prettytime
Botox

โบท็อกซ์ยิ้มเห็นเหงือก ผลลัพธ์และผลข้างเคียง ฉีดกล้ามเนื้อไหนและอยู่ได้นานแค่ไหน

By Dr. Kim2 min read

เวลายิ้มแล้วเหงือกบนโผล่ออกมาเยอะ ๆ คนไทยมักเรียกว่ายิ้มเห็นเหงือกหรือ gummy smile ถึงจะเป็นรอยยิ้มที่ดูสดใส แต่หลายคนกังวลจนไม่กล้ายิ้มเต็มที่ วิธีที่เข้าถึงได้ง่ายในกรณีแบบนี้คือการฉีดโบท็อกซ์

แต่ยิ้มเห็นเหงือกไม่ได้เหมือนกันทุกคน ถ้าสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ โบท็อกซ์จะได้ผลดี แต่ถ้าสาเหตุมาจากเหงือกหรือกระดูก โบท็อกซ์อย่างเดียวไม่พอ นี่คือเหตุผลที่บางคนฉีดแล้วเหงือกหุบเข้าไปชัดเจน ในขณะที่บางคนแทบไม่เห็นความแตกต่าง การวินิจฉัยหาสาเหตุก่อนฉีดจึงสำคัญมาก บทความนี้รวบรวมจากงานวิจัยจริงว่ายิ้มเห็นเหงือกคืออะไรกันแน่ ได้ผลกับสาเหตุแบบไหน ต้องฉีดกล้ามเนื้อที่ยกริมฝีปากบนตำแหน่งไหน และผลลัพธ์กับระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน

ถ้าเวลายิ้มเหงือกเหนือฟันบนโผล่เกิน 3 มม. จะถือว่าเป็นยิ้มเห็นเหงือก

ยิ้มเห็นเหงือกคืออะไรกันแน่?

ยิ้มเห็นเหงือกหมายถึงรอยยิ้มที่เหงือกเหนือฟันบนโผล่ออกมาให้เห็นชัดเจน ภาษาอังกฤษเรียกว่า gummy smile ส่วนในทางการแพทย์เรียกว่าภาวะเหงือกโผล่มากเกินไป (excessive gingival display)

มีเกณฑ์วัดชัดเจน เวลายิ้มเต็มที่ เหงือกโผล่ประมาณ 1-2 มิลลิเมตรถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าเหงือกโผล่เกิน 3 มิลลิเมตรจะจัดว่าเป็นยิ้มเห็นเหงือก และถ้ามากกว่า 6 มิลลิเมตรจะถือว่าเด่นชัด อันที่จริงเหงือกโผล่นิดหน่อยก็ให้ความรู้สึกสดใสมีชีวิตชีวา หลายคนจึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขเลยด้วยซ้ำ

ยิ้มเห็นเหงือกพบได้บ่อยกว่าที่คิด พบประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ในช่วงอายุ 20-30 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย และเมื่ออายุมากขึ้นริมฝีปากบนจะหย่อนลงตามธรรมชาติ ทำให้เหงือกโผล่น้อยลงเอง ไม่ใช่โรค แต่เป็นลักษณะใบหน้าที่เกิดจากความสมดุลของระดับการยกริมฝีปากบนตอนยิ้ม เหงือก ฟัน และกระดูกขากรรไกร

จุดเริ่มต้นของการวินิจฉัยคือการวัดจากรูปยิ้มว่าเหงือกโผล่กี่มิลลิเมตร ถ้าโผล่นิดหน่อยก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไข แต่ถ้าเกิน 3 มิลลิเมตรและรู้สึกกังวล ก็ควรหาสาเหตุก่อนแล้วค่อยเลือกวิธีรักษา มาดูกันว่าสาเหตุแบ่งเป็นแบบไหนบ้าง

ถ้าสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ โบท็อกซ์จะเหมาะ แต่ถ้ามาจากเหงือกหรือกระดูกต้องใช้วิธีรักษาอื่น
ถ้าสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ โบท็อกซ์จะเหมาะ แต่ถ้ามาจากเหงือกหรือกระดูกต้องใช้วิธีรักษาอื่น

สาเหตุต่างกัน วิธีรักษาต่างกันไหม?

