prettytime
Botox

โบท็อกซ์หน้าผากและระหว่างคิ้ว กล้ามเนื้อไหน ยูนิตเท่าไหร่ ผลอยู่นานแค่ไหน?

By Dr. Lee2 min read

บริเวณที่คนส่วนใหญ่มักเลือกฉีด botox เป็นที่แรกคือหน้าผากกับร่องระหว่างคิ้ว ริ้วรอยแนวนอนบนหน้าผากและเส้น 11 ที่เกิดตอนขมวดคิ้วทำให้หน้าดูเหนื่อยหรือดูโกรธกว่าอายุจริง หลายคนจึงอยากแก้ไขให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้น แต่ก็มีคำถามตามมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยูนิตที่ต้องใช้ คิ้วจะตกไหม หรือผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน

หน้าผากกับระหว่างคิ้วใช้กล้ามเนื้อคนละชุดกัน และความสมดุลระหว่างสองบริเวณนี้มีผลต่อผลลัพธ์มาก โดยเฉพาะที่หน้าผาก ถ้าฉีดไม่ถูกวิธี คิ้วอาจหนักลงได้ ปริมาณและตำแหน่งจึงสำคัญมาก บทความนี้รวบรวมคำตอบจากงานวิจัยจริงว่า กล้ามเนื้อไหนทำงานอะไร ทำไมต้องฉีดพร้อมกัน ยูนิตมาตรฐานคือเท่าไหร่ ผลเริ่มเมื่อไหร่และอยู่นานแค่ไหน รวมถึงผลข้างเคียงที่ต้องรู้

หน้าผากควบคุมโดย frontalis ส่วนร่องระหว่างคิ้วเกิดจาก corrugator และ procerus ที่ดึงคิ้วลงและเข้าหากัน
หน้าผากควบคุมโดย frontalis ส่วนร่องระหว่างคิ้วเกิดจาก corrugator และ procerus ที่ดึงคิ้วลงและเข้าหากัน

หน้าผากกับระหว่างคิ้ว ใช้กล้ามเนื้ออะไรบ้าง?

ทั้งสองบริเวณนี้ใช้กล้ามเนื้อที่ทำงานตรงข้ามกันพอดี ริ้วรอยแนวนอนบนหน้าผากเกิดจากกล้ามเนื้อ frontalis กล้ามเนื้อนี้ปกคลุมหน้าผากทั้งแผ่น ตอนหดตัวจะดึงผิวหน้าผากขึ้น เกิดเป็นริ้วรอยแนวนอน และยกคิ้วขึ้นไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือ frontalis เป็นกล้ามเนื้อเดียวที่ยกคิ้วขึ้นได้

เส้น 11 ระหว่างคิ้วนั้นมาจากกล้ามเนื้อคนละชุด โดย corrugator ดึงด้านในของคิ้วลง ส่วน procerus อยู่บริเวณสันจมูกช่วยดึงกลางระหว่างคิ้วลงด้วย รวมกันแล้วเกิดเป็นริ้วรอยแนวตั้งตอนขมวดคิ้ว กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทั้งหมดทำหน้าที่ดึงคิ้วลง ถ้าร่องระหว่างคิ้วลึก ใบหน้าก็มักดูเข้มหรือขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา

สรุปง่ายๆ คือ frontalis ของหน้าผากยกคิ้วขึ้น ส่วน corrugator และ procerus ของระหว่างคิ้วดึงคิ้วลง ทั้งสองกลุ่มดึงคิ้วไปคนละทิศจนเกิดสมดุลกัน ซึ่ง botox จะลดการทำงานของกล้ามเนื้อเหล่านี้โดยบล็อกสัญญาณประสาท แต่เพราะทั้งสองฝั่งทำงานคนละทิศทาง ถ้าคลายกล้ามเนื้อแค่ฝั่งเดียว สมดุลก็จะเสียไป นี่คือเหตุผลที่ควรมองหน้าผากกับระหว่างคิ้วเป็นชุดเดียวกัน ไม่ใช่แยกกัน และเป็นสาเหตุที่ฉีดหน้าผากอย่างเดียวแล้วคิ้วอาจหนักลงมาได้

ถ้าคลาย frontalis มากเกินไปโดยไม่คลาย corrugator และ procerus ด้วย คิ้วจะตก แต่ถ้าฉีดทั้งสองบริเวณพร้อมกัน คิ้วจะอยู่ในตำแหน่งเดิม
ถ้าคลาย frontalis มากเกินไปโดยไม่คลาย corrugator และ procerus ด้วย คิ้วจะตก แต่ถ้าฉีดทั้งสองบริเวณพร้อมกัน คิ้วจะอยู่ในตำแหน่งเดิม

ทำไมฉีดหน้าผากอย่างเดียวแล้วคิ้วถึงตก?

