prettytime
Botox

โบท็อกซ์น่องกล้ามล่ำ ลดกล้ามเนื้อแล้วน่องจะเรียวลงจริงไหม แล้วผลอยู่ได้นานแค่ไหนกันแน่

By Dr. Lee1 min read

หลายคนบ่นว่าน่องด้านหลังนูนเป็นก้อน จนไม่กล้าใส่กางเกงสกินนี่หรือกระโปรงสั้น เวลาเดินหรือยืนนาน ๆ กล้ามเนื้อจะเกร็งเป็นก้อนแข็ง แล้วต่อให้พยายามผ่อนคลายก็ยังไม่ยุบง่าย ๆ ทางเลือกที่มักถูกพูดถึงสำหรับปัญหาแบบนี้คือโบท็อกซ์น่อง

หลักการคือลดแรงบีบตัวของกล้ามเนื้อลง เพื่อให้เส้นน่องดูเรียวขึ้น แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยรู้ว่าทำไมกล้ามเนื้อถึงเล็กลงได้ ต้องรอนานแค่ไหน แล้วเหมาะกับทุกคนหรือเปล่า บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้น ว่ากล้ามเนื้อน่องเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ทำไมก้อนถึงยุบลง น่องกล้ามกับน่องไขมันต่างกันตรงไหน และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

โบท็อกซ์ออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อน่องได้อย่างไร?

กว่ากล้ามเนื้อจะขยับได้ สมองต้องส่งคำสั่งผ่านเส้นประสาทไปถึงกล้ามเนื้อก่อน สารตัวสุดท้ายที่ทำหน้าที่ส่งต่อคำสั่งนี้คืออะเซทิลโคลีน (acetylcholine) พูดง่าย ๆ ก็คือเหมือนจดหมายที่เส้นประสาทเขียนบอกกล้ามเนื้อว่า "หดตัวเดี๋ยวนี้"

จุดที่เส้นประสาทกับกล้ามเนื้อมาบรรจบกันเพื่อส่งจดหมายฉบับนี้ เรียกว่าปลายประสาทกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) เปรียบเหมือนตู้ไปรษณีย์ที่ใช้ส่งจดหมาย โบทูลินัมท็อกซิน (botulinum toxin) หรือที่เรียกกันติดปากว่าโบท็อกซ์ จะเข้าไปปิดตู้ไปรษณีย์นี้ ไม่ให้จดหมายส่งออกไปได้ พูดอีกแบบคือมันไปสกัดไม่ให้อะเซทิลโคลีนหลุดออกจากปลายประสาทตั้งแต่ต้นทาง

เส้นประสาทจึงยังสร้างสัญญาณอยู่เหมือนเดิม แต่สัญญาณนั้นไปไม่ถึงกล้ามเนื้อ โบท็อกซ์ไม่ได้ทำลายเซลล์กล้ามเนื้อโดยตรง เพียงแต่ตัดคำสั่งที่จะไปถึงกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้รับคำสั่งก็ออกแรงไม่ได้ และเมื่อสภาวะนี้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ขนาดของกล้ามเนื้อก็จะค่อย ๆ เล็กลงตามไปด้วย

ทำไมกว่าน่องจะเรียวลงให้เห็นชัดต้องใช้เวลา?

สัญญาณประสาทถูกตัด ไม่ได้แปลว่าก้อนน่องจะหายไปภายในสัปดาห์เดียว เพราะกล้ามเนื้อต้องใช้เวลากว่าจะเรียวลง โดยทั่วไปช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์หลังฉีด แรงบีบของกล้ามเนื้อจะอ่อนลงจนสังเกตได้ ส่วนขนาดที่เล็กลงจริง ๆ มักเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่ช่วง 3 ถึง 4 สัปดาห์เป็นต้นไป

กระบวนการนี้เรียกว่าภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ (muscle atrophy) พูดง่าย ๆ คือกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ถูกใช้งานจะค่อย ๆ เล็กลงตามธรรมชาติ คล้ายกับตอนที่เราเข้าเฝือกขาไว้นาน ๆ แล้วกล้ามเนื้อบริเวณนั้นลีบลงเห็นได้ชัด เพียงแต่เฝือกกันการขยับด้วยแรงทางกายภาพ ส่วนโบท็อกซ์ใช้วิธีปิดกั้นสัญญาณประสาททางเคมี เพื่อดึงผลลัพธ์คล้าย ๆ กันออกมา

กล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius คือกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านหลังน่องและสร้างก้อนเนื้อขึ้นมา) เป็นมัดกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดินหรือวิ่ง จึงฝ่อช้ากว่ากล้ามเนื้อแขนหรือใบหน้าในบางคน ด้วยเหตุนี้จึงมักได้รับคำแนะนำว่าให้รอสักประมาณหนึ่งเดือนหลังฉีด ถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของเส้นน่องได้ชัดเจนกว่าช่วงแรก ๆ

น่องล่ำเพราะกล้ามเนื้อหรือเพราะไขมันกันแน่?

