prettytime
Filler

ริ้วรอยหลังมือและเส้นเอ็นที่นูนชัด ทำไมฟิลเลอร์ Radiesse ถึงได้ผล พร้อมระยะเวลาที่วอลุ่มอยู่ทน

By Dr. Kim2 min read

หลายคนขยันดูแลใบหน้าอยู่หน้ากระจกทุกวัน แต่กลับลืมดูแลหลังมือไปเสียสนิท จนวันหนึ่งสังเกตเห็นว่าหลังมือดูมีอายุขึ้นมาเฉยๆ ผิวหลังมือบางและมีต่อมไขมันน้อย จึงเก็บความชุ่มชื้นได้ไม่ดี อีกทั้งยังโดนแสงแดดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ริ้วรอยของวัยปรากฏเร็วกว่าใบหน้า เมื่อไขมันใต้ผิวยุบลง เส้นเอ็นและเส้นเลือดจะนูนชัดขึ้น ผิวก็บางลงจนเกิดริ้วรอยเป็นแผ่นบางๆ ไปพร้อมกัน

โชคดีที่หลังมือเป็นบริเวณที่สามารถนำเทคนิคที่ใช้กับใบหน้ามาปรับใช้ได้โดยตรง วอลุ่มที่ยุบไปเติมได้ด้วยฟิลเลอร์ ส่วนผิวที่บางลงเสริมด้วยสกินบูสเตอร์และไมโครนีดลิ่ง เมื่อผสานกับการดูแลที่บ้าน หลังมือก็จะดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้นได้ บทความนี้จะอธิบายทีละขั้นว่าแต่ละหัตถการเปลี่ยนอะไร เปลี่ยนอย่างไร ไปจนถึงผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ทน

ลักษณะหลังมือที่มีเส้นเอ็นและเส้นเลือดนูนชัดจากวัยที่เพิ่มขึ้น

ทำไมมือถึงแสดงอายุก่อนใบหน้า

หลังมือที่ดูมีอายุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ซ้อนกัน อย่างแรกคือวอลุ่มที่ยุบลง เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและคอลลาเจนใต้ผิวหลังมือจะลดลง ทำให้เส้นเอ็นและเส้นเลือดที่เคยจมอยู่ในเนื้อนูนขึ้นมาให้เห็น นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้หลังมือดูซูบผอม ไขมันใต้ผิวหลังมือไม่หนาเท่าใบหน้า เพียงลดลงเล็กน้อย เส้นเอ็นและเส้นเลือดด้านล่างก็โผล่ให้เห็นได้ทันที เพราะเราใช้มือและล้างมือบ่อย การเปลี่ยนแปลงนี้จึงสังเกตเห็นได้เร็วกว่าใบหน้าด้วยซ้ำ

อย่างที่สองคือเนื้อผิว ผิวหลังมือบางและมีน้ำมันน้อยกว่าใบหน้า จึงแห้งง่าย ผิวที่บางลงจนย่นเป็นริ้วเหมือนกระดาษยับ เรียกว่า crepey skin หรือผิวที่ย่นเป็นแผ่นบาง เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันใต้ผิวบางลง เนื้อผิวลักษณะนี้จะยิ่งเห็นชัด และเมื่อลองบีบผิวหลังมือเบาๆ แล้วปล่อย ผิวก็จะคืนตัวช้าลงด้วย สุดท้ายแล้วต้องดูแลทั้งวอลุ่มที่ยุบและเนื้อผิวที่บางลงไปพร้อมกัน มือถึงจะดูอ่อนเยาว์ขึ้นจริง เหมือนกับที่ใบหน้าเก็บร่องรอยของเวลาไว้ มือก็สะสมทั้งแสงแดดและวันเวลาที่ผ่านมาไว้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้การรักษาจึงแบ่งแนวทางเป็นเรื่องวอลุ่มและเรื่องเนื้อผิวแยกกัน

