prettytime
Lifting

เกณฑ์เลือก RF, HIFU และร้อยไหมสำหรับคอหย่อนคล้อย ขึ้นอยู่กับสาเหตุจากผิวหรือกล้ามเนื้อ

By Dr. Lee1 min read

เมื่อคิดจะแก้ปัญหาคอหย่อนคล้อย คำถามแรกที่มักเจอคือควรเลือกทำหัตถการแบบไหนดี RF อย่าง Thermage, HIFU และร้อยไหม ต่างก็จัดการกับคอที่หย่อนคล้อยได้เหมือนกัน แต่ชั้นที่ออกฤทธิ์และวิธีการทำงานไม่เหมือนกันเลย ดังนั้นหัตถการไหนจะเหมาะกับเรา จึงขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุของคอหย่อนคล้อยคืออะไร ถ้าผิวเองบางลงและยืดตัว วิธีแก้จะต่างจากกรณีที่พังผืดหรือกล้ามเนื้อใต้ผิวแยกตัวออกจากกัน บทความนี้จะสรุปทีละข้อว่าหัตถการทั้งสามแบบทำงานอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับสาเหตุแบบใด

ทำไมคอหย่อนคล้อยถึงต่างจากใบหน้า?

ผิวบริเวณคอบางกว่าผิวหน้าตามธรรมชาติอยู่แล้ว บางจุดอาจบางเพียงครึ่งเดียวของผิวหน้าด้วยซ้ำ เมื่อเริ่มหย่อนคล้อยจึงเห็นได้ชัดเร็วกว่าใบหน้ามาก และในขณะที่ใบหน้ามีชั้นพังผืด SMAS (เยื่อบางๆ ที่ห่อหุ้มใต้ผิวและยึดไขมันกับกล้ามเนื้อไว้ด้วยกัน) คอยพยุงไขมันและกล้ามเนื้อไว้อย่างแข็งแรง แต่ที่คอโครงสร้างพยุงแบบนี้อ่อนแอกว่ามาก

นอกจากนี้ที่คอยังมีกล้ามเนื้อ platysma ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบางและแผ่กว้างขวางไปทั้งสองข้าง เมื่อกล้ามเนื้อนี้ยังตึงอยู่ เส้นคอจะเรียบเนียนสวย แต่เมื่ออายุมากขึ้น ตัวกล้ามเนื้อเองจะหย่อนตัวและแยกตัวออกจากกันตรงกลาง ทำให้เห็นเส้นแนวตั้งสองเส้นเด่นชัดขึ้นมา นั่นคือคอหย่อนคล้อยเกิดจากหลายชั้น ทั้งผิว ไขมัน พังผืด และกล้ามเนื้อ อ่อนแอลงในอัตราที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นแทนที่จะแก้ด้วยหัตถการเดียวทั้งหมด ควรเริ่มจากดูก่อนว่าชั้นไหนอ่อนแอที่สุด

กรณีที่ผิวเองบางลงและหย่อนยาน

รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือความยืดหยุ่นของผิวเองลดลง คอลลาเจนและอิลาสติน (เส้นใยที่ทำให้ผิวกระชับและมีความยืดหยุ่น) ค่อยๆ ลดลงตามอายุและการโดนแดดสะสม ทำให้ผิวคอย่นเหมือนกระดาษบางๆ และเกิดริ้วรอยแนวขวาง กล้ามเนื้อและพังผืดยังไม่มีปัญหาใหญ่ เพียงแต่ความกระชับของผิวชั้นบนหายไปเท่านั้น เข้าใจง่ายๆ แบบนี้

กรณีแบบนี้จะมีริ้วรอยแนวขวางเล็กๆ มากกว่าเส้นแนวตั้ง และเมื่อลองใช้มือดึงผิวใต้คางเบาๆ ริ้วรอยจะเรียบตัวได้ง่าย เหมือนกับเสื้อไหมพรมที่ใส่มานานจนพื้นผิวขุยและเป็นขน แต่เส้นด้ายที่เป็นโครงสร้างของเสื้อยังคงแข็งแรงดี เพียงแต่ลวดลายด้านนอกดูรวนไป โครงสร้างพยุงใต้ผิวยังอยู่ครบ เพียงแต่ชั้นบนเท่านั้นที่อ่อนแอลง

