ทำไมกำจัดขนบราซิลเลี่ยนถึงเจ็บกว่าจุดอื่นและต้องทำหลายครั้ง หลักการวงจรรากขนกับผิวบอบบาง
By Dr. Kim1 min read

การกำจัดขนบราซิลเลี่ยนมักถูกเข้าใจว่าเป็นการยิงเลเซอร์ไม่กี่ครั้งแล้วจบ แต่พอลองทำจริงหลายคนกลับรู้สึกว่าเจ็บกว่าการกำจัดขนแขนขาชัดเจน แถมยังต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่าจะเห็นผลจริง ทั้งที่เป็นเลเซอร์ตัวเดียวกัน ทำไมจุดนี้ถึงรู้สึกยากกว่าเป็นพิเศษ
หลักการพื้นฐานของเลเซอร์กำจัดขนเหมือนกันทุกจุดบนร่างกาย แต่บริเวณนี้มีความหนาของเส้นขนและรูปทรง ความหนาของผิว รวมถึงความหนาแน่นของเส้นประสาทที่แตกต่างจากส่วนอื่น และความแตกต่างเหล่านี้เองที่ทำให้ทั้งความเจ็บ จำนวนครั้งที่ต้องทำ และความเร็วในการฟื้นตัวต่างออกไป ถ้าไล่ดูทีละข้อจะเข้าใจง่ายขึ้นว่าทำไมจุดนี้ถึงดูแลยากเป็นพิเศษ
เหตุผลที่แต่ละจุดบนร่างกายตอบสนองต่อเลเซอร์ไม่เหมือนกัน
เลเซอร์กำจัดขนอาศัยหลักการที่เมลานิน หรือสารสร้างสีในรากขน ดูดซับแสงแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน เมื่อเมลานินดูดซับพลังงานแสงจนร้อนขึ้น ความร้อนนั้นจะส่งต่อไปยังรูขุมขน คือโครงสร้างถุงเล็ก ๆ ที่ขนงอกออกมา จนเกิดความเสียหาย เปรียบได้กับเสื้อสีดำที่ร้อนกว่าเสื้อสีขาวเมื่อโดนแดด
แต่การตอบสนองนี้มีความเข้มมากน้อยต่างกันตามสภาพผิวและเส้นขน ยิ่งผิวบางเท่าไร ความร้อนก็ยิ่งส่งไปถึงเส้นประสาทชั้นลึกได้ง่ายขึ้น และยิ่งขนหนาและหยิกมากเท่าไร ความร้อนก็ยิ่งกระจายไม่สม่ำเสมอในรูขุมขนแต่ละเส้น จุดบราซิลเลี่ยนมีทั้งสองปัจจัยนี้พร้อมกัน จึงรู้สึกระคายเคืองมากกว่าจุดอื่นแม้ยิงด้วยความแรงเท่ากัน
ทำไมการกำจัดขนบราซิลเลี่ยนถึงเจ็บเป็นพิเศษ?
ความเจ็บส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างของผิวเอง บริเวณนี้มีปลายประสาทกระจุกตัวหนาแน่นกว่าผิวส่วนอื่นของร่างกาย ทำให้แม้กระตุ้นด้วยความร้อนระดับเดียวกันก็รู้สึกไวกว่ามาก ลองนึกภาพปลายนิ้วที่ไวต่อการสัมผัสเบา ๆ มากกว่าท้องแขน หลักการก็คล้ายกัน
นอกจากนี้ชั้นผิวในบริเวณนี้ยังค่อนข้างบาง ทำให้ความร้อนเข้าใกล้ชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นลึกที่มีเส้นประสาทอยู่มากขึ้น แขนขามีระยะห่างระหว่างชั้นขี้ไคลกับหนังแท้ค่อนข้างมาก ความร้อนจึงมีเวลาเย็นลงบ้างระหว่างทาง แต่จุดนี้ระยะห่างสั้นกว่า ความร้อนจึงมักไปถึงเส้นประสาทก่อนที่จะเย็นลง ด้วยเหตุนี้จุดนี้จึงมักต้องปรับความแรงอย่างระมัดระวังมากกว่าส่วนอื่น
จุดที่วงจรการเจริญของรากขนมาบรรจบกับเลเซอร์
เลเซอร์จะได้ผลก็ต่อเมื่อเส้นขนอยู่ในระยะเจริญ คือช่วงที่รูขุมขนกำลังสร้างเส้นขนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงนี้เมลานินจะเต็มลึกลงไปในรูขุมขน ความร้อนจากเลเซอร์จึงส่งถึงรากได้ดี ส่วนในระยะพัก คือช่วงที่ขนหยุดเจริญและพักตัว แทบไม่มีเมลานินเหลืออยู่ ยิงเลเซอร์ไปก็แทบไม่มีปฏิกิริยา
