prettytime
Filler

ฟิลเลอร์ติ่งหูตกและหูแนบศีรษะ ปริมาณที่ฉีด การเปลี่ยนมุม ระยะเวลาอยู่ตัว และผลข้างเคียงจากงานวิจัยจริง

By Dr. Lee2 min read

มีคนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องรูปทรงหูอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะติ่งหูบางและตกลงจนดูแบนราบ หรือมองจากด้านหน้าแล้วหูแนบติดกับศีรษะมากจนดูอึดอัด นอกจากนี้ยังมีความเชื่อดั้งเดิมว่าติ่งหูที่อวบอิ่มจะนำโชคลาภมาให้ ทำให้หลายคนอยากเติมปริมาตรให้ติ่งหูที่บางลงตามวัย

ปัจจุบันทั้งสองปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก(HA) โดยติ่งหูใช้วิธีเติมปริมาตร ส่วนหูแนบศีรษะใช้วิธีฉีดฟิลเลอร์เข้าร่องหลังใบหูเพื่อดันมุมหูให้กางออก อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจให้ชัดเจนว่าฟิลเลอร์เปลี่ยนแปลงอะไรได้และมีข้อจำกัดตรงไหน บทความนี้รวบรวมปริมาณที่ฉีดจริง ระยะเวลาที่ผลอยู่ตัว ไปจนถึงผลข้างเคียงจากงานวิจัยจริงทีละส่วน

ติ่งหูไม่มีกล้ามเนื้อและกระดูก ประกอบด้วยผิวหนัง ไขมัน และเนื้อเยื่อพังผืดเท่านั้น เมื่ออายุมากขึ้นจึงเสียปริมาตรเร็วกว่าใบหน้า

ทำไมคนถึงมองหาฟิลเลอร์แก้ติ่งหูตกและหูแนบศีรษะ

สาเหตุที่ติ่งหูบางและตกลงมีอยู่ 2 แบบ คือเป็นมาแต่กำเนิดที่มีเนื้อน้อยอยู่แล้ว หรือเกิดจากคอลลาเจนและไขมันใต้ผิวหนังลดลงตามวัย ติ่งหูไม่มีกล้ามเนื้อหรือกระดูกรองรับ มีเพียงผิวหนัง ไขมัน และเนื้อเยื่อพังผืดเท่านั้น จึงเสียปริมาตรได้ง่ายและเร็วกว่าใบหน้าเสียอีก

ส่วนหูที่แนบติดกับศีรษะเป็นเรื่องคนละแบบ เกิดจากกระดูกอ่อนของหู ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อนุ่มที่ประกอบเป็นโครงหู เติบโตพับไปทางด้านหลังมากกว่าปกติตั้งแต่กำเนิด เมื่อมองจากด้านหน้าจึงแทบไม่เห็นใบหู ทำให้ดูอึดอัดไม่โปร่ง

นอกจากนี้ความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าติ่งหูยิ่งอวบอิ่มยิ่งมีโชคลาภก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความต้องการ งานวิจัยในคนไข้ชาวจีนก็ระบุว่าติ่งหูอวบอิ่มถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งมาแต่โบราณ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนมาขอทำฟิลเลอร์ ควรมองเรื่องนี้เป็นเพียงภูมิหลังที่ช่วยให้เข้าใจความต้องการเรื่องปริมาตร มากกว่าจะเป็นหลักฐานทางการแพทย์

งานวิจัยฟิลเลอร์ติ่งหูฉีดในปริมาณน้อยเพียง 0.3 ถึง 0.5 มิลลิลิตรที่จุดกึ่งกลางติ่งหู และผลอยู่ได้นานตั้งแต่ 6 เดือนถึง 9 เดือน
งานวิจัยฟิลเลอร์ติ่งหูฉีดในปริมาณน้อยเพียง 0.3 ถึง 0.5 มิลลิลิตรที่จุดกึ่งกลางติ่งหู และผลอยู่ได้นานตั้งแต่ 6 เดือนถึง 9 เดือน

