โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟ แก้คางเป็นเม็ดขรุขระให้เรียบเนียน หลักการทำงาน ระยะเวลาอยู่ได้ และผลข้างเคียง
By Dr. Kim2 min read

เวลาส่องกระจกบางคนอาจสังเกตเห็นว่าผิวบริเวณคางจับตัวเป็นเม็ด ๆ ขรุขระ คล้ายผิวเปลือกส้ม อาการนี้มักเรียกกันว่าคางลูกกอล์ฟ และจะเห็นชัดเป็นพิเศษเวลาทำหน้าหรือขยับปาก ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจ วิธีแก้ที่ค่อนข้างง่ายและได้ผลไวคือการฉีดโบท็อกซ์ที่คาง เพราะใต้ผิวคางมีกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ชื่อว่ากล้ามเนื้อเมนทาลิส (mentalis) ทำหน้าที่ดันริมฝีปากล่างขึ้น หากกล้ามเนื้อมัดนี้ออกแรงบ่อยหรือแรงเกินไป ผิวด้านบนจะถูกดึงจนหดย่นเป็นเม็ด ๆ คล้ายก้อนกรวด เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปคลายแรงกล้ามเนื้อลงเล็กน้อย ผิวก็จะกลับมาเรียบขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม คางที่ขรุขระไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้ออย่างเดียวเสมอไป บางคนอาจมีปัญหาโครงสร้างอย่างคางสั้นหรือคางยื่นร่วมด้วย ซึ่งต้องแก้ด้วยวิธีที่ต่างออกไป บทความนี้จะพาไปดูว่าคางลูกกอล์ฟเกิดจากอะไร โบท็อกซ์ช่วยแก้ได้อย่างไร ฉีดตรงไหน ปริมาณเท่าไร อยู่ได้นานแค่ไหน รวมถึงผลข้างเคียงและข้อควรระวัง โดยอ้างอิงจากข้อมูลจริง
| หัวข้อ | สาระสำคัญ |
|---|---|
| หลักการ | คลายกล้ามเนื้อคางให้ผิวเรียบขึ้น |
| ปริมาณยา | รวม 4~10 U ฉีด 1~2 จุดที่คาง |
| เริ่มเห็นผล | เริ่ม 1~4 วัน เห็นชัดสุด 1~2 สัปดาห์ |
| อยู่ได้นาน | 3~4 เดือน |
| ข้อควรระวัง | ริมฝีปากล่างตก พูดไม่ชัด ฉีดเกินขนาด |

คางลูกกอล์ฟเกิดจากอะไร ทำไมถึงขรุขระ
กลางคางมีกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ อยู่เป็นคู่ซ้ายขวา นั่นคือกล้ามเนื้อเมนทาลิส เริ่มต้นจากด้านหน้าของกระดูกขากรรไกรล่างแล้วแผ่ขึ้นไปยึดกับผิวคางเป็นรูปพัด ตามปกติกล้ามเนื้อนี้ทำหน้าที่ดันริมฝีปากล่างขึ้นหรือทำปากยื่น
แต่ถ้าใช้กล้ามเนื้อมัดนี้บ่อยจนเป็นนิสัย หรือกล้ามเนื้อมัดนี้แข็งแรงมาแต่กำเนิด ก็จะเกิดปัญหาได้ เพราะทุกครั้งที่กล้ามเนื้อหดตัวแรง ผิวบาง ๆ ที่ปกคลุมอยู่ด้านบนจะถูกดึงเข้าด้านในจนหดย่นเป็นก้อน ๆ ทำให้ผิวคางดูขรุขระเหมือนโรยกรวด หรือคล้ายเปลือกส้ม นี่คือที่มาของคางลูกกอล์ฟ
อาการนี้มักเห็นชัดตอนพูดหรือขมวดปาก มากกว่าตอนหน้านิ่ง เพราะเป็นริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้เมื่ออายุมากขึ้น ผิวคางจะบางลงและความยืดหยุ่นลดลง ทำให้คางลูกกอล์ฟที่ตอนหนุ่มสาวไม่เคยสังเกตเห็นค่อย ๆ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นถ้ากังวลเรื่องคางขรุขระ จุดเริ่มต้นคือต้องแยกให้ออกก่อนว่าเกิดจากกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป หรือเป็นปัญหาโครงสร้างและปริมาตรของคางเอง

