วีโกวี มาวน์จาโร ฉีดครั้งเดียวยาอยู่กี่วัน — หยุดยาแล้วน้ำหนักขึ้นคืนจริงไหม?
By Dr. Kim2 min read

คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในคลินิกช่วงนี้คือ "หมอคะ ฉีดวีโกวีไปแล้ว ยามันอยู่ในตัวกี่วัน" บางท่านถามว่าอยากลองฉีดแค่ครั้งสองครั้งดูก่อนได้ไหม บางท่านถามว่าถ้าเว้นสัปดาห์หนึ่งไม่ฉีดจะเป็นอะไรบ้าง — คำถามเหล่านี้ตอบได้ด้วยตัวเลขจากเภสัชจลนศาสตร์ของยา แต่คำถามที่คนกังวลจริงๆ และที่สำคัญกว่านั้น คือ "พอหยุดยาแล้วน้ำหนักจะกลับมาไหม"
ก่อนตอบ ขอให้เข้าใจก่อนว่าวีโกวี (เซมากลูไทด์ขนาดสำหรับลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นตัวยาเดียวกับโอเซมปิก) และมาวน์จาโร (เทียร์เซพาไทด์) นั้นออกแบบมาให้ฉีดสัปดาห์ละครั้ง เหตุผลอยู่ที่ "ค่าครึ่งชีวิต" ของยา ส่วนเรื่องน้ำหนักจะกลับคืนหรือเปล่า และกลับมาเท่าไหร่นั้น มีตัวเลขจากการศึกษาขนาดใหญ่ตอบไว้ชัดเจน

ฉีดครั้งเดียว ยาอยู่ในร่างกายนานแค่ไหน?
ค่าครึ่งชีวิตของเซมากลูไทด์ (ตัวยาในวีโกวีและโอเซมปิก) อยู่ที่ประมาณ 7 วัน ส่วนเทียร์เซพาไทด์ (มาวน์จาโร) อยู่ที่ประมาณ 5 วัน หลังฉีด ระดับยาในเลือดจะค่อยๆ ขึ้นถึงจุดสูงสุดภายใน 1-2 วัน แล้วค่อยๆ ลดลงตามค่าครึ่งชีวิต
"ค่าครึ่งชีวิต 7 วัน" ไม่ได้แปลว่ายาหมดพอดีเจ็ดวัน — แปลว่าหลังจากนั้นยายังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง กว่าจะหมดจริงๆ ต้องรอประมาณ 5 เท่าของค่าครึ่งชีวิต คือเกือบหนึ่งเดือนสำหรับวีโกวี นั่นคือเหตุผลว่าทำไมทั้งสองตัวถึงฉีดแค่สัปดาห์ละครั้ง ต่างจากยาลดน้ำหนักแบบเม็ดที่ต้องกินทุกวันเพราะออกจากร่างกายภายในไม่กี่ชั่วโมง โมเลกุลของยากลุ่มนี้ถูกดัดแปลงโครงสร้างให้อยู่กับร่างกายได้นาน นั่นคือความต่าง
อย่างไรก็ตาม ระดับยาที่ "ยังมีอยู่" กับ "เพียงพอที่จะกดความอยากอาหารได้ชัดเจน" เป็นคนละเรื่อง คนที่รู้สึกว่าพอใกล้ครบสัปดาห์ความหิวเริ่มกลับมาอีกครั้ง — นั่นไม่ใช่เพราะยาหมด แต่เพราะระดับยาลดลงจนต่ำกว่าจุดที่ออกฤทธิ์เต็มที่ ความรู้สึกที่ว่าหลังฉีดแล้วความอยากอาหารไม่ได้หายทันทีในวันเดียว แต่ค่อยๆ จางลงใน 2-3 วัน ก็เกิดจากกราฟโค้งนี้เหมือนกัน
มาวน์จาโรกระตุ้นเส้นทางฮอร์โมนสองตัว (GLP-1 และ GIP) ขณะที่วีโกวีกระตุ้นตัวเดียว แต่สิ่งที่กำหนดความถี่ฉีดของทั้งคู่ก็ยังคือค่าครึ่งชีวิตเหมือนกัน

