prettytime
Filler

ริ้วรอยรอบปากและรอยบาร์โค้ดเหนือริมฝีปากเกิดจากอะไร แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ และเลเซอร์อย่างไร?

By Dr. Kim2 min read

ริ้วรอยเส้นตั้งเล็กๆ ที่ขึ้นเหนือและใต้ริมฝีปาก หลายคนเรียกกันว่ารอยบาร์โค้ด เพราะเส้นเรียงถี่ๆ ดูคล้ายบาร์โค้ดบนสินค้า บางคนก็เรียกว่ารอยแมว เพราะเห็นชัดตอนยิ้มแล้วมีริ้วรอยเล็กๆ รอบปาก ปกติแล้วหลายคนไม่ค่อยสังเกตจนกระทั่งลิปสติกเริ่มซึมเข้าไปตามร่องริ้วรอย ถึงจะเริ่มกังวล

แต่ริ้วรอยแบบนี้ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว กล้ามเนื้อรอบปากที่หุบเข้าซ้ำๆ ทุกวัน คอลลาเจนใต้ผิวที่ลดลงตามอายุ รวมถึงแสงแดดและการสูบบุหรี่ที่ซ้ำเติมเข้าไปอีก ดังนั้นวิธีแก้จึงต่างกันไปตามสาเหตุ บางคนต้องเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ บางคนต้องคลายกล้ามเนื้อด้วยโบท็อกซ์ บางคนต้องปรับผิวด้วย Radiesse หรือเลเซอร์ บทความนี้จะพาไปดูทีละวิธีว่าทำงานอย่างไร มีผลลัพธ์แค่ไหนตามงานวิจัย และเรื่องความปลอดภัยของเส้นเลือดรอบปากกับการออกเสียงที่ต้องระวัง

กล้ามเนื้อรอบปาก orbicularis oris เป็นกล้ามเนื้อวงกลมที่ใช้หุบปาก เมื่อหุบซ้ำๆ นานวันเข้าจะทำให้เกิดริ้วรอยเส้นตั้งบนล่างริมฝีปาก

ริ้วรอยรอบปากเกิดจากอะไรกันแน่?

สาเหตุแรกคือกล้ามเนื้อ รอบปากของเรามีกล้ามเนื้อวงกลมชื่อ orbicularis oris ทำหน้าที่หุบริมฝีปาก กล้ามเนื้อตัวนี้หดตัวตลอดเวลาที่พูด ดูดหลอด หรือยิ้ม เหมือนกับกระดาษที่พับซ้ำจุดเดิมบ่อยๆ จนเกิดรอยพับติดถาวร กล้ามเนื้อที่หุบซ้ำจุดเดิมนานวันเข้าก็ทำให้เกิดเส้นตั้งเช่นกัน คนที่ยิ้มบ่อยหรือห่อปากบ่อยจึงมักเห็นเส้นเหล่านี้เร็วกว่าคนอื่น

สาเหตุที่สองคือความเสื่อมของผิวหนังเอง เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ลดลง ผิวเหนือริมฝีปากบางลง ไขมันและกระดูกที่รองรับใต้ผิวก็เสื่อมลงตาม เมื่อแรงพยุงจากด้านในหายไป ริ้วรอยเล็กๆ ก็ยิ่งเห็นชัด นอกจากนี้ผิวเหนือริมฝีปากมีต่อมไขมันน้อยอยู่แล้ว จึงแห้งง่ายและเห็นริ้วรอยก่อนบริเวณอื่น ขอบริมฝีปากที่เคยคมชัดก็เริ่มเบลอ ทำให้เส้นตั้งดูยาวขึ้นไปอีก

