กรอบหน้าไม่ชัด สาเหตุ วิธีแยกไขมันกับความหย่อน และเปรียบเทียบหัตถการ
By Dr. Kim1 min read

พอรู้สึกว่าเส้นกรอบหน้าเริ่มเบลอ หลายคนมักนึกถึงทรีตเมนต์แบบเดียวกันเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุที่เส้นกรอบหน้าหายไปไม่ได้มีแค่แบบเดียว บางคนเป็นเพราะไขมันใต้คางสะสมมากขึ้น ในขณะที่บางคนไขมันยังเท่าเดิม แต่ผิวและพังผืด (ชั้นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ) ที่อยู่ข้างใต้หย่อนคล้อยลง สองสาเหตุนี้มองด้วยตาเปล่าอาจดูคล้ายกัน แต่พอเอามือคลำดูจะรู้สึกต่างกันชัดเจน และวิธีที่เหมาะสมก็ต่างกันไปด้วย ถ้าไม่แยกสาเหตุให้ชัดก่อนแล้วรีบเลือกทรีตเมนต์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นไปตามที่หวัง
กรอบหน้าไม่ชัดเพราะไขมันหรือเพราะหย่อน?
ลักษณะเส้นกรอบหน้าที่เบลอลงจากสองสาเหตุนี้มองจากภายนอกแทบจะเหมือนกัน เพราะเวลามองจากด้านข้าง เส้นแบ่งระหว่างคางกับคอที่โค้งมนจนไม่ชัดเจน เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งจากไขมันสะสมและผิวหย่อนคล้อย
แต่เนื้อเยื่อที่เป็นต้นเหตุนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง ไขมันคือเนื้อเยื่อสะสมที่นุ่มนิ่มซึ่งอยู่ในชั้นตื้นใต้ผิวหนัง ส่วนการหย่อนคล้อยคือปรากฏการณ์ที่โครงสร้างพยุงอย่างผิวและพังผืดเคลื่อนต่ำลง เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนโกดังที่ของกองสูงขึ้นเรื่อย ๆ กับโกดังที่ชั้นวางเองพังยุบลง ทั้งสองแบบดูรกเหมือนกันจากภายนอก แต่ต้นเหตุต่างกันโดยสิ้นเชิง
เนื้อที่จับได้นิ่ม ๆ คือไขมันไหม?
เส้นกรอบหน้าแบบไขมัน เวลาใช้นิ้วจับใต้คางเบา ๆ มักจะจับได้เนื้อที่นุ่มนิ่มเป็นก้อน เพราะผิวเองยังมีความยืดหยุ่นดี เพียงแต่ชั้นไขมันข้างใต้หนาขึ้น
กรณีนี้มักพบได้ตั้งแต่อายุยังน้อย บางคนมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่ไขมันสะสมง่ายบริเวณใต้คาง และเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จุดนี้ก็มักจะเห็นชัดเป็นจุดแรก ถ้าลองดึงผิวขึ้นเบา ๆ แล้วเส้นกรอบหน้าดูกระชับขึ้นชัดเจน นั่นเป็นสัญญาณว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากไขมันมากกว่าการหย่อนคล้อย
ไม่มีเนื้อให้จับแต่กรอบหน้ายังเบลอ สงสัยว่าหย่อน
เส้นกรอบหน้าแบบหย่อนคล้อย แม้แทบจะจับเนื้อไม่ได้เลยหรือจับได้น้อยมาก แต่เส้นกรอบหน้าก็ยังดูเบลอ เพราะไม่ใช่ไขมันมาก แต่เป็นเพราะพังผืดและผิวที่เคยพยุงใบหน้าไว้เคลื่อนต่ำลง
กรณีนี้มักค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น เพราะคอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่นในผิวลดลงตามเวลา และพังผืดที่ยึดโครงหน้าทั้งใบก็ค่อย ๆ ยืดหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วง โครงสร้างนี้คล้ายกับรางม่านที่เก่าจนโค้งลงเล็กน้อย ทำให้ผ้าม่านทั้งผืนตกลงมาด้วย ถ้าลองดึงผิวขึ้น จะไม่กระชับขึ้นชัดเจนเท่าแบบไขมัน แต่จุดสังเกตคือโครงหน้าทั้งใบจะดูหย่อนลงไปพร้อมกัน
