prettytime
Filler

ทำไมฟิลเลอร์ถึงเคลื่อนตัวและจับตัวเป็นก้อนตามใต้ตาหรือริมฝีปากเมื่อเวลาผ่านไป พร้อมวิธีป้องกันแยกตามจุด

By Dr. Lee1 min read

หลายคนเข้าใจว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะอยู่ในรูปทรงเดิมตรงจุดที่ฉีดตลอดไป แต่ในความเป็นจริง เมื่อเวลาผ่านไปฟิลเลอร์อาจค่อยๆ เคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม หรือจับตัวเป็นก้อนที่ด้านใดด้านหนึ่งจนคลำเจอเป็นปุ่มเล็กๆ อาการแบบนี้มักถูกเรียกว่าการเคลื่อนตัวหรือการกระจายตัวของฟิลเลอร์

การที่ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวและจับตัวเป็นก้อนนั้นมีสาเหตุทางกายภาพหลายอย่างประกอบกัน ทั้งคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์เอง การเคลื่อนไหวของบริเวณที่ฉีด และการดูแลหลังทำหัตถการ บทความนี้จะพาไปดูทีละหลักการว่าทำไมถึงเกิดปรากฏการณ์นี้ และจะป้องกันได้อย่างไรในแต่ละจุดบนใบหน้า

ทำไมฟิลเลอร์ไม่อยู่นิ่งในจุดที่ฉีด?

ชั้นใต้ผิวหนังบนใบหน้าไม่ใช่โครงสร้างที่ยึดแน่นเหมือนกำแพง แต่เป็นเนื้อเยื่อนุ่มที่เลื่อนไถลไปมาได้ระหว่างชั้นไขมันกับพังผืด เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไป มันจะไม่ถูกตรึงเหมือนตะปูตอกลง แต่จะเข้าไปอยู่ในสภาพนุ่มคล้ายเนื้อเยื่อรอบข้าง ดังนั้นทุกครั้งที่ใบหน้ายิ้ม เคี้ยว หรือแสดงสีหน้า ฟิลเลอร์ก็จะถูกกดและดันเคลื่อนตามไปด้วยเล็กน้อย

นอกจากนี้ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) ยังมีคุณสมบัติดูดน้ำ คล้ายฟองน้ำที่ดูดซับความชื้นรอบตัวจนปริมาตรขยายขึ้น เมื่อปริมาตรของฟิลเลอร์เพิ่มขึ้น มันก็อาจถูกดันไปยังบริเวณข้างเคียงที่มีแรงดันต่ำกว่า หากทิศทางใดมีแรงดันต่ำกว่าจุดที่ฉีดครั้งแรก ฟิลเลอร์ก็มีแนวโน้มจะค่อยๆ เคลื่อนไปทางนั้น

หลักการทางกายภาพของการเคลื่อนตัวฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์จะเคลื่อนตัวมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนืดและแรงยึดเกาะภายในตัวเนื้อฟิลเลอร์เอง ผลิตภัณฑ์ที่มีแรงยึดเกาะต่ำ อนุภาคภายในจะจับกันไม่แน่น จึงกระจายตัวไปตามแรงกดได้ง่ายคล้ายแป้งที่ผสมน้ำมากเกินไป ในทางกลับกัน ผลิตภัณฑ์ที่มีแรงยึดเกาะสูงจะรักษารูปทรงไว้ได้ดี แม้ถูกกดก็ไม่ค่อยกระจาย ด้วยเหตุนี้บริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อยอย่างริมฝีปากซึ่งขยับหลายพันครั้งต่อวัน จึงมักแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแรงยึดเกาะสูงเพื่อลดโอกาสเคลื่อนตัว

ความลึกในการฉีดก็มีผลไม่น้อย หากฉีดในชั้นตื้นใกล้ผิวหนัง เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะบางและสัมผัสกับการเคลื่อนไหวโดยตรง โอกาสเคลื่อนตัวจึงมากขึ้น ในทางกลับกัน หากฉีดในชั้นลึกใต้พังผืด ฟิลเลอร์จะอยู่ในชั้นที่ค่อนข้างมั่นคงกว่า ขยับน้อยกว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมปริมาณเท่ากันแต่ฉีดคนละความลึกถึงเคลื่อนตัวต่างกัน

ทำไมถึงเกิดก้อนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

การจับตัวเป็นก้อนมีสาเหตุที่ต่างจากการเคลื่อนตัวเล็กน้อย หากคลำเจอก้อนตั้งแต่ช่วงแรกหลังฉีด มักเป็นเพราะฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากรวมไว้ในจุดเดียว แทนที่จะแบ่งฉีดปริมาณน้อยกระจายหลายจุด การรวมไว้จุดเดียวจะทำให้บริเวณนั้นนูนขึ้นและคลำได้เป็นเม็ดเล็กๆ