โบท็อกซ์น่องจะได้ผลดีในกรณีที่สาเหตุหลักของก้อนน่องมาจากกล้ามเนื้อ แต่ถ้าน่องดูใหญ่เพราะชั้นไขมันหนา ต่อให้ลดแรงกล้ามเนื้อลง เส้นรอบวงก็แทบไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำ การแยกให้ออกก่อนว่าสาเหตุมาจากอะไร จึงเป็นก้าวแรกที่กำหนดผลลัพธ์ทั้งหมด วิธีที่มักใช้เช็กเบื้องต้นมีดังนี้

  • ลองยืนเขย่งปลายเท้าดูว่าน่องเกร็งเป็นก้อนแข็งหรือไม่ ถ้าตอนเกร็งกับตอนคลายแรงมีขนาดต่างกันชัดเจน แปลว่ากล้ามเนื้อมีส่วนมาก แต่ถ้าเกร็งแล้วแทบไม่ต่างกัน แสดงว่าไขมันน่าจะเป็นสัดส่วนที่มากกว่า
  • ลองนั่งห้อยขาแล้วเขย่าเบา ๆ ดูว่าเนื้อสั่นไหวมากแค่ไหน ถ้าสั่นเยอะมักเป็นน่องไขมัน ถ้าสั่นน้อยและแน่นแข็งมักเป็นน่องกล้าม
  • ใช้มือบีบเนื้อน่องดูความหนา ถ้าจับได้เนื้อหนานุ่ม แสดงว่าไขมันมีสัดส่วนมาก ซึ่งวิธีลดไขมันโดยตรงอาจเหมาะกว่าการฉีดลดกล้ามเนื้อ

ในความเป็นจริง หลายคนก็มีทั้งกล้ามเนื้อและไขมันปนกันจนเกิดเป็นก้อนน่อง กรณีแบบนี้โบท็อกซ์อย่างเดียวอาจให้ผลลัพธ์ที่จำกัด แพทย์จึงอาจแนะนำให้พิจารณาการทำหัตถการอื่นร่วมด้วยตอนปรึกษา เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจทำ ควรเช็กก่อนว่าน่องของเราเข้าข่ายแบบไหนมากกว่ากัน

ฉีดเข้ากล้ามเนื้อมัดไหนบ้าง?

ก้อนน่องส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อ gastrocnemius ซึ่งเป็นมัดกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นมาด้านหลังน่องจนเป็นก้อน และหดตัวแรงเวลายืนเขย่งปลายเท้าหรือเดิน ใต้ชั้นนี้ลงไปจะมีกล้ามเนื้อ soleus (กล้ามเนื้อชั้นลึกกว่ากล้ามเนื้อ gastrocnemius) ซึ่งทำหน้าที่พยุงร่างกายเวลายืนอยู่ตลอด จึงมักไม่แตะต้องกล้ามเนื้อมัดนี้

เหตุผลที่เลือกฉีดเฉพาะกล้ามเนื้อ gastrocnemius ชั้นตื้นเท่านั้น ก็เพราะถ้าลดแรงของกล้ามเนื้อ soleus มากเกินไป อาจกระทบต่อการเดินโดยตรง ตำแหน่งและปริมาณที่ฉีดจึงมักกำหนดตามจุดที่น่องนูนเด่นชัดที่สุด คือจุดที่กล้ามเนื้อ gastrocnemius ยื่นออกมามากที่สุด

น่องเป็นกล้ามเนื้อที่ต้องรับน้ำหนักตัวและใช้เดินตลอดทั้งวัน จึงเป็นจุดที่ต้องระมัดระวังเรื่องแรงกล้ามเนื้ออ่อนลงมากกว่าแขนหรือใบหน้าเล็กน้อย โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้เริ่มจากปริมาณต่ำก่อน แล้วดูว่ามีปัญหาเวลาเดินหรือขึ้นลงบันไดหรือไม่ ก่อนจะค่อยปรับเพิ่มในครั้งถัดไป

ผลอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วต้องฉีดซ้ำเมื่อไหร่?

แรงกล้ามเนื้อที่ลดลงจากโบท็อกซ์ไม่ใช่ผลถาวร เมื่อเวลาผ่านไป ปลายประสาทจะแตกแขนงใหม่ขึ้นมา เพื่อสร้างเส้นทางส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้ออีกครั้ง คล้ายกับตู้ไปรษณีย์ที่เคยถูกปิด แล้วค่อย ๆ มีช่องทางใหม่เปิดขึ้นมา เมื่อช่องทางนั้นเปิดอีกครั้ง กล้ามเนื้อก็จะค่อย ๆ กลับมาขยายตัวใกล้เคียงขนาดเดิม

โดยทั่วไปมีรายงานว่าผลลัพธ์อยู่ได้ราว 4 ถึง 6 เดือน แต่ระยะเวลานี้แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีด ความแข็งแรงเดิมของกล้ามเนื้อ และพฤติกรรมเดินหรือออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน คนที่เดินเยอะหรือชอบเดินป่าเป็นประจำ มักมีรายงานว่ากล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วกว่าคนอื่น

