prettytime
Lifting

ผลลัพธ์และหลักการของ EMFACE เทคโนโลยี HIFES คลื่นวิทยุยกกระชับกล้ามเนื้อและผิวหน้าไปพร้อมกันโดยไม่ต้องใช้เข็ม

By Dr. Kim2 min read

EMFACE เป็นหัตถการยกกระชับใบหน้าที่ขึ้นชื่อว่าทำได้โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องดมยาสลบ เพียงติดแผ่นอิเล็กโทรดคล้ายแผ่นแปะไว้บนใบหน้าแล้วนอนพักประมาณ 20 นาทีก็เสร็จสิ้น แต่มีจุดที่ต่างจากการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแบบอื่นอย่างชัดเจน นั่นคือไม่ได้ดูแลแค่ผิวหนัง แต่ยังกระตุ้นให้กล้ามเนื้อใบหน้าทำงานไปพร้อมกันด้วย

EMFACE เป็นเครื่องมือที่พัฒนาโดย BTL จากสหรัฐอเมริกา มีการอธิบายว่าใช้คลื่นวิทยุ (RF) กระชับผิวหนัง และใช้เทคโนโลยี HIFES ฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อยกกระชับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ บทความนี้จะพาไปดูทีละประเด็นด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริงว่ากล้ามเนื้อดีขึ้นจริงหรือไม่ ริ้วรอยลดลงและใบหน้ายกกระชับขึ้นมากแค่ไหน และแตกต่างจากการผ่าตัดยกกระชับอย่างไร

เครื่อง EMFACE และแผ่นอิเล็กโทรดสำหรับใบหน้า

EMFACE คือหัตถการแบบไหน?

EMFACE เป็นหัตถการที่ใช้แผ่นอิเล็กโทรดติดบนใบหน้าเพื่อปล่อยพลังงาน 2 ชนิดพร้อมกัน โดยติดแผ่นคล้ายแม่เหล็กที่หน้าผากและแก้มทั้งสองข้าง แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 20 นาที ไม่มีการแทงเข็มหรือกรีดผิวหนัง จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ

จุดสำคัญคือการใช้เทคโนโลยี 2 อย่างพร้อมกัน อย่างแรกคือ synchronized RF หรือความร้อนจากคลื่นวิทยุ ที่ทำให้ชั้นหนังแท้อุ่นขึ้นจนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ อย่างที่สองคือ HIFES ย่อมาจาก High-Intensity Facial Electrical Stimulation พูดง่ายๆ คือเทคโนโลยีที่ปล่อยกระแสไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้ทำงานเหมือนออกกำลังกาย

ตรงนี้เองที่ทำให้ EMFACE แตกต่างจากหัตถการอื่น เพราะการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุหรืออัลตราซาวด์ส่วนใหญ่ดูแลแค่ผิวหนังและชั้นหนังแท้ แต่ EMFACE ดูแลทั้งผิวหนังและกล้ามเนื้อใบหน้าที่อยู่ลึกลงไปด้วย โดยกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ พร้อมฝึกกล้ามเนื้อด้วยการกระตุ้นไฟฟ้า การดูแลทั้ง 2 ชั้นพร้อมกันโดยไม่ต้องใช้เข็มนี่เองคือเหตุผลที่ EMFACE ได้รับความนิยม

ภาพแสดงหลักการที่ EMFACE กระชับชั้นหนังแท้ด้วยความร้อนจากคลื่นวิทยุ และกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยไฟฟ้า HIFES

หลักการที่กล้ามเนื้อและผิวหนังดีขึ้นพร้อมกันคืออะไร?