กรณีที่กล้ามเนื้อ platysma แยกตัวจนเป็นเส้นแนวตั้ง

รูปแบบที่สองคือเส้นแนวตั้งที่เกิดจากกล้ามเนื้อ platysma แยกตัวออกจากกันตรงกลาง กล้ามเนื้อนี้เดิมทีเชื่อมต่อจากสองข้างมายังด้านหน้าคอเหมือนแผ่นเยื่อบางๆ แต่เมื่ออายุมากขึ้น การยึดเกาะระหว่างกล้ามเนื้อจะหลวมลง ทำให้ตรงกลางแยกออกและเห็นเป็นร่องแนวตั้ง ลักษณะที่คนทั่วไปเรียกว่าคอไก่งวงก็มาจากจุดนี้เอง

สภาพแบบนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาที่ผิวชั้นบนเท่านั้น แต่ต้นเหตุอยู่ที่ตัวกล้ามเนื้อเอง ดังนั้นแค่กระตุ้นผิวอย่างเดียวเส้นแนวตั้งจึงไม่ค่อยเรียบตัวลง เหมือนกับหนังยางที่ใช้มานานจนเสียความยืดหยุ่น ต่อให้ดึงตึงแค่ไหนก็หย่อนกลับมาอีก เพราะแรงตึงของชั้นกล้ามเนื้อเองลดลงไปแล้ว กรณีนี้ต้องดูแลชั้นที่ลึกกว่าผิวไปอีกขั้นหนึ่ง จึงจะเห็นผลชัดเจน

RF อย่าง Thermage ทำความร้อนที่คอชั้นไหน?

Thermage ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ RF (หลักการที่เกิดความร้อนจากความต้านทานเมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเนื้อเยื่อ) ปล่อยลงผิวเพื่อให้ความร้อนแก่ชั้นหนังแท้ เมื่อความร้อนไปถึงคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ โครงสร้างคอลลาเจนจะหดตัวทันที และในอีกไม่กี่เดือนถัดมาก็จะมีคอลลาเจนใหม่สร้างขึ้น ทำให้ความกระชับค่อยๆ ฟื้นกลับมา ในขณะเดียวกันปลายหัวจ่ายพลังงานก็จะทำความเย็นที่ผิวชั้นนอกไปพร้อมกัน จึงส่งความร้อนลึกเข้าไปได้โดยไม่ทำให้ผิวไหม้

ความลึกที่ Thermage ให้ความร้อนถึงส่วนใหญ่อยู่ที่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นบนของไขมันใต้ผิว ซึ่งตื้นกว่ากล้ามเนื้อ platysma ที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นจึงเหมาะเป็นพิเศษกับกรณีที่ผิวหย่อนยานจนย่นเป็นริ้ว คือกรณีที่ผิวเองยืดตัวลงนั่นเอง ในทางกลับกัน สำหรับเส้นแนวตั้งที่เกิดจากกล้ามเนื้อแยกตัว แรงที่ส่งไปถึงจะน้อยกว่า เหมือนกับการรีดผ้าที่ทำให้รอยยับบนพื้นผิวเสื้อเรียบขึ้นได้ แต่ไม่สามารถแก้ตะเข็บที่หย่อนอยู่ภายในเนื้อผ้าเองได้ หลักการก็คล้ายกันแบบนี้