ฉีดตรงไหน ปริมาณเท่าไร
โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟใช้ปริมาณน้อยมาก เพราะกล้ามเนื้อมัดนี้มีขนาดเล็กอยู่แล้ว ถ้าอิงตามยี่ห้อที่นิยมใช้อย่างโบท็อกซ์หรือเซโอมิน โดยทั่วไปจะฉีดรวมทั้งคางประมาณ 4 ถึง 10 ยูนิต คือใส่แค่นิดเดียวจริง ๆ ส่วนดิสพอร์ตมีหน่วยวัดต่างกัน ตัวเลขจึงดูมากกว่าทั้งที่แรงพอ ๆ กัน จึงไม่ควรเทียบแค่จำนวนยูนิต แต่ควรดูด้วยว่าใช้ยี่ห้อไหน
ตำแหน่งที่ฉีดก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยทั่วไปแพทย์จะฉีดลึกใกล้กระดูกบริเวณด้านล่างของคาง แบ่งเป็นหนึ่งถึงสองจุด บางคนฉีดจุดเดียวตรงกลาง บางคนฉีดสองจุดห่างจากกึ่งกลางออกไปข้างละประมาณ 5 มิลลิเมตร วิธีฉีดคือแทงเข็มลึกจนเกือบชิดกระดูก แล้วถอนออกมาเล็กน้อยก่อนปล่อยยา เพื่อให้ยาเข้าไปอยู่ในชั้นลึกของกล้ามเนื้อพอดี
ข้อที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือห้ามฉีดเบี่ยงออกด้านข้างหรือสูงเกินไป เพราะด้านนอกของกล้ามเนื้อเมนทาลิสมีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงริมฝีปากล่างลง (depressor labii inferioris) แนบอยู่ ถ้ายากระจายไปโดนกล้ามเนื้อมัดนี้ ริมฝีปากล่างอาจขยับผิดปกติได้ และถ้าฉีดสูงเกินไปใกล้ริมฝีปากมากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่ใช้หุบปาก ดังนั้นหัวใจของโบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟคือฉีดปริมาณน้อยแต่แม่นยำในตำแหน่งที่ถูกต้อง

โบท็อกซ์ช่วยให้คางเรียบขึ้นได้อย่างไร
โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟไม่ใช่การดึงผิวให้เรียบโดยตรง แต่เป็นการลดแรงของกล้ามเนื้อที่คอยดึงผิวเข้าด้านใน เมื่อสารโบทูลินัมท็อกซินไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ปลายเส้นประสาท สัญญาณที่สั่งให้กล้ามเนื้อคางหดตัวก็จะลดลง กล้ามเนื้อจึงไม่หดเกร็งแรงเหมือนเดิม ผิวด้านบนก็ไม่ถูกดึงย่นอีกต่อไป และค่อย ๆ เรียบขึ้น
หลักการนี้ต่างจากโบท็อกซ์กรามอยู่เล็กน้อย เพราะโบท็อกซ์กรามจะค่อย ๆ ทำให้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวฝ่อลงในช่วงหลายสัปดาห์เพื่อเก็บเส้นกราม ส่วนคางลูกกอล์ฟไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อ แต่เป็นการกดการเคลื่อนไหวที่หดตัวมากเกินไปเวลาทำหน้า เพื่อไม่ให้ผิวหดย่น จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับโบท็อกซ์ลบริ้วรอยหน้าผากหรือหางตามากกว่า
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เป้าหมาย | กล้ามเนื้อคางที่ทำงานหนักเกินไป |
| วิธีการ | บล็อกสัญญาณการหดตัว |
| ผลลัพธ์ | ผิวไม่หดย่นเป็นเม็ด เรียบขึ้น |
| ลักษณะ | ลดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหว |
ด้วยเหตุนี้ หัตถการนี้จึงเหมาะเป็นพิเศษกับคางลูกกอล์ฟที่ชัดขึ้นเวลาขยับปาก เมื่อแรงดึงของกล้ามเนื้อที่เคยทำให้ผิวหดตัวคลายลง คางจะดูเรียบเนียนขึ้นทั้งตอนพูดและตอนขมวดปาก แต่ต้องเข้าใจว่ายาไม่ได้หยุดการทำงานของกล้ามเนื้อทั้งหมด เพียงแค่ลดแรงลงเท่านั้น ดังนั้นสีหน้าจะยังดูเป็นธรรมชาติ เพียงแต่ผิวคางจะเนียนขึ้นอย่างนุ่มนวล

