prettytime
Botox

โบท็อกซ์รักษาเหงื่อออกมาก ใต้วงแขนและฝ่ามือได้ผลแค่ไหนและอยู่นานเท่าไร

By Dr. Lee1 min read

เหงื่อออกเยอะจนเสื้อเปียกชุ่ม หรือฝ่ามือชื้นจนจับมือคนอื่นแทบไม่กล้า ภาวะเหงื่อออกมาก (hyperhidrosis) แบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ และมันส่งผลต่อชีวิตประจำวันรวมถึงความมั่นใจได้มากทีเดียว วิธีที่นิยมใช้แก้ปัญหานี้โดยไม่ต้องผ่าตัดคือการฉีด botox

botox ไม่ได้ใช้แค่ลดริ้วรอยเท่านั้น ยังช่วยลดเหงื่อได้อย่างได้ผลชัดเจน และมีงานวิจัยรองรับอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะที่ใต้วงแขน มีการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ยืนยันประสิทธิผลจนได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาด้วย บทความนี้รวบรวมหลักการทำงาน ผลลัพธ์แต่ละบริเวณ ขั้นตอน ระยะเวลาที่อยู่ได้ รวมถึงผลข้างเคียงและการเปรียบกับวิธีอื่นจากงานวิจัยจริง

botox ปิดกั้นสาร acetylcholine ที่ส่งสัญญาณให้ต่อมเหงื่อทำงาน ทำให้เหงื่อหยุดหลั่งที่จุดนั้น
botox ปิดกั้นสาร acetylcholine ที่ส่งสัญญาณให้ต่อมเหงื่อทำงาน ทำให้เหงื่อหยุดหลั่งที่จุดนั้น

ทำไม botox ถึงแก้เหงื่อออกมากได้?

หลักการไม่ซับซ้อน ต่อมเหงื่อต้องรับสัญญาณจากระบบประสาทในรูปสาร acetylcholine ก่อนถึงจะหลั่งเหงื่อออกมาได้ botox เข้าไปปิดกั้นไม่ให้สัญญาณนั้นหลุดออกมา ต่อมเหงื่อก็เลยไม่ได้รับคำสั่งเลย เหงื่อในบริเวณนั้นก็หยุด

botox ลดริ้วรอยด้วยการสกัดสัญญาณที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ส่วน botox รักษาเหงื่อออกมากก็สกัดสัญญาณที่กระตุ้นต่อมเหงื่อ ตัวยาเดียวกัน เป้าหมายต่างกัน จึงลดเหงื่อได้โดยไม่ไปยุ่งกับกล้ามเนื้อ

ผลไม่ได้อยู่ถาวร ปลายประสาทที่ส่งสัญญาณจะงอกใหม่ในไม่กี่เดือน เหงื่อก็จะค่อยกลับมา จึงต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ ต่างจากผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อแบบทาซึ่งทำงานด้วยการอุดรูขุมขนทางกายภาพ botox ตัดสัญญาณที่ต้นทาง จึงเหมาะกับภาวะเหงื่อออกมากระดับกลางถึงรุนแรงที่ครีมทาไม่พอ นอกจากนี้เมื่อเหงื่อลดลง กลิ่นตัวก็มักดีขึ้นตามไปด้วย

งานวิจัยเหงื่อออกมากที่รักแร้พบว่าเหงื่อลดลง 84% และ 94% ของผู้เข้าร่วมเห็นการปรับปรุงชัดเจนภายใน 4 สัปดาห์หลังฉีด
งานวิจัยเหงื่อออกมากที่รักแร้พบว่าเหงื่อลดลง 84% และ 94% ของผู้เข้าร่วมเห็นการปรับปรุงชัดเจนภายใน 4 สัปดาห์หลังฉีด

ที่รักแร้ได้ผลมากแค่ไหน?