กราฟแสดงผลหลังฉีดฟิลเลอร์หลังมือ 90 วัน ความหนาของผิวและใต้ผิวเพิ่มขึ้นราว 38% และความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น 34%
กราฟแสดงผลหลังฉีดฟิลเลอร์หลังมือ 90 วัน ความหนาของผิวและใต้ผิวเพิ่มขึ้นราว 38% และความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น 34%

ฟิลเลอร์หลังมือเติมวอลุ่มที่ยุบไปได้อย่างไร

ฟิลเลอร์ที่ใช้กับหลังมือมากที่สุดคือ calcium hydroxylapatite ชื่อฟังดูซับซ้อน แต่เข้าใจง่ายๆ คือฟิลเลอร์ที่นำอนุภาคแคลเซียมแบบเดียวกับที่มีอยู่ในกระดูกของเรามาผสมเข้ากับเนื้อเจล ผลิตภัณฑ์ตัวแทนคือ Radiesse ซึ่งได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในปี 2015 สำหรับเติมวอลุ่มหลังมือโดยเฉพาะ

ฟิลเลอร์ชนิดนี้ทำงานสองแบบ ทันทีที่ฉีดเข้าไป เนื้อเจลจะเติมเต็มบริเวณที่ยุบให้กลับมามีวอลุ่ม และเมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคแคลเซียมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ดังนั้นแม้ฟิลเลอร์จะค่อยๆ สลายไป คอลลาเจนที่เกิดใหม่ก็ยังช่วยคงวอลุ่มไว้ได้ในระดับหนึ่ง งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าหลังฉีดฟิลเลอร์นี้ที่หลังมือไปแล้ว 90 วัน ความหนาของผิวและใต้ผิวเพิ่มขึ้นราว 38% และความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้นราว 34% อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่า เพียงฉีดครั้งแรกครั้งเดียว ผู้เข้าร่วมถึง 94.8% ก็มีคะแนนดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับตาม Merz Hand Grading Scale

หลังมือก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ calcium hydroxylapatite เส้นเอ็นและเส้นเลือดที่เคยนูนชัดถูกเติมเต็มจนเรียบเนียน

ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ calcium hydroxylapatite ยี่ห้อ Radiesse ที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ สำหรับเติมวอลุ่มหลังมือ

หากต้องการแค่เติมวอลุ่ม ฟิลเลอร์ hyaluronic acid หรือ HA ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน HA เป็นสารที่ดูดซับน้ำได้ดี จึงให้ทั้งวอลุ่มและความชุ่มชื้นไปพร้อมกัน และมีข้อดีคือ หากเกิดปัญหาก็สามารถสลายออกได้ งานวิจัยระยะ 12 เดือนที่เปรียบเทียบฟิลเลอร์ทั้งสองชนิดพบว่า ทั้ง CaHA และ HA ให้ผลลัพธ์ที่ดีบริเวณหลังมือ และไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง

ขั้นตอนการฉีดโดยทั่วไปคือยกผิวหลังมือขึ้นเบาๆ ฉีดฟิลเลอร์เข้าไป แล้วนวดกระจายให้สม่ำเสมอ เนื่องจากหลังมือมีเส้นเอ็นและเส้นเลือดพาดผ่านค่อนข้างตื้น จึงควรให้แพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างนี้เป็นผู้ฉีดกระจายเป็นชั้นบางๆ ด้านบน จึงจะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

สกินบูสเตอร์และไมโครนีดลิ่งช่วยเรื่องเนื้อผิวได้จริงหรือ

หัตถการเป้าหมายหลักระยะเวลา
ฟิลเลอร์ CaHAเติมวอลุ่มที่ยุบ12 ถึง 18 เดือน
ฟิลเลอร์ HAวอลุ่มและความชุ่มชื้นราว 12 เดือน
สกินบูสเตอร์ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นหลายเดือน
ไมโครนีดลิ่งเนื้อผิวหลายเดือน

