prettytime
Skincare

Laser Genesis คืออะไร ได้ผลจริงไหมกับผิวแดง รูขุมขน และริ้วรอย ต้องทำกี่ครั้ง?

By Dr. Kim2 min read

ถ้าผิวแดงง่าย รูขุมขนขยาย หรือเนื้อผิวหยาบแล้วเริ่มหาข้อมูลเลเซอร์ คงเจอชื่อ Laser Genesis บ่อย แต่พอรู้ว่าไม่ใช่การลอก ไม่มี downtime ก็อาจสงสัยว่าได้ผลจริงไหม และต้องทำกี่ครั้ง

ขอตอบตรงๆ ก่อนเลย Laser Genesis ไม่ใช่เลเซอร์ที่ลอกผิว แต่เป็นเลเซอร์ non-ablative ที่ให้ความร้อนอ่อนๆ ลึกลงไปในชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นจากข้างใน ความร้อนระดับนี้กระตุ้นคอลลาเจนและสงบเส้นเลือดฝอยที่ทำให้ผิวแดง ค่อยๆ ปรับผิวแดง รูขุมขน ริ้วรอย และเนื้อผิวให้ดีขึ้นทีละน้อย แต่ผลไม่ได้เกิดทีเดียวแบบ劇matic ต้องทำหลายครั้งสะสม ด้านล่างนี้จะอธิบายหลักการ ผลลัพธ์ ความต่างจากเลเซอร์ตัวอื่น จำนวนครั้ง และผลข้างเคียงทีละข้อ

อุปกรณ์ Laser Genesis

Laser Genesis คืออะไร?

Laser Genesis คือชื่อหัตถการเลเซอร์ที่พัฒนาโดย Cutera สหรัฐอเมริกา ใช้เลเซอร์ Nd:YAG ความยาวคลื่น 1064nm ฟังดูซับซ้อน แต่สิ่งสำคัญคือเป็นวิธี non-ablative ที่ไม่เผาหรือลอกผิวชั้นนอก แต่ให้ความร้อนอ่อนๆ ลงไปยังชั้นหนังแท้ข้างใต้ ถ้าเลเซอร์ ablative คือการลอกผิวเพื่อให้ผิวใหม่งอกขึ้นมา Laser Genesis จะไม่แตะผิวชั้นนอกเลย แค่ให้ความร้อนกับด้านใน

อธิบายให้ชัดขึ้นอีกนิด ระหว่างทำ แพทย์จะยก handpiece ออกจากผิวเล็กน้อย แล้วเคลื่อนผ่านบริเวณเดิมซ้ำๆ อย่างรวดเร็วเพื่อสะสมความร้อนทีละน้อย ไม่ใช่ยิงครั้งเดียวแรงๆ แต่ซ้อนความร้อนอ่อนๆ ทีละชั้น วิธีนี้ทำให้อุ่นด้านในได้โดยไม่บาดผิว ความรู้สึกคือร้อนอ่อนๆ และอาจเจ็บนิดหน่อย ส่วนใหญ่ไม่ต้องชา หลังทำผิวอาจแดงชั่วคราวแล้วก็ยุบลง กลับไปแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ทันที นี่คือข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของ Laser Genesis คือแทบไม่มี downtime นอกจากนี้ความยาวคลื่น 1064nm เข้าลึกได้ค่อนข้างปลอดภัย ความเสี่ยงการไหม้สีผิวต่ำ จึงใช้ได้กับทุกสีผิวรวมถึงผิวเข้ม เลเซอร์ที่เน้นเม็ดสีอาจเสี่ยงไหม้หรือเปลี่ยนสีผิวในคนที่ผิวคล้ำหรือโดนแดด Laser Genesis มีภาระตรงนี้น้อยกว่า จึงเหมาะแม้ในช่วงฤดูร้อนหรือคนที่ใช้ชีวิตกลางแจ้ง

จากการศึกษา Nd:YAG 1064nm พบอัตราการปรับปรุง rosacea ชนิดแดงประมาณ 79 เปอร์เซ็นต์ ชนิดมีตุ่มประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์ และผิวแดงทั่วไปประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์
จากการศึกษา Nd:YAG 1064nm พบอัตราการปรับปรุง rosacea ชนิดแดงประมาณ 79 เปอร์เซ็นต์ ชนิดมีตุ่มประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์ และผิวแดงทั่วไปประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์

ทำให้ผิวดีขึ้นได้ยังไง?

