วิธีดูแลผิวผู้ชาย ล้างหน้าและมอยส์เจอไรเซอร์ ควรทำตามลำดับอย่างไร
By Dr. Kim1 min read

การดูแลผิวผู้ชายมักถูกมองว่า "แค่ล้างหน้าให้สะอาดก็พอ" ในความเป็นจริง ผู้ชายจำนวนมากที่มาพบแพทย์ที่คลินิกนึกถึงสกินแคร์แค่โลชั่นขวดเดียวเท่านั้น แต่ผิวผู้ชายมีความแตกต่างทางชีวภาพจากผิวผู้หญิงอยู่หลายจุดอย่างชัดเจน และเมื่อเข้าใจความแตกต่างนี้ ลำดับการดูแลผิวก็จะเรียงตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ขนาดของต่อมไขมัน ความหนาของผิว ไปจนถึงการโกนหนวดที่ทำซ้ำทุกวัน เพราะผิวผู้ชายมีเงื่อนไขเฉพาะตัวที่ผิวผู้หญิงไม่ต้องเจอ
ผิวผู้ชายต่างจากผู้หญิงอย่างไร
โดยเฉลี่ยแล้วผิวผู้ชายหนากว่าผิวผู้หญิง และมีความหนาแน่นของคอลลาเจนสูงกว่าด้วย เพราะฮอร์โมนเพศชายอย่างแอนโดรเจน (androgen) กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนในผิวให้ทำงานมากขึ้น เหมือนกับบ้านอิฐหนาที่สั่นคลอนน้อยกว่าบ้านไม้บางเมื่อเจอแรงกระแทกจากภายนอก ผิวผู้ชายจึงค่อนข้างทนทานต่อการระคายเคืองมากกว่า
แต่ที่ผิวแข็งแรงกว่าไม่ได้แปลว่าไม่ต้องดูแล ในทางกลับกัน ต่อมไขมันและรูขุมขนของผู้ชายมีขนาดใหญ่กว่าและทำงานมากกว่า จึงเกิดปัญหาผิวคนละแบบได้ง่าย ดังนั้นการดูแลผิวผู้ชายจึงไม่ใช่แค่หยิบผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงมาใช้น้อยลง แต่ต้องปรับทิศทางให้เข้ากับความแตกต่างนี้โดยเฉพาะ
ทำไมผู้ชายจึงมีน้ำมันมากกว่า
ต่อมไขมันมีตัวรับ (receptor) ที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจนโดยตรง ยิ่งระดับแอนโดรเจนสูงเท่าไหร่ ต่อมไขมันก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นและผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากผู้ชายมีระดับแอนโดรเจนสูงกว่าผู้หญิงโดยรวม ต่อให้อายุเท่ากันผู้ชายก็มักหลั่งน้ำมันมากกว่า
น้ำมันบนผิวไม่ได้เป็นเรื่องแย่เสมอไป น้ำมันทำหน้าที่เคลือบผิวเป็นชั้นบางๆ ป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไป ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อน้ำมันสะสมมากเกินไปจนอุดตันรูขุมขนร่วมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กลายเป็นสิวหรือตุ่มอักเสบได้ง่าย ดังนั้นภารกิจแรกของการดูแลผิวผู้ชายจึงไม่ใช่การกำจัดน้ำมันให้หมดไป แต่คือการควบคุมให้อยู่ในระดับที่พอดี
การโกนหนวดทุกวันส่งผลต่อผิวอย่างไร