ภาพด้านบนแสดงการทำงานของ EMFACE เริ่มจากฝั่ง HIFES เมื่อแผ่นอิเล็กโทรดปล่อยสนามไฟฟ้าลงบนใบหน้า จะไปกระตุ้นเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่การขยับหน้าตามปกติทำไม่ได้

เมื่อกล้ามเนื้อได้ออกกำลังกาย จะหนาขึ้นและกระชับขึ้น กล้ามเนื้อใบหน้าที่สำคัญมี 2 มัดหลัก คือ frontalis ที่หน้าผาก และ zygomaticus ที่ทอดจากโหนกแก้มไปยังมุมปาก กล้ามเนื้อเหล่านี้ทำหน้าที่พยุงส่วนกลางและส่วนบนของใบหน้าไว้ เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อเหล่านี้อ่อนแรงลง แก้มและคิ้วจึงหย่อนคล้อยลงมา แนวคิดของ HIFES คือการฝึกกล้ามเนื้อเหล่านี้ใหม่เพื่อพยุงส่วนที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น

ในเวลาเดียวกัน คลื่นวิทยุ (RF) จะดูแลผิวหนัง เมื่อชั้นหนังแท้ได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม คอลลาเจนที่หย่อนยานจะหดตัว และในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่จะค่อยๆ สร้างขึ้นมาเพิ่ม จุดสำคัญคือการควบคุมความร้อนให้เข้าถึงเฉพาะชั้นหนังแท้โดยไม่ทำให้ชั้นหนังกำพร้าไหม้ กล้ามเนื้อพยุงจากด้านล่างและผิวกระชับจากด้านบน การที่ทั้ง 2 ชั้นดีขึ้นพร้อมกันนี้คือจุดเด่นที่ EMFACE นำเสนอ

กราฟแสดงอัตราการลดริ้วรอยแบบ 3 มิติของ EMFACE จาก 20% ทันทีหลังทำ เพิ่มเป็น 35% ที่ 3 เดือน
กราฟแสดงอัตราการลดริ้วรอยแบบ 3 มิติของ EMFACE จาก 20% ทันทีหลังทำ เพิ่มเป็น 35% ที่ 3 เดือน

ริ้วรอยลดลงจริงหรือไม่?

EMFACE มีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกรองรับอยู่พอสมควร จากงานวิจัยแบบวิเคราะห์ 3 มิติที่ทำในหลายโรงพยาบาลกับผู้เข้าร่วม 33 คน พบว่าริ้วรอยลดลงประมาณ 20% ทันทีหลังทำ ประมาณ 23% ที่ 1 เดือน และประมาณ 35% ที่ 3 เดือน ตามกราฟด้านบน จะเห็นว่าผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นหลังผ่านไป 2-3 เดือน มากกว่าทันทีหลังทำ เพราะคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมา

ในงานวิจัยเดียวกัน ผู้เข้าร่วม 88% ได้รับการประเมินว่าดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับที่ 3 เดือน และคะแนนริ้วรอยใบหน้าเฉลี่ยลดลงจาก 5.6 เหลือ 3.8 ส่วนความพึงพอใจอยู่ที่ประมาณ 87%

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในกลุ่มคนที่มีสีผิวเข้มใกล้เคียงกับคนเอเชีย ทำในประเทศไทยกับผู้เข้าร่วม 15 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีผิวประเภท Fitzpatrick ชนิดที่ 4 ผลการศึกษาพบว่าริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาลดลงประมาณ 12% ที่ 3 เดือน และปริมาตรรูขุมขนที่หน้าผากลดลงประมาณ 66% ที่ 6 เดือน แม้ขนาดกลุ่มตัวอย่างจะเล็ก แต่การที่ผลลัพธ์ดีขึ้นในทิศทางเดียวกันทั้งผิวขาวและผิวเข้มก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ เนื่องจากคลื่นวิทยุไม่ตอบสนองกับเม็ดสีเมลานินเหมือนแสงเลเซอร์ แม้ผิวจะเข้มก็มีความเสี่ยงเรื่องแผลไหม้หรือรอยดำค่อนข้างต่ำ นั่นหมายความว่าสามารถใช้กับผิวคนเอเชียได้อย่างปลอดภัย

กราฟแสดงค่าการยกกระชับของ EMFACE ที่ 3 เดือน คิ้วยกขึ้น 3.25mm แก้มมุมหน้า 3.09mm แก้มมุมข้าง 3.83mm
กราฟแสดงค่าการยกกระชับของ EMFACE ที่ 3 เดือน คิ้วยกขึ้น 3.25mm แก้มมุมหน้า 3.09mm แก้มมุมข้าง 3.83mm

ใบหน้ายกกระชับขึ้นมากแค่ไหน?