รักแร้คือจุดที่มีหลักฐานแน่นที่สุดและผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด การทดลองแบบ double-blind กับผู้เข้าร่วม 320 คน พบว่ากลุ่มที่ได้รับ botox เหงื่อลดลงราว 84% ประเมิน 4 สัปดาห์หลังฉีด มีผู้ที่เหงื่อลดเกินครึ่งถึง 94% เทียบกับกลุ่ม placebo ที่ 36% ต่างกันมาก ผ่านไป 16 สัปดาห์ยังมี 82% ที่ยังคงเห็นผลดีอยู่

คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นเห็นได้ชัด งานวิจัยที่วัดความรำคาญจากเหงื่อในชีวิตประจำวัน พบว่า 75% ของกลุ่มที่ฉีด botox ดีขึ้น 2 ระดับขึ้นไป เทียบกับ 25% ของกลุ่ม placebo ต่างกันชัดเจน ด้วยหลักฐานชุดนี้เองที่ทำให้ภาวะเหงื่อออกมากที่รักแร้ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา

ผลเริ่มเห็นเร็วด้วย ปกติเหงื่อจะเริ่มลดภายใน 2 ถึง 4 วัน และได้ผลเต็มที่ราว 2 สัปดาห์ ถ้ากังวลเรื่องเหงื่อช่วงฤดูร้อน ควรฉีดก่อนงานสำคัญอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ที่รักแร้ยังเจ็บน้อยกว่าจุดอื่นด้วย จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในบรรดาการรักษาเหงื่อออกมากด้วย botox

รักแร้มีหลักฐานแน่นที่สุด ฝ่ามือได้ผลดีแต่ต้องคำนึงถึงอาการเจ็บและแรงจับชั่วคราว ส่วนหน้าผากและฝ่าเท้าขึ้นอยู่กับสถานการณ์
รักแร้มีหลักฐานแน่นที่สุด ฝ่ามือได้ผลดีแต่ต้องคำนึงถึงอาการเจ็บและแรงจับชั่วคราว ส่วนหน้าผากและฝ่าเท้าขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และหน้าผากทำได้ไหม?

ทำได้ทุกจุด แต่แต่ละที่มีเรื่องที่ต้องรู้ต่างกัน ฝ่ามือได้ผลดีมากและความชื้นลดลงชัดเจน แต่มีสองเรื่องที่ควรทราบ ฝ่ามือไวต่อความเจ็บมาก จึงต้องชาก่อนฉีด และเนื่องจากกล้ามเนื้อเล็กละเอียดในมืออาจได้รับผลกระทบด้วย บางคนรู้สึกว่าแรงจับอ่อนลงเล็กน้อยช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์แรก อาการนี้มักหายเองตามเวลา แต่ถ้างานต้องใช้มือละเอียดมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

หน้าผากและหนังศีรษะก็ฉีดได้ถ้าเหงื่อออกมาก สำคัญคือต้องวางตำแหน่งให้ดีเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าได้รับผลกระทบ สำหรับคนที่เหงื่อออกที่ใบหน้าตอนกินอาหาร (Frey's syndrome) ก็ช่วยได้เช่นกัน ฝ่าเท้าผิวหนาและหลักฐานน้อยกว่า ควรตั้งความคาดหวังอย่างระมัดระวัง

แต่ละบริเวณต่างกันชัดเจน รักแร้หลักฐานแน่นและเจ็บน้อยที่สุด ฝ่ามือผลดีแต่ต้องยอมรับเรื่องความเจ็บและแรงจับชั่วคราว ส่วนหน้าผากและฝ่าเท้าขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน ทุกบริเวณควรเลือกผู้ฉีดที่มีประสบการณ์กับจุดนั้นโดยเฉพาะ

ก่อนฉีดใช้แป้งและไอโอดีนระบุบริเวณที่เหงื่อออก แล้วฉีดยาประมาณ 50 หน่วยแบ่งหลายจุดต่อรักแร้ข้างเดียว ผลอยู่ได้นานกว่า 6 เดือน
ก่อนฉีดใช้แป้งและไอโอดีนระบุบริเวณที่เหงื่อออก แล้วฉีดยาประมาณ 50 หน่วยแบ่งหลายจุดต่อรักแร้ข้างเดียว ผลอยู่ได้นานกว่า 6 เดือน

ฉีดยังไง และอยู่นานแค่ไหน?

