หลักการฉีดฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าเติมเต็มส่วนบุ๋มให้เส้นไหปลาร้าเรียบสวย พร้อมระยะพักฟื้นและอายุการคงอยู่
By Dr. Lee1 min read

ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าใช้หลักการเดียวกับฟิลเลอร์ที่ฉีดบนใบหน้า แต่จุดประสงค์ต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าฟิลเลอร์หน้าเน้นเติมแก้มตอบหรือร่องลึกให้ดูนุ่มขึ้น ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้ากลับเน้นทำให้เส้นโค้งของกระดูกดูชัดเจนขึ้นแทน เวลาใส่เสื้อเปิดไหล่หรือคอวีแล้วสังเกตว่าเส้นไหปลาร้าไม่ต่อเนื่อง มีรอยบุ๋ม หรือสองข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน ก็จะใช้กรดไฮยาลูรอนิกฟิลเลอร์ (HA) เติมลงในจุดบุ๋มนั้นเพื่อให้เส้นดูต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ
ต่างจากใบหน้าตรงที่บริเวณไหปลาร้ามีชั้นไขมันบางมากและคลำเจอกระดูกได้เกือบทันที ทำให้หลักการฉีดและความลึกที่ใช้ต้องคิดต่างจากฟิลเลอร์หน้าเล็กน้อย บทความนี้จะพาไปดูทีละประเด็น ว่าทำไมถึงต่างกัน และเหมาะกับใครบ้าง
ทำไมกระดูกไหปลาร้าบางคนถึงดูเด่นชัดกว่าคนอื่น?
ความแตกต่างระหว่างคนที่มีเส้นไหปลาร้าคมชัดกับคนที่ไม่ชัด ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่รูปร่างกระดูกเอง แต่อยู่ที่เนื้อเยื่อรอบ ๆ ใต้ผิวหนังบริเวณไหปลาร้ามีชั้นไขมันและพังผืดบาง ๆ ปกคลุมอยู่ ความหนาของชั้นนี้แตกต่างกันไปในแต่ละคน และยังเปลี่ยนไปตามอายุอีกด้วย
ถ้าไขมันกระจายตัวสม่ำเสมอ เส้นไหปลาร้าจะดูเป็นเส้นโค้งลื่นไหลต่อเนื่อง แต่ถ้าบางช่วงมีไขมันน้อยเป็นพิเศษ หรือส่วนที่กระดูกนูนกับส่วนที่บุ๋มต่างกันมาก เส้นก็จะดูขาดตอนหรือขรุขระ เปรียบเหมือนริบบิ้นที่รีดเรียบกับริบบิ้นที่มีรอยพับเป็นทาง ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่รูปทรงของเสื้อผ้า แต่อยู่ที่พื้นผิวของริบบิ้นเอง
อีกเรื่องที่พบได้บ่อยคือความสูงหรือความโค้งของไหปลาร้าสองข้างไม่เท่ากันมาแต่เดิม ถ้าข้างหนึ่งบุ๋มตื้นแต่อีกข้างบุ๋มลึก เวลาใส่เสื้อสายตาก็มักจะไปตกอยู่ที่จุดต่างนั้นโดยอัตโนมัติ ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าจึงถูกนำมาใช้เติมส่วนบุ๋มเหล่านี้ เพื่อปรับสมดุลสองข้างและให้เส้นไหลลื่นขึ้น
ตำแหน่งที่ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าเข้าไปเติมและหลักการฉีด
หลักการพื้นฐานของฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าเหมือนกับฟิลเลอร์หน้าทุกประการ คือนำกรดไฮยาลูรอนิก (HA สารที่มีอยู่แล้วในผิวหนังและข้อต่อ ทำหน้าที่จับน้ำไว้เพื่อสร้างปริมาตร) มาทำเป็นเจลแล้วฉีดด้วยเข็มหรือแคนนูลา เมื่อเจลเข้าไปแทนที่ ปริมาตรตรงนั้นก็จะถูกเติมเต็มจนพื้นผิวเรียบขึ้น
แต่ตำแหน่งที่เติมนั้นต่างจากใบหน้าอย่างชัดเจน บริเวณไหปลาร้าจะเลือกฉีดเฉพาะร่องแคบ ๆ ที่บุ๋มลงระหว่างกระดูกหรือเหนือกระดูก โดยแบ่งฉีดทีละน้อยเฉพาะจุดนั้น ไม่ใช่การเติมให้หนาทั้งบริเวณ ลองนึกภาพว่าเป็นการเติมเฉพาะส่วนที่บุ๋ม เพื่อให้ได้เส้นเรียบเสมอกัน ก็จะเข้าใจง่ายขึ้น
คล้ายกับการซ่อมหลุมบนถนนด้วยยางมะตอย ไม่ได้ปูใหม่ทั้งถนน แต่เติมเฉพาะจุดที่เป็นหลุมให้พื้นผิวเรียบเสมอกัน ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าก็เช่นกัน ปล่อยส่วนที่นูนของกระดูกไว้ตามเดิม แล้วเติมเฉพาะส่วนบุ๋มข้าง ๆ เพื่อให้เส้นโดยรวมต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ปริมาณที่ฉีดต่อครั้งจึงมักน้อยกว่าฟิลเลอร์หน้า
ทำไมต้องฉีดลึกใกล้กระดูก แทนที่จะฉีดตื้น?