HIFU ไปถึงชั้นที่ลึกกว่า

HIFU ใช้พลังงานคลื่นเสียงรวมโฟกัสไปที่จุดเดียว ทำให้เกิดความร้อนสูงในจุดนั้นชั่วขณะ จุดที่ต่างจาก RF คือสามารถปรับโฟกัสให้ลึกลงไปตั้งแต่ใต้ชั้นหนังแท้ไปจนถึงพังผืดและกล้ามเนื้อได้ตามต้องการ ทุกจุดที่โฟกัสไปถึงจะเกิดจุดแข็งตัวขนาดเล็กจากความร้อน เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะหดตัวทันที และคอลลาเจนจะเข้ามาเติมเต็มในภายหลัง

เพราะสามารถปรับโฟกัสให้ลึกลงไปถึงชั้นพังผืดหรือกล้ามเนื้อได้ HIFU จึงออกฤทธิ์ได้ตรงจุดกว่าในกรณีที่กล้ามเนื้อ platysma แยกตัวจนเป็นเส้นแนวตั้ง เท่ากับเป็นการกระตุ้นด้วยความร้อนที่ตัวกล้ามเนื้อโดยตรงเพื่อดึงแรงตึงกลับมาใหม่ อย่างไรก็ตาม ผิวคอบางกว่าใบหน้ามาก หากตั้งความลึกของโฟกัสผิดพลาดอาจกระตุ้นลึกเกินความจำเป็นได้ จึงมีคำแนะนำว่าต้องตั้งค่าความลึกอย่างระมัดระวังกว่าเวลาทำที่ใบหน้า

ร้อยไหมช่วยยึดส่วนไหนของคอ

ร้อยไหมเป็นการนำไหมที่มีหนามเล็กๆ สอดเข้าไปใต้ผิว เพื่อเกี่ยวยึดเนื้อเยื่อและดึงขึ้นทางกายภาพ ชั้นที่ไหมผ่านมักเป็นชั้นตื้นของไขมันใต้ผิว ซึ่งตื้นกว่าทั้ง RF และ HIFU ดังนั้นผลลัพธ์ที่มองเห็นได้หลังทำจึงเร็ว แต่ขอบเขตแรงยึดที่ไปถึงจะค่อนข้างเฉพาะจุด

คอมีผิวบางกว่าใบหน้าและเคลื่อนไหวบ่อยกว่า หากร้อยไหมถี่เกินไปก็มีโอกาสเกิดรอยหรือความขรุขระได้มากกว่าที่ใบหน้า ด้วยเหตุนี้ที่คอจึงมักใช้ร้อยไหมเป็นตัวช่วยเสริมสำหรับคอหย่อนคล้อยระดับเบาๆ มากกว่าทำเดี่ยวๆ หลักการที่ไหมจะค่อยๆ สลายไปตามเวลาและมีคอลลาเจนเข้ามาเติมเต็มในบริเวณนั้นเหมือนกับที่ใบหน้า เพียงแต่ที่คอจะเลือกจำนวนไหมและความลึกอย่างระมัดระวังกว่า

วิธีผสมผสานตามสาเหตุ

คอหย่อนคล้อยส่วนใหญ่มักไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่มักเป็นหลายชั้นที่อ่อนแอลงพร้อมกัน ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงมักแนะนำให้เลือกวิธีตามสาเหตุแต่ละแบบดังนี้ และหากจำเป็นก็ใช้สองวิธีร่วมกัน

  • กรณีผิวบางและหย่อนยานเพียงอย่างเดียว: เน้น RF เป็นหลัก เพราะเหมาะกับการให้ความร้อนแก่คอลลาเจนในชั้นหนังแท้เพื่อดึงความกระชับผิวกลับมา
  • กรณีเส้นแนวตั้งจากกล้ามเนื้อ platysma เด่นชัด: เน้น HIFU เป็นหลัก เพราะสามารถปรับโฟกัสให้ลึกถึงพังผืดและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นต้นเหตุของเส้นแนวตั้งได้โดยตรงกว่า
  • กรณีหย่อนคล้อยเล็กน้อยและเฉพาะจุด: ใช้ร้อยไหมเป็นตัวเสริม เพราะไหมมีแรงยึดเนื้อเยื่อทันที ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้เร็ว
  • กรณีหลายชั้นอ่อนแอลงพร้อมกัน: ใช้ RF และ HIFU ร่วมกัน หรือแบ่งช่วงเวลาทำสลับกัน เพราะแต่ละชั้นมีวิธีกระตุ้นที่ต่างกัน หัตถการเดียวจึงไม่สามารถครอบคลุมได้ทั้งหมด

