Belotero ฟิลเลอร์คืออะไร, Soft Balance Intense Volume ต่างกันตรงไหน และใต้ตาใช้ได้จริงไหม?
By Dr. Kim2 min read

ถ้าเคยหาข้อมูลเรื่องฟิลเลอร์ คงเคยเจอชื่อ Belotero บ่อยมาก แต่พอเห็นชื่อท้ายอย่าง Soft, Balance, Intense, Volume ก็อาจงงว่าแต่ละตัวต่างกันยังไง และตัวเองควรใช้อันไหน
ขอตอบตรงๆ ก่อนเลย Belotero ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ตัวเดียว แต่เป็นชื่อกลุ่มฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) ที่ผลิตโดย Merz บริษัทสัญชาติเยอรมัน จุดเด่นที่สุดของ Belotero คือเทคโนโลยี CPM ที่ทำให้เจลกระจายตัวได้ราบเรียบเข้ากับเนื้อเยื่อผิว ทำให้เหมาะกับบริเวณบอบบางอย่างใต้ตาเป็นพิเศษ ด้านล่างนี้จะไล่อธิบายทีละประเด็น ทั้งชนิด ความแตกต่าง ระยะเวลาที่อยู่ได้ และผลข้างเคียง

Belotero คือฟิลเลอร์อะไร?
Belotero คือฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) ผลิตโดย Merz บริษัทสัญชาติเยอรมัน กรดไฮยาลูโรนิกเป็นสารที่มีอยู่ในผิวหนังของเราตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ดูดน้ำเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและอิ่มฟู เมื่ออายุมากขึ้น HA ในผิวลดลง ทำให้ผิวยุบและเกิดริ้วรอย Belotero แปรรูป HA นี้ให้เป็นเจล แล้วฉีดเข้าไปเพื่อเติมปริมาตรในบริเวณที่ต้องการทันที ต่างจากการรักษาที่กระตุ้นคอลลาเจนอย่างช้าๆ ตรงที่เห็นผลได้ในวันเดียวกับที่ทำ
ถ้าดูลึกขึ้นจะเห็นลักษณะเด่นของ Belotero ชัดขึ้น เนื่องจาก HA บริสุทธิ์ถูกร่างกายย่อยสลายเร็ว จึงต้องเชื่อมโยงสายโมเลกุล HA เข้าหากัน เรียกว่ากระบวนการ cross-linking แต่ Belotero ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงที่สร้างเจลที่มีทั้งส่วนที่หนาแน่นและส่วนที่โปร่งกว่าในผลิตภัณฑ์เดียวกัน ทำให้เจลซึมเข้ากับเนื้อเยื่อโดยรอบได้ราบเรียบกว่า รู้สึกเป็นก้อนน้อยลง และขอบเขตชัดเจนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์แบบอื่น
มีจุดสำคัญที่ต้องรู้ไว้ Belotero ต่างจากการรักษาที่กระตุ้นคอลลาเจนใหม่อย่าง Sculptra หรือ Radiesse ตรงที่ Belotero เติมปริมาตรได้ทันที และข้อดีสำคัญอีกอย่างคือสามารถแก้ไขได้ ถ้าไม่พอใจผลลัพธ์หรือเกิดปัญหา แพทย์สามารถฉีด hyaluronidase (ไฮยาลูโรนิเดส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ย่อยสลาย HA) เพื่อละลายฟิลเลอร์ออกได้ ความสามารถในการย้อนกลับนี้ถือเป็นมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของฟิลเลอร์ HA