อย่างที่บอกไปแล้วว่า frontalis คือกล้ามเนื้อเดียวที่ยกคิ้วขึ้น ถ้าฉีด botox ที่หน้าผากอย่างเดียวแล้วคลาย frontalis มากเกินไป กล้ามเนื้อระหว่างคิ้วที่ดึงคิ้วลงก็จะแข็งแกร่งกว่า ผลที่ตามมาคือคิ้วตก เรียกว่า brow ptosis

ทางแก้คือการรักษาสมดุล ถ้าฉีดทั้งหน้าผากและระหว่างคิ้วพร้อมกัน แรงยกและแรงกดคิ้วลดลงทั้งคู่ คิ้วก็อยู่ในตำแหน่งเดิมได้ นี่เป็นเหตุผลที่ข้อมูลการอนุมัติของ FDA ระบุให้ฉีด botox หน้าผากพร้อมกับระหว่างคิ้ว โดยหลักการแล้วจึงไม่แนะนำให้ฉีดหน้าผากเดี่ยวๆ

ตำแหน่งก็สำคัญมาก การฉีดหน้าผากต้องอยู่สูงกว่าคิ้วอย่างน้อย 1.5 ถึง 2 เซนติเมตร ถ้าฉีดต่ำเกินไปคิ้วก็จะยิ่งหนักขึ้น ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติจึงไม่ได้ขึ้นกับการคลายกล้ามเนื้อมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ความสมดุลกับระหว่างคิ้วและความสูงของจุดฉีด โดยเฉพาะคนที่คิ้วอยู่ต่ำหรือหนังตาหย่อนอยู่แล้ว ต้องระวังหน้าผากเป็นพิเศษ ควรดูตำแหน่งคิ้วและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก่อนกำหนดปริมาณ เพราะกล้ามเนื้อหน้าผากแต่ละคนก็มีรูปร่างต่างกัน

ระหว่างคิ้วใช้ยูนิตมาตรฐาน 20 ยูนิตใน 5 จุด ส่วนหน้าผากมักฉีดอนุรักษ์นิยมที่ 6 ถึง 15 ยูนิตเพื่อป้องกันคิ้วตก
ระหว่างคิ้วใช้ยูนิตมาตรฐาน 20 ยูนิตใน 5 จุด ส่วนหน้าผากมักฉีดอนุรักษ์นิยมที่ 6 ถึง 15 ยูนิตเพื่อป้องกันคิ้วตก

ใช้กี่ยูนิต?

แต่ละบริเวณมียูนิตมาตรฐานของตัวเอง ระหว่างคิ้วเป็นบริเวณที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุด ยูนิตตามการอนุมัติอยู่ที่ 20 ยูนิต แบ่งฉีด 4 ยูนิตใน 5 จุด โดยสี่จุดอยู่ที่ corrugator สองข้าง และอีกหนึ่งจุดที่ procerus กลาง ปริมาณนี้ผ่านการพิสูจน์จากการใช้ทางคลินิกมาอย่างยาวนาน

หน้าผากจะต่างออกไปนิดหน่อย ยูนิตตามการอนุมัติคือ 20 ยูนิตพร้อมกับระหว่างคิ้ว แต่ในทางปฏิบัติของการเสริมความงาม มักฉีดอนุรักษ์นิยมกว่าที่ 6 ถึง 15 ยูนิต เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าการคลาย frontalis มากเกินทำให้คิ้วตกได้ จึงนิยมปล่อยให้มีแรงกล้ามเนื้อเหลืออยู่บ้างแล้วลดริ้วรอยไปพร้อมกัน ถ้ากล้ามเนื้อแข็งแรงหรือหน้าผากกว้างก็เพิ่มยูนิตได้ ถ้ากล้ามเนื้ออ่อนแรงก็ลดยูนิตลง

