ยารักษาสิวมีกี่ชนิด ใช้นานแค่ไหน รวมคำถามที่พบบ่อย
By Dr. Lee1 min read

พอเริ่มรักษาสิว คำถามในหัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทายาไปแล้วก็ยังไม่เห็นผลทันที พอหมอแนะนำให้กินยาเสริมด้วยก็ยังลังเลว่าจำเป็นจริงไหม ถูกบอกว่าห้ามบีบ แต่พอเห็นแล้วมันขวางตาก็อดไม่ได้ที่จะแตะ บางทีดีขึ้นหน่อยก็มีสิวใหม่โผล่มาอีก ทำให้หมดกำลังใจไปเลย เราจึงรวบรวมคำถามที่คนไข้มักถามจริงๆ ในห้องตรวจระหว่างรักษาสิว แล้วเรียบเรียงตามลำดับ ตั้งแต่หลักการรักษา ความต่างของยา รอยแผลเป็น ไปจนถึงเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำ พอคลายข้อสงสัยได้แล้ว การรักษาต่อเนื่องก็จะง่ายขึ้นเยอะ
ทำไมยารักษาสิวถึงเห็นผลช้า?
สิวเกิดจากกระบวนการที่รูขุมขนอุดตัน แล้วแบคทีเรียเติบโตข้างในจนกลายเป็นการอักเสบ ยารักษาสิวมักออกฤทธิ์แค่หนึ่งหรือสองขั้นตอนในกระบวนการนี้ ดังนั้นการอักเสบที่ฝังตัวอยู่ในรูขุมขนอยู่แล้วต้องใช้เวลาสงบลง แล้วค่อยผ่านวงจรการผลัดเซลล์ผิวจนกว่าจะเห็นผลที่ผิวชั้นนอก ถ้าทายาหรือกินยาแค่ไม่กี่วันแล้วคาดหวังว่าจะเห็นผลทันที มักจะผิดหวัง
โดยทั่วไปยาทาต้องใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์ ส่วนยากินมักใช้เวลานานกว่านั้นอีกหน่อยกว่าจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ถ้าระหว่างทางไม่เห็นผลชัดเจนแล้วหยุดยาเองก็อาจทำให้จังหวะการรักษาขาดตอน จนต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น หลายครั้งการรักษาต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอกลับเป็นทางลัดที่เร็วที่สุด
ยาทากับยากินต่างกันอย่างไร?
ยาทาออกฤทธิ์เฉพาะที่ ช่วยลดการสะสมของเซลล์ผิวในรูขุมขน หรือควบคุมการอักเสบและแบคทีเรียเฉพาะจุด อย่าง adapalene เป็นตัวอย่างที่ใช้กันบ่อย ออกฤทธิ์เน้นที่ผิวชั้นนอกและบริเวณปากรูขุมขน มักเป็นตัวเลือกแรกสำหรับสิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
ยากินออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย ช่วยลดการอักเสบในระดับระบบ หรือปรับสมดุลฮอร์โมน ด้วยเหตุนี้ ถ้ายาทาอย่างเดียวควบคุมไม่ได้ หรือสิวอักเสบลามไปทั่วค่อนข้างมาก มักจะใช้ยากินร่วมด้วย เพราะขอบเขตการออกฤทธิ์ต่างกัน การเลือกใช้แบบไหนหรือจะใช้ร่วมกันก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ
เมื่อไรควรใช้ isotretinoin?
