สกินบูสเตอร์ ความต่างของส่วนผสม เริ่มเห็นผลเมื่อไร รอบการฉีดและข้อควรระวัง
By Dr. Kim1 min read

สกินบูสเตอร์มีชื่อเรียกและส่วนผสมหลากหลายมาก พอจะตัดสินใจฉีดจริงๆ ก็มักงงว่าควรเลือกแบบไหนดี ต่างจากวอเตอร์ไรติ้งยังไง HA กับ PDRN แบบไหนเหมาะกับตัวเองมากกว่า แล้วตุ่มนูนๆ ที่ขึ้นหลังฉีดจะเป็นอันตรายไหม คำถามมีเยอะจนนับไม่ถ้วน เราจึงรวบรวมคำถามที่คนที่กำลังพิจารณาฉีดสกินบูสเตอร์เป็นครั้งแรกมักถามตอนปรึกษาแพทย์ แล้วเรียบเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ความต่างของส่วนผสม ช่วงเวลาที่เห็นผล ความเจ็บ รอบการฉีด ไปจนถึงข้อควรระวัง พอรู้ลักษณะและกลไกการทำงานของแต่ละส่วนผสมล่วงหน้า ก็จะเลือกตัวที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นตอนปรึกษาแพทย์
สกินบูสเตอร์มีส่วนผสมอะไรบ้าง?
สกินบูสเตอร์คือชื่อเรียกรวมๆ ของหัตถการที่ฉีดส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นหรือช่วยฟื้นฟูผิวเข้าไปที่ชั้นตื้นของผิวหนัง โดยแบ่งฉีดหลายครั้ง ส่วนผสมที่ใช้มากที่สุดคือกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ซึ่งมีความสามารถในการจับน้ำสูงมาก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ผิวจากภายใน ระยะหลังยังมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ PDRN หรือ PN ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จากปลาแซลมอน ซึ่งช่วยเรื่องการฟื้นฟูผิว ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเช่นกัน
เพราะกลไกการทำงานของแต่ละส่วนผสมต่างกันเล็กน้อย การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับว่าต้องการความชุ่มชื้นที่เห็นผลทันที หรือต้องการเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของผิวในระยะยาว ถ้าบอกผลลัพธ์ที่ต้องการให้ชัดเจนตอนปรึกษาแพทย์ ก็จะได้รับคำแนะนำส่วนผสมที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
วอเตอร์ไรติ้งกับสกินบูสเตอร์เป็นหัตถการเดียวกันไหม?
วอเตอร์ไรติ้งมักหมายถึงสกินบูสเตอร์ชนิดหนึ่งที่เจือจางกรดไฮยาลูโรนิกแล้วฉีดให้ทั่วใบหน้าอย่างถี่ๆ พูดง่ายๆ คือวอเตอร์ไรติ้งเป็นหัตถการชนิดหนึ่งที่อยู่ในหมวดใหญ่ของสกินบูสเตอร์นั่นเอง ส่วนสกินบูสเตอร์เป็นแนวคิดที่กว้างกว่า ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีกรดไฮยาลูโรนิกเป็นหลัก และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมฟื้นฟูอย่าง PDRN หรือ PN
ดังนั้นถ้าขอทำวอเตอร์ไรติ้งแล้วถูกแนะนำสกินบูสเตอร์ชื่ออื่น ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นหัตถการที่ต่างกัน เพียงแต่ชื่อเรียกและลักษณะเฉพาะจะเปลี่ยนไปตามส่วนผสม ความเข้มข้น และความลึกที่ฉีดเข้าไปเท่านั้น ถ้าสับสน วิธีที่ชัดเจนที่สุดคือถามตรงๆ ว่าใช้ส่วนผสมอะไร
ช่วงที่เริ่มเห็นผลและระยะเวลาอยู่ได้
สกินบูสเตอร์ที่มีกรดไฮยาลูโรนิกเป็นหลัก มักให้ความรู้สึกชุ่มชื้นได้ตั้งแต่ทันทีหลังฉีด เพราะคุณสมบัติจับน้ำที่ออกฤทธิ์ทันที ในขณะที่ PDRN หรือ PN ที่ช่วยฟื้นฟู ต้องผ่านกระบวนการที่ผิวสร้างคอลลาเจนเองจึงค่อยๆ เห็นผลภายในเวลาหลายสัปดาห์
- กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก: มักรู้สึกชุ่มชื้นได้ตั้งแต่ทันทีหลังฉีด
- กลุ่ม PDRN, PN: ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลการฟื้นฟูชัดเจนขึ้น
- ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ถึง 2 เดือน และถ้าฉีดต่อเนื่องสม่ำเสมอ ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ก็จะค่อยๆ ยาวขึ้น
ดังนั้นถ้าอยากเห็นผลเร็ว มักเลือกกลุ่มกรดไฮยาลูโรนิกก่อน ส่วนถ้าต้องการปรับผิวในระยะยาว มักเลือกกลุ่มส่วนผสมฟื้นฟูก่อน
ลดความเจ็บด้วยครีมชา
สกินบูสเตอร์คือการฉีดเข็มเล็กๆ หลายสิบถึงหลายร้อยครั้งทั่วใบหน้า จึงจะรู้สึกเจ็บแปลบๆ ซ้ำๆ ถ้าทาครีมชาก่อนทำให้เพียงพอ ความเจ็บจะลดลงได้มาก ความรู้สึกเจ็บก็ต่างกันไปตามบริเวณ บริเวณที่ค่อนข้างกว้างและเรียบอย่างหน้าผากหรือแก้มจะเจ็บน้อยกว่า ส่วนบริเวณที่บอบบางอย่างรอบปากจะรู้สึกแปลบมากกว่าเล็กน้อย
ถ้าไวต่อความเจ็บเป็นพิเศษ สามารถขอเวลาทาครีมชาให้นานขึ้นก่อนทำ หรือปรึกษาแพทย์เรื่องแบ่งฉีดทีละส่วนแทนการฉีดทั่วหน้าในครั้งเดียวก็ได้
ตุ่มนูนหลังฉีดเป็นเรื่องปกติไหม?
การเกิดตุ่มเล็กๆ คล้ายเม็ดข้าวที่ผิวทันทีหลังฉีด หรือที่เรียกกันว่าตุ่มเอ็มโบ เป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไป เป็นลักษณะชั่วคราวที่เกิดจากส่วนผสมที่ฉีดเข้าไปยังไม่กระจายตัว ยังคงจับตัวเป็นหยดอยู่ตรงนั้น ปกติจะใช้เวลาแค่หนึ่งถึงสองวันกว่าส่วนผสมจะกระจายตัวและยุบลงไปเอง สิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้มือกดหรือบีบมันออก
แต่ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วยังมีก้อนแข็งอยู่เหมือนเดิม หรือก้อนใหญ่ขึ้นและแดงขึ้นเรื่อยๆ นั่นไม่ใช่ตุ่มเอ็มโบธรรมดาแล้ว อาจเป็นก้อนเนื้อที่ต้องไปตรวจเช็ก สรุปง่ายๆ คือตุ่มนูนในหนึ่งถึงสองวันถือว่าปกติ ส่วนก้อนแข็งที่อยู่นานเป็นสัญญาณที่ต้องตรวจสอบ
ควรฉีดห่างกันกี่สัปดาห์ และฉีดกี่ครั้ง?
ช่วงเริ่มต้น มักฉีดห่างกัน 2 ถึง 4 สัปดาห์ รวมประมาณ 3 ถึง 4 ครั้งเพื่อวางพื้นฐานให้แน่น หลังจากนั้นมักฉีดต่อเนื่องเพื่อรักษาผลลัพธ์ทุกหนึ่งเดือนถึงสองสามเดือน เพราะส่วนผสมจะค่อยๆ ถูกสลายไปในร่างกาย ฉีดครั้งเดียวจึงไม่ทำให้ผลลัพธ์อยู่ถาวร
- ช่วงเร่งดูแลเบื้องต้น: ทำซ้ำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่าง 2 ถึง 4 สัปดาห์
- ช่วงรักษาผล: เพิ่มตามความจำเป็นโดยเว้นระยะห่างหนึ่งถึงสองเดือน
- ระยะห่างที่เหมาะสมต่างกันไปตามสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
แทนที่จะฉีดถี่เกินไปโดยทิ้งระยะห่างน้อยมาก การให้เวลาผิวฟื้นตัวอย่างเพียงพอจะให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่าในระยะยาว
ความต่างของ HA และ PDRN
กรดไฮยาลูโรนิกทำงานด้วยการจับน้ำ เติมเต็มความชุ่มชื้นและปริมาตรได้ทันที ส่วน PDRN เป็นส่วนผสมที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จากชิ้นส่วนดีเอ็นเอของปลาแซลมอน ซึ่งเชื่อว่าทำงานด้วยการช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหายและกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ แทนที่จะเติมความชุ่มชื้นโดยตรง มันใกล้เคียงกับแนวทางที่ช่วยยกระดับความสามารถในการฟื้นตัวของผิวเองมากกว่า
ดังนั้นถ้าต้องการความชุ่มชื้นและปริมาตรที่เห็นผลทันที มักเลือกกลุ่มกรดไฮยาลูโรนิกก่อน แต่ถ้าเป้าหมายที่สำคัญกว่าคือรอยสิวหรือการฟื้นฟูผิวโดยรวม มักเลือกกลุ่ม PDRN ก่อน หลายคนก็ใช้สองส่วนผสมนี้สลับกันไป ดังนั้นการผสมผสานและสัดส่วนที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์ตามเป้าหมายที่ต้องการ
สกินบูสเตอร์ช่วยยกผิวที่หย่อนได้ไหม?
