Lara Peel ฟิลลิ่งอ่อนโยนสำหรับผิวบอบบาง หลักการดูแลขุยผิวและรูขุมขนด้วยสาร LHA
By Dr. Lee2 min read

หลายคนไม่กล้าลองทำฟิลลิ่งเพราะเคยเจอผิวลอกและแสบร้อนอยู่หลายวันหลังทำ Lara Peel คือหัตถการฟิลลิ่งที่พัฒนาขึ้นเพื่อลดความกังวลนี้ โดยแทนที่จะขจัดขุยผิวอย่างรุนแรง จะค่อยๆ ละลายขุยผิวอย่างนุ่มนวล พร้อมเติมสารที่ผิวต้องการเพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว สาร LHA (กรดไลโปไฮดรอกซี) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ใช้ ได้รับการยืนยันทั้งประสิทธิภาพและความอ่อนโยนจากงานวิจัยทางคลินิกหลายฉบับ เพราะไม่ได้ขจัดขุยผิวทีเดียวหมด แต่ค่อยๆ จัดระเบียบทีละเซลล์ จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่มีรอยแดงหรือผิวลอก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิวบอบบางถูกใจเป็นพิเศษ บทความนี้จะพาไปดูส่วนผสมและหลักการทีละส่วน ว่าทำไม Lara Peel ถึงเป็นมิตรกับผิวแพ้ง่ายได้ขนาดนี้
Lara Peel ต่างจากฟิลลิ่งแบบเดิมอย่างไร
Lara Peel มักถูกแนะนำในฐานะฟิลลิ่งเจเนอเรชันที่ 4 พัฒนาจากสาร LHA ที่บริษัทเครื่องสำอางคิดค้นขึ้น ผสมกับสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ในขณะที่ฟิลลิ่งกรดไกลโคลิก กรดซาลิไซลิก และ TCA ที่ใช้กันทั่วไปในคลินิกเน้นให้กรดคลายการยึดเกาะระหว่างเซลล์ขุยผิวแล้วลอกผิวชั้นบนออก ยิ่งลอกลึกเท่าไหร่ผลลัพธ์ยิ่งชัดเจน แต่ก็แลกมาด้วยรอยแดง แสบร้อน และระยะพักฟื้นที่นานขึ้นตามไปด้วย
Lara Peel ใช้วิธีค่อยๆ ละลายขุยผิวทีละเซลล์อย่างนุ่มนวล แทนที่จะลอกผิวออกทีเดียวเป็นวงกว้าง สารที่มีฤทธิ์เป็นด่างที่เติมเข้าไปยังช่วยเพิ่มความหนาของผิวหนังกำพร้าและกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ให้ผลิตเพิ่มขึ้น บริษัทผู้พัฒนาและคลินิกที่ให้บริการจึงอธิบายว่า Lara Peel เป็นฟิลลิ่งที่เติมผิวมากกว่าจะลอกผิว
ตารางด้านล่างและเนื้อหาต่อจากนี้รวบรวมจากผลงานวิจัยจริงของ LHA ซึ่งเป็นสารสำคัญของ Lara Peel รวมถึง PHA และกรดแมนเดลิก ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟิลลิ่งอ่อนโยนเดียวกัน
| หัวข้อ | ฟิลลิ่ง AHA BHA TCA แบบเดิม | Lara Peel กลุ่ม LHA |
|---|---|---|
| วิธีการ | ลอกชั้นขุยผิว | ละลายทีละเซลล์อย่างช้าๆ |
| ขนาดโมเลกุล | ค่อนข้างเล็ก | ค่อนข้างใหญ่ |
| ความระคายเคือง | แสบร้อนได้บ่อย | ระคายเคืองน้อยกว่า |
| การฟื้นตัว | อาจมีผิวแดงและลอก | ใช้ชีวิตปกติได้ทันที |

สาร LHA ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักทำงานในผิวอย่างไร
LHA ย่อมาจากกรดไลโปไฮดรอกซี เป็นสารที่ได้จากการเติมสายโซ่กรดไขมันเข้ากับกรดซาลิไซลิก แม้จะมีโครงสร้างทางเคมีใกล้เคียงกับกรดซาลิไซลิก แต่ขนาดโมเลกุลที่ใหญ่กว่าทำให้ซึมเข้าผิวได้ช้ากว่ามาก เมื่อซึมช้าลง ผิวจึงไม่ลอกออกเป็นวงกว้างทีเดียว แต่เซลล์ขุยผิวจะหลุดออกไปทีละเซลล์แทน
ด้วยคุณสมบัตินี้ มีงานวิจัยพบว่าแม้ใช้ความเข้มข้นต่ำ LHA ก็ให้ผลใกล้เคียงหรือดีกว่าฟิลลิ่งกรดแบบเดิม งานวิจัยในผู้หญิงอายุ 35 ถึง 60 ปี จำนวน 50 คน ทาใบหน้าข้างหนึ่งด้วย LHA ความเข้มข้น 5 ถึง 10% และอีกข้างด้วยกรดไกลโคลิกความเข้มข้นสูงกว่ามากคือ 20 ถึง 50% ทุก 2 สัปดาห์เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์พบว่าฝั่ง LHA ลดริ้วรอยเล็กได้ชัดเจนถึง 41% ส่วนฝั่งกรดไกลโคลิกอยู่ที่ 30% อัตราการลดจุดด่างดำก็เช่นกัน ฝั่ง LHA อยู่ที่ 46% สูงกว่าฝั่งกรดไกลโคลิกที่ 34%
การที่ใช้ความเข้มข้นต่ำกว่ามากแต่กลับให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า สะท้อนจุดเด่นของ LHA ได้ชัดเจน แม้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามสูตรและความเข้มข้น แต่ทิศทางที่ว่าความเข้มข้นต่ำก็ให้ผลเพียงพอนั้นชัดเจน