เมื่อเติมวอลุ่มแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือเนื้อผิวที่บางและแห้ง ตรงนี้สกินบูสเตอร์เหมาะที่สุด สกินบูสเตอร์คือการฉีด hyaluronic acid เข้าสู่ผิวหลังมือแบบตื้นและถี่ HA จะดูดซับน้ำเข้ามาเติมความชุ่มชื้นให้ชั้นผิวหนังแท้ และวางพื้นฐานให้คอลลาเจนกับอีลาสตินก่อตัวขึ้นมา งานวิจัยที่ทำกับหลังมือพบแนวโน้มว่าความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความหนาของผิวดีขึ้นไปพร้อมกัน

ไมโครนีดลิ่ง หรือ microneedling ก็ใช้ปรับเนื้อผิวได้เช่นกัน เข็มขนาดจิ๋วจะกระตุ้นผิวเบาๆ และในขณะที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ก็จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหลังมือที่บางลง และปรับเนื้อผิวที่ขรุขระเล็กน้อยให้เรียบขึ้น

สองหัตถการนี้ต่างจากฟิลเลอร์ที่เติมวอลุ่มให้ทันที เพราะเป็นการดูแลที่ค่อยๆ ยกระดับคุณภาพผิวจากพื้นฐานขึ้นมา ดังนั้นเมื่อฟื้นวอลุ่มด้วยฟิลเลอร์แล้ว ตามด้วยสกินบูสเตอร์หรือไมโครนีดลิ่งเพื่อปรับเนื้อผิว หลังมือก็จะดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้นอีกขั้น วิธีนี้เหมาะกับการทำเป็นช่วงๆ ห่างกันหลายสัปดาห์เพื่อสะสมผลลัพธ์ มากกว่าทำครั้งเดียวจบ

กราฟแสดงระยะเวลาที่ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์และสกินบูสเตอร์หลังมืออยู่ทน
กราฟแสดงระยะเวลาที่ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์และสกินบูสเตอร์หลังมืออยู่ทน

ผลลัพธ์อยู่ทนนานแค่ไหน

แต่ละหัตถการมีระยะเวลาที่ต่างกัน ฟิลเลอร์ที่เติมวอลุ่มอยู่ทนที่สุดคือฟิลเลอร์ calcium hydroxylapatite เพราะมีการกระตุ้นคอลลาเจนเพิ่มเข้ามา จึงมักอยู่ทนราว 12 ถึง 18 เดือน ส่วนฟิลเลอร์ HA โดยทั่วไปอยู่ทนประมาณ 12 เดือน ในงานวิจัยเปรียบเทียบระยะ 12 เดือนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ฟิลเลอร์ทั้งสองชนิดยังคงเห็นผลอยู่แม้ผ่านไป 1 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม อัตราการสลายตัวแตกต่างกันไปในแต่ละคน ทำให้ระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ทนไม่เท่ากันทุกคน คนที่ใช้มือบ่อยหรือล้างมือบ่อยมักมีแนวโน้มที่ฟิลเลอร์จะเข้าที่และสลายตัวเร็วขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นในครั้งแรกๆ อาจนัดฉีดเติมในระยะที่สั้นลง แล้วปรับตามสภาพผิวที่เห็นจริง

สกินบูสเตอร์และไมโครนีดลิ่งเป็นการดูแลที่ยกระดับเนื้อผิว ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ในระดับหลายเดือน และถ้าทำซ้ำเป็นระยะๆ ตามฤดูกาลก็จะรักษาสภาพที่ดีไว้ได้ต่อเนื่อง การดูแลหลังมือเหมาะกับการปรับวอลุ่มและเนื้อผิวอย่างสม่ำเสมอตามรอบของแต่ละหัตถการ มากกว่าทำหัตถการใหญ่ครั้งเดียว หากวอลุ่มยุบลงเล็กน้อยก็เติมฟิลเลอร์ ถ้าเนื้อผิวเริ่มหยาบก็เติมด้วยบูสเตอร์ เวลาคำนวณค่าใช้จ่ายก็ควรมองเป็นการดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ จะได้ภาพที่สมจริงกว่า

