prettytime
Lifting

คางสองชั้นต้องวินิจฉัยสาเหตุก่อน เกณฑ์และแนวทางเลือกหัตถการให้เหมาะกับชนิดไขมันและชนิดผิวหย่อนคล้อย

By Dr. Kim2 min read

เวลาหาข้อมูลหัตถการคางสองชั้นเพื่อให้ได้เส้นกรามที่คมชัดขึ้น มักเจอชื่อหัตถการหลากหลาย ทั้งฉีดสลายไขมัน INMODE ร้อยไหม และ HIFU แต่ทั้งสี่วิธีนี้ทำงานในชั้นผิวที่ต่างกันและมีหลักการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ใต้คางที่ดูหนาเพราะไขมันเยอะ กับใต้คางที่หย่อนคล้อยเพราะผิวและกล้ามเนื้อย้วยลง แม้จะดูคล้ายกันจากภายนอก แต่หัตถการที่เหมาะสมนั้นต่างกันไป

สาเหตุที่ทำให้ใต้คางดูหนาแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือชั้นไขมันหนา และผิวกับพังผืดหย่อนคล้อย ต้องตรวจดูสาเหตุนี้ก่อนถึงจะรู้ว่าควรฉีดสลายไขมัน ใช้คลื่นวิทยุหรือร้อยไหมเพื่อกระชับ หรือใช้ HIFU กระตุ้นชั้นลึกกว่านั้น บทความนี้สรุปตัวเลขจากงานวิจัยจริงตามแต่ละสาเหตุ เพื่อให้เห็นว่าควรพิจารณาแบบไหนก่อน

ภาพเส้นกรามบริเวณที่คางบรรจบกับลำคอ คางสองชั้นต้องเลือกวิธีดูแลตามสาเหตุ ว่าเป็นไขมันหรือผิวหย่อนคล้อย

คางสองชั้นทุกคนมีสาเหตุเดียวกันจริงหรือ?

แม้จะเรียกรวมกันว่าคางสองชั้น แต่สาเหตุที่ทำให้ใต้คางดูหนาเมื่อมองจากด้านข้างนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน สาเหตุแรกคือชั้นไขมันหนาโดยตรง บางคนมีไขมันสะสมที่ใต้คางเป็นพิเศษแม้น้ำหนักตัวจะไม่ได้มากก็ตาม

สาเหตุที่สองคือผิวและกล้ามเนื้อแพลทิสมา (platysma) ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อบางๆ ใต้ผิวที่หย่อนคล้อยลง แพลทิสมาเป็นกล้ามเนื้อบางที่คลุมด้านหน้าลำคอเหมือนม่าน เมื่ออายุมากขึ้นและสูญเสียความยืดหยุ่น ก็จะหย่อนลงจนทำให้เส้นกรามดูไม่ชัดเจน

โดยทั่วไปแล้วทั้งสองสาเหตุนี้มักปนกันมากกว่าจะแยกขาดจากกัน หากใต้คางหนามาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว มักเป็นชนิดไขมันเป็นหลัก แต่ถ้าเพิ่งหย่อนคล้อยลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจเป็นชนิดผิวและพังผืดหย่อนคล้อยเป็นหลัก ก่อนตัดสินใจเลือกหัตถการ ควรประเมินก่อนว่าใต้คางของตัวเองใกล้เคียงกับสาเหตุไหนมากกว่า

สาเหตุเมื่อสัมผัสแนวทางที่เหมาะสม
ชนิดไขมันหนาและนุ่มฉีดสลายไขมัน
ชนิดผิวหย่อนคล้อยบางและย้วยไม่มีแรงคลื่นวิทยุ ร้อยไหม

ภาพการดูแลใบหน้าและเส้นกราม สิ่งแรกที่ต้องทำสำหรับคางสองชั้นคือตรวจสอบว่าสาเหตุมาจากไขมันหรือผิวหย่อนคล้อย

คางสองชั้นชนิดไขมัน ฉีดสลายไขมันคือตัวเลือกแรกจริงหรือ?

วิธีง่ายที่สุดในการเช็กว่าเป็นชนิดไขมันหรือไม่คือลองบีบใต้คางเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ หากจับได้เนื้อหนานุ่มมาก มีแนวโน้มสูงว่าเป็นชนิดที่ชั้นไขมันหนา คนที่น้ำหนักตัวไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ใต้คางหนาผิดปกติมักเข้าข่ายกลุ่มนี้

สำหรับชนิดไขมัน การฉีดสลายไขมันด้วยสารดีออกซีโคลิกแอซิด (deoxycholic acid) เป็นตัวเลือกแรกที่ควรพิจารณา จากการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ พบว่าทั้งแพทย์และผู้เข้าร่วมการทดลองส่วนใหญ่ยอมรับว่าอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังทำหัตถการ ในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างเห็นได้ชัด และมีความพึงพอใจสูงถึง 79% จุดเด่นคือเป็นวิธีที่ทำลายเซลล์ไขมันโดยตรง จึงให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน

แต่หากผิวหย่อนคล้อยอยู่แล้ว การลดแค่ไขมันอาจทำให้เส้นกรามไม่คมชัดขึ้นเท่าที่ต้องการ หลักการและผลข้างเคียงของการฉีดสลายไขมันมีรายละเอียดอยู่ในบทความอื่น ในที่นี้ขอกล่าวถึงเฉพาะเหตุผลที่เหมาะกับชนิดไขมันเท่านั้น

หลังทำหัตถการคลื่นวิทยุร่วมกับไมโครนีดเดิล 2 เดือน ปริมาณไขมันใต้คางลดลงจากเฉลี่ย 20.44 cc เหลือ 16.41 cc หรือประมาณ 1 ใน 5 คลื่นวิทยุไม่ได้แค่สลายไขมัน แต่ยังช่วยกระชับผิวไปพร้อมกันด้วย
หลังทำหัตถการคลื่นวิทยุร่วมกับไมโครนีดเดิล 2 เดือน ปริมาณไขมันใต้คางลดลงจากเฉลี่ย 20.44 cc เหลือ 16.41 cc หรือประมาณ 1 ใน 5 คลื่นวิทยุไม่ได้แค่สลายไขมัน แต่ยังช่วยกระชับผิวไปพร้อมกันด้วย

เครื่องคลื่นวิทยุ (RF) ตระกูล INMODE ที่ใช้กระชับผิว

คลื่นวิทยุอย่าง INMODE ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อยได้แค่ไหน?

เมื่อจับชนิดผิวและพังผืดหย่อนคล้อย จะไม่รู้สึกหนานุ่มเหมือนชนิดไขมัน แต่จะรู้สึกเหมือนผิวบางย้วยไม่มีแรงระหว่างนิ้ว กรณีนี้เหมาะกับการใช้คลื่นวิทยุให้ความร้อนแก่ชั้นหนังแท้และไขมันชั้นตื้นเพื่อกระชับ

เครื่องอย่าง INMODE จัดอยู่ในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะวิธีที่ส่งคลื่นวิทยุลึกเข้าไปในชั้นหนังแท้ผ่านเข็มขนาดเล็ก (RF microneedling) จะดูแลทั้งไขมันใต้คางและความกระชับของผิวไปพร้อมกัน งานวิจัยทางคลินิกชิ้นหนึ่งพบว่าหลังทำหัตถการคลื่นวิทยุร่วมกับไมโครนีดเดิลแบบนี้ 2 เดือน ปริมาณไขมันใต้คางลดลงจากเฉลี่ย 20.44 cc เหลือ 16.41 cc หรือประมาณ 20% ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งก็รายงานว่าปริมาตรบริเวณที่ทำลดลงอย่างชัดเจน และทั้งแพทย์และผู้เข้ารับการรักษาให้คะแนนความพึงพอใจสูง

ส่วนโหมดที่ไม่ใช้เข็ม อย่าง Forma หรือ FX จะให้ผลลัพธ์ที่นุ่มนวลและค่อยเป็นค่อยไปกว่า เหมาะกับกรณีที่หย่อนคล้อยไม่มากและต้องทำหลายครั้ง หากยังอยู่ในระยะเริ่มต้นที่หย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย คลื่นวิทยุแบบไม่ใช้เข็มก็มักเพียงพอแล้ว

ถ้าหย่อนคล้อยมาก ร้อยไหมดีกว่า INMODE หรือไม่?

หากหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย คลื่นวิทยุอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่หากหย่อนคล้อยมากจนเห็นได้ชัด จำเป็นต้องมีแรงดึงยกกระชับเนื้อเยื่อจริงๆ การร้อยไหมใช้ไหมละลายที่มีตะขอเกี่ยวยึดเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยไว้โดยตรง จึงให้แรงดึงที่เห็นผลทันทีมากกว่าคลื่นวิทยุ

งานวิจัยที่ทำการศึกษาบริเวณเส้นกรามพบว่า หลังร้อยไหมทันที ระยะห่างระหว่างหน้าหูกับเส้นกรามลดลง 5.54 มม. และหลังผ่านไป 8 เดือนยังคงเหลือ 4.18 มม. อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่า 82% ของผู้ที่ร้อยไหมยังคงพอใจหรือเห็นผลดีต่อเนื่องแม้ผ่านไป 24 เดือน แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์อยู่ได้ค่อนข้างนาน

อย่างไรก็ตาม การร้อยไหมเป็นการใส่วัสดุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย จึงมีระยะพักฟื้นจากอาการบวมและช้ำนานกว่าคลื่นวิทยุ หากดูตารางด้านล่างที่รวมความเจ็บ ระยะพักฟื้น และระดับความหย่อนคล้อยที่เหมาะสมไว้ด้วยกัน จะเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น