ปัญหาคือรูขุมขนทุกเส้นในร่างกายไม่ได้เข้าสู่ระยะเจริญพร้อมกัน บางเส้นอยู่ในระยะเจริญ บางเส้นอยู่ในระยะพักปะปนกันไป การทำเลเซอร์หนึ่งครั้งจึงมีผลเฉพาะเส้นขนที่อยู่ในระยะเจริญ ณ ขณะนั้น จึงต้องทำซ้ำหลายครั้งห่างกันไม่กี่สัปดาห์ เพื่อให้รูขุมขนที่เหลือทยอยเข้าสู่ระยะเจริญแล้วค่อยจัดการทีละรอบ บริเวณนี้ทราบกันว่าวงจรการเจริญหมุนเร็วกว่าแขนขา จึงมักรู้สึกว่าต้องนัดถี่ขึ้นหรือต้องทำจำนวนครั้งมากขึ้น
และวงจรนี้ยังหมุนเร็วช้าต่างกันไปในแต่ละคนและแต่ละจุดของร่างกาย จึงไม่ควรฟันธงว่าจะจบแน่นอนในกี่ครั้ง แต่ควรดูการตอบสนองระหว่างทำแล้วปรับระยะห่างของแต่ละนัดตามจริง เป็นแนวทางที่ใช้ได้จริงมากกว่า เนื่องจากสัดส่วนของรูขุมขนที่อยู่ในระยะเจริญแตกต่างกันในแต่ละจุด หากใช้จำนวนครั้งที่เคยได้ผลจากแขนขามาคาดหวังกับจุดนี้ ก็อาจรู้สึกว่าต้องทำมากกว่าที่คาดไว้
เหตุผลที่ขนหยิกยิ่งทำให้ระคายเคืองมากขึ้น
ขนบริเวณบราซิลเลี่ยนมักหนาและหยิกกว่าขนแขนขา ลักษณะนี้ส่งผลต่อทั้งขั้นตอนการทำและการฟื้นตัวหลังทำหลายด้าน
- รูขุมขนวางตัวเป็นมุมโค้ง ทำให้แม้เลเซอร์ยิงตรง ความร้อนก็อาจส่งไม่ถึงรากขนอย่างสม่ำเสมอ คล้ายกับการเทน้ำลงหลอดที่งอ น้ำจะไม่เต็มถึงปลายอย่างทั่วถึง
- ยิ่งขนหนา ปริมาณเมลานินก็ยิ่งมาก ทำให้ดูดซับความร้อนในเสี้ยววินาทีเดียวมากขึ้น ผิวรอบข้างจึงอาจได้รับการระคายเคืองมากตามไปด้วย
- ขนหยิกมีแนวโน้มงอกออกมาแล้วม้วนกลับเข้าไปในผิวอีกครั้ง กลายเป็นขนคุด ปลายขนที่งอกใหม่แหลมคมและม้วนตามแนวรูขุมขนที่โค้งจนแทงกลับเข้าไปใต้ผิว
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จุดนี้จึงมักได้รับการดูแลด้วยการลดความแรงลงเล็กน้อยและปรับระยะห่างระหว่างนัดให้เหมาะสม
ผิวที่มีสีเข้ม ต้องระวังอะไรบ้าง?
เลเซอร์เล็งเป้าที่เมลานินเป็นหลัก ดังนั้นนอกจากเมลานินในรากขนแล้ว เมลานินในผิวเองก็อาจตอบสนองไปด้วย จุดที่ผิวเข้มอยู่แล้วหรือมีสีเข้มขึ้นจากการเสียดสีบ่อย ๆ จะมีความเสี่ยงที่เลเซอร์จะดูดซับเมลานินในผิวไปด้วย จนเกิดแผลไหม้หรือรอยดำได้มากกว่าจุดอื่นเล็กน้อย
จุดบราซิลเลี่ยนเสียดสีกับชุดชั้นในหรือเสื้อผ้าบ่อย จึงเป็นบริเวณที่มีสีเข้มขึ้นได้ง่ายกว่าจุดอื่นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ก่อนทำจึงควรตรวจสีผิวและสภาพผิวของจุดนี้ก่อน แล้วปรับความยาวคลื่นของเลเซอร์ คือชนิดของแสงที่ใช้ รวมถึงความแรงให้เหมาะสม ถือเป็นแนวทางที่ปลอดภัย ยิ่งความยาวคลื่นยาว ก็ยิ่งทะลุลึกกว่าเมลานินไปถึงชั้นเนื้อเยื่อลึกกว่า จึงมักเลือกใช้ความยาวคลื่นที่ยาวขึ้นสำหรับผิวสีเข้ม
การดูแลก่อนและหลังทำที่ทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน
หลักการของตัวเลเซอร์เองสำคัญก็จริง แต่การดูแลก่อนและหลังก็มีผลต่อผลลัพธ์ไม่น้อย ด้วยเหตุผลดังนี้
- แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำผิวแทนหรือตากแดดจัดก่อนทำเลเซอร์ เพราะเมลานินในผิวที่มีอยู่มากอยู่แล้วจะทำให้เลเซอร์ตอบสนองกับเมลานินในผิวมากขึ้น จนเกิดการระคายเคืองมากกว่าเดิม
- แนะนำให้สวมเสื้อผ้าหลวมที่เสียดสีน้อยในช่วงไม่กี่วันหลังทำ เพราะผิวที่เพิ่งได้รับความร้อนยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว หากมีการเสียดสีเพิ่มเข้าไปอีก ก็อาจนำไปสู่รอยแดงหรือรอยดำได้ง่าย
