prettytime
Skincare

หลักการที่ HILO WAVE สกินบูสเตอร์ผสาน HA โมเลกุลเล็กและโมเลกุลใหญ่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นผิว

By Dr. Kim1 min read

ในวงการผิวหนัง มีผลิตภัณฑ์ที่ติดป้ายว่าสกินบูสเตอร์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และ HILO WAVE เป็นหนึ่งในนั้นที่ใช้ HA เป็นวัตถุดิบหลักเช่นกัน แต่มีจุดที่ต่างจากผลิตภัณฑ์ทั่วไปคือการรวม HA สองขนาดไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว

โดยทั่วไป HA มักผลิตด้วยขนาดโมเลกุลเดียว แต่ HILO WAVE เลือกผสาน HA โมเลกุลเล็กและโมเลกุลใหญ่เข้าด้วยกัน บทความนี้จะไล่เรียงทีละขั้นว่าทำไมต้องผสมสองขนาดเข้าด้วยกัน และโครงสร้างนี้ทำงานในผิวอย่างไร

ฮีลโลเวฟสกินบูสเตอร์คืออะไร

HILO WAVE เป็นสกินบูสเตอร์ที่ใช้ HA เป็นวัตถุดิบหลัก สกินบูสเตอร์คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ฉีดเข้าชั้นหนังแท้เพื่อเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว จึงเน้นปรับผิวให้เนียนและกระชับขึ้น มากกว่าการเติมปริมาตรแบบฟิลเลอร์

จุดเด่นของ HILO WAVE อยู่ที่วิธีผลิต HA โดยผสาน HA โมเลกุลเล็กและโมเลกุลใหญ่ไว้ในโครงสร้างเดียวกัน ซึ่งผู้ผลิตเรียกวิธีการนี้ว่า DHC (Dual Hyaluronic Acid Compound หรือสารประกอบ HA คู่) และยังใช้ HA บริสุทธิ์สูงที่ผลิตด้วยกระบวนการหมัก แทนที่จะใช้วัตถุดิบจากสัตว์ เพื่อเพิ่มความเข้ากันได้ทางชีวภาพ นั่นหมายความว่าร่างกายมีโอกาสจดจำเป็นสิ่งแปลกปลอมน้อยลง และยิ่งความบริสุทธิ์สูง โอกาสที่จะบวมหรือระคายเคืองจากสิ่งเจือปนก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย

ทำไมต้องใช้ HA โมเลกุลเล็กและโมเลกุลใหญ่ร่วมกัน?

HA มีบทบาทในผิวต่างกันตามขนาดโมเลกุล HA โมเลกุลเล็กมีขนาดเล็กจึงสามารถแทรกซึมไปได้ไกลและลึกระหว่างเนื้อเยื่อ คล้ายกับเม็ดทรายเล็ก ๆ ที่ลอดผ่านตาข่ายถี่ ๆ ได้ง่าย เมื่อ HA โมเลกุลเล็กแทรกซึมไปทั่ว จะเข้าไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ในผิวที่สร้างคอลลาเจนโดยตรง

ในทางกลับกัน HA โมเลกุลใหญ่มีขนาดใหญ่กว่า เมื่อฝังตัวแล้วจึงไม่ค่อยเคลื่อนที่ แต่มีความสามารถจับน้ำไว้ได้ดีเยี่ยม เหมือนฟองน้ำที่อุ้มน้ำได้มากกว่าเม็ดทรายเล็กหลายเท่าและอยู่ในตำแหน่งเดิมได้นาน HA โมเลกุลใหญ่จึงทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในระยะยาว

เมื่อใส่ทั้งสองขนาดเข้าด้วยกัน HA โมเลกุลเล็กจะกระจายตัวกว้างและกระตุ้นเซลล์ ส่วน HA โมเลกุลใหญ่จะอยู่ประจำที่และเติมความชุ่มชื้น เท่ากับเป็นโครงสร้างที่ทำงานพร้อมกันในเวลาและความลึกที่ต่างกัน

เหตุผลที่ลดการใช้สารเชื่อมขวางให้น้อยที่สุด

หากปล่อย HA ไว้เฉย ๆ เอนไซม์ในร่างกายจะสลายมันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อผลิตฟิลเลอร์หรือสกินบูสเตอร์ จึงต้องใช้ BDDE (butanediol diglycidyl ether สารเชื่อมขวางที่ร้อยสาย HA เข้าด้วยกัน) ในปริมาณเล็กน้อยเพื่อชะลอการสลายตัว หลักการคล้ายกับการมัดปมเชือกหลายเส้นเข้าด้วยกัน ซึ่งจะอยู่ทนกว่าปล่อยให้คลายทีละเส้น