ทำไมถึงมีหลายตัวนัก?
เหตุที่ Belotero มีหลายตัวเพราะแต่ละบริเวณต้องการสมบัติที่แตกต่างกัน บริเวณผิวเผินและละเอียดอ่อนอย่างใต้ตาหรือรอยย่นตื้นต้องการเจลที่นุ่มและเบา ส่วนบริเวณที่ต้องเติมปริมาตรลึกอย่างโหนกแก้มต้องการเจลที่แข็งและเข้มข้นกว่า
ดังที่เห็นในตาราง แต่ละตัวมีความแตกต่างกันชัดเจน
| คุณสมบัติ | Soft | Balance | Intense | Volume |
|---|---|---|---|---|
| ความเข้มข้น HA | 20mg/mL | 22.5mg/mL | 25.5mg/mL | 26mg/mL |
| ความแข็ง | นุ่มที่สุด | ปานกลาง | แข็ง | แข็งที่สุด |
| ความลึกที่ฉีด | ชั้นผิวตื้น | ชั้นผิวกลาง | ชั้นผิวลึก | ลึกมาก ใกล้กระดูก |
| บริเวณที่ใช้หลัก | รอยย่นตื้น รอบตา | ร่องแก้ม ใต้ตา | ริ้วรอยลึก ริมฝีปาก | โหนกแก้ม เพิ่มปริมาตร |
สรุปง่ายๆ คือยิ่งนุ่มยิ่งเหมาะกับบริเวณตื้นและละเอียดอ่อน ยิ่งแข็งยิ่งเหมาะกับการเติมปริมาตรลึก ดังนั้นถ้าใช้ฟิลเลอร์แข็งกับริมฝีปากก็จะเป็นก้อน และถ้าใช้ฟิลเลอร์นุ่มกับโหนกแก้มก็จะยุบเร็ว
มีอีกสิ่งที่ควรรู้ Belotero หลายตัวมีสูตรที่ผสม lidocaine เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างทำ ถ้าเป็นคนที่รู้สึกเจ็บง่ายควรถามแพทย์ก่อน นอกจากนี้ Merz ยังมีผลิตภัณฑ์สกินบูสเตอร์อย่าง Hydro และ Revive ที่เน้นความชุ่มชื้นและเนื้อผิวโดยรวมมากกว่าการเติมปริมาตร ซึ่งเป็นคนละประเภทกับฟิลเลอร์เติมปริมาตร การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์เป็นสำคัญ

ทำไม CPM ถึงเหมาะกับใต้ตา?
บริเวณที่พูดถึง Belotero บ่อยที่สุดคือใต้ตา ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางและบอบบางที่สุด ทำให้ใช้ฟิลเลอร์ยากที่สุดเช่นกัน ถ้าฉีดไม่ดีอาจเกิด Tyndall effect คือผิวดูออกสีน้ำเงินอมเทา หรือเห็นเป็นก้อนนูนซึ่งปกปิดด้วยเครื่องสำอางก็ยังยาก
เหตุที่ Belotero ถูกนำมาใช้กับบริเวณนี้บ่อยก็เพราะเทคโนโลยี CPM เจลที่ซึมเข้ากับเนื้อเยื่อได้ราบเรียบกว่า ทำให้ขอบเขตชัดเจนน้อยและโอกาสเห็นเป็นสีน้ำเงินน้อยลงในบริเวณผิวบางอย่างใต้ตา จริงๆ แล้ว Belotero Balance ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาสำหรับการรักษาร่องใต้ตา (tear trough) ซึ่งมี HA ฟิลเลอร์ไม่กี่ตัวที่ผ่านการรับรองในบริเวณนี้อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ต้องพูดตรงๆ CPM ช่วยให้ Belotero เหมาะกับใต้ตามากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย ใต้ตาเป็นบริเวณที่ยากโดยธรรมชาติ ประสบการณ์ของแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก ฉีดมากเกินไปเพียงนิดเดียวก็บวมหรือเป็นก้อนได้ นอกจากนี้ต้องพิจารณาก่อนว่าสาเหตุที่ใต้ตาบุ๋มนั้นเหมาะกับการใช้ฟิลเลอร์หรือไม่ ถ้าใต้ตาบุ๋มเพราะไขมันใต้ตาโป่งออกมาสร้างร่มเงา การเติมฟิลเลอร์อาจทำให้ดูบวมขึ้นแทน ดังนั้นบริเวณใต้ตายิ่งต้องพึ่งแพทย์ที่มีประสบการณ์และฉีดในปริมาณที่แม่นยำ โชคดีที่ Belotero เป็น HA ฟิลเลอร์ ถ้าเกิดปัญหาสามารถละลายออกได้ด้วย hyaluronidase

ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและได้ผลจริงไหม?
ผลลัพธ์นั้นชัดเจน บริเวณที่ยุบจะถูกเติมและริ้วรอยจะเรียบขึ้นทันทีในวันที่ฉีด รูปลักษณ์สุดท้ายจะนิ่งหลังบวมยุบในประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ สิ่งที่ทำให้ฟิลเลอร์ดูดีคือรู้สึกเหมือนเป็นธรรมชาติตั้งแต่แรก และเทคโนโลยี CPM ที่ทำให้ขอบเขตชัดเจนน้อยก็ช่วยในแง่ความเป็นธรรมชาตินี้
ความเป็นธรรมชาติขึ้นอยู่กับปริมาณและเทคนิค ถ้าฉีดมากเกินไปใบหน้าจะดูโป่ง ดีกว่าที่จะฉีดพอเหมาะแล้วเติมเพิ่มทีหลังถ้าต้องการ เพราะเพิ่มทีหลังทำได้ง่าย แต่ลดปริมาณที่ฉีดไปแล้วให้ดูเป็นธรรมชาติทำได้ยากกว่า การเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับบริเวณก็สำคัญ ถ้าใช้ Volume สำหรับริมฝีปากที่บางและเคลื่อนไหวตลอดเวลาก็จะเป็นก้อน และถ้าใช้ Soft กับโหนกแก้มที่ยุบลึกก็จะยุบเร็ว ดังนั้นแม้จะเป็น Belotero เหมือนกัน แต่การเลือกตัวที่เหมาะกับบริเวณมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้ ฟิลเลอร์คือการเติมปริมาตร ไม่ใช่การยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ถ้าต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยด้วยฟิลเลอร์อย่างเดียวอาจทำให้ดูหนักมากขึ้นแทน ถ้าหย่อนคล้อยเป็นความกังวลหลักควรพิจารณาทำควบคู่กับการยกกระชับด้วยวิธีอื่น

ทำยังไง และอยู่ได้นานแค่ไหน?
การทำโดยทั่วไปใช้เวลาสั้น แพทย์จะทาครีมชาหรือใช้สูตรที่ผสม lidocaine เพื่อลดความเจ็บปวด แล้วฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มเล็กหรือ cannula (หัวท่อปลายมน) cannula เข้าได้ครั้งเดียวแต่ส่งฟิลเลอร์ได้หลายทิศทาง ช่วยลดรอยช้ำและความเสี่ยงต่อหลอดเลือด บริเวณที่มีหลอดเลือดมากและบอบบางอย่างใต้ตาแพทย์มักนิยมใช้ cannula การทำใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 20 นาทีขึ้นอยู่กับบริเวณ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
ช่วงพักฟื้นเบาค่อนข้างมาก อาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือช้ำหลังทำ แต่ส่วนใหญ่หายใน 2 สัปดาห์ ถ้ากังวลเรื่องรอยช้ำควรเว้นระยะจากนัดสำคัญอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และบริเวณ Soft อยู่ได้ประมาณ 6 ถึง 9 เดือน, Balance อยู่ได้ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน, Intense อยู่ได้ประมาณ 9 ถึง 12 เดือน และ Volume อยู่ได้ประมาณ 12 ถึง 18 เดือน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย บริเวณที่เคลื่อนไหวมากอย่างริมฝีปากหรือรอบตาสลายเร็วกว่าโหนกแก้ม และคนที่มีการเผาผลาญสูงก็จะดูดซึมเร็วกว่า จึงควรมองว่านี่คือการทำซ้ำเพื่อบำรุงรักษา ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ และเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายควรคิดเป็นค่าดูแลรักษาระยะยาวจะสมจริงกว่า

