prettytime
Diet

บอดี้ ออนดา ใช้ไมโครเวฟให้ความร้อนสลายไขมันหน้าท้องและต้นแขน หลักการทำงาน จำนวนครั้ง และระยะเวลาที่ผลอยู่ได้

By Dr. Kim1 min read

ไขมันหน้าท้องกับต้นแขนเป็นจุดที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วก็ยังลดยากอยู่ดี ด้วยเหตุนี้หัตถการอย่างบอดี้ ออนดาที่ใช้คลื่นไมโครเวฟให้ความร้อนโดยตรงกับบริเวณนี้เพื่อลดไขมันจึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการส่งพลังงานลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวได้โดยไม่ต้องมีดหรือเข็มเข้ามาเกี่ยวข้อง

คำว่าไมโครเวฟทำให้หลายคนนึกถึงเตาไมโครเวฟที่ใช้อุ่นอาหาร จึงอาจรู้สึกแปลกใจที่นำมาใช้กับร่างกาย แต่ถ้าเข้าใจหลักการทำงานแล้ว จะเห็นได้เองว่าทำไมความร้อนจึงเลือกจับที่ไขมันเป็นหลัก ทำไมผิวถึงกระชับขึ้นไปพร้อมกัน และทำไมทำครั้งเดียวถึงไม่จบ บทความนี้จะไล่เรียงตั้งแต่กลไก การปรับใช้ตามแต่ละบริเวณ ไปจนถึงเรื่องจำนวนครั้งที่ต้องทำ

บอดี้ ออนดา คือหัตถการแบบไหน?

บอดี้ ออนดาเป็นเครื่องมือดูแลรูปร่างแบบไม่ผ่าตัด ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในตระกูลไมโครเวฟ ซึ่งเป็นคลื่นชนิดเดียวกับที่เตาไมโครเวฟใช้อุ่นอาหาร ส่งความร้อนลงไปยังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง วิธีทำคือใช้หัวเครื่องรูปด้ามจับแนบกับผิว แล้วเคลื่อนไถลเหมือนนวดไปตามบริเวณที่มีไขมันสะสม เพื่อส่งพลังงานเข้าสู่ผิว

จุดเด่นของวิธีนี้คือไม่ใช้เข็มหรือมีด จึงไม่มีแผลผ่าตัดหรือรอยแผลเป็นให้ตามมา ต่างจากการดูดไขมันที่ดึงไขมันออกทางกายภาพโดยตรง บอดี้ ออนดาใช้วิธีกระตุ้นด้วยความร้อนให้เซลล์ไขมันค่อย ๆ ฝ่อลงเอง ระยะพักฟื้นจึงสั้นกว่ามาก คนที่กังวลเรื่องการผ่าตัดจึงมักเลือกวิธีนี้เพื่อการดูแลตัวเองแบบไม่ต้องหยุดพัก

ระหว่างทำหัตถการ ความรู้สึกจะใกล้เคียงกับการประคบอุ่น ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาชาหรือยาแก้ปวด และไม่ต้องเผื่อเวลาพักฟื้นให้อาการบวมยุบนาน 5 ถึง 7 วันเหมือนการดูดไขมัน จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกทำได้แม้ในวันที่ตารางแน่น

ทำไมไมโครเวฟจึงให้ความร้อนกับชั้นไขมันเป็นหลัก?

ถ้าเอาแก้วน้ำเข้าไมโครเวฟจะร้อนเร็วมาก แต่กระดาษแห้ง ๆ กลับแทบไม่ร้อนขึ้นเลย นั่นเพราะไมโครเวฟทำให้โมเลกุลน้ำสั่นสะเทือนจนเกิดความร้อนจากแรงเสียดทาน ยิ่งมีน้ำมากปฏิกิริยานี้ก็ยิ่งแรง เนื้อเยื่อในร่างกายเราก็เช่นกัน ตอบสนองต่อไมโครเวฟมากน้อยต่างกันตามปริมาณน้ำที่มีอยู่