วิธีลดเมื่อสาเหตุคือไขมัน
ถ้าไขมันเป็นสาเหตุหลัก การลดปริมาณไขมันโดยตรงก็เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล วิธีที่นิยมใช้มีดังนี้
- ฉีดสลายไขมัน: ใช้สารดีออกซีโคลิกแอซิด (deoxycholic acid สารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ทำหน้าที่สลายผนังเซลล์ไขมัน) ฉีดเข้าไปในชั้นไขมันโดยตรง เพราะเป็นวิธีที่สลายผนังเซลล์ไขมันจนเซลล์ไขมันหายไปเลย จึงมีข้อมูลว่าเซลล์ที่ลดลงแล้วจะไม่กลับมาเพิ่มขึ้นอีก
- ดูดไขมัน: ใช้ท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปดูดไขมันออกทางกายภาพ ลดปริมาณได้มากในครั้งเดียวมากกว่าการฉีด แต่ระยะพักฟื้นและอาการบวมก็มักจะมากตามไปด้วย
- กระตุ้นไขมันด้วยคลื่นวิทยุหรืออัลตราซาวด์: ใช้พลังงานความร้อนสร้างแรงกดดันให้เซลล์ไขมันค่อย ๆ ลดปริมาณลง แม้จะไม่ได้ตรงจุดเท่าการฉีดสลายไขมัน แต่จุดต่างคือยังคาดหวังผลด้านความกระชับของผิวไปพร้อมกันได้
วิธีเหล่านี้ล้วนเน้นลดปริมาณไขมันเป็นหลัก ถ้านำไปใช้กับใบหน้าที่สาเหตุหลักคือการหย่อนคล้อย อาจทำให้ไขมันหายไปแต่การหย่อนคล้อยยังคงอยู่เหมือนเดิม และอาจดูโทรมลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเมื่อลดไขมันในใบหน้าที่ไขมันน้อยอยู่แล้ว ปริมาตรที่เคยช่วยพยุงก็จะหายไปด้วย ดังนั้นเวลาปรึกษาแพทย์ นอกจากบอกว่าเส้นกรอบหน้าเบลอ ควรบอกด้วยว่าตอนคลำมีเนื้อจับได้หรือไม่ จะช่วยให้การประเมินแม่นยำขึ้น
ถ้าสาเหตุคือความหย่อน หัตถการแบบไหนเหมาะ?
ถ้าการหย่อนคล้อยเป็นสาเหตุหลัก จำเป็นต้องใช้วิธีที่ช่วยสร้างโครงสร้างพยุงขึ้นใหม่ เครื่องคลื่นวิทยุ (RF) หรืออัลตราซาวด์โฟกัส (HIFU) จะส่งความร้อนลงไปในชั้นลึกของผิวและพังผืด เพื่อกระตุ้นเส้นใยคอลลาเจน ความร้อนที่กระตุ้นนี้จะสร้างปฏิกิริยาคล้ายการซ่อมแซมบาดแผล ทำให้ระหว่างกระบวนการนี้มีคอลลาเจนใหม่เกิดขึ้น และเนื้อเยื่อเดิมก็แน่นขึ้นด้วย เข้าใจง่าย ๆ เหมือนผ้าที่ยับแล้วรีดด้วยความร้อนจนเรียบตึงขึ้น
ร้อยไหมจะเพิ่มแรงดึงทางกายภาพเข้ามาอีกชั้น หนามเล็ก ๆ บนเส้นไหมจะเกี่ยวยึดเนื้อเยื่อแล้วดึงขึ้น จากนั้นเมื่อไหมค่อย ๆ สลายไป คอลลาเจนก็จะเข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งนั้น เป็นกลไกสองขั้นตอน คือมีทั้งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ทันที และความเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ สะสมไปตามเวลา ยิ่งหย่อนคล้อยมาก ยิ่งต้องการแรงดึงทางกายภาพมากขึ้น จึงมักเลือกร้อยไหมหรือทรีตเมนต์ที่ใช้ไหมบ่อยกว่า ในทางกลับกัน ถ้าเป็นระยะเริ่มต้นที่หย่อนคล้อยเล็กน้อย แค่ RF หรือ HIFU ที่กระตุ้นคอลลาเจนอย่างเดียวก็ให้ผลเพียงพอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มไหมเข้าไป
ถ้ามีทั้งไขมันและความหย่อน ควรทำลำดับไหน?