ยิ้มเห็นเหงือกแบบเดียวกันอาจมีสาเหตุต่างกัน และวิธีรักษาที่เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุนั้น แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

อย่างแรก สาเหตุจากกล้ามเนื้อ เป็นกรณีที่กล้ามเนื้อยกริมฝีปากบนแข็งแรงหรือเคลื่อนไหวมากเกินไป ทำให้ริมฝีปากถูกดึงขึ้นสูงตอนยิ้ม นี่คือกรณีที่โบท็อกซ์เหมาะที่สุด เมื่อลดแรงของกล้ามเนื้อลงเล็กน้อย ริมฝีปากจะยกขึ้นน้อยลงตอนยิ้ม เหงือกก็จะโผล่น้อยลงตามไปด้วย

อย่างที่สอง สาเหตุจากเหงือก เป็นกรณีที่ฟันขึ้นเต็มที่แล้วแต่เหงือกยังคลุมฟันไม่ยุบตัวลง ทำให้ฟันดูสั้นและเหงือกดูกว้าง เรียกว่าภาวะเหงือกคลุมฟันล่าช้า (passive eruption delay) กรณีนี้ต้องแก้ด้วยการตัดแต่งแนวเหงือก (gingivectomy) หรือการทำครอบฟันยาว (crown lengthening) โบท็อกซ์ช่วยไม่ได้

อย่างที่สาม สาเหตุจากกระดูก เป็นกรณีที่กระดูกขากรรไกรบนยาวเกินไปในแนวตั้ง ทำให้เหงือกทั้งแนวเลื่อนลงมาต่ำ เรียกว่าภาวะขากรรไกรบนยาวเกิน (vertical maxillary excess) กรณีนี้การผ่าตัดจัดกระดูกขากรรไกรคือทางแก้ที่ตรงจุดที่สุด ส่วนโบท็อกซ์ให้ผลจำกัด เมื่อสาเหตุมาจากกระดูกหรือเหงือก การฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียวอาจไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง จึงต้องวินิจฉัยหาสาเหตุก่อนฉีดเสมอ แต่โชคดีที่ยิ้มเห็นเหงือกส่วนใหญ่ที่พบบ่อยมักมีสาเหตุจากกล้ามเนื้อ ทำให้มีหลายเคสที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยโบท็อกซ์

กล้ามเนื้อ 3 มัดที่ยกริมฝีปากบนมาบรรจบกันข้างปีกจมูก ฉีดที่จุด Yonsei จุดเดียวก็ครอบคลุมทั้งหมด
กล้ามเนื้อ 3 มัดที่ยกริมฝีปากบนมาบรรจบกันข้างปีกจมูก ฉีดที่จุด Yonsei จุดเดียวก็ครอบคลุมทั้งหมด

ต้องฉีดกล้ามเนื้อไหน ตรงจุดไหน?

กล้ามเนื้อที่ยกริมฝีปากบนรวมตัวกันอยู่บริเวณข้างปีกจมูก การฉีดโบท็อกซ์รักษายิ้มเห็นเหงือกจะเล็งไปที่กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ กล้ามเนื้อหลักมีอยู่ 3 มัด

กล้ามเนื้อมัดในสุดที่ทอดตัวลงมาตามแนวข้างจมูกคือ levator labii superioris alaeque nasi หรือเรียกย่อว่า LLSAN เป็นกล้ามเนื้อหลักที่ทำให้เหงือกฟันหน้าโผล่ ถัดออกมาคือ levator labii superioris และถัดออกไปอีกคือ zygomaticus minor ซึ่งมีบทบาททำให้เหงือกด้านหลังฟันเขี้ยวโผล่ ถ้ายาซึมไปถึง zygomaticus major ที่อยู่ด้านนอกสุด จะทำให้แรงยกมุมปากอ่อนลงจนรอยยิ้มดูแปลก ๆ ได้ ดังนั้นจึงสำคัญมากที่จะไม่ฉีดออกไปด้านนอกมากเกินไป