ปัญหาคือยิ่งใช้สารเชื่อมขวางมาก คุณสมบัตินุ่มนวลตามธรรมชาติของ HA ก็ยิ่งลดลง และโอกาสที่ร่างกายจะจดจำเป็นสิ่งแปลกปลอมก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย HILO WAVE จึงลดปริมาณสารเชื่อมขวางให้น้อยที่สุด และใช้โครงสร้างการรวม HA สองขนาดมาช่วยเสริมความคงอยู่แทน เท่ากับเลือกวิธีที่ให้โครงสร้างโมเลกุลเองอยู่ทนนาน แทนที่จะพึ่งพาสารเชื่อมขวางเป็นหลัก

คอลลาเจนและอีลาสตินถูกกระตุ้นอย่างไร?

เมื่อ HA เข้าสู่ผิว ร่างกายจะรับรู้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและเริ่มกระบวนการซ่อมแซม หลักการคล้ายกับตอนที่มีแผล เซลล์ซ่อมแซมจะเคลื่อนมารวมตัวที่บริเวณนั้น เพียงแต่ความรุนแรงในกรณีนี้เบากว่ามาก ในกระบวนการนี้ไฟโบรบลาสต์จะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมา

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่คล้ายเสาค้ำยันผิวจากด้านล่าง ส่วนอีลาสตินเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวคืนตัวกลับสู่รูปเดิมได้เหมือนยางยืด เมื่อ HA โมเลกุลเล็กแทรกซึมไปทั่วเนื้อเยื่อ จะช่วยกระตุ้นปฏิกิริยานี้ในบริเวณที่กว้างขึ้น ทำให้ HILO WAVE ไม่เพียงให้ผลเติมความชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังผลที่เนื้อเยื่อแน่นขึ้นตามระยะเวลาด้วย

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยานี้จะเกิดมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคน อายุ สภาพผิว ความลึกและปริมาณที่ฉีดล้วนมีผลต่างกัน จึงยากที่จะฟันธงผลลัพธ์เป็นตัวเลขตายตัว

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วทุกชั้นผิว

โดยทั่วไปสกินบูสเตอร์มักฉีดในระดับความลึกที่กำหนดไว้ตายตัว จึงมักเห็นผลเฉพาะบริเวณใกล้ระดับความลึกนั้น HILO WAVE เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ HA สองขนาดร่วมกันเพื่อขยายขอบเขตนี้ให้กว้างขึ้น

HA โมเลกุลเล็กมีขนาดเล็กจึงเคลื่อนที่ไปถึงชั้นตื้นได้ค่อนข้างไกล ส่วน HA โมเลกุลใหญ่จะฝังตัวอยู่ในชั้นลึกที่ฉีดเข้าไป ผลที่ได้คือการฉีดเพียงครั้งเดียวสามารถกระตุ้นปฏิกิริยาในชั้นลึกและชั้นตื้นไปพร้อมกัน ตามคำอธิบายของผู้ผลิต ซึ่งหมายความว่าไม่ต้องทำหลายครั้งแยกตามชั้นผิว ช่วยลดทั้งเวลาและจำนวนครั้งที่ต้องทำ

แต่ปฏิกิริยาที่เกิดทั่วทุกชั้นนี้จะเห็นผลมากน้อยแค่ไหนในทางปฏิบัติ อาจแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์และผู้ทำหัตถการ ดังนั้นก่อนทำหัตถการจึงควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดเกี่ยวกับสภาพผิวของตัวเองและบริเวณที่ต้องการ โดยเฉพาะแต่ละส่วนของใบหน้ามีความหนาของผิวและความลึกของชั้นไขมันต่างกัน แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน ความลึกในการฉีดและปริมาณจึงถูกกำหนดต่างกันไปตามแต่ละบริเวณ

โครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในชื่อ เวฟ

เหตุผลที่ชื่อผลิตภัณฑ์มีคำว่าเวฟ (Wave) น่าจะมาจากโครงสร้างที่ HA สองขนาดหลอมรวมกัน โดย HA โมเลกุลเล็กและโมเลกุลใหญ่เรียงสลับต่อกันจนเกิดรูปทรงคล้ายคลื่น