สิ่งที่หลายคนสงสัยที่สุดคือ EMFACE ยกกระชับใบหน้าได้จริงตามชื่อหรือไม่ จากงานวิจัยของ Kinney และ Boyd ที่มีผู้เข้าร่วมทำครบ 18 คน พบว่าใบหน้ายกขึ้นเฉลี่ยประมาณ 23% ที่ 3 เดือน ตามกราฟด้านบน คิ้วยกขึ้นประมาณ 3.25mm แก้มเมื่อมองจากด้านหน้ายกขึ้นประมาณ 3.09mm และเมื่อมองจากด้านข้างยกขึ้นประมาณ 3.83mm นอกจากนี้ปริมาตรบริเวณแก้มส่วนบนยังเพิ่มขึ้น รวมทั้ง 2 ข้างเฉลี่ยประมาณ 2.5mL

ในงานวิจัยนี้ ผู้เข้าร่วมทุกคน (100%) ได้รับการประเมินว่าดีขึ้นที่ 3 เดือน และความพึงพอใจสูงถึงประมาณ 98% ส่วนความเจ็บปวดก็อยู่ในระดับต่ำ เฉลี่ยเพียง 1.4 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน จึงถูกจัดเป็นหัตถการที่ไม่เจ็บ

ยังมีงานวิจัยที่ใช้อัลตราซาวด์ตรวจสอบว่ากล้ามเนื้อดีขึ้นจริงหรือไม่ ในงานวิจัยนำร่องของ Halaas พบว่าหลังทำหัตถการ สัญญาณอัลตราซาวด์ของกล้ามเนื้อ frontalis และ zygomaticus เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อแน่นและกระชับขึ้น โดยพบการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยประมาณ 31% ที่ 3 เดือน งานวิจัยนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนว่ากล้ามเนื้อใบหน้าถูกฝึกขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยส่วนใหญ่ยังมีผู้เข้าร่วมในระดับหลักสิบคน ขนาดของผลลัพธ์จึงจะชัดเจนขึ้นเมื่อมีข้อมูลสะสมมากกว่านี้

แตกต่างจากการผ่าตัดยกกระชับอย่างไร?

หัวข้อEMFACEผ่าตัดยกกระชับ
วิธีทำติดอิเล็กโทรดผ่าตัด
การดมยาไม่จำเป็นจำเป็น
ระยะพักฟื้นแทบไม่มีหลายสัปดาห์
กล้ามเนื้อฝึกให้แข็งแรงขึ้นจัดตำแหน่งใหม่
ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติยกกระชับชัดเจน
ความคงทนต้องทำซ้ำอยู่ได้นาน

ตารางด้านบนสรุปความแตกต่างของทั้ง 2 หัตถการ EMFACE ดูแลทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนัง แต่ไม่ใช่การผ่าตัดที่ตัดและดึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นเหมือนการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า แต่เป็นการฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นและกระชับผิวหนัง เพื่อพยุงใบหน้าให้ยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงออกมาในรูปแบบที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ มากกว่าการยกกระชับที่เห็นผลชัดเจนแบบทันที

เมื่อเข้าใจจุดนี้แล้วจะตั้งความคาดหวังได้ง่ายขึ้น EMFACE เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีความหย่อนคล้อยหรืออยู่ในระดับปานกลาง หรือต้องการดูแลป้องกันไว้ล่วงหน้า ในทางกลับกัน หากแก้มและเส้นกรามหย่อนคล้อยมากจนต้องการการยกกระชับที่ชัดเจน การปรึกษาเรื่องมัดไหมยกกระชับ อัลตราซาวด์ยกกระชับ หรือการผ่าตัดควบคู่กันไปด้วยจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลมากกว่า

จุดเด่นของ EMFACE นั้นชัดเจน คือไม่มีเข็มและไม่มีการกรีดผิว แทบไม่มีระยะพักฟื้น และดูแลทั้งผิวหนังและความกระชับของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มต้นการยกกระชับแบบเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องกังวลมาก

ภาพขณะรับการรักษาด้วย EMFACE ติดแผ่นอิเล็กโทรดที่หน้าผากและแก้ม นอนพักผ่อนอย่างสบาย

ใครเหมาะกับการทำ EMFACE?