ฟิลเลอร์หน้าจะฉีดในระดับความลึกที่หลากหลายตามชั้นผิว เช่น ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือเหนือชั้นพังผืด แต่บริเวณไหปลาร้าอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าชั้นไขมันระหว่างผิวหนังกับกระดูกบางมาก ถ้าฉีดตื้นเกินไป ฟิลเลอร์อาจจับตัวเป็นก้อนใต้ผิวหนังจนเห็นได้ชัดหรือคลำเจอเป็นลอน
ด้วยเหตุนี้ ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้ามักฉีดในชั้นที่ค่อนข้างลึก คือเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (periosteum เยื่อบาง ๆ ที่ห่อหุ้มกระดูก) ขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเป็นวิธีที่อธิบายกันว่าปลอดภัยและให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติที่สุด เมื่อฉีดในชั้นลึกใกล้กระดูก ไขมันและผิวหนังที่อยู่ด้านบนจะปกคลุมฟิลเลอร์อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ขอบเขตดูกลมกลืน เหมือนมีผ้าห่มบาง ๆ ชั้นบนคลุมฟิลเลอร์เอาไว้พอดี
นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นจุดที่มีหลอดเลือดใหญ่และเส้นประสาทพาดผ่าน ดังนั้นในการฉีดจึงมักใช้แคนนูลา (อุปกรณ์รูปท่อปลายทู่ ซึ่งกล่าวกันว่ามีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บต่ำกว่าเข็มปลายแหลม เพราะดันหลอดเลือดออกจากทางแทนที่จะทิ่มเข้าไป) ค่อย ๆ แบ่งฉีดทีละน้อยตามชั้นที่กำหนดไว้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ระบุกันเสมอว่าต้องเข้าใจโครงสร้างทางกายวิภาคอย่างแม่นยำก่อนลงมือฉีด
รูปทรงไหปลาร้าแบบไหนที่เหมาะ และกรณีไหนที่ต้องระมัดระวัง?
ไม่ใช่ไหปลาร้าทุกแบบที่จำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ ถ้าสองข้างสมดุลกันดีอยู่แล้วและเส้นโค้งเรียบ ก็ไม่ได้จำเป็นต้องเติมอะไรมากนัก
กรณีที่อาจได้ประโยชน์จากการฉีด กับกรณีที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ สรุปได้ดังนี้
- สองข้างสูงต่ำต่างกันชัดเจน: อาจพิจารณาเติมเฉพาะข้างที่บุ๋มเพื่อปรับสมดุล เพราะความลึกของร่องที่ต่างกันทำให้สายตามักไปตกอยู่ที่ฝั่งที่ไม่สมดุล
- อายุมากขึ้นจนไขมันบางลงและร่องลึกขึ้น: จุดที่เคยเรียบเนียนกลับบุ๋มลงตามกาลเวลา จึงเข้าไปเติมเฉพาะส่วนนั้น เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่ไขมันใต้ผิวทั่วร่างกายค่อย ๆ ลดลง
- กระดูกนูนออกมามากผิดปกติหรือมีอาการปวด: กรณีนี้อาจต้องตรวจหาสาเหตุอื่นก่อนพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์เป็นการเติมความบุ๋มของพื้นผิวเท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างของกระดูก
- มีโรคหลอดเลือดหรือเส้นประสาท หรือเคยผ่าตัดบริเวณนี้มาก่อน: โครงสร้างทางกายวิภาคอาจเปลี่ยนไปจากปกติ จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
หลังฉีดจะบวมแค่ไหน และพักฟื้นอย่างไร?