แล้วฉีดแค่ครั้งเดียว ได้ผลไหม?
ถ้าดูแค่ค่าครึ่งชีวิต อาจเข้าใจผิดว่าฉีดครั้งเดียวก็ออกฤทธิ์ได้อาทิตย์หนึ่งแล้วก็จบ แต่นั่นไม่ใช่ภาพที่แท้จริงของการลดน้ำหนักด้วยยากลุ่มนี้เลย
กราฟด้านบนแสดงว่าน้ำหนักของผู้ที่ฉีดมาวน์จาโรและวีโกวีทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่องนั้นลดลงเรื่อยๆ ตลอดเกือบหนึ่งปี ไม่ใช่แค่สองสามสัปดาห์แรก กว่าจะมาหยุดนิ่งแถวสัปดาห์ที่ 60 ตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 21% สำหรับมาวน์จาโร และ 15% สำหรับวีโกวี ตัวเลขเหล่านี้เกิดจากการฉีดต่อเนื่องกว่า 50 ครั้ง ไม่ใช่จากครั้งเดียว
กลไกก็ตรงไปตรงมา ยาส่งสัญญาณอิ่มไปที่สมองและชะลอการบีบตัวของกระเพาะ ทำให้กินน้อยลงแต่รู้สึกอิ่มนานขึ้น ผลนี้มีอยู่ตราบที่ระดับยาในเลือดสูงพอ พอหยุดฉีด สัญญาณก็จางลงไปด้วย
ฉีดครั้งสองครั้งแล้วหยุด ก็ได้แค่ความอยากอาหารลดลงชั่วคราว ไม่ต่างจากการอดอาหารสองสามวันด้วยเงินหลายพันบาท บางท่านอยากลองฉีดก่อนงานแต่งงานหรือก่อนออกทริป — อาทิตย์นั้นอาจกินน้อยลงจริง แต่พอหยุดแล้วความหิวกลับมาเต็มๆ และน้ำหนักก็ตามมาด้วย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้น

ทำไมกว่าจะออกฤทธิ์เต็มที่ต้องรอเกินเดือน?
เมื่อฉีดทุกสัปดาห์ ยาที่ยังค้างอยู่จากสัปดาห์ก่อนจะรวมกับยาที่เพิ่งฉีดใหม่ ทำให้ระดับในเลือดขึ้นทีละขั้นจนถึงจุดที่ยาที่เข้ามาเท่ากับยาที่ร่างกายกำจัดออกไปพอดี — นั่นคือ "ระดับคงตัว" (steady state) สำหรับยาที่มีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 7 วัน จุดนี้มักเกิดขึ้นที่สัปดาห์ที่ 4-5 อย่างที่เห็นในกราฟ
ช่วงเดือนแรกจึงยังไม่ใช่ระดับที่ออกฤทธิ์เต็มที่ ยิ่งกว่านั้น ทั้งวีโกวีและมาวน์จาโรต้องเริ่มจากขนาดต่ำสุดก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มทีละขั้นทุก 4 สัปดาห์เพื่อลดอาการคลื่นไส้และไม่สบายท้องในช่วงแรก กว่าจะถึงขนาดเป้าหมายและระดับยาคงตัวพร้อมกัน บางคนต้องรอถึง 2-3 เดือน
หลายท่านรู้สึกว่าฉีดไปแล้วไม่เห็นผล แล้วก็เลิกก่อนครบเดือน แต่จริงๆ คือยังอยู่ในช่วงที่ระดับยาขึ้นไม่ถึงจุดออกฤทธิ์เต็มที่ และยังอยู่ที่ขนาดเริ่มต้นอีกต่างหาก การตัดสินผลยาจากสัปดาห์แรกๆ จึงไม่ยุติธรรมกับตัวยาเลย
เข้าใจโครงสร้างนี้แล้ว ก็จะไม่ใจร้อนในช่วง 4-8 สัปดาห์แรก และรู้ว่าต้องค่อยๆ เพิ่มขนาดตามแผนที่แพทย์วางไว้