Laser Genesis ปรับผิวได้ 2 ทางหลัก ทั้งสองเริ่มจากการให้ความร้อนกับหนังแท้

ทางแรกคือการกระตุ้นคอลลาเจน เมื่อหนังแท้ได้รับความร้อนพอดี ร่างกายจะรับรู้เป็นสัญญาณฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินใหม่ เมื่อคอลลาเจนเติมเต็ม ผิวจะแน่นขึ้นจากข้างใน เนื้อผิวเรียบขึ้น รูขุมขนที่หย่อนดูกระชับขึ้น และริ้วรอยตื้นๆ จางลง เป็นการทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู แต่ไม่ใช่การลอกผิวชั้นนอก การเปลี่ยนแปลงเกิดอย่างเงียบๆ จากภายใน จึงไม่เห็นชัดทันที ทางที่สองคือการลดความแดง ผิวที่แดงง่ายส่วนใหญ่มาจากเส้นเลือดฝอยที่ขยายและมองเห็นได้ใกล้ผิว ความร้อนของ Laser Genesis กระตุ้นให้หลอดเลือดเล็กๆ เหล่านี้สงบลง ความแดงก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือทำไม Laser Genesis จึงเป็นที่รู้จักว่าจัดการผิวแดง เนื้อผิว รูขุมขน และริ้วรอยไปพร้อมกันทีละน้อย มีข้อมูลสนับสนุนด้วย จากกราฟข้างบน การศึกษาเลเซอร์ Nd:YAG 1064nm เดียวกันพบว่า rosacea ชนิดแดงเป็นหลักดีขึ้นประมาณ 79% ชนิดมีตุ่มดีขึ้นประมาณ 63% และผิวแดงทั่วหน้าลดลงประมาณ 34% ตามการประเมินของผู้เข้ารับการรักษา แต่ขอพูดตรงๆ ด้วย สำหรับผิวแดงธรรมดา ในการศึกษาเดียวกัน Pulsed Dye Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์เม็ดสีหลอดเลือดได้ผลดีกว่าที่ประมาณ 52% ดังนั้น Laser Genesis เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผิวแดง แต่ไม่ใช่คำตอบเดียว ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดทันที เพราะคอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้าง จึงเห็นผลชัดขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังทำ ไม่ใช่ทันทีหลังทำเสร็จ

ปัญหาที่ Laser Genesis ได้ผลดีและปัญหาที่ได้ผลน้อย
ปัญหาที่ Laser Genesis ได้ผลดีและปัญหาที่ได้ผลน้อย

ได้ผลดีกับอะไร และอ่อนกับอะไร?

เพื่อประเมินผลได้ตรงๆ ควรแยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่ได้ผลดีและสิ่งที่ได้ผลน้อย จุดแข็งของ Laser Genesis ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่ ผิวที่แดงง่ายและโทนผิวที่แดงทั่วไป รูขุมขนที่หย่อน เนื้อผิวหยาบ ริ้วรอยตื้นๆ และความหมองที่ต้องการเรืองแสงอ่อนๆ และยังช่วยกับรอยแดงจากสิวเก่าเล็กน้อยด้วย

ในทางกลับกัน มีปัญหาที่ Laser Genesis ไม่ถนัดอยู่ด้วยเช่นกัน ริ้วรอยลึกหรือผิวที่หย่อนมากไม่สามารถดึงขึ้นได้ด้วยความร้อนอ่อนๆ กรณีนี้ RF หรือ HIFU lifting หรือวิธีอื่นเหมาะกว่า และสิ่งที่มักเข้าใจผิดบ่อยคือฝ้าและจุดด่างดำ Laser Genesis แข็งแกร่งกับความแดง แต่ไม่ได้ทำลายเม็ดสีน้ำตาลโดยตรง ถ้าจุดด่างดำเป็นปัญหาหลัก เลเซอร์ toning หรือเลเซอร์เม็ดสีตัวอื่นเหมาะกว่า รอยแผลลึกและรูขุมขนกว้างมากก็ไม่ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่劇matic จาก Laser Genesis เพียงอย่างเดียว สรุปคือ Laser Genesis แข็งแกร่งในการดึงความแดงและเนื้อผิวและความเรืองแสงขึ้นมาอย่างอ่อนโยน แต่สำหรับเม็ดสี ริ้วรอยลึก หรือผิวหย่อนหนัก ควรผสมผสานกับหัตถการอื่น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือระบุปัญหาหลักของตัวเองให้ได้ก่อน แล้วเลือกหัตถการที่เหมาะกับมัน

การรับ Laser Genesis

ต่างจากเลเซอร์ตัวอื่นยังไง?