หลังฉีดทันทีมักมีอาการบวมและแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด เป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดจากเนื้อเยื่อถูกกระตุ้นชั่วคราวขณะเข็มหรือแคนนูลาผ่านเข้าไป
บางคนอาจมีรอยฟกช้ำร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดเล็ก ๆ บริเวณทางที่ฉีดถูกกระทบ และมักจางลงเองเมื่อเวลาผ่านไป หลักการเดียวกับอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์หน้า แต่เพราะไหปลาร้ามีชั้นไขมันบาง ในช่วงแรกฟิลเลอร์อาจดูเด่นชัดกว่าปกติเล็กน้อย
เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ เข้าที่กับเนื้อเยื่อรอบข้าง อาการบวมช่วงแรกก็จะยุบลง จุดที่เติมจะดูกลมกลืนเหมือนเป็นเนื้อเยื่อเดิมที่มีอยู่แล้ว ระหว่างนี้ควรเลี่ยงการนวดหรือกดทับแรง ๆ เพราะอาจทำให้ตำแหน่งของฟิลเลอร์เคลื่อนได้
ปัจจัยที่กำหนดระยะเวลาคงอยู่ของฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์กระดูกไหปลาร้าก็เช่นเดียวกับฟิลเลอร์ HA ชนิดอื่น คือค่อย ๆ สลายไปในร่างกาย เพราะกรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่จับน้ำไว้เพื่อคงปริมาตร แต่เมื่อเวลาผ่านไป เอนไซม์ในร่างกายก็จะค่อย ๆ ย่อยสลายสารนี้ทีละน้อย
อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการสลายตัวแตกต่างกันไปในแต่ละคนและตามชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อระยะเวลาคงอยู่มีดังนี้
- ลักษณะการเชื่อมโยงโมเลกุลและความหนืดของฟิลเลอร์: ฟิลเลอร์ที่ผ่านการเชื่อมโยงโมเลกุลให้แน่นหนา (cross-link) มักใช้เวลาสลายตัวนานกว่า เหมือนตาข่ายที่ถักแน่น เอนไซม์ก็ต้องใช้เวลาคลี่ออกนานกว่า
- การเคลื่อนไหวและแรงกดบริเวณที่ฉีด: ไหปลาร้าเป็นจุดที่ผิวหนังยืดและถูกกดอยู่ตลอดตามการเคลื่อนไหวของไหล่และแขน บริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อยฟิลเลอร์ก็อาจถูกดูดซึมได้เร็วขึ้นตามไปด้วย
- เมแทบอลิซึมและการไหลเวียนเลือดของแต่ละคน: คนที่มีเมแทบอลิซึมสูง เอนไซม์ที่ย่อยสลายกรดไฮยาลูรอนิกก็มักทำงานเร็วตามไปด้วย ทำให้ระยะเวลาคงอยู่สั้นลง
- ปริมาณและความลึกที่ฉีด: การฉีดลึกใกล้กระดูกในปริมาณที่พอเหมาะและแบ่งฉีดทีละน้อย มักอยู่ได้นานกว่าการฉีดตื้นในปริมาณมากครั้งเดียว เพราะชั้นลึกได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวน้อยกว่า
โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาคงอยู่ของฟิลเลอร์ HA ที่ฉีดตามร่างกายมีช่วงกว้างมาก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความแตกต่างของแต่ละคน เมื่อผลค่อย ๆ จางลงตามธรรมชาติ ก็มักฉีดเติมปริมาณเล็กน้อยเพื่อปรับแต่งอีกครั้ง
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

หลักการฉีดฟิลเลอร์จมูกให้สันจมูกและปลายจมูกโด่งขึ้น พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงหลอดเลือดอุดตันและการตาบอด
อธิบายหลักการที่ฟิลเลอร์จมูกช่วยเสริมสันจมูกและปลายจมูกให้โด่งขึ้น ส่วนประกอบกรดไฮยาลูโรนิกและวิธีการฉีด เหตุผลที่จมูกเป็นบริเวณที่เสี่ยงหลอดเลือดอุดตันและตาบอดสูงเป็นพิเศษ มาตรฐานการฉีดอย่างปลอดภัยและวิธีสลายกลับด้วย hyaluronidase ไปจนถึงเปรียบเทียบว่าฟิลเลอร์ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้เมื่อเทียบกับการทำศัลยกรรมจมูก
By Dr. Lee

Aegyo Sal ที่นูนขึ้นตอนยิ้ม ฟิลเลอร์ช่วยเสริมให้ดูเป็นธรรมชาติได้อย่างไร แล้วผลข้างเคียงจากการฉีดมากเกินไปมีอะไรบ้าง?
อธิบายว่า Aegyo Sal คืออะไร และการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเพื่อสร้างความนูนใต้ตาตอนยิ้มทำได้อย่างไร พร้อมเหตุผลที่เทรนด์ปัจจุบันหันมาเน้นปริมาณน้อยแบบธรรมชาติมากกว่าการเติมเต็มจนดูฟู และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อฉีดมากเกินไป เช่น การจับตัวเป็นก้อน ผิวหย่อนคล้อย และปรากฏการณ์ทินดอลล์
By Dr. Kim

ทำไมโปรฟิโลไม่ใช่ฟิลเลอร์เติมวอลลุ่ม แต่กลับทำให้ใบหน้าทั้งหน้าดูกระชับขึ้นได้
โปรฟิโลต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นเติมปริมาตรเฉพาะจุด เพราะใช้กรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูงที่กระจายตัวกว้างใต้ผิว ดึงน้ำไว้ในชั้นผิวพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เป็นหัตถการแบบไบโอรีโมเดลลิ่ง บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมผลลัพธ์ถึงกระจายไปทั้งใบหน้าแทนที่จะอยู่แค่จุดที่ฉีด ผ่านเส้นทางการแพร่กระจายและการฟื้นฟูผิว
By Dr. Kim