- ควรทากันแดดสม่ำเสมอไม่ว่าจะทำเลเซอร์หรือไม่ก็ตาม เพราะผิวที่บอบบางขึ้นหลังทำเลเซอร์จะตอบสนองต่อรังสียูวีได้ไวกว่าปกติ จนเกิดรอยดำได้ง่ายขึ้น
หากทำตามขั้นตอนนี้อย่างครบถ้วน การระคายเคืองจะลดลง และผิวจะมีเวลาฟื้นตัวเพียงพอก่อนถึงนัดครั้งถัดไป
เหตุผลที่ยังมีขนหลงเหลืออยู่บ้างแม้ทำครบหลายครั้ง
แม้จะทำหลายครั้งแล้ว การคาดหวังว่าขนจะหมดไปทั้งหมดก็ยังเป็นเรื่องยาก สาเหตุอยู่ที่ลักษณะเฉพาะของรูขุมขนเอง รูขุมขนบางเส้นมีเมลานินน้อยตั้งแต่ต้น หรือมีมุมที่โค้งเป็นพิเศษ ทำให้ความร้อนจากเลเซอร์ส่งไปไม่ถึงและรอดพ้นไป
นอกจากนี้จุดนี้ยังเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน จึงมีรายงานว่าเมื่อเวลาผ่านไป รูขุมขนใหม่อาจกลับมาทำงานอีกครั้งได้เช่นกัน ดังนั้นการกำจัดขนบราซิลเลี่ยนจึงควรเข้าใจว่าเป็นการลดขนให้เห็นชัดและทำให้ขนที่เหลือบางลง มากกว่าการกำจัดให้หมดสิ้นไปทั้งหมด หลังทำหลายครั้ง ขนที่เหลืออยู่มักบางและจางกว่าเดิม จนดูแลได้ง่ายขึ้นมากในชีวิตประจำวัน
และในจุดนี้ มักจะรู้สึกว่าลดลงเห็นชัดในช่วงไม่กี่ครั้งแรก แต่พอทำไปเรื่อย ๆ ความเร็วในการจัดการรูขุมขนที่เหลืออยู่จำนวนน้อยจะรู้สึกช้าลง เพราะช่วงแรกรูขุมขนที่หนาและอยู่ในระยะเจริญจะตอบสนองก่อน ส่วนรูขุมขนที่เข้าสู่ระยะเจริญช้าหรือมีมุมยากจะเหลือรอดจนถึงท้ายสุด ในขั้นตอนสุดท้ายจึงแนะนำให้เว้นระยะห่างมากขึ้นแล้วค่อย ๆ จัดการอย่างใจเย็น ปลอดภัยกว่าการเร่งเพิ่มความแรงโดยไม่จำเป็น
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Lara Peel ฟิลลิ่งอ่อนโยนสำหรับผิวบอบบาง หลักการดูแลขุยผิวและรูขุมขนด้วยสาร LHA
Lara Peel คือฟิลลิ่งที่พัฒนาขึ้นสำหรับผิวบอบบางที่กังวลเรื่องแสบร้อนและลอกหลังทำ โดยผสมผสานสาร LHA กับสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างเพื่อขจัดขุยผิวอย่างนุ่มนวล บทความนี้พาไปดูหลักการดูแลขุยผิวและรูขุมขนผ่านตัวเลขจากงานวิจัยจริงของ LHA ซึ่งเป็นสารสำคัญ และกลุ่มฟิลลิ่งอ่อนโยนชนิดอื่น
By Dr. Lee

ทำไมเลเซอร์กำจัดขนต้องแบ่งทำหลายครั้ง หลักการตอบสนองเฉพาะขนระยะเจริญและช่วงเว้นระยะที่เหมาะสม
เลเซอร์กำจัดขนตอบสนองเฉพาะรูขุมขนที่อยู่ในระยะเจริญเท่านั้น เนื่องจากรูขุมขนแต่ละเส้นในบริเวณเดียวกันอยู่คนละจังหวะของวงจร จึงต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อจัดการรูขุมขนให้ครบทุกเส้น บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมต้องเว้นระยะห่างระหว่างครั้ง และทำไมจำนวนครั้งจึงต่างกันไปตามตำแหน่ง
By Dr. Kim

หลักการโบท็อกซ์ลดแรงกล้ามเนื้อที่ทำให้ปีกจมูกบานตอนยิ้ม และผลอยู่ได้นานแค่ไหน
โบท็อกซ์ปีกจมูกคือหัตถการที่ลดแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ที่ทำให้ข้างจมูกบานออกเวลายิ้มหรือหายใจเข้าลึก ๆ ไม่ใช่การเสริมหรือลดรูปจมูก จึงมีหลักการต่างจากหัตถการจมูกแบบอื่นโดยสิ้นเชิง บทความนี้สรุปว่ากล้ามเนื้อตัวไหนเป็นตัวการ และโบท็อกซ์เข้าไปทำงานกับกล้ามเนื้อนั้นอย่างไร
By Dr. Lee