EMFACE มักทำครั้งละ 20 นาที รวม 4 ครั้ง โดยทั่วไปห่างกันประมาณสัปดาห์ละครั้ง ใช้เวลารวมประมาณ 2-4 สัปดาห์จึงจะครบคอร์ส เป็นหัตถการที่เน้นสะสมผลลัพธ์ทีละน้อยทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนัง มากกว่าทำครั้งเดียวจบ ระหว่างทำจะรู้สึกใบหน้าตึงและกล้ามเนื้อกระตุกเล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดอยู่ในระดับต่ำ แม้แต่ในงานวิจัยที่ประเทศไทย คะแนนความเจ็บปวดก็ลดลงจาก 3.5 คะแนนในครั้งแรก เหลือ 1.6 คะแนนในครั้งที่ 4 แสดงว่ายิ่งทำหลายครั้งยิ่งรู้สึกสบายขึ้น

EMFACE เหมาะกับคนกลุ่มนี้ ได้แก่ผู้ที่เพิ่งเริ่มมีความหย่อนคล้อยระดับต้นถึงปานกลาง ผู้ที่กังวลเรื่องเข็มและระยะพักฟื้น และผู้ที่อยากดูแลทั้งผิวหนังและความกระชับของกล้ามเนื้อใบหน้าไปพร้อมกัน หลังทำสามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ทันที จึงไม่กระทบชีวิตประจำวันมากนัก ถือเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร เมื่อหยุดฝึก กล้ามเนื้อก็จะอ่อนแรงลงอีก และความชราก็ยังคงดำเนินต่อไป ดังนั้นการทำซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์จึงเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลมากกว่า หากดูแลพื้นฐานควบคู่ไปด้วย เช่น การกันแดดและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ก็จะช่วยยืดผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นอีกเล็กน้อย EMFACE เป็นหัตถการที่ดูแลทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนังไปพร้อมกันโดยไม่ต้องใช้เข็ม เหมาะกับผู้ที่อยากรักษาความอ่อนเยาว์ไว้อย่างเป็นธรรมชาติ

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

หลักการที่เอ็มเฟซใช้คลื่นความถี่วิทยุร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อเพื่อความกระชับใบหน้า พร้อมจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้

เอ็มเฟซเป็นหัตถการยกกระชับแบบไม่เจาะผิว ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวไปพร้อมกับสัญญาณไฟฟ้าที่ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าโดยตรง บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ว่าทำไมต้องดูแลทั้งผิวและกล้ามเนื้อไปพร้อมกันถึงจะเห็นความกระชับ ทำไมต้องแบ่งทำหลายครั้ง และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

By Dr. Kim

Lifting

หลักการที่ Density RF ใช้คลื่นวิทยุ 2 โหมด กระชับผิวทันทีพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ และต้องทำกี่ครั้ง

Density RF เป็นหัตถการยกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง 2 โหมดที่ทำงานต่างกันร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ และคอลลาเจนใหม่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ถัดมา บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องใช้ 2 โหมดร่วมกัน ความร้อนทำงานในชั้นผิวตามลำดับอย่างไร และทำไมถึงต้องแบ่งทำหลายครั้ง โดยเน้นอธิบายจากหลักการทำงานจริง

By Dr. Kim

Botox

โบทอกซ์กล้ามเนื้อทราพีเซียส ปรับไหล่ให้ดูเรียบตรง วอลลุ่มไหล่ลดจริงไหม อยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดโบทอกซ์เข้ากล้ามเนื้อทราพีเซียสส่วนบนที่นูนขึ้นมา เพื่อให้คอดูยาวขึ้นและเส้นไหล่เรียบเนียนขึ้น หรือที่เรียกกันว่า Barbie Botox มีหลักการทำงานอย่างไร ให้ผลลัพธ์และอยู่ได้นานแค่ไหน มีผลข้างเคียงอย่างไหล่หมดแรงหรือไม่ เหมาะกับใครบ้าง สรุปให้เข้าใจง่ายจากงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Back to articles