prettytime
Skincare

เลเซอร์ CO2 Fractional เจาะรูจิ๋วบนผิว หลักการเติมเต็มรอยแผลเป็นและรูขุมขน พร้อมระยะเวลาพักฟื้น

By Dr. Kim1 min read

คนที่เป็นสิวมานานหรือรูขุมขนกว้างเป็นพิเศษมักได้ยินชื่อนี้บ่อย ๆ เวลาไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง นั่นคือเลเซอร์ CO2 แบบ Fractional พอได้ยินชื่อ หลายคนอาจนึกภาพว่าเป็นการยิงเลเซอร์เผาผิวทั้งหน้าอย่างน่ากลัว แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

เลเซอร์ตัวนี้ไม่ได้จี้ผิวทั้งหน้า แต่จะเจาะรูเล็ก ๆ อย่างแม่นยำเป็นจุดถี่ ๆ จำนวนมากเท่านั้น และระหว่างที่รูเหล่านั้นค่อย ๆ สมานตัว คอลลาเจนใหม่จะถูกสร้างขึ้นมาเติมเต็ม ทำให้รอยแผลเป็นและรูขุมขนตื้นลงทีละน้อย บทความนี้จะไล่อธิบายทีละขั้นว่าทำไมต้องเจาะรูแทนที่จะยิงทั่วหน้า รูเหล่านั้นช่วยเติมเต็มผิวได้อย่างไร และต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน

ทำไมเลเซอร์ CO2 ถึงเหมาะกับผิวเป็นพิเศษ?

เลเซอร์ CO2 เป็นแสงที่มีความยาวคลื่นซึ่งน้ำดูดซับได้ดีเป็นพิเศษ เนื่องจากผิวของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก เมื่อยิงแสงนี้ลงไป น้ำในบริเวณนั้นจะเดือดพลุ่งขึ้นมาทันทีจนกลายเป็นไอ พูดง่าย ๆ ก็เหมือนตราปั๊มความร้อนที่ละเอียดแม่นยำมาก

ความร้อนนี้จะระเหยผิวชั้นบนและชั้นตื้นด้านล่างในเสี้ยววินาที พร้อมกับกำจัดเนื้อเยื่อเก่าหรือเนื้อเยื่อที่เสียหายไปด้วย จุดเด่นสำคัญของเลเซอร์ตัวนี้คือส่งความร้อนได้ลึกตามที่ต้องการเท่านั้น ควบคุมความเสียหายให้อยู่ในระดับที่กำหนดแล้วหยุดได้พอดี จึงเหมาะกับปัญหาที่ต้องแก้ไขลึกถึงชั้นผิวอย่างรอยแผลเป็น

ทำไมถึงเจาะเป็นจุดจิ๋ว ไม่ยิงทั่วทั้งหน้า?

เมื่อก่อนนิยมใช้เลเซอร์ CO2 ยิงทั่วผิวหน้าแบบเต็มพื้นที่ ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนก็จริง แต่เพราะผิวทั้งหน้าเสียหายพร้อมกัน จึงต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แถมยังเสี่ยงติดเชื้อหรือเกิดรอยดำมากขึ้นด้วย

คำว่า Fractional หมายถึงการรักษาเพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด เหมือนการแบ่งเป็นเศษส่วน (fraction) วิธีนี้จะแยกแสงเลเซอร์ออกเป็นจุดเล็ก ๆ จำนวนมากคล้ายตราปั๊มลายตาราง แทนที่จะปั๊มเต็มหน้า ก็เปลี่ยนเป็นจิ้มด้วยจุดถี่ ๆ คล้ายปลายเข็มเล็ก ๆ เท่านั้น ลองนึกภาพแบบนี้จะเข้าใจง่ายขึ้น ด้วยวิธีนี้ผิวจะได้รับการกระตุ้นทั่วบริเวณโดยไม่ต้องลอกผิวทั้งหน้า จึงคงประสิทธิภาพไว้ได้พร้อมกับลดภาระของผิวลง

ทำไมความเสียหายจากความร้อนเป็นจุดถึงกระตุ้นการฟื้นฟู?