การโกนหนวดคือแรงกระแทกทางกายภาพที่เกิดขึ้นซ้ำทุกวันเฉพาะกับผิวผู้ชายเท่านั้น ใบมีดที่คมจะเฉือนผ่านชั้นผิวหนังกำพร้า (stratum corneum) ไม่ได้ตัดแค่เส้นขนแต่ยังขูดเอาเซลล์บางส่วนบนผิวหน้าไปด้วย ชั้นผิวหนังกำพร้าเป็นเกราะบางๆ ที่ปกป้องผิวจากภายนอก การโกนหนวดจึงเท่ากับลอกเกราะนี้ออกทีละนิดทุกวัน
ผลที่ตามมาคือเกราะป้องกันผิวบางลงและความชุ่มชื้นระเหยออกได้ง่ายขึ้น สารระคายเคืองจากภายนอกก็แทรกเข้ามาผ่านจุดที่เกราะอ่อนแอลงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่หลังโกนหนวดมักรู้สึกแสบร้อนหรือผิวแดง และเกิดรูขุมขนอักเสบ (folliculitis หรือการอักเสบเล็กๆ บริเวณรูขนที่ขนงอกออกมา) ได้ง่าย
การโกนตามทิศทางที่ขนงอกและใช้โฟมหรือเจลโกนหนวดทำให้ผิวนุ่มก่อนโกนจะช่วยได้มาก เพราะแรงเสียดทานลดลง ชั้นผิวหนังกำพร้าก็หลุดลอกน้อยลงตามไปด้วย และหลังโกนหนวดเสร็จควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนแทนผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น เพราะช่วยให้เกราะผิวฟื้นตัวได้ดีกว่า
ใบมีดโกนหนวดเองก็มีผลเช่นกัน เมื่อใบมีดทื่อลง การโกนแต่ละครั้งจะไม่คมกริบในทีเดียว แต่ต้องเฉือนซ้ำที่เดิมหลายรอบ แรงเสียดทานที่เกิดซ้ำนี้ยิ่งทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าเสียหายมากขึ้น เพียงแค่เปลี่ยนใบมีดบ่อยๆ ก็ช่วยลดการระคายเคืองหลังโกนหนวดได้มากในหลายกรณี
ล้างหน้ากี่ครั้งและล้างอย่างไรจึงถูกต้อง
แม้ผิวจะมันมาก แต่ล้างหน้าแรงๆ หรือบ่อยๆ ไม่ใช่คำตอบ สารลดแรงตึงผิว (surfactant) ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าจะชะล้างทั้งน้ำมันและไขมันธรรมชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของเกราะป้องกันผิวไปพร้อมกัน หากล้างหน้าบ่อยเกินไป ผิวจะแห้งและร่างกายจะพยายามปกป้องผิวที่แห้งด้วยการผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น กลายเป็นวงจรย้อนแย้งที่ผิวยิ่งมันขึ้น
โดยทั่วไปแนะนำให้ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งคือเช้าและเย็นด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ควรเลี่ยงน้ำร้อนเพราะจะละลายชั้นน้ำมันที่ปกป้องผิวมากเกินไปจนเกราะผิวอ่อนแอลง หลังล้างหน้าควรใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ แทนการถู เพื่อลดการระคายเคืองต่อชั้นผิวหนังกำพร้า สำหรับคนที่ล้างหน้าเกิน 3 ครั้งต่อวันเพื่อล้างเหงื่อหลังออกกำลังกาย ลองใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างเฉยๆ แทนการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทุกครั้ง ก็ช่วยลดภาระต่อเกราะผิวได้