เห็นผลเมื่อไร อยู่ได้นานแค่ไหน
โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟไม่ได้เห็นผลทันทีหลังฉีด เพราะสารโบทูลินัมท็อกซินต้องใช้เวลาสองสามวันในการยับยั้งสัญญาณประสาทและลดแรงกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกว่าคางผ่อนคลายขึ้นในช่วง 1 ถึง 4 วันหลังฉีด และเห็นผลชัดที่สุดในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์ ดังนั้นการประเมินผลลัพธ์ควรรอให้ครบสองสัปดาห์ไปก่อนจึงจะแม่นยำ
ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3 ถึง 4 เดือนต่อครั้ง บางคนอาจอยู่ได้นานกว่านั้น แต่เนื่องจากบริเวณรอบปากต้องขยับตลอดเวลาไม่ว่าจะพูดหรือกินอาหาร ฤทธิ์ยาจึงมักหมดเร็วกว่าบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้วเล็กน้อย และคนที่มีนิสัยขมวดปากแรง ๆ บ่อย ๆ ก็มักจะฟื้นตัวเร็วกว่าคนอื่น เมื่อเวลาผ่านไปปลายประสาทเริ่มส่งสัญญาณได้อีกครั้ง แรงกล้ามเนื้อก็จะกลับมา และคางลูกกอล์ฟก็จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอีก
เพราะฉะนั้นถ้าอยากรักษาผลลัพธ์ไว้ต่อเนื่อง จำเป็นต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ ช่วงแรกอาจต้องฉีดทุก 3 ถึง 4 เดือน แต่พอนิสัยขมวดปากแรง ๆ ลดลง ระยะห่างระหว่างครั้งก็อาจยืดออกได้ กล่าวโดยสรุปแล้ว โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นการดูแลรักษาความเรียบเนียนของผิวคางเป็นรอบ ๆ ทุกไม่กี่เดือน
คางสั้นหรือคางยื่นทำโบท็อกซ์ได้ผลไหม
อย่างที่บอกไปแล้วว่าปัญหาคางไม่ได้มีสาเหตุเดียวกันเสมอไป โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟเหมาะกับผิวขรุขระที่เกิดจากกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป แต่มีข้อจำกัดชัดเจนหากปัญหามาจากโครงสร้างหรือปริมาตรของคางเอง วิธีแก้จึงแตกต่างกันไปตามสาเหตุ แบ่งง่าย ๆ ได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้
| สาเหตุ | วิธีที่เหมาะสม |
|---|---|
| กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป | โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟ |
| คางสั้น เนื้อบาง | ฟิลเลอร์หรือซิลิโคน |
| คางยื่น กระดูกยื่น | ผ่าตัดขากรรไกร |
คนที่คางถอยร่นเข้าไปจนดูสั้น มักเกิดจากกระดูกและปริมาตรไม่พอ กรณีนี้โบท็อกซ์ช่วยเติมเต็มให้ไม่ได้ ต้องใช้ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกฉีดที่คาง หรือใส่ซิลิโคนเสริมปริมาตรด้านหน้าแทน ในทางกลับกัน คนที่ขากรรไกรล่างยื่นออกมาจนดูเป็นคางยื่น เป็นปัญหาที่ตัวกระดูกเอง หากต้องการแก้ไขที่ต้นเหตุจริง ๆ ต้องพิจารณาการผ่าตัดขากรรไกรร่วมด้วย
แน่นอนว่าหลายคนมีทั้งปัญหาโครงสร้างและคางลูกกอล์ฟพร้อมกัน ในกรณีแบบนี้แพทย์อาจใช้โบท็อกซ์จัดการผิวขรุขระด้านนอก ควบคู่ไปกับฟิลเลอร์หรือการผ่าตัดเพื่อแก้โครงสร้างไปพร้อมกัน ดังนั้นถ้ากังวลเรื่องคาง สิ่งแรกที่ควรทำคือดูให้ออกก่อนว่าปัญหามาจากกล้ามเนื้อ ปริมาตร หรือโครงสร้างกระดูก เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าควรเลือกวิธีไหน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังมีอะไรบ้าง
สิ่งที่ควรรู้เป็นอันดับแรกของโบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟคือความเสี่ยงที่ยาจะกระจายไปยังริมฝีปากล่าง เพราะด้านนอกของกล้ามเนื้อเมนทาลิสมีกล้ามเนื้อที่ดึงริมฝีปากล่างลงแนบอยู่ ถ้าฉีดเบี่ยงออกด้านข้างมากเกินไปหรือใช้ปริมาณยามากจนยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อมัดนี้ ริมฝีปากล่างอาจเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง อ้าปากโชว์ฟันล่างลำบากขึ้น หรือพูดไม่ชัดเล็กน้อย โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเองเมื่อฤทธิ์ยาหมดลง แต่อาจรบกวนชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึงประมาณสองเดือน ดังนั้นการฉีดให้ตรงตำแหน่งจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
อีกเรื่องที่ควรระวังคือการใช้ปริมาณยามากเกินไป หากกล้ามเนื้อคางถูกคลายมากเกินไป อาจทำให้น้ำไหลย้อยเวลาดื่มน้ำ หรือรูปปากดูจืดชืดผิดปกติ ดังนั้นจึงไม่ควรเริ่มด้วยปริมาณมาก ควรเริ่มจากน้อยแล้วค่อย ๆ ปรับตามการตอบสนองจะปลอดภัยกว่า
แม้จะพบได้น้อย แต่ก็มีปฏิกิริยาที่เรียกว่าการนูนย้อนกลับ (paradoxical bulging) เกิดขึ้นได้เช่นกัน เกิดจากชั้นลึกของกล้ามเนื้อถูกคลายไปแล้ว แต่กล้ามเนื้อชั้นตื้นยังเหลืออยู่ ทำให้คางดูนูนขึ้นเล็กน้อยแทนที่จะเรียบลง จากการสังเกตครั้งหนึ่งพบว่าในผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์กล้ามเนื้อเมนทาลิสจำนวน 120 คน มีผู้พบอาการนี้ 1 คน ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการฉีดยาปริมาณน้อยเพิ่มเข้าไปที่ชั้นตื้นที่เหลืออยู่
นอกจากนี้อาจพบรอยช้ำหรือปวดเล็กน้อยตรงจุดที่แทงเข็ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติและหายเองได้เร็ว โดยรวมแล้วปัญหารุนแรงจากการฉีดในปริมาณเพื่อความสวยงามพบได้ค่อนข้างน้อย แต่เนื่องจากหัตถการนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับว่าฉีดกี่ยูนิตและฉีดตรงไหนเป็นหลัก จึงควรเลือกทำกับแพทย์ที่คุ้นเคยกับกายวิภาคบริเวณปากและคางเป็นอย่างดี หากประเมินสาเหตุได้ถูกต้องว่าเป็นปัญหาจากกล้ามเนื้อ และเลือกวิธีที่เหมาะสม โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟก็เป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยให้คางที่เคยขรุขระกลับมาเรียบเนียนขึ้นได้อย่างเห็นผล
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