หยุดฉีดแล้วเป็นอย่างไร?
นี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้ที่สุด และข้อมูลจากการศึกษาก็ชัดเจนมาก
การศึกษา SURMOUNT-4 ติดตามผู้ที่ใช้มาวน์จาโรประมาณ 9 เดือนจนน้ำหนักลดไปประมาณ 21% จากนั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกฉีดต่อไป กลุ่มที่สองเปลี่ยนเป็นยาหลอก ผลคือกลุ่มที่ฉีดต่อลดได้เพิ่มอีก 5.5% แต่กลุ่มที่หยุดน้ำหนักขึ้นคืนมาถึง 14% การศึกษา STEP 4 ของวีโกวีพบในทิศทางเดียวกัน — กลุ่มที่ฉีดต่อลดเพิ่ม 7.9% กลุ่มที่หยุดขึ้นคืน 6.9%
กราฟด้านบนแสดงให้เห็นชัดว่าสองเส้นแยกออกจากกันทันทีหลังหยุดยา
สาเหตุไม่ซับซ้อน ยา GLP-1 ทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างตามธรรมชาติ พอหยุดยา สัญญาณนั้นก็หายไป ความอยากอาหารกลับมาเหมือนเดิมหรืออาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ประกอบกับการที่ร่างกายปรับตัวประหยัดพลังงานมากขึ้นระหว่างที่น้ำหนักลด อัตราการเผาผลาญพื้นฐานที่ลดลงยังคงอยู่ต่อแม้หยุดยาไปแล้ว ทำให้น้ำหนักขึ้นได้เร็วกว่าช่วงก่อนเริ่มยาเสียอีก
สิ่งที่น่าสังเกตคือทั้งสองการศึกษาพบว่ากลุ่มที่หยุดยาน้ำหนักเริ่มขึ้นทันทีไม่รอ ขณะที่กลุ่มที่ฉีดต่อยังลดลงได้เรื่อยๆ
นี่ไม่ได้หมายความว่าการหยุดยาเป็นเรื่องผิด แต่วิธีหยุดและการเตรียมตัวก่อนหยุดสำคัญมาก

น้ำหนักจะกลับมาเท่าไหร่?
ไม่กลับมาหมดทุกกิโล แต่ก็ไม่น้อย
การติดตามผู้เข้าร่วม STEP 1 หลังหยุดวีโกวีเป็นเวลา 1 ปีพบว่าน้ำหนักที่เคยลดไปกลับมาประมาณสองในสาม คนที่เคยลดได้เฉลี่ย 17.3% หลัง 1 ปีเหลือรักษาไว้ได้แค่ประมาณ 5% กราฟด้านบนแสดงสัดส่วนนั้น
ฟังดูน่าผิดหวัง แต่ลองมองอีกมุม ยังมีหนึ่งในสามที่ไม่กลับมา และน้ำหนักขึ้นช้าๆ ตลอดปี ไม่ได้กลับมาพรวดเดียวในสัปดาห์เดียว
แต่ตัวเลขเฉลี่ยซ่อนความต่างที่สำคัญไว้ บางคนกลับมาเกือบหมด บางคนรักษาไว้ได้มาก สิ่งที่แยกสองกลุ่มนี้ออกจากกันไม่ใช่ยา — แต่คือสิ่งที่ทำระหว่างที่ใช้ยาอยู่
ช่วงที่ยากดความอยากอาหาร เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการฝึกกินอาหารในปริมาณที่เหมาะสม กินโปรตีนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ คนที่ใช้ช่วงเวลานี้สร้างนิสัยใหม่ให้ตัวเองจะรักษาน้ำหนักไว้ได้มากกว่าหลังหยุดยา คนที่ฝากทุกอย่างไว้กับยาโดยไม่ปรับอะไรเลยก็มักกลับมาใกล้จุดเดิม
ยาช่วยให้กินน้อยลงง่ายขึ้น แต่นิสัยที่ฝึกได้ในช่วงนั้นต่างหากที่ค้ำยันผลไว้หลังหยุดยา

