prettytime
Skincare

Corn และ Callus สาเหตุที่เกิด วิธีแยกจากหูดที่ฝ่าเท้า และผลการรักษาด้วย salicylic acid

By Dr. Kim2 min read

หากมีผิวแข็งขึ้นเป็นก้อนที่นิ้วเท้าหรือฝ่าเท้า แล้วรู้สึกเจ็บแปลบทุกครั้งที่เดิน อาจสงสัยได้ว่าเป็น corn หรือ callus ทั้งสองอย่างเกิดจากผิวหนังที่โดนแรงเสียดสีและแรงกดซ้ำ ๆ จนชั้นหนังกำพร้าหนาตัวขึ้น แต่รูปร่างและลักษณะความเจ็บปวดต่างกันเล็กน้อย บางครั้งอาจสับสนกับหูดจนรักษาผิดวิธี การแยกให้ถูกต้องจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ บทความนี้จะอธิบายสาเหตุจากแรงเสียดสีและแรงกด เกณฑ์ในการแยกจากหูด ผลการรักษาจริงของแผ่นแปะ salicylic acid และเลเซอร์ ไปจนถึงวิธีเลือกรองเท้าและแผ่นรองป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ โดยอ้างอิงจากหลักฐานจริง

ทำไม corn กับ callus ถึงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ?

Corn และ callus ล้วนเป็นปฏิกิริยาของชั้นหนังกำพร้าเมื่อผิวหนังโดนแรงเสียดสีหรือแรงกดซ้ำ ๆ ผิวหนังจะปกป้องตัวเองด้วยการสร้างชั้นเคราตินให้หนาขึ้นบริเวณนั้นเมื่อโดนการระคายเคืองต่อเนื่อง หากกระบวนการนี้รวมตัวอยู่ที่จุดแคบ ๆ จุดเดียวจะกลายเป็น corn แต่ถ้ากระจายในพื้นที่กว้างจะกลายเป็น callus

สาเหตุส่วนใหญ่มาจากรองเท้า รองเท้าที่คับหรือส้นสูงมักดันแรงกดไปกระจุกที่ซอกนิ้วเท้าหรือฝ่าเท้าส่วนหน้า หากมีกระดูกยื่นผิดรูปอย่างนิ้วโป้งเท้าเกหรือนิ้วเท้าค้อน ผิวหนังบริเวณนั้นจะรับแรงกดมากขึ้นและเกิด corn ได้ง่าย จากการสำรวจพบว่า corn เป็นปัญหาเท้าที่พบได้บ่อยถึง 14-48% ของประชากร

ตำแหน่งที่เกิดก็ต่างกัน corn ชนิดแข็งมักเกิดที่ด้านข้างหรือด้านบนของนิ้วก้อย ส่วน corn ชนิดนิ่มมักเกิดระหว่างนิ้วเท้าที่ 4 ซึ่งเหงื่อสะสมง่าย callus มักปรากฏแผ่กว้างตามบริเวณที่รับน้ำหนักมาก เช่น ฝ่าเท้าส่วนหน้าหรือส้นเท้า

หัวข้อCornCallus
แกนกลางมีไม่มี
ความเจ็บกดแล้วเจ็บแปลบส่วนใหญ่เจ็บแบบตื้อ ๆ
ลักษณะแคบและลึกกว้างและหนาแบนราบ
ตำแหน่งบนนิ้วเท้า ซอกนิ้วเท้าฝ่าเท้าส่วนหน้า ส้นเท้า

ผลการส่องกล้องผิวหนังหลังขูดผิวชั้นบนออกเล็กน้อยเพื่อเปรียบเทียบระหว่าง corn กับหูด corn พบแกนกลางใสคล้ายวุ้นในตำแหน่งที่ขูดออกถึง 100% ในขณะที่หูดไม่พบแกนแบบนี้เลย แท่งยิ่งยาวยิ่งหมายถึงพบลักษณะนั้นบ่อยกว่า และหูดจะมีจุดเลือดคั่งสีแดงคล้ำเป็นลักษณะเฉพาะแทน
ผลการส่องกล้องผิวหนังหลังขูดผิวชั้นบนออกเล็กน้อยเพื่อเปรียบเทียบระหว่าง corn กับหูด corn พบแกนกลางใสคล้ายวุ้นในตำแหน่งที่ขูดออกถึง 100% ในขณะที่หูดไม่พบแกนแบบนี้เลย แท่งยิ่งยาวยิ่งหมายถึงพบลักษณะนั้นบ่อยกว่า และหูดจะมีจุดเลือดคั่งสีแดงคล้ำเป็นลักษณะเฉพาะแทน

แยก corn กับหูดที่ฝ่าเท้าอย่างไร?