โบท็อกซ์ต่อมพาโรทิด ทำให้ขากรรไกรเรียวเล็กลงได้อย่างไร ต่างจากโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยวทั้งปริมาณและผลข้างเคียง
โบท็อกซ์ต่อมพาโรทิดคือหัตถการที่ฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้าไปในต่อมพาโรทิด ซึ่งเป็นต่อมน้ำลาย เพื่อลดขนาดต่อมและทำให้แนวขากรรไกรเรียวลง ต่างจากโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยวทั้งตำแหน่งที่ฉีดและกล้ามเนื้อเป้าหมาย บทความนี้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปริมาณที่ใช้ ระยะเวลาที่เห็นผล ไปจนถึงผลข้างเคียงอย่างปากแห้ง โดยอ้างอิงจากข้อมูลงานวิจัย
By Dr. Kim

หลักการฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปากตก ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง สรุปจากงานวิจัย
รวมวิธียกมุมปากที่ตกด้วยโบท็อกซ์ ตั้งแต่หลักการกดกล้ามเนื้อดึงมุมปากลง (DAO) ให้กล้ามเนื้อยกมุมปากทำงานเด่นขึ้น ตำแหน่งและปริมาณยาที่ฉีด ช่วงเวลาที่เห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน การฉีดร่วมกับฟิลเลอร์ ไปจนถึงผลข้างเคียงและข้อควรระวัง อ้างอิงจากตัวเลขงานวิจัยจริง
By Dr. Kim

หลักการทำงานของฟิลเลอร์ Ellanse ระยะเวลาคงอยู่แต่ละไทป์ ไปจนถึงผลข้างเคียง สรุปครบตามหลักฐานวิชาการ
Ellanse เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้ไมโครสเฟียร์ PCL ผสมกับเจล CMC เพื่อเพิ่มวอลลุ่มทันทีพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้สรุปหลักการทำงาน ระยะเวลาคงอยู่ หลักฐานด้านประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงจากข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ
By Dr. Lee