prettytime
Filler

ร่องแก้มต้องหาสาเหตุก่อน ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และคอลลาเจนช่วยได้แค่ไหนและอยู่นานเท่าไร

By Dr. Lee1 min read

เวลาส่องกระจก จุดที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือร่องแก้ม เส้นที่ลากจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งลึก วันไหนที่เหนื่อยหรือแต่งหน้าไม่ติดก็ยิ่งเห็นชัด พอเริ่มหาข้อมูลเรื่องฟิลเลอร์ ก็มักจะมีคนบอกว่าร้อยไหมดีกว่า แล้วก็ต้องมานั่งลังเลอีกรอบ

แต่ความจริงแล้วร่องแก้มของแต่ละคนเกิดจากสาเหตุที่ไม่เหมือนกัน บางคนเกิดจากแก้มหย่อนลงมา บางคนเกิดจากปริมาตรที่ยุบหายไป บางคนเกิดจากผิวที่บางลงและรอยพับที่ฝังตัวจนกลายเป็นริ้วรอย เมื่อสาเหตุต่างกัน หัตถการที่เหมาะก็ต่างกันด้วย ถ้าสาเหตุคือความหย่อนคล้อยแต่กลับไปเติมปริมาตรอย่างเดียว หน้าอาจดูหนักขึ้น หรือถ้าปริมาตรยุบแต่ไปดึงด้วยไหม หน้าก็อาจดูซูบผอมลง เพราะฉะนั้นการรู้ก่อนว่าร่องแก้มของเราเกิดจากอะไรคือหัวใจสำคัญ บทความนี้จะค่อย ๆ สรุปให้ฟังว่าจะแยกสาเหตุยังไง แต่ละสาเหตุเหมาะกับหัตถการแบบไหน ผลอยู่ได้นานเท่าไร ไปจนถึงเรื่องความปลอดภัยของเส้นเลือดข้างจมูก โดยยึดตัวเลขจากงานวิจัยจริง

ร่องแก้มจะเหมาะกับหัตถการแบบไหนขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุหลักคือความหย่อนคล้อย ปริมาตรที่ยุบหาย หรือผิวที่แก่ลง
ร่องแก้มจะเหมาะกับหัตถการแบบไหนขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุหลักคือความหย่อนคล้อย ปริมาตรที่ยุบหาย หรือผิวที่แก่ลง

ทำไมร่องแก้มถึงต้องเลือกหัตถการตามสาเหตุ

ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักมีสามอย่างซ้อนทับกัน อย่างแรกคือความหย่อนคล้อย เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและเนื้อเยื่อบริเวณแก้มจะเลื่อนลงต่ำ ไปดันส่วนบนของร่องแก้มให้ลึกขึ้น อย่างที่สองคือปริมาตรที่ยุบหาย ไขมันใต้ผิวลดลงและกระดูกข้างจมูกถูกดูดซึมไปเล็กน้อย ทำให้แรงพยุงจากด้านในอ่อนลง อย่างที่สามคือความแก่ของตัวผิวเอง เมื่อคอลลาเจนและความยืดหยุ่นลดลง รอยพับก็ค้างอยู่กลายเป็นริ้วรอยถาวร

สามอย่างนี้ต้องแก้ด้วยวิธีที่ต่างกัน ถ้าสาเหตุหลักคือความหย่อนคล้อย การร้อยไหมเพื่อดึงยกจะเหมาะกว่า ถ้าสาเหตุคือปริมาตรที่ยุบ ฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ช่วยเติมเต็มจะเข้ากันมากกว่า และถ้าปัญหาอยู่ที่ริ้วรอยบนผิวเอง ก็ต้องใช้แนวทางที่สร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่หรือปรับผิวชั้นบน