เซลล์ไขมันมีน้ำน้อยกว่าเนื้อเยื่อชนิดอื่น แต่มีสัดส่วนไขมันสูงกว่า เมื่อปรับความถี่และความลึกของพลังงานให้เหมาะสม จึงสามารถโน้มให้ความร้อนไปสะสมที่ชั้นไขมันได้มากกว่าบริเวณอื่น บอดี้ ออนดาอาศัยคุณสมบัตินี้ ออกแบบให้พลังงานไปกระจุกตัวที่ชั้นไขมันใต้ผิว มากกว่าที่ผิวหนังชั้นบน พร้อมกันนั้นก็ใช้ระบบทำความเย็นปกป้องผิวชั้นนอก ทำให้ไขมันร้อนขึ้นในขณะที่ผิวยังปลอดภัยจากความเสี่ยงเรื่องแผลไหม้

เมื่อเซลล์ไขมันได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อนซ้ำ ๆ ความเสียหายที่เยื่อหุ้มเซลล์และโครงสร้างภายในจะค่อย ๆ สะสมมากขึ้น จนเซลล์ไขมันตอบสนองด้วยการฝ่อลงทีละน้อย มีรายงานว่ากลไกนี้ไม่ได้เกิดจากการกระตุ้นแรง ๆ เพียงครั้งเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ สะสมทีละนิดตลอด 4 ถึง 6 ครั้งของการทำ

เซลล์ไขมันที่เสียหายจะถูกแมคโครฟาจ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนหน่วยทำความสะอาดในร่างกาย เข้ามาจับกินและกำจัดออกไปอย่างช้า ๆ กระบวนการนี้ต้องใช้เวลา ดังนั้นรอบเอวหรือขนาดของบริเวณที่ทำจึงไม่ได้เล็กลงทันทีในวันถัดไป แต่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตลอด 4 ถึง 8 สัปดาห์

ทำไมไขมันลดกับผิวกระชับถึงมาพร้อมกัน?

หลายคนที่ทำบอดี้ ออนดามักได้ยินว่าไม่ใช่แค่ไขมันลดลง แต่ผิวก็กระชับขึ้นด้วย เหตุผลที่สองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันคือความร้อนไม่ได้ส่งผลแค่ที่ชั้นไขมัน แต่ยังส่งไปถึงชั้นหนังแท้ที่อยู่ด้านบนในระดับหนึ่งด้วย

ในชั้นหนังแท้มีคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เหมือนเสาค้ำโครงสร้างผิว เมื่อได้รับความร้อนกระตุ้น ไฟโบรบลาสต์ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น คล้ายกับการค่อย ๆ เปลี่ยนเสาเก่าเป็นเสาใหม่ทีละต้น

ดังนั้นในช่วงเวลาเดียวกัน ชั้นไขมันจะมีเซลล์ที่ลดจำนวนลง ในขณะที่ชั้นหนังแท้ด้านบนจะมีคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของคอลลาเจนช่วยพยุงผิวไม่ให้หย่อนคล้อยจากการที่ไขมันลดลง จึงพูดได้ว่าการลดไขมันกับการกระชับผิวไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แยกจากกัน แต่เกิดจากการกระตุ้นด้วยความร้อนตัวเดียวกัน

หลายคนคงเคยเห็นกรณีที่ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว แล้วผิวหนังตามไม่ทัน จนดูหย่อนคล้อยกว่าที่ควร นั่นเป็นเพราะไขมันลดลงแต่ผิวยังคงเดิม บอดี้ ออนดาลดไขมันไปพร้อมกับส่งความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนที่ผิวชั้นบนด้วย จึงออกแบบมาให้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยแบบนี้เกิดขึ้นน้อยลง

ทำไมหน้าท้อง ต้นแขน และเอวจึงต้องเข้าถึงต่างกัน?

แม้จะเป็นหัตถการไมโครเวฟแบบเดียวกัน แต่แต่ละบริเวณมีความหนาของชั้นไขมันและลักษณะผิวต่างกัน จึงต้องปรับวิธีเข้าถึงให้ต่างกันไปด้วย เหตุผล 3 ข้อต่อไปนี้คือสิ่งที่ทำให้แตกต่างกัน