isotretinoin เป็นยาที่มีฤทธิ์แรง ช่วยลดการผลิตไขมันที่ผิวหนังได้อย่างมาก มักพิจารณาใช้กับสิวรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น หรือสิวหัวช้างที่มักทิ้งรอยแผลเป็น เพราะฤทธิ์แรงชัดเจน ผลข้างเคียงอย่างผิวแห้งหรือปากแตกจึงพบได้บ่อย และต้องตรวจเลือดรวมถึงติดตามอาการเป็นระยะระหว่างใช้ยา
ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับสิวระดับเล็กน้อย แต่มักถูกเลือกใช้เมื่อลองรักษาวิธีอื่นมาเพียงพอแล้วอาการยังดีขึ้นช้า หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผลเป็นสูง ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าทุกครั้ง การฟังคำอธิบายจากแพทย์ให้ครบถ้วนและปฏิบัติตามข้อควรระวังระหว่างใช้ยาเป็นเรื่องสำคัญ
ทำไมห้ามบีบสิวด้วยมือ
การบีบด้วยมือจะดันสารอักเสบในรูขุมขนให้ลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อมากขึ้น ทำให้การอักเสบขยายวงกว้างและมีโอกาสเกิดแผลเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าใช้มือที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อบีบ ก็เหมือนดันแบคทีเรียเข้าไปด้วย ทำให้อาการแย่ลงไปอีก ต่อให้มันขวางตาแค่ไหน การไม่แตะต้องมันเลยคือวิธีที่ช่วยลดรอยแผลเป็นได้แน่นอนที่สุด
ถ้าจำเป็นต้องเอาออกจริงๆ ให้แพทย์ผิวหนังใช้เครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อจัดการอย่างมืออาชีพจะปลอดภัยกว่ามาก สิวหัวขาวที่อักเสบไม่มากและหนองใกล้ขึ้นมาถึงผิวหน้า ถ้าเอาออกในจังหวะที่เหมาะสมโดยมืออาชีพ บางทีก็หายเร็วขึ้นด้วย แต่การตัดสินจังหวะนั้นก็ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงควรหลีกเลี่ยงการบีบเองเป็นนิสัย
ใช้ยาปฏิชีวนะแบบกินนานแค่ไหน?
ยาปฏิชีวนะชนิดกินช่วยลดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบ และบรรเทาปฏิกิริยาอักเสบทั่วร่างกาย แต่ถ้ากินนานเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อดื้อยา จึงมักจำกัดระยะเวลาการใช้ไว้ไม่เกินสองสามเดือน ใช้ร่วมกับยาทาแล้วค่อยๆ ลดปริมาณลง การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวในระยะยาวไม่ใช่วิธีที่แนะนำ
ด้วยเหตุนี้ พอการอักเสบสงบลงด้วยยาปฏิชีวนะแล้ว มักจะเปลี่ยนไปใช้ยาทาหรือการรักษาต่อเนื่องแบบอื่นแทน ถ้าระหว่างกินยามีอาการท้องเสียหรือผิวแพ้ง่ายขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนยา จะปลอดภัยกว่า
ยาคุมกำเนิดเมื่อฮอร์โมนมีผลชัดเจน
สิวในผู้หญิงที่เป็นซ้ำๆ บริเวณแนวกรามหรือรอบปาก ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายค่อนข้างมาก ซึ่งยาคุมกำเนิดบางชนิดที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนอาจช่วยให้ดีขึ้นได้ แต่ไม่ได้ใช้ได้กับสิวทุกแบบ มักเป็นตัวเลือกที่สูตินรีแพทย์และแพทย์ผิวหนังพิจารณาร่วมกันเฉพาะเมื่อเห็นรูปแบบที่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
- สิวแนวกรามที่เป็นซ้ำตามรอบเดือน อาจสงสัยได้ว่าเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
- บางครั้งแพทย์สั่งจ่ายเพื่อจุดประสงค์การรักษา ไม่ใช่เพื่อคุมกำเนิดเสมอไป
- มีข้อห้ามใช้เฉพาะบุคคล เช่น ความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน จึงต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อน
เพราะกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลาหลายเดือน จึงมักไม่ใช้เดี่ยวๆ แต่ใช้ร่วมกับการรักษาสิวอื่น แล้วมองผลในระยะยาว
เริ่มรักษารอยแผลเป็นจากสิวเมื่อไร?
