
และหลายคนมีรูขุมขนทั้งสองแบบปนกันอยู่บนใบหน้าเดียวกัน เช่น รอบจมูกเป็นรูขุมขนกว้าง ส่วนบริเวณแก้มเป็นรูขุมขนแผลเป็น ในกรณีแบบนี้การดูแลต่างวิธีตามแต่ละบริเวณไปพร้อมกันจึงเป็นเรื่องปกติ ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินสภาพที่แท้จริงและวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับตัวเอง
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

ทำไมซีริงโกมาใต้ตาที่ขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ ถึงต่างจากมิเลียม และกำจัดยากกว่าที่คิด
ตุ่มเล็ก ๆ คล้ายเมล็ดข้าวที่ขึ้นใต้ตามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมิเลียม ทั้งที่จริงแล้วซีริงโกมาเกิดจากกลไกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้อธิบายตั้งแต่กระบวนการเกิดจากต่อมเหงื่อ เหตุผลที่กำจัดยาก ไปจนถึงสาเหตุที่มักกลับมาเป็นซ้ำ เข้าใจง่าย
By Dr. Lee

กระกับฝ้าหน้าตาคล้ายกันมาก แต่ทำไมวิธีรักษาถึงตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
มองผ่าน ๆ กระและฝ้าดูเหมือนจุดสีน้ำตาลที่แยกกันยาก แต่ตำแหน่งที่เม็ดสีฝังตัวอยู่ใต้ผิวและสาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง ความต่างนี้เองเป็นตัวกำหนดว่าควรเลือกเลเซอร์แรงหรือโทนนิ่งแบบอ่อน และทำไมมีแค่ฝ้าเท่านั้นที่กลับมาเป็นซ้ำบ่อยเป็นพิเศษ บทความนี้อธิบายให้เข้าใจง่าย
By Dr. Lee

คางสองชั้นที่เกิดแม้ไม่อ้วน ต้องแยกสาเหตุไขมันกับผิวหย่อนก่อนเลือกวิธีรักษา
คางสองชั้นบางคนเกิดจากไขมันสะสม บางคนเกิดจากผิวและกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย ทั้งสองแบบดูคล้ายกันแต่ต้นตอต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องใช้วิธีรักษาที่ต่างกันด้วย บทความนี้อธิบายที่มาของแต่ละแบบและวิธีแยกให้ออก
By Dr. Kim