ดังนั้นแม้จะเป็นร่องแก้มเหมือนกัน แต่ทางเลือกก็แยกกันตามว่าสาเหตุหลักคืออะไร ในความเป็นจริงมักเจอทั้งสามอย่างปนกันอยู่นิดหน่อย จนบางทีก็บอกได้ยากว่าเป็นเพราะอะไรอย่างเดียว กรณีแบบนั้นให้จับที่สาเหตุใหญ่สุดก่อน แล้วค่อยเสริมส่วนที่เหลือตามลำดับ ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันก็ยังต่างกันตรงว่าฉีดตรงไหน และหลายครั้งก็ใช้การดึงยกกับการเติมเต็มควบคู่กัน สรุปคือวินิจฉัยสาเหตุก่อน แล้วหัตถการค่อยตามมาทีหลัง

ฟิลเลอร์ HA ช่วยให้ร่องแก้มดูดีขึ้นและคงอยู่ได้ดีถึงราว 6 เดือน ก่อนจะค่อย ๆ กลับคืนช่วงประมาณ 1 ปี
ฟิลเลอร์ HA ช่วยให้ร่องแก้มดูดีขึ้นและคงอยู่ได้ดีถึงราว 6 เดือน ก่อนจะค่อย ๆ กลับคืนช่วงประมาณ 1 ปี

ร่องแก้มที่เกิดจากปริมาตรยุบควรใช้อะไร

ร่องแก้มที่เกิดจากปริมาตรยุบ ตัวเลือกที่ใช้บ่อยที่สุดคือฟิลเลอร์ HA (hyaluronic acid) ซึ่งเติมเข้าไปตรงจุดที่ยุบโดยตรง หรือฉีดเสริมปริมาตรบริเวณกลางใบหน้าเพื่อพยุงแก้มที่หย่อนลง ทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นทางอ้อม เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีและมีข้อมูลรองรับเยอะ จึงเป็นหัตถการที่เหมาะจะใช้เป็นจุดเริ่มต้น

ร่องแก้มที่เกิดจากปริมาตรยุบมักใช้ฟิลเลอร์ HA

ผลอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นมีข้อมูลยืนยัน จากการวิเคราะห์ที่รวบรวมงานวิจัยหลายชิ้น (51 การศึกษา ราว 4 พันคน) พบว่าคะแนนร่องแก้มดีขึ้นชัดเจนหลังฉีดได้หนึ่งเดือน คงอยู่ได้ดีถึงราว 6 เดือน แล้วค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมช่วงประมาณ 1 ปี ในบางผลิตภัณฑ์ที่เป็นฟิลเลอร์เติมปริมาตรกลางใบหน้า ก็มีรายงานว่าคงอยู่ได้นานถึง 2 ปี และยังพบแนวโน้มว่าถ้าฉีดซ้ำ ระยะเวลาที่คงอยู่ก็จะยาวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจำนวนไม่น้อยที่บอกว่าร่องแก้มดีขึ้นจากการเติมปริมาตรกลางใบหน้านั้นเป็นความพึงพอใจที่คนไข้รู้สึกเอง ซึ่งต่างจากการวัดความลึกของร่องแก้มโดยตรงอยู่บ้าง การเติมปริมาตรทำให้ร่องแก้มดูตื้นลงอย่างเป็นธรรมชาติก็จริง แต่ถ้าหย่อนคล้อยมาก ฟิลเลอร์อย่างเดียวอาจไม่พอ ดังนั้นฟิลเลอร์จะเหมาะที่สุดเมื่อปริมาตรที่ยุบเป็นสาเหตุหลัก

ร้อยไหมมีความพึงพอใจสูงตั้งแต่หลังทำ และค่อย ๆ เข้าที่เมื่อเวลาผ่านไป
ร้อยไหมมีความพึงพอใจสูงตั้งแต่หลังทำ และค่อย ๆ เข้าที่เมื่อเวลาผ่านไป

ร่องแก้มที่เกิดจากหย่อนคล้อยควรร้อยไหมไหม

ร่องแก้มที่เกิดจากแก้มหย่อนลงมา การดึงยกด้วยร้อยไหมจะเข้ากันดี ร้อยไหมคือการใส่ไหมละลายเข้าไปยกกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยด้วยแรงทางกายภาพ หลังจากนั้นจะมีคอลลาเจนเกิดขึ้นรอบ ๆ ไหมและช่วยให้เข้าที่ ความรู้สึกกระชับยกขึ้นหลังทำจะชัดเจน จึงมักได้ความพึงพอใจสูง