แสงแดดกับบุหรี่เป็นตัวเร่งให้ทุกอย่างแย่ลงเร็วขึ้น รังสี UV ตัดสายคอลลาเจนในผิว ส่วนควันบุหรี่ทำให้ต้องหุบปากซ้ำๆ ตอนสูบ แถมยังลดเลือดที่มาเลี้ยงผิวอีกด้วย สุดท้ายแล้วริ้วรอยรอบปากจึงเป็นผลรวมของทั้งกล้ามเนื้อที่พับซ้ำและผิวที่เสื่อมไปพร้อมกัน การจะใช้วิธีเดียวแก้ให้หายเกลี้ยงจึงไม่ค่อยตอบโจทย์เท่ากับการดูว่าสาเหตุไหนเด่นกว่าแล้วเลือกวิธีให้ตรงจุด

เมื่อฉีดฟิลเลอร์ HA เนื้อนุ่มเข้าไปในริ้วรอยรอบปาก สัปดาห์ที่ 8 พบว่า 8 ใน 10 คนริ้วรอยดีขึ้น และผ่านไป 1 ปีก็ยังเห็นผล 2 ใน 3 คน
เมื่อฉีดฟิลเลอร์ HA เนื้อนุ่มเข้าไปในริ้วรอยรอบปาก สัปดาห์ที่ 8 พบว่า 8 ใน 10 คนริ้วรอยดีขึ้น และผ่านไป 1 ปีก็ยังเห็นผล 2 ใน 3 คน

ฟิลเลอร์ HA เติมชั้นผิวตื้นได้อย่างไร?

เวลาที่อยากเติมเต็มร่องริ้วรอยทันที ตัวเลือกที่ใช้กันบ่อยที่สุดคือฟิลเลอร์ HA (hyaluronic acid) ฉีดเข้าชั้นหนังแท้ตื้นในปริมาณน้อย เพื่อเติมเส้นตั้งโดยตรง หรือฉีดตามแนวขอบริมฝีปากที่เบลอไปให้กลับมาคมชัด ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันทีคือผิวเรียบขึ้น ถ้าจำเป็นก็อาจฉีดพยุงมุมปากที่ตกลงมาด้วยเพื่อให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์ HA เนื้อนุ่มเข้าชั้นตื้นตามแนวรอบปากและขอบริมฝีปาก

จุดสำคัญคือความนุ่มของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ เพราะรอบริมฝีปากเป็นบริเวณที่ขยับตลอดเวลาทั้งตอนพูดและยิ้ม ถ้าใช้ฟิลเลอร์ที่แข็งเกินไปจะรู้สึกอึดอัดและคลำเจอเป็นก้อนได้ง่าย จึงต้องเลือกเนื้อเจลที่นุ่มเหมือนวุ้นและกระจายตัวได้ดี แล้วฉีดในชั้นตื้น หนึ่งในตัวเลือกที่นุ่มและออกแบบมาสำหรับชั้นตื้นโดยเฉพาะคือ Belotero Soft เนื้อเจลละเอียดและยืดหยุ่นสูง จึงกระจายเป็นชั้นบางๆ ได้ดีในจุดที่ละเอียดอ่อนอย่างริ้วรอยเล็กๆ แบบนี้ ไม่ค่อยเห็นเป็นก้อนหรือนูนใต้ผิว

Belotero แบ่งตามขนาดอนุภาคเจลเป็น Soft, Balance, Intense และ Volume โดยบริเวณที่ตื้นและละเอียดอ่อนอย่างริ้วรอยรอบปากเหมาะกับ Soft ที่นุ่มที่สุด เพราะไม่ค่อยนูนหรือเป็นก้อนใต้ผิว
Belotero แบ่งตามขนาดอนุภาคเจลเป็น Soft, Balance, Intense และ Volume โดยบริเวณที่ตื้นและละเอียดอ่อนอย่างริ้วรอยรอบปากเหมาะกับ Soft ที่นุ่มที่สุด เพราะไม่ค่อยนูนหรือเป็นก้อนใต้ผิว