ทำไม Lara Peel ถึงระคายเคืองน้อยแม้กับผิวบอบบาง
เหตุผลที่ Lara Peel มักถูกแนะนำว่าระคายเคืองน้อยกว่ามีอยู่ 2 ข้อหลัก ข้อแรกคือคุณสมบัติของสาร LHA เองตามที่อธิบายไปก่อนหน้านี้ เมื่อโมเลกุลมีขนาดใหญ่ จะไม่สามารถแทรกเข้าลึกในผิวได้ทันที แต่จะค่อยๆ กระจายอยู่ใกล้ผิวชั้นบน จึงกระตุ้นเส้นประสาทน้อยกว่าเมื่อเทียบกัน
ข้อสองคือน้ำยา LHA ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ผสมสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างเข้าไปด้วย เมื่อกรดกับด่างผสมกันจะทำให้ความเป็นกรดของน้ำยาอ่อนลง การผสมผสานนี้ช่วยลดอาการแสบร้อนระหว่างทา วิธีปรับความเป็นกรดให้อ่อนลงเพื่อลดการระคายเคืองแบบนี้กลายเป็นแนวทางที่ใช้ได้จริงในฟิลลิ่งสำหรับผิวบอบบาง
ในทำนองเดียวกัน สารอื่นที่ขึ้นชื่อว่าระคายเคืองน้อยก็น่าสนใจไม่แพ้กัน กลูโคโนแลคโตนในกลุ่ม PHA มีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่ากรดไกลโคลิกถึง 2 เท่า จึงถูกดูดซึมอย่างช้าๆ และมีงานวิจัยพบว่าค่อนข้างเหมาะกับผิวบอบบางอย่างโรซาเชียหรือผิวอักเสบภูมิแพ้ ส่วนกรดแมนเดลิกก็มีโมเลกุลขนาดใหญ่เช่นกัน จึงถูกจัดเป็นทางเลือกหลักที่ใช้แทนกรดไกลโคลิกสำหรับผิวบอบบาง

ช่วยเรื่องสิวและรูขุมขนกว้างได้ด้วยหรือไม่
ฟิลลิ่งกลุ่ม LHA ยังใช้ได้กับผิวที่มีรูขุมขนกว้างและเป็นสิวหัวช้างบ่อยด้วย LHA ละลายในน้ำมันได้ดีเหมือนกรดซาลิไซลิก จึงเข้าถึงรูขุมขนที่อุดตันด้วยความมันได้ลึก นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ค่อยๆ ขจัดขุยผิว ช่วยคลายจุกขุยผิวที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออกอย่างนุ่มนวล
มีงานวิจัยในผู้ที่เป็นสิวหัวช้าง 20 คน ทำฟิลลิ่ง LHA ที่ใบหน้าข้างหนึ่งและกรดซาลิไซลิกอีกข้าง ทุก 2 สัปดาห์รวม 6 ครั้ง หลังผ่านไป 98 วัน สิวหัวช้างลดลง 55.6% ในฝั่ง LHA และ 48.5% ในฝั่งกรดซาลิไซลิก ความแตกต่างระหว่างสองวิธีไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือ LHA ลดสิวได้เทียบเท่ากรดซาลิไซลิกที่ใช้กันมาแต่เดิม แต่ระคายเคืองน้อยกว่าเมื่อเทียบกัน
ฟิลลิ่งอ่อนโยนควรทำบ่อยแค่ไหน
คลินิกที่ให้บริการ Lara Peel มักแนะนำให้ทำประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะระคายเคืองน้อยจึงไม่ต้องรอฟื้นตัวนาน จึงสามารถทำได้ถี่กว่าฟิลลิ่งแบบเดิม
งานวิจัยฟิลลิ่ง PHA ในกลุ่มเดียวกันที่ทดลองใช้ความเข้มข้น 10% และ 30% เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าทั้งสองความเข้มข้นช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิวและควบคุมความมันได้ โดยไม่ต่างกันมากนัก แสดงว่าแม้ใช้ความเข้มข้นต่ำก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้เพียงพอ
หากผิวบอบบาง แทนที่จะเริ่มทำทุกสัปดาห์ตั้งแต่แรก ควรเริ่มจากทุก 2 สัปดาห์แล้วค่อยๆ ถี่ขึ้นตามที่ผิวปรับตัวได้จะปลอดภัยกว่า วันที่ทำควรทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันกว่าปกติ และหากใช้เรตินอยด์หรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์เป็นกรดชนิดอื่นอยู่ ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้าก่อนทำ
| หัวข้อ | คำแนะนำ |
|---|---|
| ความถี่ที่แนะนำ | สัปดาห์ละ 1 ครั้งถึง 2 สัปดาห์ 1 ครั้ง |
| การป้องกันแดด | ทาครีมกันแดดพิถีพิถันวันที่ทำ |
| ข้อควรระวังร่วม | แจ้งการใช้เรตินอยด์หรือกรดล่วงหน้า |
| การเห็นผล | ชัดเจนหลังทำสะสมหลายครั้ง |