มีหัตถการที่ดูคล้ายกันหลายตัวจนสับสนได้ง่าย เมื่อวางเรียงกับตัวที่มักถูกเปรียบเทียบ ภาพจะชัดขึ้น

หัตถการเน้นแก้ปัญหาDowntime
Laser Genesisผิวแดง เนื้อผิว รูขุมขน ริ้วรอยตื้น ความเรืองแสงแทบไม่มี
IPLจุดด่างดำและผิวแดงร่วมกัน เม็ดสีผิวลอก ตกสะเก็ดไม่กี่วัน
Pico Toningฝ้า จุดด่างดำชนิดสีน้ำตาลแทบไม่มี
Fraxelรอยแผล เนื้อผิวลึก รูขุมขนแดงและลอกไม่กี่วัน

จากตาราง Laser Genesis เป็นหัตถการ no-downtime ที่ปรับความแดงและเนื้อผิวอย่างอ่อนโยน ถ้าเม็ดสีเป็นปัญหาหลัก IPL หรือ Pico Toning เหมาะกว่า ถ้าเป็นรอยแผลหรือเนื้อผิวลึก Fraxel ตอบโจทย์กว่า โดยเฉพาะ IPL ที่มักถูกเปรียบเทียบบ่อย IPL จัดการทั้งจุดด่างดำและผิวแดงพร้อมกัน แต่หลังทำเม็ดสีจะโผล่ขึ้นมาเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออก ส่วน Laser Genesis ไม่มีกระบวนการแบบนั้น ค่อยๆ ปรับความแดงและเนื้อผิวอย่างเงียบๆ ทั้งสองจึงไม่ได้แข่งขันกัน แต่หลายคนแบ่งใช้หรือใช้คู่กันตามปัญหา ท้ายที่สุดไม่มีเลเซอร์ตัวไหนดีที่สุดเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักของผิวคือความแดง เม็ดสี หรือรอยแผล

Laser Genesis โดยทั่วไปทำ 3 ถึง 6 ครั้งแบ่งออก ผลจะค่อยๆ สะสมขึ้นเรื่อยๆ
Laser Genesis โดยทั่วไปทำ 3 ถึง 6 ครั้งแบ่งออก ผลจะค่อยๆ สะสมขึ้นเรื่อยๆ

ต้องทำกี่ครั้ง และผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

Laser Genesis ไม่ใช่หัตถการที่จบในครั้งเดียว เพราะกระตุ้นอย่างอ่อนโยนเพื่อสะสมคอลลาเจน ผลจึงชัดขึ้นเมื่อทำหลายครั้ง โดยทั่วไปทำทุก 3 ถึง 4 สัปดาห์ ประมาณ 3 ถึง 6 ครั้งเป็นหนึ่งชุดตามกราฟข้างบน และอาจเพิ่มจำนวนครั้งตามความรุนแรงของผิวแดงหรือเนื้อผิว

รู้จักรูปแบบการเห็นผลไว้ก็จะตั้งความคาดหวังได้ถูก หลังทำทันทีผิวอาจดูสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรากฏเป็นสัปดาห์หลังทำเมื่อคอลลาเจนเติมขึ้น ดังนั้นแทนที่จะหยุดหลังทำ 1 ถึง 2 ครั้งแล้วยังไม่เห็นผลชัด ควรทำครบจำนวนที่วางแผนไว้และถ่ายรูปเปรียบเทียบทุกเดือน โดยเฉพาะผิวแดงที่จะรู้สึกได้ชัดเจนขึ้นตามจำนวนครั้งที่สะสม ส่วนเนื้อผิวและรูขุมขนจะตามมาช้ากว่า แม้ผลจะตั้งมั่นแล้ว เวลาผ่านไปคอลลาเจนก็ลดลงและผิวแดงอาจกลับมาได้ หลายคนจึงทำซ่อมบำรุงทุกสองสามเดือน การดูแลพื้นฐานอย่างทาครีมกันแดดและให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำช่วยให้ผลอยู่ได้นานขึ้น สรุปคือ Laser Genesis ไม่ใช่หัตถการที่จบเร็ว แต่เป็นการสะสมหลายครั้งและบำรุงรักษาเป็นระยะ เมื่อประเมินค่าใช้จ่ายควรคิดเป็นชุดและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ไม่ใช่ครั้งเดียว