จุดเล็ก ๆ แต่ละจุดนี้เรียกว่าความเสียหายจากความร้อนเฉพาะจุด หรือพูดง่าย ๆ คือแผลไหม้ระดับจิ๋ว แผลไหม้เล็ก ๆ นี้คือบาดแผลสำหรับร่างกาย และเมื่อเกิดบาดแผล ร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมทันที

เลือดจะไหลเวียนมารวมที่บริเวณแผล และเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นที่คอลลาเจนอาศัยอยู่หนาแน่น จะเริ่มทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไฟโบรบลาสต์เปรียบเหมือนโรงงานเล็ก ๆ ที่ผลิตคอลลาเจน ปกติทำงานช้า ๆ แต่พอได้รับสัญญาณว่ามีบาดแผล ก็จะเร่งเครื่องผลิตคอลลาเจนใหม่ออกมามากขึ้นและเร็วขึ้น สุดท้ายแล้วบาดแผลจิ๋วที่เลเซอร์สร้างขึ้นจึงทำหน้าที่เหมือนสวิตช์ที่เปิดเดินเครื่องโรงงานผลิตคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ทำไมการเหลือเนื้อเยื่อสุขภาพดีไว้ถึงทำให้ฟื้นตัวไว?

ข้อดีอีกอย่างของวิธีเจาะเป็นจุด คือผิวส่วนที่ไม่เสียหายจะยังคงอยู่ระหว่างจุดแต่ละจุด ต่างจากวิธียิงทั่วหน้า เพราะข้าง ๆ จุดที่เป็นแผลจะยังมีเซลล์ หลอดเลือด และรูขุมขนที่ปกติดีอยู่หนาแน่น

เนื้อเยื่อสุขภาพดีเหล่านี้คือทางลัดของการฟื้นตัว ในกระบวนการสร้างผิวใหม่คลุมบาดแผล หรือที่เรียกว่าการสร้างเยื่อบุผิวใหม่ เซลล์สุขภาพดีที่อยู่ข้างเคียงจะเคลื่อนตัวเข้ามาปิดแผลได้อย่างรวดเร็ว ถ้าผิวทั้งหน้าเสียหายพร้อมกัน เซลล์เหล่านี้ต้องเดินทางไกลและมีจำนวนน้อยลง การฟื้นตัวจึงช้ากว่า แต่ถ้าเนื้อเยื่อสุขภาพดีเหลืออยู่หนาแน่นแม้ระยะห่างระหว่างจุดจะแคบ ก็จะมีเซลล์ให้เรียกใช้ในการซ่อมแซมมากขึ้น ความเร็วในการสมานแผลจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

รูจิ๋วเหล่านี้เติมเต็มรอยแผลเป็นและรูขุมขนได้อย่างไร?

รอยแผลเป็นจากสิวหรือรูขุมขนกว้างส่วนใหญ่เกิดจากคอลลาเจนในผิวไม่เพียงพอ จนบริเวณนั้นดูบุ๋มลง รอยแผลเป็นเกิดจากคอลลาเจนที่เสียหายจากการอักเสบแล้วไม่ถูกเติมเต็มกลับ ส่วนรูขุมขนกว้างมักเกิดจากคอลลาเจนและเนื้อเยื่อยืดหยุ่นที่คอยพยุงรอบต่อมไขมันอ่อนแอลง ทำให้ผนังรูขุมขนหย่อนคล้อยจนดูกว้างขึ้น