ผลข้างเคียงและใครเหมาะกับการรักษานี้?
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เล็กน้อย บริเวณที่ฉีดอาจบวม ช้ำ และรู้สึกแข็งสักระยะ แต่มักหายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ บางครั้งอาจคลำได้ก้อนเล็กๆ ที่บริเวณที่ฉีด ส่วนใหญ่หายเองหรือนวดออกได้ ในบางกรณีอาจเกิด nodule ที่ล่าช้าหลังจากทำไปแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน มักพบหลังจากมีการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เป็นหวัดหรือทำหัตถการอื่น แต่ส่วนใหญ่รักษาหายได้
อย่างไรก็ตาม มีผลข้างเคียงที่รุนแรงที่ต้องรู้ไว้ แม้จะพบได้น้อย นั่นคือการที่ฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือดและอุดตัน ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังตายหรือในกรณีที่หายากมากอาจถึงขั้นตาบอดได้ บริเวณที่เสี่ยงกว่าคือระหว่างคิ้ว จมูก และใต้ตา เพราะมีหลอดเลือดที่อันตรายวิ่งผ่าน
จึงมีสิ่งสำคัญ 2 อย่าง อย่างแรกต้องรับการรักษาจากแพทย์ที่มีความรู้เรื่องกายวิภาคหลอดเลือด และอย่างที่สองต้องรับการรักษาในสถานที่ที่มี hyaluronidase (ไฮยาลูโรนิเดส) พร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน เหตุผลที่ฟิลเลอร์ HA ถือว่าปลอดภัยกว่าฟิลเลอร์ชนิดอื่นก็เพราะความสามารถในการย้อนกลับนี้เอง
ผู้ที่ไม่ควรรับการรักษา ได้แก่ สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติแพ้กรดไฮยาลูโรนิก และผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติหรือมีประวัติ nodule ที่หายยากควรปรึกษาแพทย์ก่อนด้วย
สรุปคือ Belotero คือฟิลเลอร์ HA ที่ด้วยเทคโนโลยี CPM ทำให้ซึมเข้ากับผิวได้ราบเรียบ เหมาะทั้งรอยย่นตื้น ปริมาตรลึก และบริเวณบอบบางอย่างใต้ตา โดยมีผลิตภัณฑ์หลายตัวให้เลือกตามบริเวณที่ต้องการ ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อแพทย์ที่มีประสบการณ์เลือกตัวที่เหมาะกับบริเวณและฉีดในปริมาณที่พอดี
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Juvederm ฟิลเลอร์ดียังไง, Voluma Volbella ต่างกันตรงไหน และอยู่ได้นานแค่ไหน?
Juvederm คืออะไร ทำไม Voluma, Volux, Volbella ถึงมีหลายตัวนัก แต่ละตัวใช้กับส่วนไหนและอยู่ได้นานแค่ไหน บทความนี้ตอบจากงานวิจัยจริง ทั้งเรื่องผลลัพธ์ ความเป็นธรรมชาติ ผลข้างเคียง และวิธีแก้ไขถ้ามีปัญหา
By Dr. Lee

Restylane ฟิลเลอร์มีกี่ชนิด Lyft Defyne Refyne Kysse ต่างกันยังไง และควรเลือกตัวไหน?
Restylane คืออะไร เทคโนโลยี NASHA ที่แข็งแน่นกับ OBT ที่นุ่มยืดหยุ่นต่างกันตรงไหน Lyft, Defyne, Refyne, Kysse ใช้กับส่วนไหนบ้าง อธิบายครบเป็นตาราง พร้อมผลลัพธ์ ระยะเวลา ผลข้างเคียง และวิธีแก้ไขถ้ามีปัญหา
By Dr. Lee

Profhilo ฟื้นผิวได้จริงไหม? HA ไบโอรีโมเดลลิ่งต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร
Profhilo คืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์และ Rejuran อย่างไร ผลด้านความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นจากข้อมูลคลินิกจริง ผลเริ่มเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน ผลข้างเคียงและความปลอดภัยมีอะไรบ้าง จากมุมมองแพทย์ในห้องตรวจ
By Dr. Lee