สิ่งที่ควรใส่ใจในการดูแลหลังทำหัตถการ

ผิวคอเป็นบริเวณที่บางและบอบบางอยู่แล้วตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะทำหัตถการแบบไหนก็มีข้อควรระวังบางอย่างร่วมกันที่ควรใส่ใจ การกันแดดช่วยชะลอการสลายตัวของคอลลาเจนใหม่ที่กำลังสร้างขึ้น จึงควรทำอย่างสม่ำเสมอ

ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงการถูหรือนวดคอแรงๆ เพราะเนื้อเยื่อหรือไหมที่ยังไม่เข้าที่อาจถูกกระตุ้นจนเคลื่อนได้ และเนื่องจากคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเติมเต็ม การประเมินผลลัพธ์จึงควรค่อยๆ ดูไปตามเวลาโดยไม่รีบร้อนตัดสิน

ขึ้นอยู่กับประเภทหัตถการ อาจมีอาการบวมหรือตึงเหลืออยู่ได้ไม่กี่วัน ในช่วงนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการก้มคอแรงๆ หรือก้มค้างเป็นเวลานาน ปล่อยให้คออยู่ในท่าที่สบาย จะช่วยให้เนื้อเยื่อเข้าที่ได้ดีกว่า

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

เกณฑ์เลือกวิธีทำทรีตเมนต์กระชับเส้นกรอบหน้า ตามสาเหตุที่มาจากไขมันหรือผิวและพังผืดหย่อนคล้อย

สาเหตุที่เส้นกรอบหน้าเบลอลงแบ่งเป็นสองแบบ คือไขมันสะสมเพิ่มขึ้น กับผิวและพังผืดหย่อนคล้อยลง ทั้งสองสาเหตุให้สัมผัสที่ต่างกันเมื่อคลำดู และทำให้วิธีที่เหมาะสมต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นฉีดสลายไขมัน คลื่นวิทยุ หรือร้อยไหม บทความนี้สรุปเกณฑ์แยกสาเหตุและหลักการทำงานของแต่ละวิธีไว้ให้

By Dr. Kim

Lifting

คางสองชั้นต้องวินิจฉัยสาเหตุก่อน เกณฑ์และแนวทางเลือกหัตถการให้เหมาะกับชนิดไขมันและชนิดผิวหย่อนคล้อย

สรุปด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริงว่าคางสองชั้นที่เกิดจากไขมันกับที่เกิดจากผิวและพังผืดหย่อนคล้อยนั้น ควรเลือกฉีดสลายไขมัน คลื่นวิทยุอย่าง INMODE ร้อยไหม หรือ HIFU แบบไหนก่อน พร้อมอธิบายว่าทำไมการวินิจฉัยสาเหตุจึงสำคัญเป็นอันดับแรก

By Dr. Kim

Botox

โบท็อกซ์น่อง ผลลัพธ์และผลข้างเคียง ปริมาณและระยะเวลาที่ได้ผลในแต่ละชนิดกล้ามเนื้อเป็นอย่างไร?

การฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อน่องซึ่งทำให้เกิดก้อนกล้ามเนื้อโปนที่น่อง ช่วยให้เส้นน่องดูเรียบเนียนขึ้นได้อย่างไร วิธีแยกชนิดกล้ามเนื้อกับชนิดไขมัน ปริมาณที่ใช้ในแต่ละตำแหน่งและผลการลดขนาด ระยะเวลาที่ได้ผล ไปจนถึงผลกระทบต่อการเดินและแรงกล้ามเนื้อ บทความนี้รวบรวมจากตัวเลขในงานวิจัยจริง

By Dr. Lee

Back to articles