ฟิลเลอร์ติ่งหูฉีดปริมาณเท่าไหร่และฉีดอย่างไร

วิธีการฉีดฟิลเลอร์ติ่งหูค่อนข้างเรียบง่าย ใช้เข็มเล็กหรือแคนนูล่าฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก(HA)เข้าที่จุดกึ่งกลางติ่งหูทีละน้อยเพื่อเติมปริมาตร ปริมาณที่ใช้ก็ไม่มากนัก งานวิจัยในคนไข้ชาวจีน 19 คน รวม 38 ข้างหู ใช้ปริมาณเพียง 0.3 ถึง 0.5 มิลลิลิตรต่อข้าง ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ผลลัพธ์ปรากฏให้เห็นทันทีหลังฉีด มีรายงานว่ารูปทรงติ่งหูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทั้ง 38 ข้างหู ระยะเวลาที่ผลอยู่ตัวอยู่ที่ 6 ถึง 9 เดือน ส่วนผลข้างเคียงพบเพียงรอยช้ำเล็กน้อยใน 3 ข้างหู ซึ่งก็หายไปภายในหนึ่งสัปดาห์

งานวิจัยอีกชิ้นที่เพิ่งตีพิมพ์เพิ่มอีกขั้นตอนหนึ่ง คือใช้ฟิลเลอร์ HA ที่มีการเชื่อมโยงโมเลกุลแน่นหนา หรือพูดง่ายๆ คือถักทอกันแน่นเหมือนตาข่ายจนคงรูปได้ดี เติมในชั้นลึกเพื่อเสริมปริมาตร แล้วตามด้วยสกินบูสเตอร์ในชั้นตื้นเพื่อเติมความชุ่มชื้น วิธีนี้มีรายงานว่านอกจากปริมาตรแล้ว เนื้อผิวและความชุ่มชื้นก็ดีขึ้นด้วย ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ปริมาณที่ฉีดก็ยังคงน้อย จึงถือเป็นหัตถการที่ไม่หนักหนาสำหรับร่างกาย

ก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์หูแนบศีรษะ มุมระหว่างหูกับศีรษะกางออกมากขึ้น ทำให้ใบหูดูเด่นชัดขึ้น

หูแนบศีรษะฉีดฟิลเลอร์แล้วกางออกได้แค่ไหน มีข้อจำกัดอย่างไร

หูแนบศีรษะหมายถึงภาวะที่มุมหู-ศีรษะ ซึ่งเป็นมุมระหว่างใบหูกับศีรษะ แคบกว่าปกติ ลองนึกภาพประตูที่เปิดแง้มเพียงนิดเดียวแทนที่จะเปิดกว้างสุด ปัจจุบันหัตถการที่ฉีดฟิลเลอร์เพื่อดันหูให้ตั้งขึ้นและดูเด่นชัดจึงมักถูกเรียกว่าฟิลเลอร์หูเอลฟ์ ตำแหน่งที่ฉีดเพื่อขยายมุมนี้ไม่ใช่ติ่งหู แต่เป็นร่องเว้าด้านหลังที่หูกับศีรษะมาบรรจบกัน

งานวิจัยในคนไข้ชาวจีน 46 คน รวม 92 ข้างหู ใช้วิธีแทงเข็มตั้งฉากเข้าร่องนี้ แล้วฉีดฟิลเลอร์เหนือเยื่อหุ้มกระดูกซึ่งเป็นเยื่อบางที่หุ้มกระดูกอยู่ ปริมาณที่ใช้ต่อข้างอยู่ที่ 2 ถึง 4 มิลลิลิตร ซึ่งมากกว่าฟิลเลอร์ติ่งหูมาก เพราะต้องดันใบหูทั้งใบให้ขยับตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดที่ควรเข้าใจให้ชัดเจน ฟิลเลอร์นี้ทำงานโดยเติมช่องว่างหลังหูเพื่อดันหูมาทางด้านหน้า ไม่ได้เปลี่ยนรูปทรงของกระดูกอ่อนที่พับไปทางด้านหลังโดยตรง หากกระดูกอ่อนบิดผิดรูปมาก หรือโครงสร้างรอยพับด้านในหูไม่ชัดเจนเลย กรณีแบบนี้ควรพิจารณาศัลยกรรมหูซึ่งเป็นการผ่าตัดปรับแต่งและเย็บกระดูกอ่อนโดยตรงมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ จึงควรตรวจดูก่อนว่าหูของตัวเองเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หรือไม่

เปรียบเทียบฟิลเลอร์ติ่งหูกับฟิลเลอร์หูแนบศีรษะได้ดังนี้

หัวข้อฟิลเลอร์ติ่งหูฟิลเลอร์หูแนบศีรษะ
จุดประสงค์เสริมปริมาตรปรับมุมหู
ตำแหน่งฉีดกึ่งกลางติ่งหูร่องเว้าหลังหู
ปริมาณต่อครั้ง0.3-0.5mL2-4mL
การเปลี่ยนแปลงปริมาตรเพิ่มทันทีมุมหูดีขึ้นทันที
ข้อจำกัดโครงกระดูกอ่อนเหมือนเดิมกระดูกอ่อนเดิมไม่เปลี่ยน