ผลลัพธ์นี้มีข้อมูลวิจัยรองรับ การศึกษาแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม (202 คน) ที่ทำในบริเวณริ้วรอยรอบปาก พบว่าฝั่งที่ฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยดีขึ้นถึง 80.7% ในสัปดาห์ที่ 8 ขณะที่ฝั่งไม่ได้ฉีดดีขึ้นเพียง 7.8% และเมื่อผ่านไป 1 ปี ก็ยังคงเห็นผลอยู่ 66% ส่วนงานวิจัยอีกชิ้นที่ดูเฉพาะริ้วรอยเหนือริมฝีปากพบอัตราความสำเร็จ 80.2% เทียบกับ 11.9% และผลอยู่ได้นานราว 6 เดือน อีกจุดที่ทำให้ฟิลเลอร์ HA เป็นตัวเลือกที่สบายใจสำหรับคนเริ่มทำครั้งแรกคือ ถ้าไม่พอใจผลลัพธ์หรือมีปัญหา สามารถฉีด hyaluronidase เอนไซม์ที่ละลาย HA เพื่อแก้ไขกลับคืนได้

โบท็อกซ์คลายกล้ามเนื้อรอบปากแล้วเปลี่ยนแปลงยังไง?

ถ้าฟิลเลอร์คือการเติมเต็มจุดที่ยุบไป โบท็อกซ์จะเข้าไปจัดการที่ต้นตอคือกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย เมื่อกล้ามเนื้อ orbicularis oris หุบแรงๆ เส้นตั้งก็ยิ่งพับลึก การลดแรงหดของกล้ามเนื้อนี้ลงเล็กน้อยจึงช่วยให้รอยพับตื้นขึ้น และเป็นผลพลอยได้ให้ขอบริมฝีปากบานออกเล็กน้อยจนดูอวบอิ่มขึ้นด้วย

เรื่องสำคัญที่สุดคือปริมาณที่ใช้ เพราะรอบปากเป็นบริเวณที่ทำหน้าที่ทั้งพูดและแสดงสีหน้า แม้ฉีดเกินไปนิดเดียวก็สังเกตเห็นได้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบปากอ่อนแรงเกินไปจริงๆ จะพูดคำที่ต้องห่อปาก เช่น ป หรือ บ ไม่ชัด และดูดหลอดหรือผิวปากลำบากขึ้น ดังนั้นการฉีดปริมาณน้อยและแบ่งฉีดให้สมมาตรทั้งสองข้างเหนือแนวขอบริมฝีปากจึงเป็นหัวใจสำคัญ

ต้องมองทั้งข้อดีและข้อจำกัดไปพร้อมกัน งานวิจัยในผู้เข้าร่วม 18 คนที่ฉีดโบท็อกซ์รอบปากพบว่าริ้วรอยดูนุ่มขึ้นและริมฝีปากอวบขึ้น และ 72% เลือกทำซ้ำต่อ สะท้อนว่าความพึงพอใจอยู่ในระดับที่ดี แต่ผลมักอยู่ได้เพียง 3 ถึง 4 เดือนแล้วต้องฉีดใหม่ และริ้วรอยที่ตั้งลึกอยู่แล้วก็ยังต้องพึ่งการเติมเต็มร่วมด้วย ไม่ใช่คลายกล้ามเนื้ออย่างเดียวแล้วจบ ด้วยเหตุนี้โบท็อกซ์จึงมักใช้ควบคู่กับฟิลเลอร์หรือ Radiesse มากกว่าจะทำเดี่ยวๆ

หัวข้อสาระสำคัญ
เป้าหมายกล้ามเนื้อรอบปากทำงานมากเกินไป
ปริมาณน้อย ฉีดสมมาตรสองข้าง
ถ้าฉีดมากไปพูดไม่ชัด ดูดหลอดลำบาก
ระยะเวลาอยู่ได้3-4 เดือน

Radiesse ที่เจือจางด้วยน้ำเกลือจนใสเหมือนน้ำ เมื่อฉีดชั้นตื้นรอบปากจะไม่เน้นเติมปริมาตร แต่กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวมีเนื้อและความยืดหยุ่นขึ้น
Radiesse ที่เจือจางด้วยน้ำเกลือจนใสเหมือนน้ำ เมื่อฉีดชั้นตื้นรอบปากจะไม่เน้นเติมปริมาตร แต่กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวมีเนื้อและความยืดหยุ่นขึ้น

Radiesse ช่วยให้ผิวมีเนื้อและความยืดหยุ่นได้อย่างไร?

