prettytime
Skincare

ตุ่มขาวเม็ดเล็กรอบดวงตา (milia) กำจัดยังไง สะกิดเอาออก เลเซอร์ CO2 กับเออร์เบียมแย็ก และการดูแลไม่ให้กลับมา

By Dr. Lee2 min read

บางครั้งเราจะเห็นตุ่มสีขาวเม็ดเล็กคล้ายเมล็ดข้าวขึ้นเป็นตะปุ่มตะป่ำบริเวณรอบดวงตาหรือแก้ม บีบก็ไม่ค่อยออก แต่งหน้าทับก็ไม่เนียน เลยเป็นเรื่องกวนใจอยู่พอสมควร ตุ่มขาวแบบนี้ส่วนใหญ่คือ milia หรือที่หลายคนเรียกว่าซีสต์เม็ดขาว

milia คือถุงน้ำเล็ก ๆ ที่เกิดจากเคราตินหรือขี้ไคลไปติดค้างอยู่ใต้ผิว โชคดีที่รักษาง่ายกว่าซีริงโกมา (syringoma) ใต้ตา และโอกาสกลับมาเป็นซ้ำก็น้อยกว่า ถ้าเอาออกอย่างถูกวิธีมักจะเก็บได้เรียบร้อย เพียงแต่การไปบีบเองแรง ๆ ที่บ้านอาจทิ้งรอยไว้หรือกลับทำให้จำนวนเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นเข้าใจหลักการก่อนจะดีที่สุด บทความนี้จะค่อย ๆ สรุปให้ว่า milia เกิดจากอะไร ต่างจากซีริงโกมาที่หน้าตาคล้ายกันยังไง เมื่อไหร่ถึงสะกิดเอาออกและเมื่อไหร่ถึงใช้เลเซอร์ CO2 หรือเออร์เบียมแย็ก บีบเองที่บ้านด้วยเข็มได้ไหม และเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยจริงทีละหัวข้อ

milia แบ่งเป็นชนิดปฐมภูมิที่เกิดเองและชนิดทุติยภูมิที่เกิดหลังการบาดเจ็บ ส่วน milia ในทารกแรกเกิดจะหายเองได้
milia แบ่งเป็นชนิดปฐมภูมิที่เกิดเองและชนิดทุติยภูมิที่เกิดหลังการบาดเจ็บ ส่วน milia ในทารกแรกเกิดจะหายเองได้

milia เกิดจากอะไร?

milia คือถุงน้ำเล็ก ๆ ที่เกิดจากเคราติน ซึ่งก็คือขี้ไคล ไปติดค้างอยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า ลักษณะเป็นตุ่มผิวเรียบสีขาวหรือเหลืองอ่อน ขนาดส่วนใหญ่เล็กประมาณ 1 ถึง 2mm มักขึ้นบริเวณเปลือกตา รอบดวงตา แก้ม และหน้าผาก จุดสังเกตคือถ้าบีบออกจะมีก้อนเคราตินสีขาวโผล่ออกมา

milia แบ่งใหญ่ ๆ ได้เป็นสองชนิด ชนิดปฐมภูมิคือเกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน และพบได้บ่อยที่สุด ส่วนชนิดทุติยภูมิเกิดขึ้นหลังจากผิวได้รับบาดเจ็บ เช่น แผลไหม้ การลอกผิว โรคที่ทำให้เกิดตุ่มน้ำพอง หรือการทาสเตียรอยด์เฉพาะที่เป็นเวลานาน หลังทำเลเซอร์หรือหัตถการก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน จึงมีบางครั้งที่ตัวหัตถการเองกลายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด milia ใหม่