  • หน้าท้องมีชั้นไขมันหนาและพื้นที่กว้าง จึงต้องแบ่งทำหลายจุดและใช้เวลานานขึ้น เพื่อกระจายพลังงานให้ทั่วถึง เพราะยิ่งชั้นไขมันหนา ความร้อนก็ยิ่งต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะกระจายลงไปถึงส่วนลึก
  • ต้นแขนมีชั้นไขมันบางกว่าและผิวค่อนข้างบอบบาง จึงมักลดกำลังพลังงานลงและแบ่งทำสั้น ๆ 3 ถึง 4 รอบแทน เพราะบริเวณที่ผิวบางจะสะสมความร้อนได้ง่ายกว่าแม้ใช้พลังงานเท่ากัน หากใช้กำลังแรงเกินไปอาจกลายเป็นการระคายเคืองแทน
  • เอวเป็นบริเวณที่มีส่วนโค้งและรอยพับมาก จึงต้องปรับมุมและเส้นทางการเคลื่อนหัวเครื่องให้แนบสนิทอย่างพิถีพิถัน หากแนบไม่สม่ำเสมอ พลังงานอาจไปกระจุกอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้ผลลัพธ์ในแต่ละจุดไม่สม่ำเสมอกัน

สรุปแล้ว เหตุผลที่ต้องปรับกำลัง เวลา และวิธีเคลื่อนหัวเครื่องให้ต่างกันในแต่ละบริเวณ ก็เพื่อนำหลักการเดียวกันไปปรับใช้ให้เหมาะกับลักษณะเนื้อเยื่อของแต่ละจุด แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องประเมินความหนาของไขมัน ความบอบบางของผิว และส่วนโค้งด้วยสายตาและมือไปพร้อมกัน ประสบการณ์และความชำนาญจึงมีผลต่อผลลัพธ์ไม่น้อย ด้วยเหตุนี้การค่อย ๆ ตรวจดูปฏิกิริยาของแต่ละบริเวณแล้วปรับไปเรื่อย ๆ จึงปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอกว่าการใช้กำลังเท่ากันไล่ไปทุกจุด

ทำไมต้องแบ่งทำ 4 ถึง 6 ครั้ง?

เซลล์ไขมันไม่ได้หายไปจากการกระตุ้นด้วยความร้อนเพียงครั้งเดียว ต้องอาศัยกระบวนการที่ความเสียหายสะสมขึ้นเรื่อย ๆ แล้วร่างกายค่อย ๆ กำจัดออกไป ผลลัพธ์จึงต้องใช้เวลากว่าจะเห็นชัด ด้วยเหตุนี้บอดี้ ออนดาจึงมักทำ 4 ถึง 6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ต่อครั้ง

การเว้นระยะ 1 ถึง 2 สัปดาห์ก็เกี่ยวข้องกับเวลาที่ร่างกายต้องใช้ในการจัดการความเสียหายนี้เช่นกัน ต้องให้เวลาร่างกายกำจัดเซลล์ไขมันที่เสียหายจากการกระตุ้นครั้งก่อนไปในระดับหนึ่งก่อน แล้วค่อยกระตุ้นซ้ำ ผลจึงจะสะสมทับกันขึ้นไปเรื่อย ๆ หากทำถี่เกินไปในขณะที่ร่างกายยังจัดการไม่เสร็จ อาจกลายเป็นภาระต่อเนื้อเยื่อมากขึ้นแทน

หัตถการนี้จึงไม่ใช่การหวังผลใหญ่จากครั้งเดียว แต่เป็นการดูแลที่ค่อย ๆ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของรอบวัดและสัมผัสผิวไปทีละครั้ง เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการกำจัดเซลล์ไขมันที่เสียหายและของเสียจากกระบวนการนี้ด้วย จึงมีรายงานว่าการทำตามระยะห่างที่แนะนำ แทนที่จะเร่งทำถี่เกินไป จะปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่า

กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ก็เช่นกัน ต้องใช้เวลาไม่ต่างกัน ผลลัพธ์เรื่องความกระชับจึงมักปรากฏช้ากว่าการลดไขมันเล็กน้อย และค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 8 สัปดาห์ถึง 6 เดือน

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

มีรายงานว่าเซลล์ไขมันที่ลดจำนวนไปแล้วจะไม่กลับมาเกิดใหม่อีก ผลลัพธ์จากหัตถการจึงมักอยู่ได้ค่อนข้างนาน อย่างไรก็ตาม เซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่สามารถขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้อีก ดังนั้นหากน้ำหนักเพิ่มขึ้นภายหลัง บริเวณนั้นก็อาจกลับมาดูเด่นชัดขึ้นได้อีกครั้ง