Radiesse คือฟิลเลอร์ชนิด CaHA (calcium hydroxylapatite) ผสมอนุภาคแคลเซียมเล็กๆ ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในกระดูกและฟันของเราไว้ในเนื้อเจล จึงทำงานสองอย่างพร้อมกัน ขั้นแรกเจลจะเข้าไปเติมเต็มจุดที่ยุบทันที จากนั้นอนุภาคแคลเซียมจะค่อยๆ กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ใต้ผิวให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ คล้ายกับการหว่านเมล็ดพันธุ์ไว้แล้วรอให้ต้นอ่อนงอกตามมาทีหลัง

Radiesse คือฟิลเลอร์ที่ผสมอนุภาคแคลเซียม (CaHA) ลงในเนื้อเจล เติมเต็มจุดที่ยุบได้ทันทีพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างช้าๆ ทำให้ผิวมีเนื้อและความยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงที่ hyaluronidase ละลายไม่ได้ จึงต้องเริ่มจากปริมาณน้อยและฉีดชั้นตื้นอย่างระมัดระวัง
Radiesse คือฟิลเลอร์ที่ผสมอนุภาคแคลเซียม (CaHA) ลงในเนื้อเจล เติมเต็มจุดที่ยุบได้ทันทีพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างช้าๆ ทำให้ผิวมีเนื้อและความยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงที่ hyaluronidase ละลายไม่ได้ จึงต้องเริ่มจากปริมาณน้อยและฉีดชั้นตื้นอย่างระมัดระวัง

สำหรับบริเวณบางและละเอียดอ่อนอย่างริ้วรอยรอบปาก มักใช้เทคนิค hyperdilute คือเจือจาง Radiesse ด้วยน้ำเกลือจนใสเหมือนน้ำ แทนที่จะฉีดเป็นก้อนลึกๆ ก็กระจายบางๆ เป็นวงกว้าง วิธีนี้จึงไม่ได้เน้นเพิ่มปริมาตรมาก แต่ช่วยยกระดับเนื้อผิวและความยืดหยุ่นขึ้นมา

ข้อมูลสนับสนุนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานวิจัยที่ฉีด Radiesse แบบ hyperdilute รอบปาก 2 ครั้ง ในผู้เข้าร่วม 12 คน พบว่า 83% มีระดับริ้วรอยดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ และแพทย์ผู้ทำหัตถการประเมินว่าดีขึ้นถึง 91% ส่วนงานวิจัยที่ตรวจเนื้อเยื่อบริเวณลำคอพบว่าคอลลาเจนเพิ่มขึ้นชัดเจนตั้งแต่ 4 เดือน ส่วนเส้นใยอีลาสตินและหลอดเลือดใหม่เพิ่มขึ้นชัดเจนช่วง 4 ถึง 7 เดือน แต่มีจุดหนึ่งที่ต้องรู้ไว้เสมอ คือ Radiesse ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงที่ hyaluronidase ละลายไม่ได้ จึงต้องเริ่มจากปริมาณน้อยและฉีดชั้นตื้นอย่างระมัดระวังตั้งแต่ต้น

เลเซอร์ fractional CO2 คือเครื่องมือที่สร้างช่องความร้อนเล็กๆ ถี่ๆ บนผิวหนัง ระหว่างที่แผลเล็กๆ เหล่านี้สมานตัว คอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาแทนที่ ช่วยทั้งริ้วรอยรอบปาก รูขุมขน เนื้อผิว และสีผิวไปพร้อมกัน ภาพนี้คือตัวอย่างเครื่องเลเซอร์ fractional CO2
เลเซอร์ fractional CO2 คือเครื่องมือที่สร้างช่องความร้อนเล็กๆ ถี่ๆ บนผิวหนัง ระหว่างที่แผลเล็กๆ เหล่านี้สมานตัว คอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาแทนที่ ช่วยทั้งริ้วรอยรอบปาก รูขุมขน เนื้อผิว และสีผิวไปพร้อมกัน ภาพนี้คือตัวอย่างเครื่องเลเซอร์ fractional CO2

เลเซอร์และสกินบูสเตอร์ช่วยปรับเนื้อผิวได้อย่างไร?