หลังฉีดฟิลเลอร์หูแนบศีรษะ มุมระหว่างหูกับศีรษะกว้างขึ้นจากประมาณ 35 องศาก่อนฉีด เป็นประมาณ 54 องศาหลังฉีด 1 เดือน
หลังฉีดฟิลเลอร์หูแนบศีรษะ มุมระหว่างหูกับศีรษะกว้างขึ้นจากประมาณ 35 องศาก่อนฉีด เป็นประมาณ 54 องศาหลังฉีด 1 เดือน

ฟิลเลอร์หูแนบศีรษะให้ผลมากแค่ไหน

งานวิจัยในหู 92 ข้างที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้วัดการเปลี่ยนแปลงของมุมหูจริง ก่อนฉีดมุมหู-ศีรษะเฉลี่ยอยู่ที่ 35 ถึง 36 องศา หลังฉีด 1 เดือนกางออกเป็นประมาณ 54 องศา เหมือนประตูที่เปิดแง้มเพียงนิดเดียวเปลี่ยนเป็นเปิดกว้างขึ้นมาก

ปัญหาคือเมื่อเวลาผ่านไปมุมก็จะแคบลงอีกครั้ง ในกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดเสริมเพิ่ม ผลลัพธ์ลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังผ่านไปประมาณ 6 เดือน ในขณะที่กลุ่มที่ฉีดเสริมอีก 30 ถึง 50% ของปริมาณเดิมในช่วง 3 ถึง 10 เดือน ผลที่ดีขึ้นสามารถอยู่ได้นาน 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง

จากแบบประเมินความพึงพอใจที่คนไข้และแพทย์ร่วมกันให้คะแนน ผลลัพธ์ก็ออกมาดี กลุ่มที่ฉีดเสริมมีมากกว่า 90% ที่ประเมินว่า "ดีขึ้นมาก" ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดเสริมก็มีมากกว่า 70% อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงข้อมูลระยะสั้นที่สะท้อนการตอบสนองทันทีเท่านั้น ส่วนว่าหากหยุดฉีดฟิลเลอร์ไปเลยแล้วหูจะกลับสู่รูปเดิมหรือไม่ ยังต้องติดตามผลต่อไป

ภาพการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเข้าหูทีละน้อยด้วยเข็มขนาดเล็ก

มีผลข้างเคียงร้ายแรงหรือไม่ ทำไมต้องระมัดระวัง

บริเวณรอบหูมีเส้นเลือดพันกันหนาแน่น โดยเฉพาะเส้นเลือดแดงหลังหูที่ไหลผ่านด้านหลังใบหู งานวิจัยผ่าศพล่าสุดพบว่าเส้นเลือดนี้เชื่อมต่อกับเส้นเลือดแดงขมับที่ด้านข้างศีรษะอยู่หลายจุด พูดง่ายๆ คือเส้นเลือดบริเวณหูเชื่อมโยงกับเส้นเลือดที่ไปยังตาและศีรษะผ่านหลายเส้นทางเหมือนแผนที่ที่แตกแขนง

ด้วยเหตุนี้จึงมีรายงานอุบัติเหตุร้ายแรงแม้จะพบได้ไม่บ่อย มีกรณีผู้หญิงวัย 45 ปีที่สูญเสียการมองเห็นข้างหนึ่งเกือบทั้งหมดทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ HA เข้าหู ตรวจพบว่าฟิลเลอร์ไหลย้อนเข้าเส้นเลือดไปอุดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตา และการมองเห็นกลับมาได้บางส่วนหลังได้รับการรักษาด้วยไฮยาลูโรนิเดส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ละลายฟิลเลอร์ ร่วมกับสเตียรอยด์และออกซิเจนแรงดันสูง

อุบัติเหตุแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าความรู้ด้านกายวิภาคที่แม่นยำและความชำนาญของแพทย์สำคัญมาก หากระหว่างหรือหลังฉีดมีอาการปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว รู้สึกว่าผิวซีดขาว หรือตามัวลงกะทันหัน ต้องแจ้งสถานพยาบาลทันที และควรจำไว้ด้วยว่าหากฟิลเลอร์ HA เกิดปัญหา ก็สามารถละลายกลับคืนได้ด้วยไฮยาลูโรนิเดส