ตำแหน่งฉีดที่นิยมใช้มีอยู่ 2 แบบหลัก แบบแรกคือวิธีดั้งเดิม ฉีดที่จุดเว้าข้างปีกจมูก ห่างจากรูจมูกออกมาด้านนอก 3-5 มิลลิเมตร ใช้ข้างละประมาณ 2.5 ยูนิต อีกแบบคือจุด Yonsei ซึ่งเล็งจุดที่กล้ามเนื้อทั้ง 3 มัดมาบรรจบกัน เป็นตำแหน่งที่ได้จากงานวิจัยด้านกายวิภาคของมหาวิทยาลัยยอนเซ อยู่ที่จุดตัดระหว่างเส้นแนวตั้งที่ลากออกจากฐานปีกจมูก 1 เซนติเมตร กับเส้นแนวนอนที่ลากขึ้นจากมุมปาก 3 เซนติเมตร ฉีดจุดเดียวนี้ก็จะครอบคลุมกล้ามเนื้อทั้ง 3 มัดในคราวเดียว ไม่ต้องฉีดหลายจุด ใช้ข้างละ 2-3 ยูนิต รวมสองข้างประมาณ 4-10 ยูนิต ควรฉีดให้สมมาตรทั้งสองข้าง เริ่มจากปริมาณน้อยแล้วดูผลตอบสนองก่อนปรับเพิ่มจะปลอดภัยกว่า

แบบฟันหน้าฉีดที่กล้ามเนื้อมัดใน แบบฟันเขี้ยวฉีดที่กล้ามเนื้อมัดนอก แยกตำแหน่งกัน
แบบฟันหน้าฉีดที่กล้ามเนื้อมัดใน แบบฟันเขี้ยวฉีดที่กล้ามเนื้อมัดนอก แยกตำแหน่งกัน

แบบฟันหน้ากับแบบฟันเขี้ยวฉีดต่างกันไหม?

บางครั้งก็แบ่งตำแหน่งฉีดตามจุดที่เหงือกโผล่ออกมา มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งแบ่งยิ้มเห็นเหงือกออกเป็นหลายแบบตามบริเวณที่เหงือกโผล่

แบบฟันหน้าคือกรณีที่เหงือกเหนือฟันหน้าโผล่เป็นหลัก กล้ามเนื้อมัดในสุดอย่าง LLSAN เป็นตัวการหลัก จึงเล็งฉีดที่จุดนั้น แบบฟันเขี้ยวคือกรณีที่เหงือกด้านหลังฟันเขี้ยวโผล่ จะฉีดคลาย zygomaticus minor ที่อยู่ด้านนอกเพิ่มเล็กน้อย โดยใช้ปริมาณน้อยกว่าแบบฟันหน้าและฉีดเข้าด้านในเพื่อเลี่ยง zygomaticus major ส่วนแบบผสมที่โผล่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จะดูทั้งสองตำแหน่งร่วมกัน และแบบไม่สมมาตรที่โผล่ข้างเดียวมากกว่า ก็จะปรับปริมาณให้เหมาะกับข้างที่โผล่มากกว่า

เหตุผลที่ต้องแบ่งแบบนี้ก็ง่าย ๆ คือถ้าเหงือกโผล่ด้านหน้าแต่ไปฉีดแค่ด้านนอก หรือโผล่ด้านหลังแต่ไปฉีดแค่ด้านหน้า ผลลัพธ์จะไม่ลดลงเท่าที่ควร การดูรอยยิ้มจริงแล้วเช็กว่าเหงือกโผล่ตรงไหนก่อนเลือกตำแหน่งฉีดจึงเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ งานวิจัยที่ใช้วิธีฉีดตามตำแหน่งแบบนี้พบว่าพื้นที่เหงือกที่โผล่ลดลงเฉลี่ยประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามเป็นการศึกษาเบื้องต้นที่มีผู้เข้าร่วมเพียง 16 คน จึงควรมองเป็นแนวทางอ้างอิงมากกว่าข้อสรุปที่แน่นอน