หัวข้อคลื่นวิทยุ (INMODE)ร้อยไหมHIFU
ชั้นที่ทำงานหนังแท้ ไขมันชั้นตื้นดึงเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยหนังแท้ถึงชั้น SMAS
ความเจ็บน้อยปานกลางปานกลางถึงมาก
พักฟื้นแทบไม่มีบวม 1 ถึง 2 สัปดาห์แดงไม่กี่วัน
เห็นผลค่อยเป็นค่อยไปค่อนข้างทันทีค่อยๆ ชัดขึ้น
เหมาะกับความหย่อนคล้อยเล็กน้อยปานกลางผสมทั้งหย่อนคล้อยและไขมัน

หลังทำ HIFU มีการประเมินว่าใต้คางและลำคอดีขึ้นเป็นจำนวนมาก งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าแพทย์ประเมินว่าดีขึ้นกว่า 80% ส่วนอีกชิ้นหนึ่งพบว่าผู้เข้ารับการรักษาเองรายงานว่าดีขึ้นถึง 82% ผลลัพธ์นี้สะท้อนคุณสมบัติของ HIFU ที่กระตุ้นทั้งไขมัน ผิว และชั้นพังผืดไปพร้อมกัน
หลังทำ HIFU มีการประเมินว่าใต้คางและลำคอดีขึ้นเป็นจำนวนมาก งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าแพทย์ประเมินว่าดีขึ้นกว่า 80% ส่วนอีกชิ้นหนึ่งพบว่าผู้เข้ารับการรักษาเองรายงานว่าดีขึ้นถึง 82% ผลลัพธ์นี้สะท้อนคุณสมบัติของ HIFU ที่กระตุ้นทั้งไขมัน ผิว และชั้นพังผืดไปพร้อมกัน

เครื่อง HIFU ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์กระตุ้นลึกถึงชั้นพังผืดบริเวณใต้คางและลำคอ

ถ้ามีหลายสาเหตุปนกัน HIFU คือคำตอบหรือไม่?

หากเป็นชนิดผสมที่มีทั้งไขมัน ผิวหย่อนคล้อย และพังผืดปนกันหลายสาเหตุ HIFU ที่กระตุ้นลึกกว่าเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา HIFU ทำงานโดยรวมพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ไปยังจุดหนึ่งใต้ผิว ส่งความร้อนตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นพังผืด SMAS จึงครอบคลุมชั้นผิวได้กว้างกว่าหัตถการที่ทำงานบนผิวเท่านั้น

งานวิจัยทางคลินิกที่ทำการศึกษาบริเวณใต้คางและลำคอ พบว่าแพทย์ประเมินว่าผู้เข้ารับการรักษากว่า 80% ดีขึ้น ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้เข้ารับการรักษาเองรายงานว่าดีขึ้นถึง 82% เหตุผลที่ HIFU เหมาะกับชนิดผสมก็เพราะสามารถดูแลทั้งไขมัน ผิว และพังผืดได้พร้อมกันในครั้งเดียว

ควรประเมินก่อนว่าไขมันหรือความหย่อนคล้อยมีสัดส่วนมากกว่ากัน หากทั้งสองปัจจัยปนกันอย่างชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบสัดส่วนของสาเหตุ แล้วเลือกแนวทางแบบผสมผสานที่รวม HIFU เข้าไปด้วย พร้อมกับตั้งความคาดหวังให้เหมาะสม ก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากกว่า

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

ทำไมไฮฟู (HIFU) ถึงเล็งความร้อนไปที่ชั้นพังผืดลึกใต้ผิว ไม่ใช่แค่ผิวหน้าเท่านั้น

อธิบายเหตุผลที่การยกกระชับด้วยไฮฟู (HIFU) เล็งเป้าไปที่ชั้นพังผืด SMAS ไม่ใช่ผิวหนังชั้นนอก โดยเริ่มจากหลักการที่คลื่นอัลตราซาวด์รวมพลังงานไปที่จุดเดียว พร้อมแยกอธิบายสองช่วง คือความรู้สึกกระชับทันทีหลังทำ กับคอลลาเจนที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นในช่วง 4 สัปดาห์ถึง 6 เดือนถัดมา

By Dr. Lee

Lifting

หลังทำริฟติ้ง downtime บวมนานแค่ไหน ผลอยู่ได้กี่เดือน วิธีดูแลผิว และเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำซ้ำ

สรุปจากตัวเลขงานวิจัยจริงว่าหลังทำ HIFU, RF, ร้อยไหม downtime และการฟื้นตัวเป็นอย่างไร ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ พร้อมแยกให้ชัดว่าวิธีดูแลแบบไหนมีหลักฐานรองรับจริงอย่างกันแดดและเลิกบุหรี่ และแบบไหนยังเป็นเพียงความเชื่อทั่วไป

By Dr. Kim

Diet

คางสองชั้นที่เกิดแม้ไม่อ้วน ต้องแยกสาเหตุไขมันกับผิวหย่อนก่อนเลือกวิธีรักษา

คางสองชั้นบางคนเกิดจากไขมันสะสม บางคนเกิดจากผิวและกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย ทั้งสองแบบดูคล้ายกันแต่ต้นตอต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องใช้วิธีรักษาที่ต่างกันด้วย บทความนี้อธิบายที่มาของแต่ละแบบและวิธีแยกให้ออก

By Dr. Kim

Back to articles