ในบางกรณี ก้อนใหม่อาจเกิดขึ้นหลังผ่านไปพักหนึ่ง เนื่องจากร่างกายรับรู้ฟิลเลอร์เป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ได้มีอยู่เดิมในร่างกาย จึงมีปฏิกิริยาสร้างเยื่อพังผืดบางๆ ห่อหุ้มไว้รอบๆ ปกติปฏิกิริยานี้จะอ่อนมากจนไม่รู้สึกอะไร แต่มีรายงานว่าในช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากขึ้น เช่น เป็นหวัด ทำฟัน หรือฉีดวัคซีนอื่นๆ ปฏิกิริยานี้อาจเด่นชัดขึ้นชั่วคราวจนคลำเจอเป็นก้อน นอกจากนี้การติดเชื้อหรือไบโอฟิล์ม ซึ่งคือแผ่นฟิล์มบางๆ ที่แบคทีเรียเกาะตัวสร้างขึ้นบนพื้นผิว ก็อาจเป็นสาเหตุของก้อนได้เช่นกัน หากจุดที่เป็นก้อนบวมแดงหรือเจ็บ ควรพิจารณาความเป็นไปได้ของการติดเชื้อร่วมด้วย

บริเวณที่เคลื่อนตัวและจับก้อนง่ายเป็นพิเศษ

การเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์มีความรุนแรงต่างกันไปตามบริเวณ ใต้ตา หรือร่องน้ำตา เป็นจุดที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อบาง อีกทั้งขยับตลอดเวลาทุกครั้งที่กะพริบตา ทำให้การเคลื่อนตัวสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าจุดอื่น นอกจากนี้บริเวณนี้ยังได้รับผลจากแรงโน้มถ่วง เมื่อเวลาผ่านไปฟิลเลอร์จึงอาจค่อยๆ หย่อนคล้อยเคลื่อนลงด้านล่างหรือด้านข้าง

ริมฝีปากก็เป็นอีกจุดที่เคลื่อนตัวบ่อย เพราะกล้ามเนื้อรอบปากหดและคลายตัวอย่างแรงทุกครั้งที่พูด กิน หรือแสดงสีหน้า หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแรงยึดเกาะต่ำ ฟิลเลอร์อาจถูกดันขึ้นไปทางร่องใต้จมูกเหนือริมฝีปากบน จนดูบวมหรือเป็นก้อน ส่วนบริเวณจมูกหรือร่องแก้ม เนื้อเยื่อค่อนข้างหนาและขยับน้อยกว่า แต่หากฉีดปริมาณมากหรือฉีดตื้นเกินไป ก็อาจดูกระจายออกด้านข้างได้เช่นกัน

วิธีลดความเสี่ยงในขั้นตอนฉีด

การเคลื่อนตัวและการจับก้อนสามารถลดลงได้ส่วนใหญ่ด้วยวิธีการฉีดที่เหมาะสม โดยมักใช้แนวทางต่อไปนี้ร่วมกัน

  • เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับจุด: บริเวณที่เคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแรงยึดเกาะสูง ส่วนบริเวณที่ค่อนข้างนิ่งใช้ผลิตภัณฑ์ที่นุ่มกว่าได้ เพราะแรงยึดเกาะทนต่อการเคลื่อนไหวได้ไม่เท่ากัน
  • ฉีดในความลึกที่เหมาะสม: การฉีดในชั้นที่มั่นคงตามหลักกายวิภาคช่วยลดการสัมผัสกับการเคลื่อนไหวของเนื้อเยื่อ ยิ่งฉีดตื้นเท่าไหร่ ยิ่งได้รับแรงเคลื่อนไหวจากผิวหนังโดยตรงมากขึ้นเท่านั้น
  • แบ่งฉีดปริมาณน้อยหลายจุด: แทนที่จะฉีดปริมาณมากรวมจุดเดียว การแบ่งฉีดทีละน้อยในหลายจุดช่วยลดแรงดันที่แต่ละจุดต้องรับ ยิ่งแรงดันต่ำ โอกาสที่ฟิลเลอร์จะถูกดันออกด้านข้างก็ยิ่งน้อยลง
  • หลีกเลี่ยงการฉีดเกินความจำเป็น: หากฉีดมากกว่าปริมาณที่จำเป็น แรงดันภายในเนื้อเยื่อจะสูงขึ้น และแรงผลักดันให้ฟิลเลอร์เคลื่อนไปยังจุดที่แรงดันต่ำกว่าก็จะยิ่งมากตามไปด้วย การฉีดในปริมาณที่พอเหมาะจึงถือเป็นวิธีพื้นฐานที่สุดในการป้องกันการเคลื่อนตัว

วิธีดูแลหลังฉีดเพื่อป้องกันไม่ให้เคลื่อนตัว

การดูแลหลังฉีดก็มีผลต่อการเคลื่อนตัวและการจับก้อนไม่แพ้กัน เพราะก่อนที่ฟิลเลอร์จะยึดตัวอยู่ในเนื้อเยื่อได้อย่างสมบูรณ์ มันจะอ่อนไหวต่อแรงกระตุ้นจากภายนอกเป็นพิเศษ