Corn กับ plantar wart หน้าตาคล้ายกันจนสับสนได้ง่าย แต่สาเหตุต่างกันโดยสิ้นเชิง corn เกิดจากแรงเสียดสีและแรงกดจนผิวหนาขึ้น ส่วน plantar wart เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV เมื่อสาเหตุต่างกัน แนวทางการรักษาก็ต้องต่างกันไปด้วย

วิธีแยกที่ง่ายที่สุดคือทิศทางการกด corn จะเจ็บเมื่อกดตั้งฉากลงไปตรง ๆ ส่วน plantar wart จะเจ็บมากกว่าเมื่อบีบจากด้านข้าง นอกจากนี้ corn และ callus จะยังคงเห็นลายผิวเดิมอยู่ แต่ plantar wart จะทำให้ลายผิวตรงนั้นขาดหายไป

ในโรงพยาบาลบางครั้งจะขูดผิวชั้นบนออกเล็กน้อยเพื่อตรวจดู จากการสังเกต 70 รอยโรค พบว่า corn จะเผยแกนกลางใสคล้ายวุ้นในตำแหน่งที่ขูด ส่วน plantar wart จะเห็นจุดสีแดงคล้ำและมีเลือดซึมเล็กน้อย ลักษณะทั้งสองแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละโรค จึงช่วยแยกได้ชัดเจน

เครื่องเลเซอร์ที่ใช้รักษา corn และ callus

cryotherapy หรือเลเซอร์กำจัดได้จริงไหม?

หูดมักใช้ cryotherapy คือการแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวเพื่อกำจัด แต่กับ corn สถานการณ์ต่างออกไป จากการทบทวนวรรณกรรมหลายฉบับ แทบไม่พบหลักฐานว่า cryotherapy ได้ผลกับ corn หรือ callus อีกทั้งยังมีความกังวลว่าอาจทำลายผิวปกติรอบข้างไปด้วย จึงไม่แนะนำให้ทำ เพราะตัวรอยโรคเองไม่ได้เกิดจากไวรัส แต่เกิดจากการระคายเคืองซ้ำ ๆ จึงไม่เข้ากับวิธีแช่แข็ง

เลเซอร์ CO2 ทำงานด้วยการเผาชั้นเคราตินที่หนาตัวให้ระเหยไป ใช้ในบางโรงพยาบาล เลเซอร์ Er:YAG ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยกว่าเพราะทำลายด้วยความร้อนน้อยกว่า มีรายงานบางส่วนสนับสนุนเช่นกัน แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับรายงานผู้ป่วยรายบุคคล มากกว่างานวิจัยเปรียบเทียบขนาดใหญ่ จึงยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเป็นการรักษามาตรฐาน

สรุปแล้ว cryotherapy และเลเซอร์เป็นทางเลือกเสริมที่พิจารณาได้ตามสถานการณ์ แต่ประเด็นที่ถูกเน้นย้ำเหมือนกันคือ ถ้าแรงกดที่เป็นสาเหตุยังอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะกำจัดด้วยวิธีไหนก็มีแนวโน้มกลับมาเป็นซ้ำที่จุดเดิมได้ง่าย

งานวิจัยที่แบ่ง corn 202 รอยโรค ออกเป็นกลุ่มใช้แผ่นแปะ salicylic acid 40% กับกลุ่มขูดออกด้วยมีด แล้วเปรียบเทียบผลนาน 3 เดือน สัดส่วนที่หายไปทั้งหมดคือกลุ่มแผ่นแปะ 34% กลุ่มขูด 21% ส่วนสัดส่วนที่ขนาดเล็กลงคือกลุ่มแผ่นแปะ 83% กลุ่มขูด 56% แท่งยิ่งยาวยิ่งหมายถึงพบผลลัพธ์นั้นมากกว่า และทั้งสองตัวชี้วัดกลุ่มแผ่นแปะทำได้ดีกว่า
งานวิจัยที่แบ่ง corn 202 รอยโรค ออกเป็นกลุ่มใช้แผ่นแปะ salicylic acid 40% กับกลุ่มขูดออกด้วยมีด แล้วเปรียบเทียบผลนาน 3 เดือน สัดส่วนที่หายไปทั้งหมดคือกลุ่มแผ่นแปะ 34% กลุ่มขูด 21% ส่วนสัดส่วนที่ขนาดเล็กลงคือกลุ่มแผ่นแปะ 83% กลุ่มขูด 56% แท่งยิ่งยาวยิ่งหมายถึงพบผลลัพธ์นั้นมากกว่า และทั้งสองตัวชี้วัดกลุ่มแผ่นแปะทำได้ดีกว่า