ในความเป็นจริง สองสาเหตุนี้มักไม่แยกขาดจากกันชัดเจน แต่ปะปนกันมากกว่า ใบหน้าที่มีทั้งไขมันในระดับหนึ่งและผิวพังผืดหย่อนคล้อยพร้อมกันเป็นเรื่องปกติ เพราะยิ่งอายุมากขึ้น การกระจายตัวของชั้นไขมันในใบหน้าก็เปลี่ยนไปด้วย ไขมันส่วนบนของใบหน้ามักลดลง ในขณะที่ไขมันส่วนล่างกลับหย่อนคล้อยและสะสมมากขึ้น จึงมักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งไขมันและการหย่อนคล้อย
กรณีแบบนี้ ใช้วิธีเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรพิจารณาทั้งวิธีลดไขมันและวิธีเสริมความแน่นให้ผิวและพังผืดไปพร้อมกัน แต่ควรวางลำดับให้เหมาะสม ถ้าไขมันไม่ได้มากนัก การปรับปรุงการหย่อนคล้อยก่อนแล้วค่อยจัดการไขมันที่เหลือทีหลัง จะทำให้ร่างกายรับมือได้ง่ายกว่า ในทางกลับกัน ถ้าไขมันเห็นได้ชัดว่ามาก การลดไขมันก่อนแล้วค่อยประเมินระดับการหย่อนคล้อยใหม่อีกครั้งก็เป็นลำดับที่สมเหตุสมผลกว่า และแทนที่จะทำสองวิธีพร้อมกันในวันเดียว การเว้นระยะห่างไม่ให้ปฏิกิริยาฟื้นตัวซ้อนทับกันจะช่วยจัดการอาการบวมและการระคายเคืองได้ง่ายขึ้นด้วย
สิ่งที่ลองเช็กด้วยตัวเองก่อนไปปรึกษา
การลองประเมินสาเหตุด้วยตัวเองในระดับหนึ่งก่อนก็มีประโยชน์ ถ้าตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ จะช่วยให้คุยกับแพทย์ตอนปรึกษาได้แม่นยำขึ้นมาก
- ลองใช้มือจับเนื้อใต้คางดูว่าจับได้หนาหรือแทบจับไม่ได้เลย ถ้าจับได้เนื้อเยอะ มักเป็นสัญญาณว่าไขมันมีสัดส่วนมาก ถ้าจับได้น้อย มักเป็นสัญญาณว่าการหย่อนคล้อยมีสัดส่วนมาก
- ลองยืนหน้ากระจกแล้วดึงผิวขึ้นไปทางหูเบา ๆ ถ้าเส้นกรอบหน้าดูกระชับขึ้นชัดเจน หมายความว่าปัจจัยการหย่อนคล้อยมีมาก ถ้าไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง หมายความว่าปัจจัยไขมันมีมากกว่า
- ลองนึกย้อนดูว่าการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวกับเส้นกรอบหน้าเคยเปลี่ยนไปพร้อมกันหรือไม่ ถ้าทุกครั้งที่น้ำหนักขึ้นลง เส้นกรอบหน้าก็เปลี่ยนตามด้วย มักหมายถึงสัดส่วนไขมันมาก แต่ถ้าค่อย ๆ เบลอลงโดยไม่เกี่ยวกับน้ำหนักตัว มักหมายถึงสัดส่วนการหย่อนคล้อยมาก
- อายุและความเร็วในการเปลี่ยนแปลงก็เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ ถ้าเห็นชัดขึ้นทันทีตั้งแต่อายุยังค่อนข้างน้อย น้ำหนักมักจะเอนไปทางไขมัน แต่ถ้าค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตลอดหลายปี น้ำหนักมักจะเอนไปทางการหย่อนคล้อย
การตรวจสอบเหล่านี้ไม่ได้ให้การวินิจฉัยที่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ช่วยให้รู้ทิศทางว่าควรเน้นคุยกับแพทย์ด้านไหนมากกว่าเมื่อเข้ารับคำปรึกษา สุดท้ายแล้ว การดูแลเส้นกรอบหน้าที่ดีที่สุดคือการประเมินก่อนว่าไขมันหรือการหย่อนคล้อยมีสัดส่วนมากกว่ากัน แล้วจึงเลือกวิธีที่เหมาะกับสาเหตุนั้นเป็นลำดับต่อไป
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

รักษาคางสองชั้น วิธีที่เหมาะกับสาเหตุของเรา ระหว่างไขมันกับผิวหย่อน
สรุปด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริงว่าคางสองชั้นที่เกิดจากไขมันกับที่เกิดจากผิวและพังผืดหย่อนคล้อยนั้น ควรเลือกฉีดสลายไขมัน คลื่นวิทยุอย่าง INMODE ร้อยไหม หรือ HIFU แบบไหนก่อน พร้อมอธิบายว่าทำไมการวินิจฉัยสาเหตุจึงสำคัญเป็นอันดับแรก
By Dr. Kim

แก้มหย่อน 4 สาเหตุ ต่างกันอย่างไรระหว่างเอ็น ไขมัน กระดูก และความยืดหยุ่นของผิว
แก้มหย่อนคล้อยเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสี่สาเหตุ คือเอ็นยึด ไขมัน กระดูก และความยืดหยุ่นของผิวหนัง ซึ่งแต่ละคนมีสัดส่วนของสาเหตุเหล่านี้ต่างกัน หากไม่แยกแยะสาเหตุให้ชัดเจน แม้ทำหัตถการเดียวกันผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง บทความนี้สรุปวิธีดูแลที่ตรงกับหลักการของแต่ละสาเหตุไว้ให้
By Dr. Lee

คนผอมเป็นคางสองชั้นได้ไหม? วิธีแยกไขมันกับผิวหย่อน
คางสองชั้นบางคนเกิดจากไขมันสะสม บางคนเกิดจากผิวและกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย ทั้งสองแบบดูคล้ายกันแต่ต้นตอต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องใช้วิธีรักษาที่ต่างกันด้วย บทความนี้อธิบายที่มาของแต่ละแบบและวิธีแยกให้ออก
By Dr. Kim