ถ้าฟิลเลอร์คือการเติมเต็มและโบท็อกซ์คือการคลายกล้ามเนื้อ เลเซอร์กับสกินบูสเตอร์จะเข้าไปดูแลที่พื้นผิวของผิวหนังเองโดยตรง เหมาะกับกรณีที่รอยพับอยู่มานานจนเนื้อผิวเริ่มหยาบกร้านไปด้วย

เลเซอร์ fractional จะสร้างช่องความร้อนเล็กๆ ถี่ๆ บนผิวหนัง ระหว่างที่ผิวสมานตัว คอลลาเจนใหม่ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาแทนที่ งานวิจัยที่ใช้เลเซอร์ fractional CO2 กับผิวที่เสื่อมจากแดดพบว่าผ่านไป 6 เดือน ริ้วรอยดีขึ้นเฉลี่ย 52.5% เนื้อผิวดีขึ้น 56% และภาพรวมของผิวดีขึ้น 61.5% จุดเด่นของเลเซอร์คือไม่ได้แค่ทำให้ริ้วรอยจางลง แต่ยังปรับรูขุมขนและสีผิวให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้เรียบเนียนในครั้งเดียว ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าเนื้อผิวจะค่อยๆ ดีขึ้น และหลังทำมักมีช่วงพักฟื้นที่ผิวแดงและลอกอยู่ไม่กี่วัน

สกินบูสเตอร์เป็นทางเลือกที่เบากว่า ใช้ HA เจือจางหรือ PN ฉีดเข้าชั้นผิวตื้นเป็นจุดเล็กๆ ถี่ๆ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและเนื้อผิว ไม่ได้ช่วยเรียบริ้วรอยลึก แต่ทำให้ผิวชุ่มชื้นและเนียนขึ้น ช่วยให้ผลจากฟิลเลอร์หรือเลเซอร์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น จึงมักใช้เสริมในขั้นตอนสุดท้ายควบคู่กับหัตถการอื่นมากกว่าทำเดี่ยวๆ

แต่ละสาเหตุควรผสมผสานและดูแลอย่างไร?

คำตอบอยู่ที่สาเหตุ ถ้าเห็นแค่ริ้วรอยตื้นๆ ฟิลเลอร์ HA เนื้อนุ่มจะตอบโจทย์ ถ้าริ้วรอยลึกขึ้นตอนหุบปาก โบท็อกซ์จะช่วยได้มากกว่า ถ้าเนื้อผิวและความยืดหยุ่นลดลง Radiesse เลเซอร์ หรือสกินบูสเตอร์จะเหมาะกว่า และถ้าเป็นริ้วรอยลึกที่ฝังตัวถาวรแล้ว การทำทั้งเติมเต็มและปรับเนื้อผิวควบคู่กันจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

สาเหตุหลักวิธีที่เหมาะ
ริ้วรอยตื้นฟิลเลอร์ HA เนื้อนุ่ม
พับลึกตอนหุบปากโบท็อกซ์ปริมาณน้อย
เนื้อผิวและความยืดหยุ่นลดลงRadiesse เลเซอร์
ริ้วรอยลึกฝังตัวถาวรฟิลเลอร์ร่วมกับเลเซอร์