สกินบูสเตอร์ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ผิวเนียนขึ้น และความยืดหยุ่นเล็กน้อย แต่ถ้าคาดหวังให้ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยชัดเจนแล้ว คงเป็นไปได้ยาก ความหย่อนคล้อยเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจน เส้นใยอีลาสติน ไขมัน และชั้นพังผืดร่วมกัน ซึ่งต้องใช้วิธีที่ต่างจากหัตถการกระชับผิวที่กระตุ้นชั้นลึกกว่า
ดังนั้นถ้าต้องการยกระดับผิวเนียนขึ้นและเปล่งปลั่ง สกินบูสเตอร์อย่างเดียวก็อาจเพียงพอ แต่ถ้าความหย่อนคล้อยเองเป็นปัญหาหลัก การพิจารณาหัตถการกระชับผิวควบคู่ไปด้วยจะสมเหตุสมผลกว่า หลายคนรู้สึกพึงพอใจโดยรวมมากขึ้นเมื่อปรับผิวให้เนียนด้วยสกินบูสเตอร์ก่อน แล้วค่อยทำหัตถการกระชับผิวตามมา ดังนั้นการใช้ทั้งสองอย่างควบคู่กันโดยเว้นระยะห่างก็เป็นวิธีที่ใช้กันบ่อย
สิ่งที่ต้องแจ้งก่อนฉีด
โดยหลักการแล้ว ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือมีอาการอักเสบหรือติดเชื้อที่บริเวณที่จะทำหัตถการ ควรเลี่ยงสกินบูสเตอร์ เพราะส่วนผสม PDRN สกัดจากปลาแซลมอน ถ้ามีอาการแพ้อาหารทะเลรุนแรง ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า แม้กระบวนการทำให้บริสุทธิ์จะกำจัดโปรตีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ออกไปแล้ว แต่ถ้าเคยมีปฏิกิริยาผิดปกติมาก่อน ก็ควรเข้ารับการรักษาอย่างระมัดระวัง
ถ้ากำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นคีลอยด์ หรือเพิ่งทำหัตถการอื่นที่บริเวณเดียวกันมาไม่นาน ก็ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเช่นกัน แทนที่จะเดาเอาเองในส่วนที่ไม่แน่ใจ การพูดตรงๆ ตอนซักประวัติก่อนทำหัตถการคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
References
Korean Dermatological Association, American Society for Dermatologic Surgery (ASDS), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Hyalowave สกินบูสเตอร์ หลักการ เริ่มเห็นผลเมื่อไร และการดูแลหลังฉีด
HILO WAVE คือสกินบูสเตอร์ที่รวม HA สองขนาดโมเลกุลไว้ในโครงสร้างเดียวกัน HA โมเลกุลเล็กและโมเลกุลใหญ่ทำงานในระดับความลึกและความเร็วที่ต่างกัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวไปพร้อมกัน บทความนี้สรุปหลักการทำงานจริงของโครงสร้าง HA คู่นี้อย่างละเอียด
By Dr. Kim

ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก ผลลัพธ์ ระยะเวลาอยู่ได้ และผลข้างเคียง
รวมคำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดก่อนฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก ตั้งแต่กลไกที่โบทูลินัมท็อกซินช่วยคลายริ้วรอย ช่วงเวลาที่เห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน ความเจ็บปวด ความต่างจากฟิลเลอร์ ไปจนถึงกรณีที่ไม่ควรฉีด เรียงตามลำดับที่คนไข้มักสงสัยจริง ๆ
By Dr. Kim

โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟ ผลลัพธ์ อยู่ได้นานแค่ไหน ปริมาณและผลข้างเคียง
โบท็อกซ์คางลูกกอล์ฟคือหัตถการที่ช่วยให้คางที่ขรุขระเป็นเม็ด ๆ เรียบเนียนขึ้น ด้วยการคลายกล้ามเนื้อคาง (mentalis) ที่ทำงานหนักเกินไป บทความนี้รวบรวมทั้งปริมาณยาและตำแหน่งฉีด ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน ความแตกต่างจากปัญหาโครงสร้างอย่างคางสั้นหรือคางยื่น ไปจนถึงผลข้างเคียงและข้อควรระวัง โดยอ้างอิงจากข้อมูลจริง
By Dr. Kim