เรื่องระยะเวลาที่คงอยู่ ควรมองตามจริง จากการวิเคราะห์ที่รวมงานวิจัยหลายชิ้น ความพึงพอใจต่อร้อยไหมอยู่ที่ราว 98% ทันทีหลังทำ แล้วลดลงมาอยู่ที่ราว 88% เมื่อเวลาผ่านไป อาการเล็ก ๆ อย่างบวมก็พบได้บ่อยพอสมควร ผลทันทีดีก็จริง แต่ถ้าทำเดี่ยว ๆ ความรู้สึกกระชับจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นถ้าทำร่วมกับหัตถการอื่นอย่างฟิลเลอร์หรือคลื่นวิทยุ ผลก็จะอยู่ได้นานขึ้น

ถ้ายังลังเลว่าจะดูฟิลเลอร์หรือไหมก่อนดี ก็มีงานวิจัยเปรียบเทียบขนาดเล็กให้อ้างอิงได้ ในการศึกษาที่ทำกับคน 20 คน พบว่าใบหน้าที่ปริมาตรยุบเหมาะกับฟิลเลอร์มากกว่า ส่วนคนที่อยากได้รูปหน้าที่เรียวกระชับ ร้อยไหมจะเข้ากันกว่า จำนวนคนน้อยและระยะเวลาสังเกตสั้น จึงยังฟันธงไม่ได้ แต่ทิศทางของการเลือกตามสาเหตุก็ยังเหมือนกัน ถ้าหย่อนคล้อยมากก็เอนไปทางร้อยไหม ถ้าปริมาตรยุบมากก็เอนไปทางฟิลเลอร์

สารกระตุ้นคอลลาเจนถือเป็นกลุ่มที่มีหลักฐานหนักแน่นที่สุดในการศึกษาเรื่องร่องแก้ม
สารกระตุ้นคอลลาเจนถือเป็นกลุ่มที่มีหลักฐานหนักแน่นที่สุดในการศึกษาเรื่องร่องแก้ม

ริ้วรอยที่ตัวผิวเองควรใช้สารกระตุ้นคอลลาเจนไหม

ร่องแก้มที่เกิดจากผิวบางลงและความยืดหยุ่นลดลงจนรอยพับฝังตัว เหมาะกับสารกระตุ้นคอลลาเจน ผลิตภัณฑ์อย่างสกัลปตรา (PLLA) หรือจูวีลุค (PDLLA) อยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งแทนที่จะเติมจุดที่ยุบทันที มันจะไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ แล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนาและความยืดหยุ่นเมื่อเวลาผ่านไป

กลุ่มนี้ถือว่ามีหลักฐานหนักแน่นในการศึกษาเรื่องร่องแก้ม จากการศึกษาเฟส 3 ของสกัลปตรา (233 คน) พบว่า ณ เดือนที่ 13 สัดส่วนคนที่ร่องแก้มดีขึ้นจนแทบมองไม่เห็นอยู่ที่ราว 49% ซึ่งต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบที่ 4% อย่างมาก และเพราะเป็นงานวิจัยที่สุ่มแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ ระดับความน่าเชื่อถือของหลักฐานจึงสูง ในงานวิจัยที่เปรียบเทียบ PLLA กับฟิลเลอร์ HA โดยตรง ก็พบว่า PLLA ให้ผลดีขึ้นไม่แพ้ฟิลเลอร์เลย

แต่แลกกับหัตถการนี้ค่อยเป็นค่อยไป เพราะการสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลา ความเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ เผยออกมาในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และมักต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง จึงควรเข้าใจว่าเป็นหัตถการที่ค่อย ๆ เติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป มากกว่าจะหวังผลในวันเดียว บางครั้งก็ใช้ร่วมกับสกินบูสเตอร์อย่างวอเตอร์กลอว์หรือเลเซอร์ที่เน้นปรับคุณภาพผิว