ผู้ชายมักต้องการยูนิตมากกว่าผู้หญิงเพราะกล้ามเนื้อแข็งแรงกว่าโดยทั่วไป และถ้าฉีดรอบดวงตาด้วยก็มักใช้รวมประมาณ 24 ยูนิตสำหรับสามบริเวณบนใบหน้า ที่สำคัญคือโครงสร้างและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เหมือนกัน ยูนิตจึงไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ผู้ทำหัตถการต้องดูการเคลื่อนไหวแล้วตัดสินใจเป็นรายบุคคล ไม่ควรเอายูนิตของคนอื่นมาเปรียบเทียบ เริ่มน้อยก่อนแล้วปรับเพิ่มหลัง 2 สัปดาห์จะปลอดภัยกว่า

botox เริ่มออกฤทธิ์ใน 2 ถึง 3 วัน ได้ผลสูงสุดใน 10 ถึง 14 วัน บริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วอยู่ได้ประมาณ 4 เดือน
botox เริ่มออกฤทธิ์ใน 2 ถึง 3 วัน ได้ผลสูงสุดใน 10 ถึง 14 วัน บริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วอยู่ได้ประมาณ 4 เดือน

ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

เริ่มจากความเร็วของผลก่อน botox ไม่ได้เห็นผลทันทีหลังฉีด แต่จะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงลงใน 2 ถึง 3 วัน และได้ผลสูงสุดในวันที่ 10 ถึง 14 จึงควรประเมินผลหลังฉีด 2 สัปดาห์ ถ้ามีนัดสำคัญควรฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์

ระยะเวลาของผลก็ไม่สั้น จากการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ของการฉีดระหว่างคิ้ว 20 ยูนิต พบว่าผลอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 120 ถึง 131 วัน หรือประมาณ 4 เดือน หน้าผากและรอบดวงตาก็อยู่ได้ใกล้เคียงกันที่ 3 ถึง 4 เดือน มากกว่าครึ่งยังคงได้ผลหลัง 4 เดือน จึงถือได้ว่าเป็นการดูแลแบบรายไตรมาส

หลังจากนั้นเส้นประสาทจะงอกกลับมาและกล้ามเนื้อก็ทำงานได้อีก ริ้วรอยค่อยๆ กลับมาทีละน้อย ถ้าต้องการรักษาผลก็ฉีดซ้ำทุก 3 ถึง 4 เดือน ถ้าฉีดสม่ำเสมอนานๆ กล้ามเนื้อจะเคยชินกับการทำงานน้อยลง บางคนระยะห่างระหว่างการฉีดจึงยาวขึ้นเรื่อยๆ มีความเชื่อในเชิงทฤษฎีว่าการฉีดบ่อยเกินอาจกระตุ้นให้เกิด antibody และผลลดลงได้ จึงแนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือน ควรฉีดเมื่อเริ่มรู้สึกว่าผลกำลังจะหมด

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือคิ้วตกชั่วคราว หนังตาตก และคิ้วข้างเดียวสูงผิดปกติ แต่ส่วนใหญ่หายได้เองตามเวลา
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือคิ้วตกชั่วคราว หนังตาตก และคิ้วข้างเดียวสูงผิดปกติ แต่ส่วนใหญ่หายได้เองตามเวลา

ผลข้างเคียงที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวและหายได้เองตามเวลา สิ่งที่คนกังวลมากที่สุดคือคิ้วตกอย่างที่พูดถึงไปแล้ว เกิดเมื่อฉีดหน้าผากมากเกินหรือตำแหน่งต่ำเกินไป อัตราการเกิดอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 5% และถ้าผู้ทำหัตถการมีประสบการณ์สูงก็ลดลงเหลือต่ำกว่า 1% นี่แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งและปริมาณสำคัญมากแค่ไหน

สำหรับการฉีดระหว่างคิ้ว อาจเกิดหนังตาตกได้ในบางราย เกิดขึ้นเมื่อยากระจายไปถึงกล้ามเนื้อที่ยกหนังตา พบประมาณ 2% และหายได้เองตามเวลาเช่นกัน ถ้าจำเป็นอาจมียาหยอดตาช่วยบรรเทาอาการระหว่างรอ

อีกอย่างที่เจอได้คือคิ้วข้างเดียวสูงขึ้นผิดปกติ ทำให้สีหน้าดูแปลกๆ เกิดเมื่อกล้ามเนื้อด้านนอกหน้าผากยังคลายไม่พอ แก้ได้ง่ายด้วยการฉีดเพิ่มเล็กน้อยในจุดนั้นหลัง 2 สัปดาห์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมควรนัดติดตามผลหลังฉีด 2 สัปดาห์เสมอ นอกจากนี้อาจมีรอยช้ำหรือปวดศีรษะเล็กน้อยแต่หายในไม่กี่วัน ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยตำแหน่งและปริมาณที่ถูกต้อง และถึงเกิดขึ้นก็กลับมาเป็นปกติตามเวลา ไม่ต้องกังวลมากเกินไป

โบท็อกซ์หน้าผากและระหว่างคิ้วเหมาะกับคนที่อยากให้ริ้วรอยแสดงอารมณ์ดูอ่อนลงอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับมือใหม่แนะนำเริ่มแบบอนุรักษ์นิยม

อยากได้ผลที่เป็นธรรมชาติต้องทำอย่างไร?