จุดที่ทำให้อุ่นใจได้อย่างหนึ่งคือ milia พบบ่อยมากในทารกแรกเกิด ทารกแรกเกิดที่แข็งแรงราว 40 ถึง 50% จะพบ milia ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์หลังคลอดโดยไม่ทิ้งแผลเป็น ส่วน milia ในผู้ใหญ่อาจไม่หายไปเอง แต่ถ้าเอาออกก็มีแนวโน้มดี การดูแลจะต่างกันเล็กน้อยตามสาเหตุ ดังนั้นการแยกให้ออกว่าเป็นชนิดปฐมภูมิหรือทุติยภูมิก็ช่วยได้ โดยเฉพาะชนิดทุติยภูมิที่ต้องลดตัวกระตุ้นที่เป็นต้นเหตุไปพร้อมกัน จึงจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ

milia เป็นถุงเคราตินตื้น ๆ ใกล้ผิวหนังกำพร้า ส่วนซีริงโกมาเป็นเนื้องอกต่อมเหงื่อที่อยู่ลึกในชั้นหนังแท้ จึงมีแนวโน้มต่างกัน
milia เป็นถุงเคราตินตื้น ๆ ใกล้ผิวหนังกำพร้า ส่วนซีริงโกมาเป็นเนื้องอกต่อมเหงื่อที่อยู่ลึกในชั้นหนังแท้ จึงมีแนวโน้มต่างกัน

ต่างจากซีริงโกมายังไง?

ในบรรดาตุ่มเล็ก ๆ ที่ขึ้นรอบดวงตา ซีริงโกมาก็พบได้บ่อย เลยทำให้สับสนกับ milia ได้ง่าย แต่จริง ๆ แล้วธรรมชาติของมันต่างกันโดยสิ้นเชิง milia คือถุงน้ำที่มีเคราตินติดค้างอยู่ในชั้นตื้นของหนังกำพร้า ลักษณะเป็นตุ่มขาวคล้ายไข่มุก พอเปิดออกเบา ๆ เคราตินข้างในก็จะหลุดออกมา และส่วนใหญ่จบได้ในครั้งเดียว

ซีริงโกมาต่างออกไป เพราะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่เกิดจากต่อมเหงื่อ ฝังตัวอยู่ลึกในชั้นหนังแท้ จึงไม่มีก้อนขาวโผล่ออกมา แต่คลำได้เป็นตุ่มแข็งสีเนื้อ เพราะรากลึก ถ้าจัดการแค่ผิวก็มีแนวโน้มกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย ดังนั้นถ้าบีบแล้วมีก้อนขาวออกมามักเป็น milia แต่ถ้าเป็นตุ่มแข็งสีเนื้อขึ้นใต้ตาหลายเม็ดเรียงกันอย่างสมมาตร ก็มีโอกาสสูงว่าเป็นซีริงโกมา

เหตุที่ต้องแยกให้ออก เพราะความยากในการรักษาและแนวโน้มต่างกัน milia อยู่ตื้น แค่เอาเคราตินออกก็จบ จึงค่อนข้างง่ายและกลับมาเป็นซ้ำน้อย ส่วนซีริงโกมามีรากลึก จึงต้องวางแนวทางแบบดูแลต่อเนื่องโดยเผื่อเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำไว้ด้วย บางคนมีทั้งสองอย่างอยู่บนใบหน้าเดียวกัน การแยกก่อนว่าตุ่มไหนเป็นอะไรจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาที่แม่นยำ เวลาที่ดูแค่ภายนอกแล้วยังไม่แน่ใจ อาจใช้กล้องส่องขยายดูหรือถ้าจำเป็นก็ตรวจชิ้นเนื้อยืนยัน การแยกแบบนี้ช่วยลดการทำหัตถการซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็นได้

milia ที่อยู่ตื้นให้สะกิดเอาออกก่อน ถ้ามีหลายเม็ดหรืออยู่ลึกจึงใช้เลเซอร์
milia ที่อยู่ตื้นให้สะกิดเอาออกก่อน ถ้ามีหลายเม็ดหรืออยู่ลึกจึงใช้เลเซอร์

สะกิดเอาออกก่อนดีไหม?