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนคลื่นทะเลที่เกิดจากคลื่นใหญ่และคลื่นเล็กซ้อนทับกัน HILO WAVE ก็เช่นกัน HA ที่มีขนาดต่างกันมาผสานซ้อนกันจนเกิดเป็นโครงสร้างเดียว และด้วยโครงสร้างนี้ การกระจายตัวในผิวจึงไม่ได้ไปในทิศทางเดียว แต่ต่อเนื่องไปทั่วหลายชั้นเหมือนคลื่น ซึ่งเป็นคำอธิบายหลักของชื่อนี้

สรุปแล้ว สิ่งที่ชื่อนี้ต้องการสื่อคือไม่ใช่ขนาดเดียว แต่เป็นโครงสร้างคู่ ซึ่งเป็นจุดต่างที่สำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับการใช้ HA ขนาดเดียว

การดูแลหลังทำและผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

การดูแลหลังทำหัตถการมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ HA เข้าที่และเกิดปฏิกิริยาซ่อมแซมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  • ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ ควรหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพราะหาก HA ที่ฉีดเข้าไปยังไม่ทันเข้าที่ดี การกดทับอาจทำให้ตำแหน่งเคลื่อนหรือกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
  • ควรงดสถานที่ที่มีความร้อนสูง เช่น ห้องซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ ไปสักระยะหนึ่ง เพราะความร้อนอาจทำให้เนื้อเยื่อบวมและหลวมขึ้น จนรบกวนกระบวนการฟื้นตัว
  • การป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยได้มาก เพราะรังสียูวีเร่งการสลายคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ให้เร็วขึ้น จึงเป็นนิสัยที่จำเป็นหากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  • อาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำในช่วงแรกมักจะยุบลงเมื่อเวลาผ่านไป ความเร็วในการฟื้นตัวแตกต่างกันไปตามแต่ละคน จึงไม่ควรใจร้อนเกินไป

ช่วงเวลาที่เห็นผลก็แบ่งเป็นสองช่วงเช่นกัน ผลด้านความชุ่มชื้นมักรู้สึกได้ค่อนข้างเร็ว ส่วนความยืดหยุ่นที่เกิดจากการสะสมของคอลลาเจนและอีลาสตินจะปรากฏช้ากว่าและค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า ดังนั้น HILO WAVE จึงมักถูกมองในมุมของการดูแลอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการทำเพียงครั้งเดียว

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

หลักการและการใช้งานMiraJet สกินบูสเตอร์ไร้เข็มที่ส่งสารเข้าสู่ชั้นหนังแท้ด้วยแรงพุ่งของเหลว

MiraJetเป็นหัตถการแบบไม่รุกล้ำที่พ่นลำพุ่งของเหลวความเร็วสูงแทนเข็ม เพื่อส่งสารสำคัญเข้าสู่ผิว บทความนี้สรุปหลักการที่พลังงานเลเซอร์ 2940nm สร้างแรงดันฉับพลันจนเกิดลำพุ่งของเหลวเล็กจิ๋ว พร้อมอธิบายเหตุผลที่นำมาใช้ส่งสกินบูสเตอร์ ดูแลแผลเป็นสิว และรูขุมขน

By Dr. Lee

Skincare

Cellredm เติม ECM จริงสู่ชั้นผิว, สกินบูสเตอร์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้แค่กระตุ้นคอลลาเจน

Cellredm คือสกินบูสเตอร์ที่นำโครงสร้าง ECM จากเนื้อเยื่อมนุษย์เติมตรงสู่ชั้นผิว ไม่ใช่แค่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเองแล้วรอ อธิบายส่วนประกอบ หลักฐานจากการศึกษา ADM ในมนุษย์ และความแตกต่างจาก Re2O อย่างตรงไปตรงมาในมุมมองของแพทย์

By Dr. Lee

Filler

หลักการครอสลิงก์ของฟิลเลอร์ Atiere ที่ควบคุมทั้งความยืดหยุ่นและความหนืดไปพร้อมกัน และเหตุผลที่ความอยู่ทนแตกต่างกัน

Atiere เป็นฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกที่พัฒนาโดยเมดิทอกซ์ จุดเด่นอยู่ที่เทคนิคเฉพาะที่เรียกว่า HEART ซึ่งช่วยปรับสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นและความหนืด ความละเอียดและความแน่นหนาของการครอสลิงก์เป็นตัวกำหนดว่าฟิลเลอร์จะอยู่ในผิวได้นานแค่ไหนและให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติมากน้อยเพียงใด บทความนี้สรุปหลักการทำงานของกระบวนการครอสลิงก์ใน Atiere อย่างละเอียด

By Dr. Lee

Back to articles