หัวใจของผลที่เป็นธรรมชาติคือการควบคุมแรง ถ้าคลายกล้ามเนื้อจนสนิทเพื่อให้ริ้วรอยหายไปหมด หน้าอาจดูแข็งหรือคิ้วหนักได้ ปัจจุบันจึงนิยมลดยูนิตลงเล็กน้อยและปล่อยให้มีการเคลื่อนไหวสีหน้าเหลืออยู่บ้าง เรียกกันว่า botox แบบเป็นธรรมชาติ ระยะเวลาของผลอาจสั้นกว่าเล็กน้อย แต่หน้าดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก

โดยเฉพาะในกลุ่มคนเอเชีย รวมถึงคนไทย ความเป็นธรรมชาติมักสำคัญกว่าการกำจัดริ้วรอยให้หมด การฉีดหน้าผากแบบอนุรักษ์นิยมร่วมกับระหว่างคิ้วในปริมาณมาตรฐาน ซึ่งลดริ้วรอยได้ในขณะที่ยังคงสีหน้าไว้ มักให้ผลที่พึงพอใจที่สุด จึงควรตั้งเป้าที่การลดริ้วรอยและคงสีหน้าไว้ ไม่ใช่การกำจัดให้หมดสิ้น

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ฉีดทั้งหน้าผากและระหว่างคิ้วพร้อมกันด้วยปริมาณอนุรักษ์นิยม รอดูผล 2 สัปดาห์แล้วค่อยเติมถ้ารู้สึกว่าไม่พอ เพราะเพิ่มทีหลังได้ง่าย แต่ถ้าใส่มากเกินไปแล้วก็ถอยยาก แม้ผลจะไม่ถูกใจก็กลับมาเป็นปกติใน 3 ถึง 4 เดือน จึงไม่ต้องกังวลมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือหาผู้ทำหัตถการที่มีประสบการณ์ดี ที่ดูการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแล้วกำหนดตำแหน่งและปริมาณได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าที่ดูอ่อนล้าหรือขึงตึงน้อยลงอย่างสบายตา

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Botox

หลักการโบท็อกซ์หางตาคลายตีนกา ปริมาณมาตรฐาน ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ และข้อควรระวัง

สรุปหลักการที่โบท็อกซ์บริเวณหางตาช่วยคลายตีนกา ตั้งแต่วิธีลดแรงบีบของกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่พับผิวตอนยิ้มจนริ้วรอยตื้นขึ้น ปริมาณมาตรฐานรวม 24 ยูนิตสองข้างและตำแหน่งที่ฉีด ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลและระยะเวลาที่อยู่ได้ราว 4 เดือน ข้อจำกัดของริ้วรอยขาดลึกแบบคงที่ ไปจนถึงผลข้างเคียงและข้อควรระวัง อ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริงทั้งหมด

By Dr. Kim

Botox

โบท็อกซ์ยิ้มเห็นเหงือก ผลลัพธ์และผลข้างเคียง ฉีดกล้ามเนื้อไหนและอยู่ได้นานแค่ไหน

รวบรวมจากงานวิจัยจริงว่ายิ้มเห็นเหงือกมากแก้ได้ด้วยโบท็อกซ์หรือไม่ ได้ผลในกรณีที่มีสาเหตุแบบไหน ต้องฉีดกล้ามเนื้อที่ยกริมฝีปากบนตรงไหนกี่ยูนิต ตำแหน่งฉีดอย่างจุด Yonsei ให้ผลลัพธ์และอยู่ได้นานเท่าไหร่

By Dr. Kim

Lifting

หลังทำริฟติ้ง downtime บวมนานแค่ไหน ผลอยู่ได้กี่เดือน วิธีดูแลผิว และเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำซ้ำ

สรุปจากตัวเลขงานวิจัยจริงว่าหลังทำ HIFU, RF, ร้อยไหม downtime และการฟื้นตัวเป็นอย่างไร ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ พร้อมแยกให้ชัดว่าวิธีดูแลแบบไหนมีหลักฐานรองรับจริงอย่างกันแดดและเลิกบุหรี่ และแบบไหนยังเป็นเพียงความเชื่อทั่วไป

By Dr. Kim

Back to articles