พื้นฐานของการรักษา milia คือการสะกิดเอาออกด้วยมือ ใช้เข็มหรือมีดเล็กที่ผ่านการฆ่าเชื้อเปิดผิวเบา ๆ แล้วกดดันก้อนเคราตินข้างในให้หลุดออกมา เพราะตัวรอยโรคอยู่ตื้น วิธีนี้อย่างเดียวก็มักเก็บได้เรียบร้อย ช่วงพักฟื้นสั้น มีแค่สะเก็ดเล็ก ๆ หรือรอยแดงขึ้นแป๊บเดียวแล้วก็ยุบไป

ดังนั้นถ้าเป็น milia ที่มีจำนวนน้อยและอยู่ตื้น หลายครั้งก็ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นใช้เลเซอร์ แค่สะกิดเอาออกก็เพียงพอ แทบไม่ทิ้งแผลเป็นและใช้เวลาทำสั้น เพียงแต่ในกรณีที่ตำแหน่งยากหรือรอยโรคฝังลึก รวมถึงกรณีที่มีจำนวนมากจริง ๆ การสะกิดเอาออกอย่างเดียวก็มีข้อจำกัด

ตอนนั้นเลเซอร์ CO2 หรือเออร์เบียมแย็กจึงกลายเป็นทางเลือก เพราะเป็นวิธีเปิดผิวอย่างละเอียดเพื่อระบายเคราตินออก จึงเหมาะกับบริเวณที่บอบบางอย่างรอบดวงตาหรือกรณีที่มีหลายเม็ด สำหรับ milia ชนิดทุติยภูมิที่มีหลายเม็ดหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย บางครั้งจะใช้เรตินอยด์ชนิดทาร่วมด้วย ซึ่งช่วยลดการเกิดตุ่มใหม่ สรุปง่าย ๆ คือถ้าอยู่ตื้นและมีน้อยให้สะกิดเอาออก ถ้ามีมาก อยู่ลึก หรือตำแหน่งยากก็ใช้เลเซอร์ ไม่ว่าจะทางไหน ตัวรอยโรคเองก็อยู่ตื้น การฟื้นตัวจึงค่อนข้างสบาย

เลเซอร์ CO2 และเออร์เบียมแย็กใช้อย่างแม่นยำกับ milia ที่มีหลายเม็ดหรืออยู่ในตำแหน่งยาก

เลเซอร์ CO2 กับเออร์เบียมแย็กใช้เมื่อไหร่?

เลเซอร์จะช่วยได้มากเป็นพิเศษเมื่อรอยโรคมีจำนวนมากหรืออยู่ในตำแหน่งยาก มีรายงานผู้ป่วยที่ใช้เลเซอร์ CO2 จัดการ milia หลายเม็ด ผลออกมาดีขึ้นชัดเจนหลังทำไม่กี่ครั้ง และการติดตามผลที่ 12 ถึง 36 เดือนก็ไม่พบการกลับมาเป็นซ้ำหรือผลข้างเคียงผิดปกติ ในกรณี milia ที่กระจายเป็นวงกว้างรอบดวงตาก็ให้ผลดีเช่นกัน

เลเซอร์เออร์เบียมแย็กมีการดูดซับต่อน้ำสูง จึงจัดการเนื้อเยื่อได้ตื้นและแม่นยำ อีกทั้งเกิดความร้อนต่อเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย จึงเหมาะกับบริเวณที่บอบบางอย่างรอบดวงตา มีรายงานผู้ป่วยที่ใช้เออร์เบียมแย็กจัดการ milia ชนิดดื้อรักษาซึ่งกระจายรอบดวงตา ผลคือหายไปเกือบหมด และการติดตามผลที่ 12 เดือนไม่พบแผลเป็น การเปลี่ยนแปลงเม็ดสี หรือภาวะแทรกซ้อนต่อดวงตา