ร่องแก้มเป็นตำแหน่งที่เส้นเลือดซึ่งเชื่อมไปยังดวงตาพาดผ่าน ความเข้าใจกายวิภาคของผู้ทำจึงสำคัญ
ร่องแก้มเป็นตำแหน่งที่เส้นเลือดซึ่งเชื่อมไปยังดวงตาพาดผ่าน ความเข้าใจกายวิภาคของผู้ทำจึงสำคัญ

ก่อนทำต้องรู้เรื่องความปลอดภัยอะไรบ้าง

ตรงนี้ขอพูดให้ชัดเจน บริเวณข้างจมูกและตำแหน่งร่องแก้มมีเส้นเลือดที่เชื่อมไปยังดวงตาพาดผ่าน หากฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือดแดงนี้โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งแม้จะพบได้ยากมาก แต่ก็อาจทำให้เกิดปัญหาด้านการมองเห็นได้ จากการรวบรวมข้อมูลทั่วโลก เมื่อดูเคสที่มีรายงานว่าการมองเห็นเปลี่ยนแปลงแยกตามตำแหน่ง ร่องแก้มคิดเป็นราว 13.3% รองจากหว่างคิ้วและจมูก ตัวเลขนี้เป็นสัดส่วนในบรรดาเคสที่พบได้ยาก ไม่ใช่อัตราการเกิดต่อการทำหัตถการหนึ่งครั้ง

พอสรุปได้ว่าการเกิดขึ้นนั้นพบได้น้อยมากแต่ก็ไม่ใช่ศูนย์ ดังนั้นการป้องกันจึงสำคัญที่สุด ข้อดีคือฟิลเลอร์ HA หากเกิดปัญหาขึ้น สามารถสลายกลับคืนได้ด้วยเอนไซม์ที่ชื่อไฮยาลูโรนิเดส ในทางกลับกัน ไขมันตัวเองหรือ PLLA จะสลายได้ยาก ความสามารถในการย้อนกลับได้นี้เป็นข้อดีใหญ่ของฟิลเลอร์ HA

ควรฉีดฟิลเลอร์ทีละน้อยอย่างช้า ๆ และถ้าจำเป็นก็ใช้อัลตราซาวนด์ตรวจดูเส้นเลือด

ดังนั้นเวลาเลือกทำหัตถการ ตัวผู้ทำสำคัญพอ ๆ กับชื่อผลิตภัณฑ์ การเลือกแพทย์ที่รู้ตำแหน่งเส้นเลือดข้างจมูกและความลึกที่ควรฉีดเป็นอย่างดีคือหัวใจของความปลอดภัย ถ้าฉีดทีละน้อยอย่างช้า ๆ และใช้อัลตราซาวนด์ตรวจดูเส้นเลือดเมื่อจำเป็น ก็ยิ่งอุ่นใจ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัวจนเกินไป แต่การรู้แล้วทำกับไม่รู้แล้วทำนั้นต่างกัน

ร่องแก้มมักมีสาเหตุซ้อนทับกัน การแบ่งแก้เป็นชั้น ๆ จะให้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติ

แล้วแบบไหนที่เหมาะกับเรา

คำตอบอยู่ที่สาเหตุ ถ้าปริมาตรที่ยุบเป็นสาเหตุหลัก การเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนจะเข้ากัน ถ้าหย่อนคล้อยมากก็เหมาะกับการดึงยกด้วยร้อยไหม และถ้าปัญหาคือริ้วรอยที่ตัวผิวเอง แนวทางสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่จะเข้ากันกว่า ไม่มีหัตถการใดที่เป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกคน

ในความเป็นจริง กรณีที่เจอบ่อยที่สุดคือมีทั้งสามอย่างปนกันอยู่นิดหน่อย จึงมักต้องแบ่งแก้เป็นชั้น ๆ เช่น พยุงปริมาตรที่ยุบด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน ยกส่วนที่หย่อนด้วยร้อยไหม และปรับคุณภาพผิวด้วยสกินบูสเตอร์หรือเลเซอร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยขนาดใหญ่มากนักที่เปรียบเทียบชัดเจนว่าการทำร่วมกันแบบนี้ดีกว่าการทำเดี่ยว ๆ มากน้อยแค่ไหน จึงควรเข้าใจเป็นทิศทางมากกว่าตัวเลขที่เจาะจง

ถ้ายังลังเลว่าจะเริ่มทำอะไรก่อน ลองยกแก้มขึ้นเบา ๆ หน้ากระจกก็ช่วยได้ ถ้ายกแล้วร่องแก้มตื้นลงเยอะ แสดงว่าน้ำหนักของความหย่อนคล้อยเยอะ ถ้ายกแล้วแทบไม่เปลี่ยน ก็เอนไปทางปริมาตรหรือผิวมากกว่า แน่นอนว่าการประเมินที่แม่นยำมาจากการปรึกษาที่ได้เห็นและสัมผัสจริง ถ้าช่วยกันหาสาเหตุและจัดลำดับก่อนหลัง ก็สร้างผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติได้ โดยไม่ต้องทำทุกอย่างในครั้งเดียว

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Filler

ร่องใต้ตาลึกกับรอยคล้ำใต้ตา ฟิลเลอร์เติมเต็มเงาให้จางลง อยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมวิธีเลี่ยง Tyndall effect

เงาใต้ตาที่ดูคล้ำและโบ๋มักเกิดจากร่องที่ยุบตัวมากกว่าเม็ดสี บทความนี้อธิบายหลักการที่เอ็นร่องน้ำตาและกระดูกเบ้าตาที่ลดลงทำให้เกิดเงา พร้อมวิธีเติมฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก แอซิดเนื้อนุ่มตื้น ๆ ปริมาณน้อยเพื่อลบเงาให้จางลง รวมถึงเหตุผลที่ผิวบางทำให้เกิด Tyndall effect และอาการบวมได้ง่าย พร้อมสรุปว่าผลอยู่ได้นานแค่ไหนและดูแลอย่างไร อ้างอิงจากตัวเลขงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย

By Dr. Kim

Filler

หลักการเติมฟิลเลอร์โหนกแก้มเพื่อฟื้นมิดเฟซที่ยุบ ลดร่องแก้มและผิวหย่อนคล้อย พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยของหลอดเลือด

หากโหนกแก้มและแก้มยุบ ทำไมใบหน้าถึงหย่อนคล้อยและดูแก่ลง บทความนี้อธิบายหลักการที่การเติมฟิลเลอร์โหนกแก้มฟื้นวอลุ่มมิดเฟซ ช่วยให้ร่องแก้มและผิวหย่อนคล้อยดีขึ้นไปพร้อมกัน ตั้งแต่ความหนืดยืดหยุ่นและความแน่นของฟิลเลอร์ HA สำหรับเติมวอลุ่ม วิธีหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดด้วยแคนนูลาและชั้นที่ฉีด ไปจนถึงการสลายคืนด้วยไฮยาลูโรนิเดสและระยะเวลาที่อยู่ได้ พร้อมตัวเลขจากงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Botox

หลักการโบท็อกซ์หางตาคลายตีนกา ปริมาณมาตรฐาน ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ และข้อควรระวัง

สรุปหลักการที่โบท็อกซ์บริเวณหางตาช่วยคลายตีนกา ตั้งแต่วิธีลดแรงบีบของกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่พับผิวตอนยิ้มจนริ้วรอยตื้นขึ้น ปริมาณมาตรฐานรวม 24 ยูนิตสองข้างและตำแหน่งที่ฉีด ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลและระยะเวลาที่อยู่ได้ราว 4 เดือน ข้อจำกัดของริ้วรอยขาดลึกแบบคงที่ ไปจนถึงผลข้างเคียงและข้อควรระวัง อ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริงทั้งหมด

By Dr. Kim

Back to articles