แผ่นแปะ salicylic acid มีหลักฐานยืนยันมากแค่ไหน?

Salicylic acid เป็นสารที่ช่วยละลายชั้นเคราตินให้นุ่มลง เป็นวิธีที่ใช้รักษา corn มายาวนานที่สุดวิธีหนึ่ง มีงานวิจัยแบบสุ่มเปรียบเทียบที่ยืนยันผลนี้จริง โดยแบ่งผู้ป่วย 202 คน เป็นกลุ่มใช้แผ่นแปะ salicylic acid 40% กับกลุ่มขูดออกด้วยมีด แล้วเปรียบเทียบผลนาน 3 เดือน

ผลออกมาว่ากลุ่มแผ่นแปะทำได้ดีกว่า ที่ 3 เดือน สัดส่วนที่ corn หายไปทั้งหมดคือกลุ่มแผ่นแปะ 34% กลุ่มขูด 21% สัดส่วนที่ขนาดเล็กลงยิ่งต่างกันมากขึ้นไปอีก คือกลุ่มแผ่นแปะ 83% กลุ่มขูด 56% ความเจ็บปวดก็ลดลงมากกว่าในกลุ่มแผ่นแปะเช่นกัน

การวิเคราะห์ติดตามผลหลัง 12 เดือน พบว่าค่ามัธยฐานของระยะเวลาก่อนกลับมาเป็นซ้ำคือกลุ่มแผ่นแปะ 10 เดือน กลุ่มขูด 13.4 เดือน แม้แนวโน้มโดยรวมจะเอียงไปในทางที่กลุ่มแผ่นแปะได้เปรียบมาตลอด แต่เมื่อพิจารณาตลอดช่วงเวลาที่ติดตาม ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าชะลอการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ถึงอย่างนั้น การรักษาที่แปะเองที่บ้านอย่างต่อเนื่องแล้วมีหลักฐานสะสมมากขนาดนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดา

บรรยากาศการดูแลผิวหนังบริเวณเท้าในโรงพยาบาล

Callus ดูแลอย่างไรให้ดี?

Callus ต่างจาก corn ตรงที่ไม่มีแกนกลาง จึงดูแลง่ายกว่าค่อนข้างมาก แค่ใช้ตะไบขัดผิวหรือหินขัดเท้าถูเบา ๆ หลังอาบน้ำตอนที่ผิวนุ่มขึ้น ก็ช่วยลดความหนาได้ หากขูดลึกเกินไปอาจเกิดแผลหรือติดเชื้อได้ จึงควรควบคุมแรงให้พอดี

การทาสารช่วยลอกขุยที่มีส่วนผสมของยูเรียร่วมด้วยจะช่วยให้ผิวหนาลอกออกง่ายขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้น 20-50% เป็นที่นิยม โดยทาบริเวณที่หนาก่อนนอนแล้วปล่อยให้ซึม หากมีโรคที่ทำให้แผลหายช้าอย่างเบาหวาน การให้แพทย์ดูแลจะปลอดภัยกว่าการขูดเองที่บ้าน

ในโรงพยาบาลอาจใช้มีดผ่าตัดฝานผิวหนาออกบาง ๆ เพื่อจัดการความหนาในครั้งเดียว ไม่เจ็บและเห็นผลทันที แต่หากสาเหตุยังคงอยู่ มักหนาขึ้นอีกภายในไม่กี่สัปดาห์ จึงต้องดูแลซ้ำอย่างต่อเนื่อง

รองเท้าและแผ่นรองช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

การป้องกัน corn และ callus สำคัญกว่าการรักษามาก เพราะถ้าปล่อยให้สาเหตุที่ทำให้เกิดแรงกดยังอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะกำจัดออกไปดีแค่ไหนก็มีแนวโน้มกลับมาเป็นซ้ำที่จุดเดิม สิ่งแรกที่ควรปรับคือรองเท้า

