prettytime
Skincare

หลักการฉีดสลายไขมันหน้าที่กำจัดเซลล์ไขมันพร้อมกระตุ้นน้ำเหลืองลดบวม และวิธีดูแลผลลัพธ์ให้อยู่นาน

By Dr. Kim1 min read

หลายคนรู้จักเข็มฉีดกำหนดเส้นหน้าในฐานะหัตถการที่ฉีดบริเวณกรามเหลี่ยมหรือคางสองชั้นเพื่อให้เส้นหน้าดูเรียวขึ้น ฟังชื่อแล้วอาจนึกว่าเป็นยาตัวเดียวที่ไปสลายไขมันเฉพาะจุด แต่ในความเป็นจริงมันคือส่วนผสมของสารหลายชนิด สารที่ทำลายเซลล์ไขมันโดยตรงกับสารที่ช่วยระบายเนื้อเยื่อที่บวมออก ทำงานร่วมกันจนทำให้เส้นหน้าดูกระชับขึ้น มาดูกันทีละขั้นว่าทำไมกลไกทั้งสองแบบนี้ต้องทำงานคู่กัน

เข็มฉีดกำหนดเส้นหน้าประกอบด้วยอะไรบ้าง

เข็มฉีดกำหนดเส้นหน้าไม่ใช่ยาตัวเดียว แต่เป็นการผสมสารหลายชนิดเข้าด้วยกัน ตัวที่ใช้บ่อยที่สุดคือ PPC (phosphatidylcholine ซึ่งเป็นฟอสโฟลิพิดชนิดหนึ่ง) ร่วมกับ L-carnitine และบางคลินิกอาจเติมกรดดีออกซีโคลิก (deoxycholic acid สารที่มีฤทธิ์เป็นกรดและสลายเยื่อหุ้มเซลล์ไขมันโดยตรง) เข้าไปด้วย

ฟอสโฟลิพิดเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ และในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติช่วยให้ไขมันละลายเข้ากับน้ำได้ดีขึ้น เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนน้ำยาล้างจานที่เราใช้ล้างชามที่มีคราบมัน น้ำยาจะแยกก้อนไขมันให้กระจายตัวเล็กลงจนล้างออกไปกับน้ำได้ สารเหล่านี้ก็ทำหน้าที่คล้ายกันรอบเซลล์ไขมัน

แต่ละคลินิกใช้ชนิดและสัดส่วนของสารที่ต่างกัน แม้จะเรียกรวมว่าเข็มฉีดกำหนดเส้นหน้าเหมือนกัน แต่สูตรที่ฉีดจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละที่ ดังนั้นผลลัพธ์และความเร็วในการฟื้นตัวจึงแตกต่างกันได้ตามสูตรที่ใช้

กลไกที่สารในเข็มทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ไขมัน

เซลล์ไขมันมีลักษณะคล้ายลูกโป่งที่เต็มไปด้วยไขมันอยู่ภายในเยื่อบางๆ เยื่อนี้ต้องคงสภาพสมบูรณ์เซลล์ถึงจะรักษารูปทรงไว้ได้ สารอย่างกรดดีออกซีโคลิกจะเข้าไปทำลายโครงสร้างของเยื่อนี้โดยตรง ด้วยการแทรกซึมเข้าไปในชั้นไขมันที่ประกอบเป็นเยื่อหุ้มเซลล์และทำให้มันแยกตัวออกจากกัน

เมื่อเยื่อหุ้มถูกทำลาย เซลล์ไขมันจะไม่สามารถเก็บกักไขมันไว้ได้อีกต่อไป สิ่งที่อยู่ข้างในจึงไหลออกมาและเซลล์ก็ค่อยๆ ยุบตัวลงเอง คล้ายลูกโป่งที่ถูกเจาะรูเล็กๆ ลมค่อยๆ พร่องออกจนแฟบลง เมื่อเซลล์ไขมันถูกทำลายแบบนี้แล้วจะไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมอีก เพราะตัวเซลล์เองได้รับความเสียหายที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้

ส่วน PPC และ L-carnitine ทำงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า แทนที่จะทำลายเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง สารทั้งสองนี้จะไปกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญไขมันให้ไขมันในเซลล์ลดลงทีละน้อยแทน

ทำไมการไหลเวียนน้ำเหลืองถึงช่วยลดบวมไปด้วย

เมื่อเซลล์ไขมันถูกทำลาย ไขมันและเศษเซลล์ที่อยู่ภายในจะไหลออกมาอยู่ในช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อ ท่อที่ทำหน้าที่ขนเศษของเสียเหล่านี้ออกจากร่างกายคือระบบน้ำเหลือง ถ้าเส้นเลือดเป็นท่อที่หมุนเวียนเลือด ระบบน้ำเหลืองก็เปรียบเหมือนท่อระบายที่กรองของเสียในเนื้อเยื่อออกไป