เลเซอร์ทั้งสองมีจุดร่วมคือจัดการได้ตื้นและแม่นยำ เพียงแต่เป็นเลเซอร์ชนิดลอกผิว จึงต้องระวังเรื่องรอยดำในคนผิวเข้ม ดังนั้นควรปรับความแรงในการทำและดูแลเรื่องการกันแดดหลังทำร่วมด้วย ระหว่าง CO2 กับเออร์เบียมแย็กยังไม่มีงานวิจัยเปรียบเทียบขนาดใหญ่ที่ชี้ชัดว่าฝ่ายไหนดีกว่า จึงเลือกตามความลึกของรอยโรคและสภาพผิว โดยรวม milia มีรอยโรคที่อยู่ตื้น การฟื้นตัวและผลลัพธ์จึงมักสบายกว่าซีริงโกมา แค่เลือกระหว่างการสะกิดเอาออกกับเลเซอร์ให้เหมาะกับตำแหน่ง จำนวน และสภาพผิวก็พอ

ถ้าบีบเองที่บ้านด้วยเข็มแรงเกินไป อาจเกิดการติดเชื้อ แผลเป็น หรือ milia เม็ดใหม่ได้
ถ้าบีบเองที่บ้านด้วยเข็มแรงเกินไป อาจเกิดการติดเชื้อ แผลเป็น หรือ milia เม็ดใหม่ได้

บีบเองที่บ้านด้วยเข็มได้ไหม?

พอเห็นตุ่มขาว หลายคนก็อยากบีบเองด้วยเข็มที่บ้าน แต่เรื่องนี้ควรระวังไว้ก่อน เพราะ milia มีชั้นหนังกำพร้าปกติปิดคลุมอยู่ด้านบน ถ้าฝืนเปิดออกก็อาจเกิดปัญหาหลายอย่าง ดูเผิน ๆ เหมือนออกหมดแล้ว แต่ถ้าผนังถุงยังเหลืออยู่ก็อาจกลับมาเต็มได้อีก

ที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อและแผลเป็น โดยเฉพาะรอบเปลือกตาที่ผิวบาง ถ้าโดนผิดจุดก็ทิ้งรอยได้ง่าย จุดที่ยิ่งย้อนแย้งคือ การกระตุ้นที่ผิวได้รับเองนี่แหละที่อาจเรียก milia เม็ดใหม่ให้ขึ้นมา อย่างที่เห็นก่อนหน้านี้ว่า milia ชนิดทุติยภูมิเกิดหลังการบาดเจ็บ การเอาออกเองผิดวิธีจึงกลับเพิ่มจำนวนรอยโรคได้ พยายามกำจัดเม็ดเดียวแต่กลายเป็นว่ามีขึ้นมาอีกหลายเม็ดรอบ ๆ สุดท้ายก็ยิ่งต้องเสียเวลาดูแลมากขึ้น

ดังนั้นให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจัดการด้วยเครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อจะปลอดภัยกว่า ถ้าตำแหน่งยากหรือมีจำนวนมากก็ใช้เลเซอร์ ถ้าอยู่ตื้นและมีน้อยก็สะกิดเอาออกง่าย ๆ ที่คลินิก เรียบร้อยกว่าและเสี่ยงน้อยกว่าการลงมือเองที่บ้านมาก โดยเฉพาะการบีบด้วยเล็บหรือเข็มที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อยิ่งเสี่ยงติดเชื้อสูง ควรเลี่ยง ยิ่งเป็นบริเวณบอบบางอย่างรอบดวงตา ปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

milia กลับมาเป็นซ้ำน้อยกว่าซีริงโกมา จึงดูแลได้ง่ายกว่า

กลับมาเป็นซ้ำง่ายไหม?