รองเท้าที่คับกว่าความกว้างเท้า หน้าเท้าแหลม หรือส้นสูง มักดันแรงกดไปกระจุกที่จุดใดจุดหนึ่ง เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการกลับมาเป็นซ้ำ แค่วัดขนาดเท้าให้แม่นยำและเลือกรองเท้าที่มีพื้นที่พอดีกับความกว้างเท้า ก็ช่วยกระจายแรงกดได้มากพอสมควร

บริเวณที่แรงกดรวมตัว สามารถใช้แผ่นรองรูปโดนัทหรือแผ่นรองซิลิโคนแบบกระจายแรงกดมาช่วยแบ่งเบาแรงที่จุดนั้นไปยังบริเวณรอบ ๆ ได้ หากมีกระดูกยื่นผิดรูปมากหรือรูปทรงเท้าเป็นสาเหตุหลัก การใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลเพื่อกระจายแรงกดใหม่ก็เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

ซอกนิ้วเท้าที่เหงื่อออกมากเป็นจุดที่เกิด corn ชนิดนิ่มได้ง่าย จึงควรเลือกถุงเท้าและรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี และการใส่แผ่นซิลิโคนบาง ๆ คั่นระหว่างนิ้วเท้าก็ช่วยลดแรงเสียดสีได้ด้วย หากต้องยืนหรือเดินนาน ๆ เป็นประจำ การสลับใส่รองเท้าที่มีพื้นรองรับต่างกันสองสามคู่แทนที่จะใส่คู่เดิมทั้งวัน ก็เป็นวิธีลดเวลาที่แรงกดจะรวมตัวอยู่ที่จุดเดิม

รายการแนะนำควรเลี่ยง
ความกว้างรองเท้ากว้างกว่าฝ่าเท้าเล็กน้อยรองเท้าคับแน่น
ส้นรองเท้าส้นเตี้ยมั่นคงส้นสูง หน้าเท้าแหลม
แผ่นรองแผ่นกระจายแรงกดแผ่นบางที่กดทับอย่างเดียว
การดูแลผิวหนาขัดผิวและให้ความชุ่มชื้นสม่ำเสมอปล่อยไว้เฉย ๆ

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

แยก Flat Wart, Milia และ Skin Tag บนใบหน้าให้ออก พร้อมวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละชนิด และข้อควรระวังหากเอาออกเอง

ตุ่มเล็ก ๆ ที่ขึ้นบนใบหน้าดูคล้ายกันไปหมด แต่ flat wart, milia และ skin tag มีสาเหตุและวิธีรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้รวบรวมวิธีสังเกตแยกทั้งสามชนิดในคราวเดียว การรักษาด้วย CO2 และ Er:YAG เลเซอร์รวมถึงการจี้ไฟฟ้าที่เหมาะกับแต่ละแบบ ความชุกและการกลับมาเป็นซ้ำ ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมการเอาออกเองที่บ้านถึงเสี่ยง โดยอ้างอิงจากหลักฐานจริง

By Dr. Lee

Skincare

เลเซอร์ CO2 กำจัด flat wart (verruca plana) สาเหตุที่ลามง่าย แยกจาก milia และ skin tag พร้อมวิธีดูแลไม่ให้กลับมา

flat wart (verruca plana) คือตุ่มแบนเล็ก ๆ คล้ายเม็ดสิวที่ขึ้นบนใบหน้าหรือหลังมือ เกิดจาก HPV ทำไมเกาแล้วถึงลามและติดคนอื่นได้ บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีแยกจาก milia และ skin tag การกำจัดด้วยเลเซอร์ CO2 ความเสี่ยงแผลเป็นและรอยดำ ไปจนถึงการดูแลไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ อ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย

By Dr. Lee

Acne

หูดแบนขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆ ทั่วใบหน้า ทำไมบีบหรือแกะแล้วยิ่งลามกว้างกว่าเดิม

หูดแบนเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ไม่ใช่สิว การบีบหรือแกะจึงไม่ทำให้หายแต่กลับพาเชื้อไปติดผิวข้างเคียง บทความนี้อธิบายว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ต่างจากไฝหรือสิวอย่างไร และการรักษาพร้อมป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำมีหลักการอย่างไร

By Dr. Kim

Back to articles