แล้วควรใช้ยาอย่างไร?
จากทั้งหมดที่กล่าวมา มีข้อสรุปหนึ่งที่ชัดเจน วีโกวีและมาวน์จาโรไม่ใช่ยาฉีดครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นยาที่ออกแบบมาให้ใช้ต่อเนื่องเหมือนยาความดันหรือยาเบาหวาน ฤทธิ์ยาหนึ่งเข็มไม่ถึงสัปดาห์ ต้องรอ 2-3 เดือนถึงจะออกฤทธิ์เต็มที่ และเมื่อหยุดแล้วน้ำหนักก็กลับคืนมาเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นก่อนเริ่มยา ควรคุยกับแพทย์ให้ชัดว่าวางแผนจะใช้นานแค่ไหน และจะค่อยๆ ลดขนาดยาออกอย่างไร การหยุดแบบค่อยเป็นค่อยไปพร้อมกับปรับอาหารและออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อทดแทนจะช่วยรักษาน้ำหนักได้ดีกว่าการหยุดกะทันหัน
ระหว่างที่ใช้ยา การกินโปรตีนให้เพียงพอและออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (resistance training) ช่วยลดการสูญเสียกล้ามเนื้อ ซึ่งสำคัญมากต่อการรักษาอัตราการเผาผลาญพื้นฐานหลังหยุดยา
อาการข้างเคียงที่พบบ่อยอย่างคลื่นไส้และท้องผูกมักดีขึ้นเมื่อร่างกายชิน แต่ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรงหรือสัญญาณผิดปกติอื่นๆ ควรแจ้งแพทย์ทันที อย่าปรับขนาดยาเองหรือหยุดยาโดยพลการเป็นอันขาด
สำหรับท่านที่รู้สึกว่าค่ายาแพงและอยากเว้นช่วงเพื่อประหยัด การยืดระยะห่างระหว่างเข็มออกไปทำให้ระดับยาในเลือดผันผวนและประสิทธิภาพลดลง ถ้างบประมาณจำกัด ดีกว่าจะตั้งเป้าระยะเวลาที่ทำได้จริงตั้งแต่ต้น แล้วใช้เวลานั้นสร้างนิสัยการกินและออกกำลังกายให้ติดตัวไว้ ยาแค่ซื้อเวลาให้ สิ่งที่จะรักษาผลไว้ได้หลังหยุดยาคือสิ่งที่ทำในระหว่างนั้น
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

โมนจาโร–วีโกวี ต่างกันอย่างไร: กลไก GLP-1 ที่ทำให้หิวน้อยลง ผลจากงานวิจัย และน้ำหนักหลังหยุดยา
ยาฉีดลดน้ำหนัก GLP-1 อย่างโมนจาโรและวีโกวีออกฤทธิ์ต่อร่างกายอย่างไร งานวิจัยรายงานตัวเลขน้ำหนักลดเฉลี่ยไว้เท่าไหร่ ทั้งสองยาต่างกันตรงไหน ผลข้างเคียงที่ต้องรู้ และเกิดอะไรขึ้นกับน้ำหนักเมื่อหยุดฉีด — อธิบายจากมุมมองทางการแพทย์
By Dr. Kim

เธอร์มาจ FLX กับ RF คลื่นความถี่สูง: คอลลาเจนสร้างใหม่ได้จริงไหม ผลอยู่นานแค่ไหน
RF ของเธอร์มาจทำงานอย่างไรในการกระตุ้นคอลลาเจนชั้นหนังแท้ หลักฐานจากงานวิจัยทางคลินิกที่พิสูจน์ผลได้จริง ระยะเวลาที่ผลคงอยู่ ความแตกต่างจากอัลเทอรา ใครบ้างที่เหมาะกับหัตถการนี้ รวมถึงความเจ็บปวดและผลข้างเคียง วิเคราะห์จากมุมมองทางการแพทย์
By Dr. Kim

Belotero Revive: HA ผสมกลีเซอรอลฟื้นผิวได้นานแค่ไหน และต่างจาก Skinvive อย่างไร
Belotero Revive คือสกินบูสเตอร์สูตร CPM ที่ผสม HA กับกลีเซอรอล วิเคราะห์กลไกการทำงาน ระยะเวลาที่ผลด้านความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นคงอยู่จากข้อมูลคลินิก ความแตกต่างจาก Skinvive ข้อบ่งชี้ และข้อควรระวัง จากมุมมองแพทย์ในห้องตรวจ
By Dr. Kim