หลังทำริฟติ้ง downtime บวมนานแค่ไหน ผลอยู่ได้กี่เดือน วิธีดูแลผิว และเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำซ้ำ
By Dr. Kim2 min read

หลังทำหัตถการริฟติ้งแบบไม่ต้องผ่าตัดอย่าง HIFU, RF หรือร้อยไหม หลายคนมักมีคำถามคล้ายกัน คือ downtime นานแค่ไหน ผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อไหร่ และผลนี้อยู่ได้นานแค่ไหน ริฟติ้งแบบไม่ผ่าตัดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทันที แต่เป็นผลที่ค่อยๆ ปรากฏในช่วงหลายเดือน เวลาที่บวมหรือแดงหลังทำหายไป กับเวลาที่คอลลาเจนในผิวสร้างขึ้นใหม่จริงๆ เป็นคนละเรื่องกัน แต่ละหัตถการมี downtime ต่างกัน และระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ก็ต่างกันมากด้วย หลายคนบอกว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำ แต่จริงๆ แล้วควรแยกให้ชัดว่าส่วนไหนมีหลักฐานรองรับแน่นหนา และส่วนไหนยังเป็นแค่ความเชื่อทั่วไป ไม่ว่าจะกำลังจะทำหรือทำไปแล้ว การรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับกระบวนการฟื้นตัว ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ และเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำซ้ำ จากตัวเลขงานวิจัยจริงจะเป็นประโยชน์มาก
ดู downtime และระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ของแต่ละหัตถการแบบเห็นภาพรวมได้ตามนี้
| หัตถการ | Downtime | ผลอยู่ได้นาน |
|---|---|---|
| HIFU | แดง บวม ไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน | ประมาณ 6–12 เดือน |
| RF | แทบไม่มี แดงเล็กน้อยช่วงสั้นๆ | ประมาณ 6–12 เดือน |
| ร้อยไหม | บวม ช้ำ 1–4 สัปดาห์ | 6–24 เดือน |

ทำไมผลลัพธ์ถึงค่อยๆ ปรากฏ?
ผลของริฟติ้งแบบไม่ผ่าตัดแบ่งได้เป็น 2 ระยะ ระยะแรกคือการหดตัวของเนื้อเยื่อทันทีในวันที่ทำ ระยะที่สองคือการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือน เมื่อพลังงานความร้อนจาก HIFU หรือ RF ไปถึง dermis และชั้นพังผืด เส้นใยคอลลาเจนจะหดตัวทันที บางคนจึงรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่วันที่ทำเลย
การเปลี่ยนแปลงจริงเริ่มขึ้นหลังจากนั้น ระหว่างที่ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับความร้อน คอลลาเจนใหม่จะถูกสร้างขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา งานวิจัยที่วิเคราะห์ผิวของผู้ที่ทำ monopolar RF พบว่าคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 เริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนที่ 1 หลังทำ และคงอยู่ต่อเนื่องถึงเดือนที่ 3
งานทบทวนที่รวม 16 การศึกษาเกี่ยวกับ HIFU ก็แสดงแนวโน้มคล้ายกัน อัตราผิวหย่อนคล้อยดีขึ้นอยู่ที่ 36 เปอร์เซ็นต์ที่วันที่ 90 แล้วเพิ่มเป็น 52 เปอร์เซ็นต์ที่วันที่ 180 ความพึงพอใจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 42 เปอร์เซ็นต์ที่วันที่ 90 เป็น 53 เปอร์เซ็นต์ที่วันที่ 360 แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นในวันที่ทำ ควรมองว่าผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดในช่วง 8–12 สัปดาห์ และชัดเจนที่สุดในช่วง 3–6 เดือนจะสมเหตุสมผลกว่า

แต่ละหัตถการมี downtime ต่างกันอย่างไร?
Downtime แตกต่างกันค่อนข้างมากตามชนิดของหัตถการ งานวิจัยหนึ่งพบว่า HIFU ทำให้เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยใน 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วม 20 คน ส่วนใหญ่เป็นแดงและบวมชั่วคราว มีบางรายที่ช้ำด้วย ข้อมูลรวมจากผู้เข้าร่วม 573 คน พบอัตราผลข้างเคียงต่ำเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ และความเจ็บระหว่างทำอยู่ที่ประมาณ 3.8 จาก 10 คะแนน บางรายอาจมีอาการเส้นประสาทถูกกดชั่วคราวทำให้สีหน้าดูแปลกไปบ้าง แต่พบได้น้อยและส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้เมื่อเวลาผ่านไป
RF มี downtime สั้นที่สุดในบรรดา 3 หัตถการนี้ งานวิจัยแบบสุ่มเปรียบเทียบในผู้เข้าร่วม 40 คน ไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรงแม้แต่รายเดียว ส่วนใหญ่มีเพียงรอยแดงชั่วคราวคล้ายไหม้แดดเล็กน้อยที่หายไปภายใน 24 ชั่วโมง
ร้อยไหมต้องการเวลาฟื้นตัวมากกว่า ข้อมูลจาก 26 การศึกษาพบว่ามีอาการบวม 35 เปอร์เซ็นต์ ผิวบุ๋ม 10 เปอร์เซ็นต์ และรู้สึกชา 6 เปอร์เซ็นต์ ไหมชนิดสลายได้พบผิวบุ๋ม 3.1 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ไหมชนิดไม่สลายพบสูงกว่าที่ 11.7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป อัตราผิวบุ๋มเพิ่มขึ้นเป็น 16 เปอร์เซ็นต์ อาการบวมหรือช้ำมักหายไปภายใน 1–2 สัปดาห์