ภาพการทำสกินบูสเตอร์ที่หลังมือ การกันแดดและให้ความชุ่มชื้นเป็นสิ่งสำคัญควบคู่กัน

ที่บ้านควรทาอะไร และใครเหมาะกับการรักษานี้

กุญแจสำคัญที่ทำให้ผลของหัตถการอยู่ทนคือการดูแลที่บ้าน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกันแดด เพราะหลังมือโดนแสงแดดอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะขับรถหรือเดิน จึงควรทาครีมกันแดดให้พอๆ กับที่ทาบนใบหน้า และทาซ้ำหลังล้างมือ นิสัยนี้จะช่วยชะลอความแก่ได้

สารที่ทาผิวก็ช่วยได้เช่นกัน หากทา retinoid บางๆ ในตอนกลางคืน เนื้อผิวจะเรียบเนียนขึ้นและริ้วรอยจางลงทีละน้อย สำหรับการปรับเนื้อผิว ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี niacinamide ควบคู่ไปได้ นอกจากนี้การทาครีมบำรุงบ่อยๆ เพื่อให้หลังมือชุ่มชื้นอยู่เสมอ จะช่วยลดอาการผิวย่นเป็นแผ่นบางได้

การเลือกหัตถการขึ้นอยู่กับปัญหาที่กังวล หากกังวลว่าเส้นเอ็นและเส้นเลือดนูนชัดจนดูซูบผอม ฟิลเลอร์เหมาะที่สุด แต่ถ้ากังวลเรื่องเนื้อผิวที่บางและแห้ง สกินบูสเตอร์กับไมโครนีดลิ่งจะเหมาะกว่า หากมีหลายปัญหาซ้อนกัน ก็สามารถแบ่งลำดับทำร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด หรือเคยมีอาการแพ้ส่วนผสมของฟิลเลอร์มาก่อน ควรเลื่อนการรักษาออกไปก่อน เนื่องจากหลังมือเป็นบริเวณที่มีเส้นเอ็นและเส้นเลือดพาดผ่านค่อนข้างตื้น จึงควรรับการรักษาจากแพทย์ที่มีประสบการณ์และเข้าใจกายวิภาคของมือเป็นอย่างดี จึงจะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เมื่อดูแลทั้งวอลุ่มและเนื้อผิวให้เหมาะกับสภาพมือของตัวเอง หลังมือก็จะดูอ่อนเยาว์ได้ยาวนานไม่ต่างจากใบหน้า

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Filler

หลักการที่ฟิลเลอร์แคลเซียม Radiesse เติมวอลุ่มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน และอยู่ได้นานแค่ไหน

Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่อนุภาคแคลเซียมเติมวอลุ่มได้ทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมอนุภาคถึงสร้างวอลุ่มได้ และนำไปสู่การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร รวมถึงเหตุผลที่นำมาเจือจางใช้เป็นสกินบูสเตอร์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

By Dr. Lee

Filler

ริ้วรอยรอบปากและรอยบาร์โค้ดเหนือริมฝีปากเกิดจากอะไร แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ และเลเซอร์อย่างไร?

ริ้วรอยเส้นตั้งรอบริมฝีปาก หรือที่หลายคนเรียกว่ารอยบาร์โค้ดหรือรอยแมว เกิดจากอะไรกันแน่ บทความนี้อธิบายว่าฟิลเลอร์ HA เนื้อนุ่ม, Radiesse ชนิด CaHA, โบท็อกซ์ และเลเซอร์แต่ละแบบทำงานด้วยหลักการอะไร พร้อมข้อมูลความปลอดภัยเรื่องเส้นเลือดรอบปากและการออกเสียง อ้างอิงจากงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Lifting

หลักการที่ RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ให้ความร้อนลึกโดยลดความเจ็บ พร้อมจำนวนครั้งที่ต้องทำและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้

อธิบายง่าย ๆ ว่า RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ส่งความร้อนลงไปถึงชั้นหนังแท้ลึก ๆ ได้อย่างไร โดยที่ยังควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์เพื่อลดความเจ็บ พร้อมอธิบายว่าทำไมคอลลาเจนถึงหดตัวทันที และค่อย ๆ สร้างใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร รวมถึงเหตุผลที่ต้องทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว ผลถึงจะสะสมเต็มที่

By Dr. Kim

Back to articles