Laser Genesis มี downtime น้อยและค่อนข้างปลอดภัยสำหรับทุกสีผิว แต่อาจมีรอยแดงชั่วคราว
Laser Genesis มี downtime น้อยและค่อนข้างปลอดภัยสำหรับทุกสีผิว แต่อาจมีรอยแดงชั่วคราว

ผลข้างเคียงและใครเหมาะกับการรักษานี้?

Laser Genesis เป็นเลเซอร์ non-ablative จึงมีผลข้างเคียงเบาค่อนข้างมาก หลังทำผิวอาจแดงและรู้สึกอุ่นแต่มักยุบใน 2 ถึง 3 ชั่วโมง บางคนอาจบวมเล็กน้อยหรือผิวแพ้ง่ายอาจเจ็บชั่วคราว เพราะไม่มีการลอกผิว จึงแทบไม่มี downtime แบบตกสะเก็ดหรือมีน้ำเหลือง และความยาวคลื่น 1064nm ความเสี่ยงไหม้เม็ดสีต่ำ ใช้ได้กับทุกสีผิวรวมถึงผิวเข้มค่อนข้างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ควรรู้ แม้เป็นเลเซอร์อ่อนโยน ถ้าพลังงานสูงเกินหรือความร้อนกระจุกตัวในจุดเดียวก็อาจเกิดไหม้หรือเม็ดสีเปลี่ยนได้ ดังนั้นประสบการณ์ของผู้ทำในการปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวจึงสำคัญมาก มีกรณีที่ไม่แนะนำให้ทำ ได้แก่ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำ ผู้ที่ทานยาที่ทำให้แพ้แสง และสตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาก่อน นอกจากนี้ก่อนและหลังทำควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ช่วยได้ทั้งด้านผลลัพธ์และความปลอดภัย สรุปคือ Laser Genesis เหมาะกับคนที่อยากปรับผิวแดง เนื้อผิว รูขุมขน และริ้วรอยตื้นๆ โดยแทบไม่มี downtime และอยากเห็นผลที่ดีขึ้นตามธรรมชาติทีละน้อยหลายครั้ง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบ劇matic ครั้งเดียว

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

Profhilo ฟื้นผิวได้จริงไหม? HA ไบโอรีโมเดลลิ่งต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร

Profhilo คืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์และ Rejuran อย่างไร ผลด้านความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นจากข้อมูลคลินิกจริง ผลเริ่มเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน ผลข้างเคียงและความปลอดภัยมีอะไรบ้าง จากมุมมองแพทย์ในห้องตรวจ

By Dr. Lee

Filler

Restylane ฟิลเลอร์มีกี่ชนิด Lyft Defyne Refyne Kysse ต่างกันยังไง และควรเลือกตัวไหน?

Restylane คืออะไร เทคโนโลยี NASHA ที่แข็งแน่นกับ OBT ที่นุ่มยืดหยุ่นต่างกันตรงไหน Lyft, Defyne, Refyne, Kysse ใช้กับส่วนไหนบ้าง อธิบายครบเป็นตาราง พร้อมผลลัพธ์ ระยะเวลา ผลข้างเคียง และวิธีแก้ไขถ้ามีปัญหา

By Dr. Lee

Lifting

ไทเทเนียม ลิฟติ้ง: ไม่เจ็บ ไม่มีดาวน์ไทม์, แต่กระชับหน้าและลดริ้วรอยได้จริงแค่ไหน

ไทเทเนียม ลิฟติ้ง คืออะไร เลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นยกกระชับผิวได้อย่างไร และผลลัพธ์ที่แท้จริงมีขีดจำกัดแค่ไหน, ข้อมูลจากงานวิจัยจริง พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าหลักฐานส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเลเซอร์ Near-infrared ไม่ใช่การศึกษาเฉพาะไทเทเนียมโดยตรง

By Dr. Lee

Back to articles