ถ้าอยากคงรูปน่องแบบนี้ไว้นาน ๆ ก็ต้องพิจารณาฉีดซ้ำในช่วงที่ผลเริ่มจางลง แต่แพทย์มักแนะนำว่าไม่ควรฉีดปริมาณเท่าเดิมทุกครั้ง ควรดูก่อนว่ากล้ามเนื้อฟื้นตัวไปมากแค่ไหน แล้วปรับปริมาณตามความจำเป็นเท่านั้นถึงจะปลอดภัยกว่า บางคนก็มีรายงานว่าเมื่อฉีดซ้ำไปเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ คงสภาพเรียวขึ้นในระยะยาว แต่จุดนี้ก็แตกต่างกันไปในแต่ละคนค่อนข้างมาก

ก่อนและหลังฉีดต้องระวังอะไรบ้าง?

มีข้อควรรู้บางอย่างที่จะเป็นประโยชน์ หากกำลังพิจารณาฉีดโบท็อกซ์น่อง

  1. ยังไม่มียาที่ใช้ย้อนผลกลับได้ทันที เมื่อเห็นผลแล้วต้องรอให้ฤทธิ์คลายไปเองตามธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้การเริ่มจากปริมาณต่ำก่อน แล้วสังเกตการเดินไปด้วย จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า
  2. ถ้าปกติออกกำลังกายหนัก หรือทำงานที่ต้องใช้แรงน่องเยอะ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบตั้งแต่ตอนปรึกษา เพราะผลกระทบต่อแรงกล้ามเนื้ออาจรู้สึกไม่เท่ากันในแต่ละคน ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์ปรับปริมาณให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำอยู่
  3. หากเป็นน่องที่มีทั้งกล้ามเนื้อและไขมันปนกัน ควรประเมินขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังได้ไว้ล่วงหน้า ถ้าไขมันมีสัดส่วนมาก โบท็อกซ์อย่างเดียวอาจให้ผลไม่ชัดนัก แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาวิธีอื่นควบคู่กันไปด้วย
  4. หลังฉีดใหม่ ๆ อาจรู้สึกขาอ่อนแรงชั่วคราว เป็นข้อมูลที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าเช่นกัน โดยทั่วไปความรู้สึกนี้จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อกล้ามเนื้อปรับตัวได้

การรู้ข้อมูลเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยลดช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับผลลัพธ์ที่ได้จริงหลังฉีด สรุปแล้วโบท็อกซ์น่องเป็นวิธีที่ใช้ได้ผล เมื่อสาเหตุของก้อนน่องมาจากกล้ามเนื้อ โดยลดแรงกล้ามเนื้อลงชั่วระยะ 4 ถึง 6 เดือน เพื่อให้เส้นน่องดูเรียวและนุ่มนวลขึ้น

References

Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA). </content> </invoke>

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Botox

ฉีดโบท็อกซ์ลดกล้ามเนื้อท่อนแขน ทำให้เส้นแขนเรียวขึ้นจริงหรือไม่ แล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

อธิบายหลักการที่การฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดก้อนกล้ามที่ท่อนแขน ช่วยลดสัญญาณประสาทจนกล้ามเนื้อค่อยๆ เล็กลง พร้อมสรุปเกณฑ์แยกแขนแบบกล้ามเนื้อกับแบบไขมัน ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผล ระยะเวลาคงผล และรอบการฉีดซ้ำไว้อย่างเข้าใจง่าย

By Dr. Lee

Botox

หลักการที่โบท็อกซ์กรามลดกล้ามเนื้อบดเคี้ยวจนหน้าเรียว พร้อมระยะเวลาอยู่ตัวและรอบฉีดซ้ำ

โบท็อกซ์กรามคือการฉีดเข้ากล้ามเนื้อบดเคี้ยวเพื่อลดแรงบีบของกล้ามเนื้อมัดนี้โดยตรง บทความนี้อธิบายง่าย ๆ ว่าทำไมกล้ามเนื้อถึงฝ่อ เส้นกรามเรียวขึ้นได้อย่างไรและทำไมถึงค่อย ๆ ปรากฏ ผลอยู่ได้นานแค่ไหน และควรฉีดซ้ำตอนไหน

By Dr. Lee

Filler

โกวรี ลิควิด พีซีแอล ช่วยให้ผิวหน้าทั้งใบกระชับขึ้นได้จริงไหม แล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนกันแน่?

อธิบายหลักการที่โกวรี ลิควิด พีซีแอลกระจายตัวได้กว้างโดยไม่มีอนุภาคจับตัว ค่อยๆกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง พร้อมเทียบความแตกต่างจากฟิลเลอร์เติมวอลลุ่มเฉพาะจุด และผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน

By Dr. Lee

Back to articles