ส่วนผลกระชับที่มาจากคอลลาเจนมักอยู่ได้ในระยะเวลาที่สั้นกว่าการลดไขมัน เพราะคอลลาเจนเองก็ผ่านกระบวนการเมตาบอลิซึมที่ค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป หากต้องการรักษาความกระชับให้อยู่ได้นาน การทำหัตถการดูแลซ้ำเป็นระยะจะช่วยได้

สาเหตุที่เซลล์ไขมันกับคอลลาเจนอยู่ได้ยาวนานต่างกัน ก็เพราะคุณสมบัติของทั้งสองแตกต่างกันโดยพื้นฐาน คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่และสลายไปสลับกันอยู่ตลอดในชั้นหนังแท้ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นครั้งหนึ่งจึงมีแนวโน้มค่อย ๆ กลับสู่ระดับเดิมเมื่อเวลาผ่านไป ในขณะที่เซลล์ไขมันเมื่อลดจำนวนลงแล้วจะไม่กลับมาเกิดใหม่ ผลลัพธ์จึงคงอยู่ได้นานกว่ามาก

มีรายงานว่าบอดี้ ออนดาไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่ผลลัพธ์จะยิ่งมั่นคงต่อเนื่องเมื่อควบคู่ไปกับการดูแลชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหารและออกกำลังกาย การควบคุมไม่ให้น้ำหนักแกว่งขึ้นลงมากเกินไปคือวิธีที่แน่นอนที่สุดในการยืดระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่

ช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์แรกหลังทำหัตถการ เป็นช่วงที่ชั้นไขมันที่ได้รับความร้อนกำลังค่อย ๆ ถูกกำจัดออกไป มีรายงานว่าการดื่มน้ำให้เพียงพอและเดินเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอในช่วงนี้จะช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสียจากกระบวนการนี้ได้ดีขึ้น แทนที่จะเร่งลดน้ำหนักอย่างหักโหม การค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่หัตถการสร้างขึ้น จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่า

References

Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Diet

อัลตราซาวด์ Ulfit Body สลายไขมันหน้าท้องและต้นขาได้จริงไหม ต้องทำกี่ครั้งกันแน่?

Ulfit Body HIFU คือหัตถการปรับรูปร่างแบบไม่ผ่าตัด ที่รวมพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ไปยังชั้นไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะจุด เพื่อค่อย ๆ ลดจำนวนเซลล์ไขมัน บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมคลื่นอัลตราซาวด์ถึงให้ความร้อนเฉพาะชั้นไขมัน ไขมันที่ถูกทำลายแล้วขับออกจากร่างกายอย่างไร ทำไม HIFU สำหรับใบหน้ากับลำตัวถึงตั้งค่าต่างกัน และต้องทำกี่ครั้ง ผลอยู่ได้นานแค่ไหน

By Dr. Kim

Lifting

หลักการเครื่อง Xerf ที่ใช้ RF สองความถี่ให้ความร้อนทั้งชั้นตื้นและลึก เพื่อกระชับผิวหน้า พร้อมจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ผลอยู่ตัว

เครื่อง Xerf ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF สองความถี่พร้อมกัน เพื่อกระตุ้นทั้งชั้นหนังแท้ตื้นและชั้นพังผืดที่อยู่ลึกลงไปในเวลาเดียวกัน บทความนี้อธิบายตั้งแต่หลักการที่ความลึกของความร้อนเปลี่ยนไปตามความถี่ การหดตัวทันทีของคอลลาเจนเมื่อโดนความร้อน กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ตามมา ไปจนถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ตัว โดยเน้นอธิบายผ่านกลไกการทำงานเป็นหลัก

By Dr. Kim

Lifting

หลักการที่ Density RF ใช้คลื่นวิทยุ 2 โหมด กระชับผิวทันทีพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ และต้องทำกี่ครั้ง

Density RF เป็นหัตถการยกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง 2 โหมดที่ทำงานต่างกันร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ และคอลลาเจนใหม่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ถัดมา บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องใช้ 2 โหมดร่วมกัน ความร้อนทำงานในชั้นผิวตามลำดับอย่างไร และทำไมถึงต้องแบ่งทำหลายครั้ง โดยเน้นอธิบายจากหลักการทำงานจริง

By Dr. Kim

Back to articles