ข้อดีที่น่ายินดีของ milia คือกลับมาเป็นซ้ำน้อยกว่าซีริงโกมา เพราะเป็นถุงเคราตินที่อยู่ตื้น พอเอาเคราตินออกให้หมดจริง ๆ จุดนั้นก็มักจะเก็บได้เรียบร้อย ต่างจากซีริงโกมาที่มีรากเหลืออยู่ลึกในชั้นหนังแท้

เพียงแต่ต้องมองชนิดปฐมภูมิกับทุติยภูมิให้ต่างกันเล็กน้อย ชนิดปฐมภูมิที่เกิดขึ้นเองมีแนวโน้มดีหลังเอาออก ในทางกลับกันชนิดทุติยภูมิถ้าตัวกระตุ้นยังคงอยู่ก็อาจกลับมาเป็นได้อีก ดังนั้นการดูแลตัวกระตุ้นที่เรียก milia อย่างการลอกผิวซ้ำ ๆ ตุ่มน้ำพอง หรือการใช้สเตียรอยด์เกินควรไปพร้อมกัน จึงเป็นหัวใจของการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ จะบอกอัตราการกลับมาเป็นซ้ำเป็นตัวเลขเป๊ะ ๆ นั้นยาก แต่โดยรวมถือว่าค่อนข้างต่ำ

สรุปแล้ว milia ไม่ใช่รอยโรคที่ต้องกังวลมาก เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถ้าเอาออกอย่างถูกวิธีก็เกลี้ยงเกลา และกลับมาเป็นซ้ำน้อย ถึงจะมีเม็ดใหม่ขึ้นมาบ้าง ถ้าจัดการตั้งแต่ระยะแรกก็ไม่หนักใจ การดูแลผิวพื้นฐานอย่างการผลัดเซลล์ผิวหรือการบำรุงที่ไม่ระคายเคืองก็ช่วยรักษาสภาพผิวได้ เพียงแต่เพราะเป็นบริเวณบอบบางอย่างรอบดวงตา การให้คลินิกจัดการอย่างปลอดภัยและดูแลตัวกระตุ้นไปด้วย ย่อมเป็นทางที่เรียบร้อยที่สุดมากกว่าการเอาออกเอง

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

รักษาซีริงโกมาใต้ตา เลเซอร์ CO2 กับเออร์เบียมแย็ก ผลลัพธ์ การกลับเป็นซ้ำ และการดูแลรอยดำ

ทำไมตุ่มซีริงโกมาที่ขึ้นเป็นเม็ดเล็กใต้ตาถึงกำจัดยาก แยกจากมิเลียอย่างไร เลเซอร์ CO2 กับเออร์เบียมแย็กให้ผลลัพธ์และการฟื้นตัวต่างกันแค่ไหน แล้วการกลับเป็นซ้ำกับรอยดำดูแลได้อย่างไร สรุปแบบเข้าใจง่ายจากตัวเลขงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Skincare

Niacinamide ตัวเดียว ช่วยได้ทั้งกระจ่างใส เรื่องรูขุมขน และผิวแข็งแรง หลักการและลำดับการใช้

Niacinamide (วิตามิน B3) ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ผนังผิว ซีบัม รูขุมขน สิว และริ้วรอยได้อย่างไร ความเข้มข้นที่เหมาะสม ใช้ร่วมกับวิตามิน C หรือ retinol ได้ไหม สรุปจากข้อมูลงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย

By Dr. Kim

Botox

ผลข้างเคียงโบท็อกซ์และการดื้อยา หนังตาตก หน้าแข็ง เกิดจากอะไร นานแค่ไหน?

ทำไมผลข้างเคียงโบท็อกซ์ถึงหายได้เองเกือบทั้งหมด หนังตาตกและคิ้วตกเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมหน้าถึงดูแข็งหรือไม่สมมาตร โบท็อกซ์ดื้อยาได้จริงไหม ผลข้างเคียงอยู่นานแค่ไหนและกลับมาปกติได้ไหม รวมถึงวิธีลดความเสี่ยง รวบรวมคำตอบตรงๆ ไม่บิดเบือน

By Dr. Kim

Back to articles