ตามที่อธิบายไปก่อนหน้านี้ บาดแผลจิ๋วที่เลเซอร์สร้างขึ้นจะกระตุ้นให้ชั้นหนังแท้ด้านล่างสร้างคอลลาเจนใหม่ คอลลาเจนใหม่นี้จะค่อย ๆ ลงหลักปักฐานตลอดช่วง 3-6 เดือน พร้อมกับเติมเต็มพื้นรอยแผลเป็นที่บุ๋มลงและพยุงผนังรูขุมขนที่หย่อนคล้อยไว้ รอยแผลเป็นแม้จะไม่หายไปทั้งหมด แต่มีรายงานว่าความลึกจะตื้นขึ้นและขอบจะดูนุ่มนวลขึ้นเมื่อคอลลาเจนเข้ามาเติมเต็ม ส่วนรูขุมขนก็มีรายงานว่าปากรูจะกระชับขึ้นเมื่อแรงพยุงผนังกลับมาอีกครั้ง

ทำไมผิวถึงเนียนขึ้นทั้งใบ?

เลเซอร์ CO2 แบบ Fractional ไม่ได้ส่งผลแค่กับปัญหาที่เห็นได้ชัดอย่างรอยแผลเป็นหรือรูขุมขน แต่ยังส่งผลต่อเนื้อผิวโดยรวมด้วย เหตุผลมีอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก เลเซอร์จะกำจัดเซลล์ผิวเก่าและขี้ไคลบนผิวไปพร้อมกัน ทำให้ชั้นเซลล์ใหม่ที่ขึ้นมาแทนที่เรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น ข้อสอง นอกจากคอลลาเจนแล้ว เส้นใยอิลาสตินที่รับผิดชอบความยืดหยุ่นของผิวก็ได้รับการกระตุ้นในกระบวนการฟื้นฟูนี้ด้วยเช่นกัน และค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นทีละน้อยตามที่มีรายงานไว้ เมื่อทั้ง 2 ปัจจัยนี้ทำงานร่วมกัน ผิวโดยรวมจึงมักจะเรียบเนียนขึ้นและสีผิวก็ดูสม่ำเสมอขึ้นไปพร้อมกัน

ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน?

เพราะเลเซอร์ CO2 แบบ Fractional เป็นหัตถการที่สร้างบาดแผลจิ๋วบนผิวจริง จึงจำเป็นต้องมีช่วงพักฟื้นระยะหนึ่ง หลังทำทันทีผิวจะแดงและบวมเล็กน้อย และในช่วง 2-4 วันมักมีสะเก็ดหรือขุยเล็ก ๆ ขึ้นมาบนผิว

สิ่งสำคัญคือต้องปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกไปเองตามธรรมชาติ ไม่ควรแกะออก เพราะผิวใหม่กำลังก่อตัวอยู่ด้านล่างผ่านกระบวนการสร้างเยื่อบุผิวใหม่ ความรุนแรงของอาการแดงจะแตกต่างกันไปตามระดับความแรงที่ทำ แต่โดยทั่วไปมักจางลงภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนการเปลี่ยนแปลงลึก ๆ อย่างการสร้างคอลลาเจนใหม่จะดำเนินต่อไปอย่างช้า ๆ ตลอดช่วง 3-6 เดือน และอาจนานถึง 12 เดือนในบางราย มีรายงานว่าการทาครีมกันแดดและให้ความชุ่มชื้นอย่างเคร่งครัดในช่วงนี้ส่งผลต่อความเร็วในการฟื้นตัวและผลลัพธ์โดยรวมด้วย

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

เพราะการสร้างคอลลาเจนใหม่และการลงหลักปักฐานต้องใช้เวลา จึงยากที่จะคาดหวังผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการทำเพียงครั้งเดียว โดยทั่วไปจึงมักทำทั้งหมด 3-5 ครั้ง เว้นระยะห่างประมาณ 4-8 สัปดาห์ต่อครั้ง