อาการที่มักพบหลังฉีดส่วนใหญ่คือปวดเล็กน้อย บวม และช้ำ ซึ่งมักหายไปภายในไม่กี่วัน
อาการที่มักพบหลังฉีดส่วนใหญ่คือปวดเล็กน้อย บวม และช้ำ ซึ่งมักหายไปภายในไม่กี่วัน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

ต่างจากกรณีที่ฟังดูน่ากลัวข้างต้น ปฏิกิริยาที่พบบ่อยที่สุดจริงๆ นั้นเบากว่ามาก จากงานวิจัยฟิลเลอร์หูแนบศีรษะในหู 92 ข้างที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ พบว่าอาการปวดเกิดขึ้น 89% และบวมเกิดขึ้น 87% ซึ่งพบบ่อยที่สุด และส่วนใหญ่หายไปภายใน 1 ถึง 3 วัน อาการช้ำพบประมาณครึ่งหนึ่ง และใช้เวลาหายไปมากกว่า 1 สัปดาห์เล็กน้อย

อาการแดงหรือคันพบได้น้อยกว่า และถึงมีก็หายไปภายในไม่กี่วัน งานวิจัยเดียวกันนี้ไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรงอย่างเส้นเลือดอุดตัน การติดเชื้อ หรือก้อนไตแม้แต่รายเดียว กล่าวคือส่วนใหญ่แล้วมีเพียงปฏิกิริยาเล็กน้อยที่หายไปภายในไม่กี่วันเท่านั้น ส่วนอุบัติเหตุร้ายแรงที่พบได้ยากเป็นเรื่องแยกต่างหาก

ไม่ว่าจะเป็นติ่งหูหรือหูแนบศีรษะ หากพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรับการฉีดจากแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคแม่นยำ ยิ่งฉีดปริมาณน้อยและค่อยๆ แบ่งฉีดทีละนิดยิ่งปลอดภัย ไม่ว่าจะอยากเติมปริมาตรให้ติ่งหูที่ตกลง หรืออยากปรับหูแนบศีรษะที่ดูอึดอัดให้ตั้งขึ้นเล็กน้อย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสภาพหูของตัวเองเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หรือไม่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัยสูงสุด

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Filler

ร่องแก้มต้องหาสาเหตุก่อน ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และคอลลาเจนช่วยได้แค่ไหนและอยู่นานเท่าไร

ร่องแก้มของคุณเกิดจากผิวหย่อนคล้อย ปริมาตรที่ยุบหาย หรือผิวที่แก่ลง เพราะสาเหตุต่างกันทำให้ต้องเลือกระหว่างฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนต่างกัน บทความนี้สรุปแบบเข้าใจง่ายว่าแต่ละแบบเหมาะกับใคร ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ไปจนถึงความปลอดภัยของเส้นเลือดข้างจมูก โดยอ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริง

By Dr. Lee

Filler

สคัลป์ตร้ากับจูฟลุค วอลุ่ม ต่างกันตั้งแต่สารตั้งต้น ทั้งการกระตุ้นคอลลาเจน ระยะอยู่ยาว และหลักฐาน

สคัลป์ตร้ากับจูฟลุค วอลุ่ม ถูกจัดอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ต่างกันที่สารตั้งต้น กลไกการทำงาน รูปร่างอนุภาค และปริมาณหลักฐานที่สะสมมา บทความนี้ค่อยๆ เรียบเรียงจากงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบว่าผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน และควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือก

By Dr. Kim

Botox

โบทอกซ์กล้ามเนื้อทราพีเซียส ปรับไหล่ให้ดูเรียบตรง วอลลุ่มไหล่ลดจริงไหม อยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดโบทอกซ์เข้ากล้ามเนื้อทราพีเซียสส่วนบนที่นูนขึ้นมา เพื่อให้คอดูยาวขึ้นและเส้นไหล่เรียบเนียนขึ้น หรือที่เรียกกันว่า Barbie Botox มีหลักการทำงานอย่างไร ให้ผลลัพธ์และอยู่ได้นานแค่ไหน มีผลข้างเคียงอย่างไหล่หมดแรงหรือไม่ เหมาะกับใครบ้าง สรุปให้เข้าใจง่ายจากงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Back to articles