การรักษารอยแผลเป็นมักเริ่มเมื่อสิวอักเสบสงบลงพอสมควร และไม่มีสิวใหม่โผล่ขึ้นมาอีกแล้ว คือช่วงที่อาการคงที่ ถ้าเริ่มรักษารอยแผลเป็นตั้งแต่ตอนที่ยังอักเสบอยู่ อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบใหม่หรือทำให้ฟื้นตัวช้าลง ดังนั้นลำดับที่ถูกต้องคือรักษาการอักเสบก่อน แล้วค่อยรักษารอยแผลเป็นทีหลัง
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรอนานเกินไปโดยไม่มีเหตุผล พอยืนยันได้ว่าการอักเสบสงบแล้ว หลายความเห็นมองว่าเริ่มรักษารอยแผลเป็นตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้เปรียบกว่า เพราะจัดการได้ก่อนที่รอยแผลเป็นจะตั้งตัวแน่น ส่วนตอนนี้อยู่ในช่วงคงที่แล้วหรือยัง ให้แพทย์ผิวหนังตรวจยืนยันโดยตรงจะแม่นยำที่สุด
เครื่องสำอางช่วยเสริมการรักษาได้
การดูแลพื้นฐานอย่างการล้างหน้า บำรุงความชุ่มชื้น และกันแดด มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผลของการรักษา แต่ถ้าสิวพัฒนาไปถึงขั้นอักเสบแล้ว หรือเป็นสิวระดับปานกลางถึงรุนแรงที่เป็นซ้ำ การใช้เครื่องสำอางอย่างเดียวควบคุมต้นเหตุไม่ได้ การดูแลพื้นฐานมีบทบาทช่วยเสริมการรักษา ไม่สามารถทดแทนการรักษาได้
ดังนั้น ถ้าลองใช้เครื่องสำอางมาหลายสัปดาห์แล้วอาการยังดีขึ้นช้า แทนที่จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปเรื่อยๆ ด้วยตัวเอง ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อใช้ยารักษาควบคู่กันมักช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น แค่เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและบำรุงที่อ่อนโยนไม่ระคายเคืองก็ช่วยลดความแห้งและการระคายเคืองระหว่างรักษาได้จริง
กลับมาเป็นอีกแปลว่าการรักษาล้มเหลวไหม?
สิวเกิดจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวพันกัน ทั้งการผลิตไขมัน ฮอร์โมน การผลัดเซลล์ผิว และแบคทีเรีย ดังนั้นแม้อาการจะทุเลาลง ก็ไม่ได้แปลว่าสาเหตุหายไปหมดจริงๆ ถ้าพออาการดีขึ้นแล้วรีบหยุดดูแลผิวทันที ปัจจัยที่เคยถูกควบคุมไว้ก็มักกลับมาทำงานอีกครั้งจนเกิดสิวซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ หลังอาการดีขึ้นแล้ว มักมีช่วงดูแลต่อเนื่องเพื่อค่อยๆ ลดการใช้ยาทาหรือการดูแลประจำวันลงทีละน้อย แทนที่จะหยุดทุกอย่างทันที การปรึกษาแพทย์แล้วปรับไปทีละขั้นตอนเป็นวิธีที่ช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำได้จริงมากกว่า การกลับมาเป็นซ้ำไม่ได้แปลว่าการรักษาล้มเหลว เพราะสิวมักมีลักษณะเรื้อรังที่ดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นซ้ำสลับกันไป ก่อนจะค่อยๆ สงบลงในที่สุด
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

เลเซอร์ NeoBeam รักษาสิว ผลลัพธ์ อยู่ได้นานแค่ไหน ช่วยรอยแผลเป็นได้ไหม
NeoBeam คือเลเซอร์ชนิดใด ลดสิวอักเสบและไขมันส่วนเกินได้แค่ไหน ทำไมถึงได้ผลน้อยกับรอยสิวหลุม รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยกลุ่มเลเซอร์ 1450nm พร้อมระบุว่านี่คือข้อมูลระดับคลาส ไม่ใช่ข้อมูลเฉพาะอุปกรณ์
By Dr. Kim

ถุงน้ำใต้ผิวหนัง (epidermal cyst) สาเหตุ อาการ และทำไมบีบแล้วโตกลับมาอีก
ถ้าก้อนใต้ผิวบีบเหมือนสิวแล้วก็ยังกลับมาโตที่เดิมซ้ำ ๆ นั่นอาจไม่ใช่สิว แต่เป็นถุงน้ำใต้ผิวหนัง (epidermal cyst) บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ตั้งแต่กลไกที่ทำให้ถุงน้ำก่อตัว จุดสังเกตที่ต่างจากสิว ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมต้องเอาผนังถุงออกให้หมดจึงจะไม่กลับมาเป็นซ้ำ
By Dr. Lee

สกินบูสเตอร์ ความต่างของส่วนผสม เริ่มเห็นผลเมื่อไร รอบการฉีดและข้อควรระวัง
รวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดก่อนฉีดสกินบูสเตอร์ ความต่างของส่วนผสมอย่าง HA และ PDRN เป็นหัตถการเดียวกับวอเตอร์ไรติ้งหรือเปล่า ผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อไหร่และอยู่ได้นานแค่ไหน เจ็บมากไหม ตุ่มนูนหลังฉีดคืออะไร ควรฉีดถี่แค่ไหน ไปจนถึงใครบ้างที่ควรเลี่ยง
By Dr. Kim