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนกันแน่?
ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้แตกต่างกันตามชนิดของหัตถการและวัสดุของไหม HIFU มักเห็นผลชัดตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 3 และอยู่ได้นานถึงประมาณ 12 เดือน ข้อมูลจาก 45 การศึกษารายงานว่าผิวหย่อนคล้อยดีขึ้นประมาณ 18–30 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าผลยังอยู่หลังจาก 12 เดือน คำโฆษณาที่บอกว่าอยู่ได้นานกว่านั้นจึงถือว่าล้ำหน้าหลักฐานที่มีอยู่จริง
RF ได้รับการยืนยันว่าอยู่ได้ 6 เดือนจากงานวิจัยแบบสุ่มเปรียบเทียบ ส่วนที่ว่าอยู่ได้ถึง 12 เดือนยังเป็นเพียงการคาดการณ์ ข้อมูลทางคลินิกที่ติดตามผลนานขนาดนั้นยังมีไม่เพียงพอ
ร้อยไหมมีระยะเวลาสลายตัวต่างกันตามวัสดุของไหม และระยะเวลานี้มักสัมพันธ์กับระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ ไหม PDO อยู่ที่ 6–8 เดือน ไหม PLLA อยู่ที่ 12–18 เดือน ไหม PCL อยู่ที่ 12–24 เดือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ทางคลินิก ยังเป็นความเชื่อทั่วไปมากกว่าหลักฐานที่แน่นหนา ตัวเลข 24 เดือนของ PCL มาจากงานวิจัยเรื่องฟิลเลอร์ที่ใช้สารชนิดเดียวกัน ไม่ใช่จากไหมโดยตรง และการทดลองในสัตว์ชิ้นหนึ่งพบแนวโน้มว่า PCL อยู่ได้นานที่สุด รองลงมาคือ PLLA และ PDO ควรคำนึงไว้ว่าข้อมูลติดตามระยะยาวบนใบหน้าคนจริงยังมีไม่มากพอ

ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ดี?
ยังไม่มีงานวิจัยแบบสุ่มเปรียบเทียบที่กำหนดเวลาทำซ้ำได้ชัดเจน ส่วนนี้จึงยังอาศัยประสบการณ์ที่สะสมมาในคลินิกเป็นหลัก
หลักทั่วไปคือไม่ทำซ้ำบริเวณเดียวกันและชั้นเดียวกันภายใน 3 เดือน เพราะเนื้อเยื่อที่ได้รับการกระตุ้นจากการทำครั้งก่อนต้องใช้เวลาประมาณนั้นในการฟื้นตัวและให้คอลลาเจนเข้าที่ ปกติจะกลับมาประเมินสภาพผิวอีกครั้งที่ประมาณเดือนที่ 6 ถ้าหย่อนคล้อยกลับมาอีกก็ค่อยพิจารณาทำเพิ่ม
รอบการดูแลรักษาต่อเนื่องส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 6–18 เดือน บางคนที่หย่อนคล้อยมากอาจทำปีละครั้งเพื่อดูแลผิวไว้ การทำ HIFU และ RF ร่วมกันก็พบได้บ่อยในคลินิก แต่งานวิจัยที่เปรียบเทียบผลของการทำร่วมกันนี้ยังอยู่ในระดับ observational study เท่านั้น การจะทำซ้ำหรือไม่ควรเทียบภาพก่อนหลังหรือปรึกษาแพทย์ที่ดูแลจะเหมาะสมกว่า
การร้อยไหมซ้ำควรพิจารณาด้วยว่าไหมที่ใส่ไว้ก่อนหน้าสลายไปมากแค่ไหนแล้ว ไหมที่สลายเร็วอย่าง PDO มักวางแผนทำซ้ำที่ประมาณ 6 เดือน ส่วนไหมที่อยู่นานอย่าง PLLA หรือ PCL ควรทำซ้ำในเวลาที่ช้ากว่านั้น การเว้นระยะให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวเต็มที่จะปลอดภัยกว่าการรีบทำซ้อนกัน

หลังทำควรทำอะไรและหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง?
ในช่วง 2–3 วันแรกหลังทำ มีเพียงไม่กี่เรื่องที่ควรใส่ใจ ควรทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกเช้า เพราะบริเวณที่ทำไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น จึงตอบสนองต่อแดดได้ง่ายกว่าปกติ
ถ้าเป็นไปได้ควรลดหรืองดสูบบุหรี่ไปสักพักเพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น เป็นที่ทราบกันดีว่าสารในบุหรี่ขัดขวางการสร้างคอลลาเจน
ควรงดซาวน่า อบไอน้ำ และออกกำลังกายหนักๆ ไปก่อนสักพักจนกว่าอาการบวมจะหายไป เพราะความร้อนและเหงื่อสามารถกระตุ้นบริเวณที่ทำได้ ควรให้ความชุ่มชื้นกับผิวมากกว่าปกติด้วย
หากร้อยไหมมาควรระวังเรื่องการนวดหน้าเป็นพิเศษ ถ้าถูหรือกดแรงก่อนที่ไหมจะเข้าที่ อาจทำให้ไหมเลื่อนตำแหน่งหรือเกิดผิวบุ๋มได้ ควรเลี่ยงการกดหรือถูหน้าแรงๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อความปลอดภัย
การทำหน้าเกินไปหรือนอนคว่ำก็ควรเลี่ยงในช่วงแรกๆ เช่นกัน หากมีแรงกระทำจากภายนอกซ้ำๆ ก่อนที่ไหมหรือเนื้อเยื่อจะเข้าที่เต็มที่ อาจเลื่อนออกจากตำแหน่งที่ต้องการได้ การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้บวมมากขึ้น จึงควรงดไปสักพักหลังทำ

วิธีดูแลที่ช่วยได้จริงมีอะไรบ้าง?
มีคำแนะนำเรื่องการดูแลหลังทำมากมาย แต่แต่ละข้อมีน้ำหนักของหลักฐานไม่เท่ากัน
การกันแดดมีหลักฐานรองรับแน่นหนาที่สุดในบรรดาทั้งหมด งานวิจัยในผู้เข้าร่วม 903 คน พบว่ากลุ่มที่ทากันแดดสม่ำเสมอมีสัญญาณผิวแก่ก่อนวัยน้อยกว่าถึง 24 เปอร์เซ็นต์ เป็นนิสัยที่ควรทำสม่ำเสมอไม่ใช่แค่หลังทำริฟติ้งแต่ในชีวิตประจำวันด้วย
การเลิกบุหรี่ก็มีหลักฐานที่ชัดเจนเช่นกัน งานวิจัยหนึ่งพบว่าการสร้างคอลลาเจนของผู้ที่สูบบุหรี่ต่ำกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 18–22 เปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษหลังทำริฟติ้งซึ่งต้องอาศัยการสร้างคอลลาเจนใหม่
ในทางกลับกัน คำแนะนำอย่างงดซาวน่า งดออกกำลังกายหนัก ดูแลความชุ่มชื้น หรือหลีกเลี่ยงการนวดหลังร้อยไหม ส่วนใหญ่เป็นความเชื่อที่สะสมมาจากประสบการณ์ในคลินิก ไม่ได้ผิด แต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับแน่นหนาเท่ากับการกันแดดหรือเลิกบุหรี่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนก็มีงานวิจัยที่บอกว่าช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความกระชับของผิวเองได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าจะเสริมผลของริฟติ้งให้ดีขึ้นไปด้วย สิ่งที่ส่งผลต่อผลลัพธ์มากที่สุดคือการดูแลพื้นฐานอย่างกันแดดและเลิกบุหรี่
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Volnewmer RF Monopolar กระชับผิวได้จริงแค่ไหน, เจ็บน้อยกว่า Thermage หรือเปล่า?
Volnewmer คืออะไร ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำช่วยลดความเจ็บปวดได้จริงหรือไม่ เปรียบเทียบกับ Thermage แล้วผลต่างกันอย่างไร รวมถึงข้อมูลจากงานวิจัยจริงที่มีผู้เข้าร่วมแค่ 22 คน และที่มาของคำโฆษณาว่าทำครั้งเดียวอยู่ได้ปีเดียว
By Dr. Kim

ร่องแก้มต้องหาสาเหตุก่อน ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และคอลลาเจนช่วยได้แค่ไหนและอยู่นานเท่าไร
ร่องแก้มของคุณเกิดจากผิวหย่อนคล้อย ปริมาตรที่ยุบหาย หรือผิวที่แก่ลง เพราะสาเหตุต่างกันทำให้ต้องเลือกระหว่างฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนต่างกัน บทความนี้สรุปแบบเข้าใจง่ายว่าแต่ละแบบเหมาะกับใคร ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ไปจนถึงความปลอดภัยของเส้นเลือดข้างจมูก โดยอ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริง
By Dr. Lee

โบทอกซ์กล้ามเนื้อทราพีเซียส ปรับไหล่ให้ดูเรียบตรง วอลลุ่มไหล่ลดจริงไหม อยู่ได้นานแค่ไหน
การฉีดโบทอกซ์เข้ากล้ามเนื้อทราพีเซียสส่วนบนที่นูนขึ้นมา เพื่อให้คอดูยาวขึ้นและเส้นไหล่เรียบเนียนขึ้น หรือที่เรียกกันว่า Barbie Botox มีหลักการทำงานอย่างไร ให้ผลลัพธ์และอยู่ได้นานแค่ไหน มีผลข้างเคียงอย่างไหล่หมดแรงหรือไม่ เหมาะกับใครบ้าง สรุปให้เข้าใจง่ายจากงานวิจัยจริง
By Dr. Kim