ขั้นตอนไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากทดสอบหาบริเวณที่เหงื่อออกมากด้วยการทาแป้งและไอโอดีน เมื่อระบุบริเวณได้แล้วก็ฉีดยาแบ่งหลายจุดตื้นใต้ผิวหนังในบริเวณนั้น รักแร้ข้างละประมาณ 50 หน่วย แบ่งฉีด 10 ถึง 15 จุด

เวลาที่ใช้ไม่นาน ถ้าแพทย์ชำนาญรักแร้ทั้งสองข้างใช้เวลาราว 10 นาที รักแร้ทนได้ด้วยการชาเฉพาะที่หรือความเย็น ส่วนฝ่ามือที่เจ็บกว่าอาจต้องใช้การชาเส้นประสาทเพิ่มเติม การฉีดตื้นมากจึงไม่ค่อยเจ็บลึก และแทบไม่มีช่วงพักฟื้น ใช้ชีวิตปกติได้ตั้งแต่วันที่ฉีด

ระยะเวลาที่อยู่ได้นานทีเดียว รักแร้โดยเฉลี่ยผลอยู่ได้ประมาณ 6.5 ถึง 7 เดือน ฝ่ามือมักสั้นกว่าเล็กน้อย เมื่อผลเริ่มลดก็ฉีดซ้ำได้และยังคงได้ผลดีเช่นเดิม ฉีดก่อนเข้าหน้าร้อนจะช่วยให้ผ่านหน้าร้อนได้สบายขึ้นมาก หลายคนวางตารางไว้ทุกปีเป็นกิจวัตร

botox เหมาะกับเหงื่อออกมากระดับกลางถึงรุนแรงที่ครีมทาไม่พอ และต่างจากการผ่าตัดตรงที่ความเสี่ยงเหงื่อชดเชยที่บริเวณอื่นต่ำมาก
botox เหมาะกับเหงื่อออกมากระดับกลางถึงรุนแรงที่ครีมทาไม่พอ และต่างจากการผ่าตัดตรงที่ความเสี่ยงเหงื่อชดเชยที่บริเวณอื่นต่ำมาก

ผลข้างเคียงและเทียบกับวิธีอื่นอย่างไร?

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เบาและหายเอง อาการที่พบบ่อยที่สุดคือความเจ็บขณะฉีด และในกรณีฝ่ามืออาจมีแรงจับอ่อนลงชั่วคราวอย่างที่กล่าวไปแล้ว ส่วนใหญ่หายเองภายในไม่กี่สัปดาห์ โอกาสที่ยาจะกระจายไปทั่วร่างกายจนเกิดปัญหาในขนาดที่ใช้รักษาปกติแทบเป็นไปไม่ได้

มีจุดที่น่าสบายใจโดยเฉพาะ การผ่าตัดตัดเส้นประสาทซิมพาเทติก (endoscopic thoracic sympathectomy) มักทำให้เกิดเหงื่อชดเชยที่บริเวณอื่นซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง แต่ botox แทบไม่มีความเสี่ยงนี้ ลดเหงื่อเฉพาะจุดที่ฉีดและเมื่อผลหมดก็กลับสู่สภาพเดิมได้ เป็นวิธีที่ย้อนกลับได้

เทียบกับวิธีอื่นจะเห็นภาพชัดขึ้น เหงื่อออกน้อยใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อที่มี aluminum เป็นทางเลือกแรก ถ้าไม่พอสำหรับระดับกลางถึงรุนแรง botox เป็นทางเลือกที่ดีมาก อยากลดรักแร้ถาวรก็มีเครื่องมือ microwave เช่นกัน ส่วนเหงื่อฝ่ามือรุนแรงมากอาจพิจารณาผ่าตัด botox โดดเด่นตรงที่ไม่ต้องผ่าตัด ทำซ้ำได้ และความเสี่ยงเหงื่อชดเชยต่ำ จึงเป็นตัวเลือกที่สมดุลสำหรับหลายคน

botox เหงื่อออกมากเหมาะกับคนที่ใช้ครีมระงับเหงื่อแล้วไม่พอและกังวลเรื่องเหงื่อที่รักแร้หรือฝ่ามือ