Lara Peel เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน
Lara Peel เป็นหัตถการที่มุ่งจัดระเบียบขุยผิวและดูแลรูขุมขนไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องลอกขุยผิวอย่างรุนแรง เหมาะเป็นพิเศษกับผิวบอบบางที่ไม่กล้าทำฟิลลิ่งเพราะกลัวผิวลอกหรือรอยแดง คนทำงานที่หาเวลาพักฟื้นนานๆ ไม่ได้ และคนที่กังวลทั้งขุยผิวชั้นตื้นและรูขุมขนที่มีสิวหัวช้างไปพร้อมกัน
เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นหัตถการที่ค่อยๆ จัดระเบียบขุยผิวและรูขุมขนหลายครั้ง แทนที่จะกระทบผิวอย่างรุนแรงในครั้งเดียว พร้อมปรับผิวและเกราะป้องกันผิวไปด้วยในตัว จึงเป็นตัวเลือกที่เริ่มต้นง่ายเป็นพิเศษสำหรับคนที่เพิ่งทำฟิลลิ่งเป็นครั้งแรก หรือคนที่เคยระคายเคืองจากฟิลลิ่งแรงๆ มาก่อน
เนื่องจากเป็นหัตถการที่มีงานวิจัยของ LHA และสารในกลุ่มเดียวกันรองรับทั้งความอ่อนโยนและประสิทธิภาพ หากตรวจสอบล่วงหน้าว่าคลินิกที่จะทำใช้ความเข้มข้นและวิธีการแบบใด แล้วปรึกษากำหนดความถี่ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

แผลเป็นจากไฟไหม้ที่แดงและแข็งอยู่นาน เลเซอร์ปรับผิวให้เรียบได้อย่างไร เริ่มรักษาเมื่อไหร่ดี
แผลเป็นจากไฟไหม้มักแดงและแข็งเป็นพิเศษ เพราะคอลลาเจนที่ซ่อมแซมแผลสะสมโดยไม่ถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบ บทความนี้อธิบายหลักการที่เลเซอร์แบบ fractional และเลเซอร์หลอดเลือดช่วยปรับพื้นผิวและลดรอยแดงของแผลเป็น พร้อมช่วงเวลาที่ควรเริ่มรักษาและจำนวนครั้งที่เหมาะสม
By Dr. Kim

โรซาเชีย หน้าแดงเรื้อรังที่กำเริบซ้ำได้ทำไม รู้จักชนิด ตัวกระตุ้น ยาทา และเลเซอร์รักษาให้ครบ
แก้มแดงตลอดเวลาและมีตุ่มหนองเล็กๆ ขึ้นซ้ำๆ อาจไม่ใช่แค่หน้าแดงธรรมดา แต่เป็นโรซาเชีย บทความนี้อธิบายความต่างจากหน้าแดงทั่วไป 4 ชนิดของโรค ทั้งชนิดหลอดเลือดแดง ชนิดตุ่มหนอง ชนิดจมูกหนา และชนิดตา ตัวกระตุ้นอย่างแสงแดด ความเครียด และแอลกอฮอล์ ไปจนถึงยาทาเมโทรนิดาโซล อะซีเลอิกแอซิด ไอเวอร์เม็กติน ยารับประทาน และเลเซอร์หลอดเลือด อธิบายง่ายๆ ด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริง
By Dr. Kim

หลักการเติมฟิลเลอร์โหนกแก้มเพื่อฟื้นมิดเฟซที่ยุบ ลดร่องแก้มและผิวหย่อนคล้อย พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยของหลอดเลือด
หากโหนกแก้มและแก้มยุบ ทำไมใบหน้าถึงหย่อนคล้อยและดูแก่ลง บทความนี้อธิบายหลักการที่การเติมฟิลเลอร์โหนกแก้มฟื้นวอลุ่มมิดเฟซ ช่วยให้ร่องแก้มและผิวหย่อนคล้อยดีขึ้นไปพร้อมกัน ตั้งแต่ความหนืดยืดหยุ่นและความแน่นของฟิลเลอร์ HA สำหรับเติมวอลุ่ม วิธีหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดด้วยแคนนูลาและชั้นที่ฉีด ไปจนถึงการสลายคืนด้วยไฮยาลูโรนิเดสและระยะเวลาที่อยู่ได้ พร้อมตัวเลขจากงานวิจัยจริง
By Dr. Kim