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเริ่มจากอะไร ลองยืนหน้ากระจกแล้วปล่อยริมฝีปากตามธรรมชาติดูว่ายังเห็นเส้นตั้งอยู่ไหม ถ้าเห็นแค่ตอนหุบปากเท่านั้น แสดงว่าเป็นเรื่องกล้ามเนื้อเป็นหลัก แต่ถ้าปล่อยเฉยๆ ก็ยังเห็นชัด แสดงว่าเป็นเรื่องผิวและปริมาตรมากกว่า ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน เลือกแก้จากสาเหตุที่ชัดที่สุดก่อนก็ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติเช่นกัน

เรื่องความปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน รอบปากมีเส้นเลือดแดงที่วิ่งขึ้นไปเลี้ยงริมฝีปากบน ฟิลเลอร์อาจเข้าไปในเส้นเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งแม้จะพบไม่บ่อยแต่ก็อาจเป็นปัญหาได้ ถ้าหลังฉีดมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติหรือผิวเริ่มซีดขาว ควรแจ้งแพทย์ผู้ทำหัตถการทันที ฟิลเลอร์ HA แก้ไขได้ด้วย hyaluronidase ในกรณีแบบนี้ แต่ Radiesse ไม่ละลายด้วยเอนไซม์ตัวนี้ จึงยิ่งต้องฉีดปริมาณน้อยและตื้นอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม ดังนั้นนอกจากจะเลือกผลิตภัณฑ์ให้ถูกแล้ว การเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องเส้นเลือดรอบปากก็เป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยเช่นกัน

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Filler

ริ้วรอยหลังมือและเส้นเอ็นที่นูนชัด ทำไมฟิลเลอร์ Radiesse ถึงได้ผล พร้อมระยะเวลาที่วอลุ่มอยู่ทน

หลังมือที่ผิวบางและโดนแดดตลอดเวลา แสดงริ้วรอยของวัยเร็วกว่าใบหน้า บทความนี้อธิบายว่าฟิลเลอร์ calcium hydroxylapatite ที่เติมวอลุ่มที่ยุบไปทำงานอย่างไร พร้อมสกินบูสเตอร์และไมโครนีดลิ่งที่ช่วยเรื่องผิวเนื้อ รวมถึงการดูแลที่บ้านและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ทน สรุปจากตัวเลขงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Filler

ร่องใต้ตาลึกกับรอยคล้ำใต้ตา ฟิลเลอร์เติมเต็มเงาให้จางลง อยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมวิธีเลี่ยง Tyndall effect

เงาใต้ตาที่ดูคล้ำและโบ๋มักเกิดจากร่องที่ยุบตัวมากกว่าเม็ดสี บทความนี้อธิบายหลักการที่เอ็นร่องน้ำตาและกระดูกเบ้าตาที่ลดลงทำให้เกิดเงา พร้อมวิธีเติมฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก แอซิดเนื้อนุ่มตื้น ๆ ปริมาณน้อยเพื่อลบเงาให้จางลง รวมถึงเหตุผลที่ผิวบางทำให้เกิด Tyndall effect และอาการบวมได้ง่าย พร้อมสรุปว่าผลอยู่ได้นานแค่ไหนและดูแลอย่างไร อ้างอิงจากตัวเลขงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย

By Dr. Kim

Botox

คิ้วซามูไรหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ทำไมปลายคิ้วยกขึ้นข้างเดียว และแก้ไขได้อย่างไร?

หลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก บางคนพบว่าปลายคิ้วด้านนอกยกสูงขึ้นจนดูเหมือนหน้าโมโห เรียกว่าคิ้วซามูไร หรือภาษาอังกฤษว่า Spock brow บทความนี้อธิบายหลักการทำงานของกล้ามเนื้อว่าทำไมถึงเกิดอาการนี้ วิธีแก้ไขด้วยการเติมโบท็อกซ์ปริมาณเล็กน้อย และวิธีป้องกันด้วยการฉีดกล้ามเนื้อระหว่างคิ้วร่วมด้วย อ้างอิงจากงานวิจัยจริง

By Dr. Lee

Back to articles