สารบางส่วนในเข็มฉีดกำหนดเส้นหน้ามีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองให้เร็วขึ้น เหมือนท่อระบายที่อุดตันจะมีน้ำขังอยู่ ถ้าการไหลเวียนน้ำเหลืองช้า เศษไขมันที่สลายตัวแล้วกับน้ำก็จะค้างอยู่ในเนื้อเยื่อจนกลายเป็นอาการบวม ต้องอาศัยการไหลเวียนที่ดีเพื่อระบายพื้นที่ตรงนั้นออก เส้นหน้าจึงจะดูกระชับขึ้นได้

พูดง่ายๆ คือสารที่ทำลายเซลล์ไขมันกับสารที่ช่วยการไหลเวียนน้ำเหลืองทำหน้าที่คนละอย่าง ตัวหนึ่งทำให้ไขมันไหลออกมา อีกตัวหนึ่งทำหน้าที่กำจัดมันออกไปจริงๆ ถ้ามีแค่ตัวใดตัวหนึ่งทำงาน เศษที่เหลือก็จะสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ ทำให้เส้นหน้าไม่กระชับตามที่คาดหวังไว้

ทำไมหลังฉีดเสร็จใหม่ๆ ถึงดูบวมมากขึ้น

หลังฉีดเสร็จใหม่ๆ ใบหน้ามักดูบวมมากขึ้นแทนที่จะดูเรียวลง เพราะเข็มที่แทงผ่านเนื้อเยื่อหลายครั้งทิ้งรอยบาดเจ็บเล็กๆ ไว้ ร่างกายจึงส่งของเหลวมายังบริเวณนั้นมากขึ้นเพื่อซ่อมแซม เป็นปฏิกิริยาฟื้นฟูแบบเดียวกับที่แผลบาดเจ็บบวมแดง

นอกจากนี้ไขมันและเศษเซลล์ที่หลุดออกมาจากเยื่อหุ้มเซลล์ที่ถูกทำลาย ยังไม่ทันถูกระบายผ่านระบบน้ำเหลืองออกไป จึงยังคงค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ ทำให้บวมมากขึ้นไปอีก คล้ายกับสถานที่ก่อสร้างที่งานยังไม่เสร็จ เศษวัสดุจึงยังกองอยู่ การกำจัดเศษเหล่านี้ต้องใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์

ดังนั้นถ้าตัดสินผลลัพธ์จากขนาดหน้าในช่วงหลังฉีดเสร็จใหม่ๆ อาจดูเหมือนได้ผลตรงกันข้ามกับที่ต้องการ ช่วงเวลาที่อาการบวมยุบลงต่างหากที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงจริง

ลำดับเวลาของผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ปรากฏ

ช่วงไม่กี่วันแรกหลังฉีดเป็นช่วงที่บวมชัดเจนที่สุด เพราะปฏิกิริยาฟื้นฟูจากความเสียหายของเนื้อเยื่อกับเศษไขมันที่ยังไม่ถูกระบายออกซ้อนทับกันอยู่

หลังจากนั้นในช่วงไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ อาการบวมช่วงแรกจะเริ่มยุบลง เศษไขมันจะค่อยๆ ถูกระบายออกผ่านระบบน้ำเหลือง มีรายงานว่าช่วงนี้จะเริ่มเห็นเส้นหน้าที่เปลี่ยนแปลงชัดขึ้น

การที่เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจะถูกจัดการอย่างสมบูรณ์นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปใช้เวลาหลายสัปดาห์ไปจนถึง 1-2 เดือน เพราะทั้งการที่เซลล์ไขมันหนึ่งเซลล์จะหายไป และการที่ของเหลวที่เข้ามาแทนที่จะระบายออกไปนั้นต้องใช้เวลา นี่เป็นเหตุผลที่หัตถการนี้มักแบ่งทำหลายครั้ง เพราะปริมาณเซลล์ไขมันที่สามารถทำลายได้ในแต่ละครั้งและความเร็วที่ร่างกายจัดการกับเศษเหล่านั้นได้มีขีดจำกัด

ช่วงหลังฉีดเสร็จใหม่ๆ เป็นช่วงที่ความเสียหายกับเศษที่ตกค้างซ้อนกันจนดูเด่นชัดกว่าปกติ ส่วนหลังผ่านไป 1-2 สัปดาห์คือช่วงที่การเปลี่ยนแปลงจริงจากการไหลเวียนเริ่มปรากฏ ต้องแยกสองช่วงนี้ออกจากกันให้ชัดเจน จะได้ไม่เข้าใจผลลัพธ์ของหัตถการผิดไป

ปัจจัยที่กำหนดว่าผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน

เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจากเข็มฉีดกำหนดเส้นหน้าจะไม่งอกกลับมาใหม่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเส้นหน้าจะคงสภาพแบบนั้นไปตลอด ปัจจัยต่อไปนี้ทำงานร่วมกันในการกำหนดผลลัพธ์ระยะยาว

  • จำนวนและขนาดของเซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่: เซลล์ที่ถูกทำลายไปเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเซลล์ไขมันในบริเวณนั้น เซลล์ที่เหลืออยู่สามารถขยายใหญ่ขึ้นได้อีกถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้ามีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักมาก เส้นหน้าก็อาจเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
  • ความเร็วในการเผาผลาญไขมันของแต่ละคน: แม้จะทำหัตถการแบบเดียวกัน แต่ความเร็วในการสลายและเก็บสะสมไขมันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงทำให้ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้และระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่แตกต่างกัน
  • ตำแหน่งและความลึกที่ฉีด: ความหนาและตำแหน่งของชั้นไขมันมีผลต่อการกระจายตัวของสารในเข็ม ซึ่งส่งผลต่อขอบเขตของเซลล์ไขมันที่ถูกทำลาย
  • จำนวนครั้งและระยะห่างของการทำหัตถการ: ปริมาณเซลล์ไขมันที่ทำลายได้ในแต่ละครั้งมีขีดจำกัด มีรายงานว่ายิ่งแบ่งทำหลายครั้งเท่าไร ผลลัพธ์ที่สะสมยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

เรื่องที่ต้องดูแลใส่ใจหลังทำหัตถการ

หัวใจของการดูแลหลังทำคือช่วยให้อาการบวมยุบลงและเศษไขมันถูกระบายออกได้ดี

  • ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังฉีด แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณใบหน้าแรงๆ เพราะถ้าเนื้อเยื่อที่ยังไม่เข้าที่ถูกกระตุ้น ปฏิกิริยาฟื้นฟูอาจรุนแรงขึ้นได้
  • แนะนำให้ลดอาหารรสเค็มหรืออาหารรสจัด เพราะเมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมาก จะยิ่งเก็บกักน้ำไว้มากขึ้น ทำให้อาการบวมยุบช้าลง
  • แนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะกระบวนการไหลเวียนน้ำเหลืองและการขับของเสียล้วนอาศัยการไหลเวียนของน้ำในร่างกาย
  • การออกกำลังกายแบบแอโรบิกเบาๆ มีรายงานว่าช่วยกระตุ้นทั้งการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองไปพร้อมกัน สามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงที่อาการบวมไม่รุนแรงมากแล้ว โดยไม่หักโหมจนเกินไป

อาการบวมและรอยช้ำในช่วงแรกมักค่อยๆ ยุบลงเองตามธรรมชาติ แต่ความเร็วในการฟื้นตัวแตกต่างกันไปในแต่ละคน

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Diet

บอดี้ ออนดา ใช้ไมโครเวฟให้ความร้อนสลายไขมันหน้าท้องและต้นแขน หลักการทำงาน จำนวนครั้ง และระยะเวลาที่ผลอยู่ได้

บอดี้ ออนดา คือหัตถการดูแลรูปร่างแบบไม่ผ่าตัด ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟให้ความร้อนกับชั้นไขมันใต้ผิวอย่างเจาะจง เพื่อลดจำนวนเซลล์ไขมันไปพร้อมกับกระชับผิว บทความนี้อธิบายว่าทำไมความร้อนจึงเลือกจับที่ชั้นไขมันเป็นหลัก เหตุใดการลดไขมันกับการกระชับผิวจึงมาพร้อมกัน หน้าท้อง ต้นแขน และเอวต้องใช้วิธีเข้าถึงต่างกันอย่างไร รวมถึงจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่

By Dr. Kim

Skincare

รอยดำหลังเลเซอร์กำจัดขน เกิดจากแผลไหม้ได้อย่างไร พร้อมวิธีดูแลผิวป้องกันไว้ก่อน

เลเซอร์กำจัดขนทำงานด้วยการใช้ความร้อนทำลายเมลานินในรากขน แต่ถ้าความร้อนนั้นแผ่ไปถึงผิวหนังกำพร้า ก็อาจทิ้งรอยไหม้และกลายเป็นรอยดำตามมาได้ บทความนี้อธิบายว่าเฉดสีผิว ความยาวคลื่น และระบบทำความเย็นส่งผลต่อความเสี่ยงแผลไหม้อย่างไร พร้อมวิธีลดความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนทำ

By Dr. Lee

Filler

หลักการที่ฟิลเลอร์แคลเซียม Radiesse เติมวอลุ่มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน และอยู่ได้นานแค่ไหน

Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่อนุภาคแคลเซียมเติมวอลุ่มได้ทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมอนุภาคถึงสร้างวอลุ่มได้ และนำไปสู่การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร รวมถึงเหตุผลที่นำมาเจือจางใช้เป็นสกินบูสเตอร์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

By Dr. Lee

Back to articles