ผิวมันแล้วยังต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์และกันแดดไหม
หลายคนคิดว่าผิวมันแล้วข้ามมอยเจอไรเซอร์ไปได้เลย แต่ความมันกับความชุ่มชื้นเป็นคนละเรื่องกัน น้ำมันคือส่วนของไขมัน ส่วนความชุ่มชื้นในผิวเป็นอีกเรื่องที่ต้องดูแลแยกกัน ผิวมันก็ยังขาดน้ำได้เช่นกัน ควรเลือกมอยเจอไรเซอร์เนื้อเจลหรือโลชั่นบางเบาที่เติมความชุ่มชื้นโดยไม่ทิ้งความมันเพิ่ม
ครีมกันแดดเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สุดไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม รังสียูวีกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่สลายคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดจุดด่างดำเร็วขึ้น ผู้ชายที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยมักสะสมการโดนแดดสะสมมากกว่า การทาครีมกันแดดทุกเช้าจึงเป็นนิสัยที่ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวในระยะยาวได้

ส่วนผสมสี่อย่างที่เหมาะกับผิวผู้ชาย
แทนที่จะเพิ่มขั้นตอนให้ซับซ้อน การเข้าใจส่วนผสมสำคัญไม่กี่ตัวและใช้ตามลำดับจะทำได้ง่ายกว่า ส่วนผสมต่อไปนี้เข้ากับลักษณะผิวผู้ชายได้ดี
- niacinamide: ช่วยสงบการทำงานที่มากเกินไปของต่อมไขมันและปลอบประโลมรูขุมขน อีกทั้งยังช่วยเสริมการสร้าง ceramide ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเกราะผิว จึงมีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเกราะผิวที่บางลงจากการโกนหนวดด้วย
- salicylic acid: ละลายในน้ำมันได้ดี จึงแทรกซึมเข้าไปในรูขุมขนที่มีน้ำมันอุดตันและช่วยจัดการเซลล์ผิวที่อุดตันอยู่ มักใช้ป้องกันการอุดตันของรูขุมขนในผิวที่หลั่งน้ำมันมากอย่างผิวผู้ชาย
- retinol: กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว (การที่เซลล์บนผิวหน้าถูกแทนที่ด้วยเซลล์ใหม่) และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน แต่อาจทำให้ระคายเคืองได้ จึงแนะนำให้เริ่มจากปริมาณน้อยแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น
- ceramide: เป็นหนึ่งในไขมันที่ประกอบเป็นเกราะป้องกันผิว ช่วยเติมเต็มเกราะผิวที่หลุดลอกไปจากการโกนหนวดหรือการล้างหน้า เมื่อเกราะผิวแข็งแรงขึ้น การสูญเสียความชุ่มชื้นก็จะลดลงตามธรรมชาติ
การดูแลที่เปลี่ยนไปหลังอายุกลางสามสิบ
ในวัย 20 ปี จุดสำคัญคือการควบคุมน้ำมันและป้องกันสิว แต่เมื่อผ่านวัย 30 ปีกลางไปแล้ว คอลลาเจนที่ลดลงและผิวที่หย่อนคล้อยจะกลายเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจควบคู่กันไป แม้ระดับแอนโดรเจนจะไม่ได้ลดลงมากนัก แต่การทำงานของไฟโบรบลาสต์ที่สร้างคอลลาเจนจะค่อยๆ ลดลงตามอายุ
ตั้งแต่ช่วงวัยนี้เป็นต้นไป การเพิ่ม retinol หรือสารต้านอนุมูลอิสระควบคู่กับส่วนผสมควบคุมน้ำมันจะช่วยได้ และการกันแดดยังคงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สุดที่ควรทำต่อเนื่องในทุกช่วงวัย
การนอนหลับและความเครียดก็ส่งผลต่อสภาพผิวเช่นกัน ระหว่างนอนหลับ เซลล์ผิวจะทำงานฟื้นฟูความเสียหายที่สะสมมาตลอดวันอย่างแข็งขัน หากนอนหลับไม่เพียงพอ เวลาในการฟื้นฟูนี้ก็จะสั้นลง ทำให้เกราะผิวฟื้นตัวช้าลงตามไปด้วย ฮอร์โมนความเครียดเองก็มีเส้นทางที่ทับซ้อนกับการกระตุ้นต่อมไขมัน จึงไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าผิวมีปัญหาบ่อยขึ้นในช่วงที่เครียดมาก
สรุปแล้ว การดูแลผิวผู้ชายไม่ว่าจะวัยไหนก็ตั้งอยู่บนหลักการสองข้อคือปกป้องเกราะผิวและป้องกันแสงแดด แล้วค่อยเพิ่มส่วนผสมที่จำเป็นตามสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขั้นตอนให้ซับซ้อน แค่ยึดหลักการสองข้อนี้อย่างสม่ำเสมอ สภาพผิวก็จะมั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Minoxidil กับ Finasteride ต่างกันอย่างไร และใช้คู่กันได้ผลอย่างไร
Minoxidil เพิ่มเลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะเพื่อปลุกรูขุมขนให้ตื่นขึ้น ส่วน Finasteride ลดสัญญาณฮอร์โมนที่เป็นต้นเหตุของผมร่วงโดยตรง เพราะยาทั้งสองตัวออกฤทธิ์คนละเส้นทาง บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่หลักการว่าทำไมการใช้ร่วมกันถึงได้ผลดีกว่า และทำไมกว่าจะเห็นผลถึงต้องใช้เวลา
By Dr. Lee

ครีมกันแดดฟิสิคัลกับเคมีต่างกันอย่างไร รวมถึงคราบขาวและรอบการทาซ้ำ
กันแดดฟิสิคัลกับกันแดดเคมีมีหลักการป้องกันรังสียูวีที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ชนิดหนึ่งสะท้อนแสง อีกชนิดดูดซับแสงแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน ความต่างนี้เองที่ทำให้เกิดคราบขาว การระคายเคือง และระยะเวลาการป้องกันที่ไม่เท่ากัน บทความนี้อธิบายตั้งแต่ความแตกต่างของรังสียูวีเอและยูวีบี ไปจนถึงวิธีใช้ที่ถูกต้อง โดยเน้นที่กลไกการทำงานเป็นหลัก
By Dr. Kim

สิวผู้ชาย สาเหตุ ทำไมเม็ดใหญ่กว่าและแผลเป็นอยู่นานกว่า
สิวในผู้ชายมักลากยาวไปจนพ้นวัยรุ่นและกระจายไปทั่วบริเวณกว้างอย่างหลังและหน้าอก บทความนี้อธิบายตั้งแต่วิธีที่เทสโทสเตอโรนกระตุ้นต่อมไขมัน การโกนหนวด อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการรักษาที่ล่าช้า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สิวผู้ชายแตกต่างออกไป
By Dr. Kim