เหตุผลที่ต้องเว้นระยะเวลาก็มาจากวงจรการสร้างคอลลาเจนที่กล่าวไปข้างต้น ต้องให้เวลาชั้นหนังแท้ที่ถูกกระตุ้นจากครั้งก่อนสร้างคอลลาเจนใหม่และลงหลักปักฐานให้เพียงพอก่อน แล้วค่อยกระตุ้นครั้งต่อไป ผิวจะได้ไม่รับภาระมากเกินไป ในขณะที่ผลลัพธ์ก็ค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้จำนวนครั้งจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของรอยแผลเป็นหรือรูขุมขน แต่โดยทั่วไปการทำซ้ำ 3-5 ครั้งแล้วค่อย ๆ ดูผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทีละนิดคือแนวทางที่พบเห็นบ่อยที่สุด

สิ่งที่ต้องใส่ใจในช่วงพักฟื้น

  • ทาครีมกันแดดให้เพียงพอ เพราะผิวที่กำลังฟื้นฟูตัวใหม่จะไวต่อรอยดำเป็นพิเศษ หากโดนแดดบริเวณที่ทำอาจกลับมาคล้ำขึ้นได้
  • ห้ามแกะหรือลอกสะเก็ดและขุยด้วยมือ เพราะด้านล่างกำลังอยู่ในกระบวนการสร้างเยื่อบุผิวใหม่ หากแกะออกโดยแรง ผิวใหม่ที่อยู่ข้างใต้อาจหลุดลอกไปด้วย เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นตามมา
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้มากกว่าปกติ เพราะเกราะปกป้องผิวชั้นนอกอ่อนแอลงชั่วคราว น้ำในผิวจึงระเหยง่ายและผิวไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น
  • ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือซาวน่าทันทีหลังทำ เพราะอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นและเหงื่อออกอาจทำให้ปฏิกิริยาอักเสบในบริเวณที่กำลังฟื้นตัวรุนแรงขึ้นได้

References

Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

ทำไมทรีตเมนต์เอ็กโซโซมที่คลินิกทำกันทั่วไปตอนนี้ ทั้งที่ไม่ใช่สเต็มเซลล์ ถึงบอกว่าช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้?

เอ็กโซโซมคือถุงสัญญาณจิ๋วที่เซลล์ปล่อยออกมาข้างนอก ไม่ใช่การใส่สเต็มเซลล์เข้าไปโดยตรง แต่เป็นการคัดเฉพาะข้อความที่เซลล์นั้นสร้างขึ้นมาส่งให้ผิว บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ว่าเอ็กโซโซมส่งสัญญาณฟื้นฟูและสงบผิวผ่านช่องทางไหน ทำไมมักถูกใช้ต่อหลังทำเลเซอร์ และงานวิจัยตอนนี้สะสมมาถึงระดับไหนแล้ว

By Dr. Kim

Filler

หลักการที่ฟิลเลอร์เอลันเซ่ พีซีแอล สร้างวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนได้พร้อมกัน กับระยะเวลาที่อยู่ได้นาน

เอลันเซ่เป็นฟิลเลอร์สองขั้นตอน ระหว่างที่เจลเติมวอลลุ่มทันที อนุภาค PCL ที่อยู่ข้างในจะค่อย ๆ เรียกคอลลาเจนของตัวเองให้มาสร้างใหม่ บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ว่าทำไมกลไกนี้ถึงเป็นไปได้ และทำไมแต่ละรุ่นถึงอยู่ได้นานไม่เท่ากัน

By Dr. Kim

Lifting

หลักการที่ RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ให้ความร้อนลึกโดยลดความเจ็บ พร้อมจำนวนครั้งที่ต้องทำและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้

อธิบายง่าย ๆ ว่า RF โมโนโพลาร์ของ Oligio ส่งความร้อนลงไปถึงชั้นหนังแท้ลึก ๆ ได้อย่างไร โดยที่ยังควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์เพื่อลดความเจ็บ พร้อมอธิบายว่าทำไมคอลลาเจนถึงหดตัวทันที และค่อย ๆ สร้างใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร รวมถึงเหตุผลที่ต้องทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว ผลถึงจะสะสมเต็มที่

By Dr. Kim

Back to articles