ใครเหมาะกับการฉีด botox เรื่องเหงื่อบ้าง?

botox รักษาเหงื่อออกมากเหมาะกับคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อแล้วยังไม่พอและมีเหงื่อระดับกลางถึงรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นรักแร้เปียกจนสีเสื้อเปลี่ยน ฝ่ามือชื้นจนจับมือหรือทำงานเอกสารลำบาก หรือเหงื่อหน้าผากทำให้เครื่องสำอางหลุด ถ้าส่งผลต่อชีวิตประจำวัน botox เป็นตัวเลือกที่ดี ข้อดีใหญ่คือไม่ต้องผ่าตัดและอยู่ได้หลายเดือน

ตั้งความคาดหวังได้ในแง่ดี ไม่ใช่การรักษาถาวร แต่ฉีดครั้งเดียวผ่านหน้าร้อนได้สบาย และทำซ้ำแล้วก็ยังได้ผลดีเช่นเดิม รักแร้มีหลักฐานแน่นมากและคนส่วนใหญ่พึงพอใจสูง ส่วนฝ่ามือ ฝ่าเท้า และหน้าผากก็ทำได้เมื่อเข้าใจธรรมชาติของแต่ละจุด

ภาวะเหงื่อออกมากไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนอยู่เฉยๆ มีทางจัดการได้ ชีวิตที่เคยรู้สึกอึดอัดจากเหงื่อสามารถเปลี่ยนได้จริง สิ่งสำคัญคือเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์กับบริเวณที่ต้องการ วางตำแหน่งและปริมาณยาได้ถูกต้อง โดยเฉพาะจุดที่ต้องระวังเรื่องความเจ็บหรือแรงจับอย่างฝ่ามือ ยิ่งต้องการแพทย์ที่ชำนาญ นอกจากนี้เนื่องจาก hyperhidrosis ได้รับการยอมรับเป็นโรค การครอบคลุมประกันอาจแตกต่างกันตามโรงพยาบาลและเกณฑ์การพิจารณา ควรถามตอนปรึกษาแพทย์ด้วย

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Botox

โบท็อกซ์กราม บ่า น่อง ปริมาณ ผลลัพธ์ ระยะเวลา และข้อควรรู้ก่อนฉีด

ลดกรามเหลี่ยม บ่าสูง น่องเป็นสัน ด้วยโบท็อกซ์ทำงานอย่างไร ลดได้แค่ไหน ปริมาณยาเท่าไหร่ และผลคงอยู่นานแค่ไหน พร้อมตัวเลขจากงานวิจัยจริงและข้อควรระวังแต่ละจุด

By Dr. Kim

Botox

ผลข้างเคียงโบท็อกซ์และการดื้อยา หนังตาตก หน้าแข็ง เกิดจากอะไร นานแค่ไหน?

ทำไมผลข้างเคียงโบท็อกซ์ถึงหายได้เองเกือบทั้งหมด หนังตาตกและคิ้วตกเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมหน้าถึงดูแข็งหรือไม่สมมาตร โบท็อกซ์ดื้อยาได้จริงไหม ผลข้างเคียงอยู่นานแค่ไหนและกลับมาปกติได้ไหม รวมถึงวิธีลดความเสี่ยง รวบรวมคำตอบตรงๆ ไม่บิดเบือน

By Dr. Kim

Filler

Belotero ฟิลเลอร์คืออะไร, Soft Balance Intense Volume ต่างกันตรงไหน และใต้ตาใช้ได้จริงไหม?

Belotero คืออะไร ทำไม Soft, Balance, Intense, Volume ถึงมีหลายตัวนัก แต่ละตัวต่างกันตรงไหนและใช้กับส่วนไหน บทความนี้อธิบายเทคโนโลยี CPM ว่าทำไมถึงเหมาะกับใต้ตา รวมถึงขั้นตอนการทำ ระยะเวลาที่อยู่ได้ ผลข้างเคียง และวิธีแก้ไขถ้ามีปัญหา

By Dr. Kim

Back to articles