เหงือกฟันหน้าที่โผล่ลดลงจาก 5.2 เหลือ 0.1 มิลลิเมตรภายใน 2 สัปดาห์ และอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน
เหงือกฟันหน้าที่โผล่ลดลงจาก 5.2 เหลือ 0.1 มิลลิเมตรภายใน 2 สัปดาห์ และอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน

ผลลัพธ์กับระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์มีงานวิจัยรองรับค่อนข้างชัดเจน งานวิจัยหลักที่ทำในผู้เข้าร่วม 30 คนพบว่าเหงือกฟันหน้าที่โผล่ลดลงจากค่าเฉลี่ย 5.2 มิลลิเมตรก่อนฉีด เหลือ 0.09 มิลลิเมตรหลังฉีด 2 สัปดาห์ ซึ่งแทบจะมองไม่เห็นเหงือกเลย ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าเหงือกฟันหน้าลดลง 85 เปอร์เซ็นต์ และเหงือกฟันเขี้ยวลดลง 83 เปอร์เซ็นต์

ลำดับเวลาก็มีข้อมูลชัดเจนเช่นกัน หลังฉีดโบท็อกซ์ ผลจะเริ่มเห็นในช่วง 2 วันถึง 2 สัปดาห์ และเห็นผลชัดที่สุดในช่วง 2-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นฤทธิ์ยาจะค่อย ๆ อ่อนลง โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งสั้นกว่าโบท็อกซ์บริเวณอื่นอย่างหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว เพราะกล้ามเนื้อรอบปากเคลื่อนไหวตลอดเวลา ฤทธิ์ยาจึงหมดเร็วกว่า

ดังนั้นถ้าต้องการรักษาผลลัพธ์ไว้ ต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ ช่วงแรกอาจฉีดทุก 3-6 เดือน พอกล้ามเนื้อเริ่มใช้แรงน้อยลงเป็นนิสัย ระยะห่างระหว่างครั้งอาจยืดออกไปได้ ข้อควรทราบอย่างหนึ่งคือ ยิ่งเหงือกโผล่มากเท่าไหร่ ยิ่งยากที่จะแก้ให้หายสนิทด้วยโบท็อกซ์อย่างเดียว กรณีที่เหงือกโผล่เกิน 6 มิลลิเมตรมักได้ผลจากโบท็อกซ์ค่อนข้างจำกัด จึงควรพิจารณาวิธีอื่นร่วมด้วย

โบท็อกซ์เห็นผลเร็วและย้อนกลับได้ ส่วนการผ่าตัดอยู่ได้นานแต่ย้อนกลับไม่ได้
โบท็อกซ์เห็นผลเร็วและย้อนกลับได้ ส่วนการผ่าตัดอยู่ได้นานแต่ย้อนกลับไม่ได้

เทียบกับการผ่าตัดแล้วเป็นอย่างไร?

วิธีรักษายิ้มเห็นเหงือกไม่ได้มีแค่โบท็อกซ์ วิธีที่พบบ่อยอีกอย่างคือการผ่าตัดปรับตำแหน่งริมฝีปาก (lip repositioning) ซึ่งตัดเยื่อบุด้านในของริมฝีปากบนออกเล็กน้อยเพื่อให้ริมฝีปากยกขึ้นน้อยลง นอกจากนี้ถ้าสาเหตุมาจากเหงือกก็ทำ gingivectomy และถ้ามาจากกระดูกก็ทำการผ่าตัดจัดกระดูกขากรรไกร

งานวิจัยเปรียบเทียบที่รวบรวมผู้ป่วยกว่า 600 คนแสดงแนวโน้มชัดเจน ในช่วง 1 เดือนแรกหลังรักษา โบท็อกซ์กับการผ่าตัดลดเหงือกโผล่ได้ใกล้เคียงกัน แต่พอถึง 6 เดือนและ 12 เดือน ผลจากการผ่าตัดยังคงอยู่ ในขณะที่ฤทธิ์ของโบท็อกซ์เริ่มหมดและเหงือกกลับมาโผล่เท่าเดิม กล่าวคือ จุดเด่นของโบท็อกซ์คือเห็นผลเร็ว ทำง่าย และย้อนกลับได้ ส่วนจุดเด่นของการผ่าตัดคืออยู่ได้นาน

การเลือกวิธีจึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน ถ้าเป็นยิ้มเห็นเหงือกระดับไม่รุนแรงและสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ โบท็อกซ์เป็นตัวเลือกแรกที่สมเหตุสมผล เหมาะกับคนที่ยังไม่พร้อมผ่าตัดหรืออยากลองดูผลลัพธ์ก่อน ในทางกลับกัน ถ้าเหงือกโผล่มากหรืออยากได้ผลที่อยู่นาน การผ่าตัดอาจเหมาะกว่า และบางกรณีก็ใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อให้เห็นผลตั้งแต่ช่วงแรก

ผลข้างเคียงก็ควรรู้ไว้เช่นกัน อาการเจ็บหรือช้ำบริเวณจุดฉีดพบได้ทั่วไปและหายเร็ว ถ้าฉีดปริมาณมากเกินไปหรือสองข้างไม่เท่ากัน อาจทำให้รอยยิ้มเบี้ยว หรือริมฝีปากบนดูยาวและแข็ง จนออกเสียงหรือแสดงสีหน้าดูแปลกไปเล็กน้อย ไม่มียาแก้ฤทธิ์โดยตรง แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมดไปตามเวลาก็จะกลับมาเป็นปกติ ดังนั้นการเริ่มจากปริมาณน้อย ฉีดให้สมมาตร และดูรอยยิ้มจริงประกอบการเลือกตำแหน่งจึงสำคัญที่สุด หากวินิจฉัยสาเหตุได้ถูกต้องว่าเป็นปัญหาจากกล้ามเนื้อ โบท็อกซ์รักษายิ้มเห็นเหงือกก็เป็นวิธีที่ใช้เวลาไม่นานแต่ช่วยให้รอยยิ้มดูสบายตาขึ้นได้อย่างชัดเจน

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Botox

โบทอกซ์กล้ามเนื้อทราพีเซียส ปรับไหล่ให้ดูเรียบตรง วอลลุ่มไหล่ลดจริงไหม อยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดโบทอกซ์เข้ากล้ามเนื้อทราพีเซียสส่วนบนที่นูนขึ้นมา เพื่อให้คอดูยาวขึ้นและเส้นไหล่เรียบเนียนขึ้น หรือที่เรียกกันว่า Barbie Botox มีหลักการทำงานอย่างไร ให้ผลลัพธ์และอยู่ได้นานแค่ไหน มีผลข้างเคียงอย่างไหล่หมดแรงหรือไม่ เหมาะกับใครบ้าง สรุปให้เข้าใจง่ายจากงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Botox

โบท็อกซ์หน้าผากและระหว่างคิ้ว กล้ามเนื้อไหน ยูนิตเท่าไหร่ ผลอยู่นานแค่ไหน?

โบท็อกซ์หน้าผากและระหว่างคิ้วทำงานกับกล้ามเนื้อต่างชนิดกัน ทำไมฉีดหน้าผากอย่างเดียวแล้วคิ้วตก ยูนิตมาตรฐานของแต่ละบริเวณคือเท่าไหร่ ผลเริ่มเห็นเมื่อไหร่และอยู่ได้กี่เดือน รวมถึงผลข้างเคียงที่ต้องรู้ อธิบายด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริง

By Dr. Lee

Skincare

เลเซอร์ลบรอยสัก ผลลัพธ์และผลข้างเคียง ความยาวคลื่นแต่ละสีและจำนวนครั้งเท่าไหร่ ดูแลอย่างไร

รวบรวมจากงานวิจัยจริงว่าเลเซอร์ลบรอยสักสลายหมึกได้อย่างไร ทำไมสีดำ แดง เขียว ต้องใช้ความยาวคลื่นต่างกัน ต้องทำกี่ครั้งถึงจะจางลง และทำไมคิ้วสักกึ่งถาวรถึงกลับกลายเป็นสีดำเข้มขึ้นจากภาวะเปลี่ยนสีย้อนกลับ (paradoxical darkening)

By Dr. Lee

Back to articles