  • หลีกเลี่ยงความร้อนช่วงไม่กี่วันแรก: การเข้าซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำที่มีความร้อนสูงจะทำให้เนื้อเยื่อบวมและหย่อนตัว ฟิลเลอร์ที่ยังยึดตัวไม่แน่นก็เคลื่อนได้ง่ายขึ้น การล้างหน้าด้วยน้ำร้อนจัดเป็นเวลานานก็ควรระวังด้วยเหตุผลเดียวกันในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงการกดหรือถูแรงๆ: บริเวณที่รับแรงกดซ้ำๆ เช่น สันจมูกที่โดนขาแว่นกด หรือแก้มที่ถูกกดเวลานอนคว่ำ ฟิลเลอร์อาจค่อยๆ ถูกดันไปยังด้านที่ไม่มีแรงกด
  • ใส่ใจท่านอนสักพัก: ในช่วงไม่กี่วันแรก การปรับนิสัยไม่นอนคว่ำหรือไม่นอนตะแคงข้างเดียวนานๆ ช่วยได้มากตามคำแนะนำทั่วไป เพราะช่วยลดแรงกดต่อเนื่องที่ตกไปด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้า
  • เลื่อนออกกำลังกายหนักออกไปสักพัก: การออกกำลังกายหนักที่เหงื่อออกมากจะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นและเนื้อเยื่อบวม ซึ่งให้ผลคล้ายกับความร้อน จึงแนะนำให้ลดความหนักลงในช่วงแรก

ฟิลเลอร์ที่เคลื่อนตัวแล้วแก้ไขกลับคืนได้หรือไม่?

ฟิลเลอร์ที่เคลื่อนตัวหรือจับก้อนไปแล้วก็ยังมีวิธีแก้ไขได้ เพียงแต่ระดับความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส เอนไซม์ตัวนี้จะย่อยสลายส่วนประกอบ HA ให้เป็นชิ้นเล็กจนร่างกายดูดซึมกลับไปตามธรรมชาติ หากฉีดเอนไซม์นี้เข้าไปในตำแหน่งที่เป็นก้อนหรือเคลื่อนตัวได้อย่างแม่นยำ ก็สามารถเลือกกำจัดเฉพาะจุดที่มีปัญหาได้ตามที่มีรายงาน

ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ HA อย่าง PLLA หรือ CaHA จะไม่สลายด้วยเอนไซม์ชนิดนี้ ฟิลเลอร์กลุ่มนี้ต้องรอให้ร่างกายค่อยๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ หรือหากจำเป็นก็ต้องพิจารณาการกำจัดออกด้วยหัตถการเล็กๆ ด้วยเหตุนี้ บริเวณที่มีความเสี่ยงเคลื่อนตัวหรือจับก้อนค่อนข้างสูง จึงมักได้รับการแนะนำให้พิจารณาฟิลเลอร์ HA ที่สามารถแก้ไขกลับคืนได้เป็นตัวเลือกแรก

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Filler

หลักการฉีดฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าเติมเต็มส่วนบุ๋มให้เส้นไหปลาร้าเรียบสวย พร้อมระยะพักฟื้นและอายุการคงอยู่

ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าไม่ใช่การฉีดที่ใบหน้า แต่เป็นการเติมส่วนบุ๋มรอบกระดูกให้เส้นไหปลาร้าดูเด่นขึ้น บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องฉีดลึกใกล้กระดูกแทนที่จะฉีดตื้น รูปทรงไหปลาร้าแบบไหนเหมาะ และอะไรเป็นตัวกำหนดระยะพักฟื้นกับอายุการคงอยู่

By Dr. Lee

Filler

Aegyo Sal ที่นูนขึ้นตอนยิ้ม ฟิลเลอร์ช่วยเสริมให้ดูเป็นธรรมชาติได้อย่างไร แล้วผลข้างเคียงจากการฉีดมากเกินไปมีอะไรบ้าง?

อธิบายว่า Aegyo Sal คืออะไร และการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเพื่อสร้างความนูนใต้ตาตอนยิ้มทำได้อย่างไร พร้อมเหตุผลที่เทรนด์ปัจจุบันหันมาเน้นปริมาณน้อยแบบธรรมชาติมากกว่าการเติมเต็มจนดูฟู และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อฉีดมากเกินไป เช่น การจับตัวเป็นก้อน ผิวหย่อนคล้อย และปรากฏการณ์ทินดอลล์

By Dr. Kim

Pigment

เลเซอร์ PicoPlus หลายความยาวคลื่นตอบสนองกับเม็ดสีแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร พร้อมวิธีดูแลหลังทำ

PicoPlus คือเลเซอร์ที่สลับใช้งานสองโหมด คือพิโควินาทีและนาโนวินาที ร่วมกับสี่ความยาวคลื่น 532nm, 595nm, 660nm และ 1064nm เนื่องจากเม็ดสีแต่ละชนิดดูดซับความยาวคลื่นได้ดีไม่เท่ากัน การสลับความยาวคลื่นจึงทำให้เครื่องเดียวรับมือรอยเม็ดสีได้หลายแบบ บทความนี้อธิบายหลักการที่เม็ดสีดูดซับแสงแต่ละความยาวคลื่นต่างกันอย่างไร

By Dr. Lee

Back to articles