prettytime
Botox

โบท็อกซ์กราม บ่า น่อง ปริมาณ ผลลัพธ์ ระยะเวลา และข้อควรรู้ก่อนฉีด

By Dr. Kim2 min read

โบท็อกซ์ไม่ได้ใช้แก้ริ้วรอยบนใบหน้าอย่างเดียว ทุกวันนี้นิยมใช้ลดกรามเหลี่ยมให้หน้าเรียวขึ้น ลดกล้ามเนื้อบ่าให้ไหล่ดูเรียบ และปรับน่องให้ขาเพรียวกระชับมากขึ้น จุดร่วมของทั้งสามจุดคือออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อโดยตรง ไม่ใช่กระดูก จึงปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด นับเป็นข้อดีที่น่าดึงดูดมาก

แต่กล้ามเนื้อทั้งสามจุดนี้ใหญ่กว่ากล้ามเนื้อแสดงสีหน้ามาก ปริมาณยาที่ใช้จึงมากกว่าเช่นกัน ผลลัพธ์ ระยะเวลาคงอยู่ และข้อควรระวังจึงต่างกันในแต่ละจุด เราได้รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยจริงมาให้เห็นภาพชัดว่าแต่ละจุดทำงานอย่างไร ลดได้แค่ไหน และมีอะไรต้องดูแลเป็นพิเศษ การฉีดโบท็อกซ์สามจุดนี้ต่างจากการฉีดแก้ริ้วรอยทั่วไปค่อนข้างมาก ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจจะช่วยให้คาดหวังได้ตรงกับความเป็นจริง

โบท็อกซ์บล็อกสัญญาณประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ ลีบและปริมาตรลดลง ปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
โบท็อกซ์บล็อกสัญญาณประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ ลีบและปริมาตรลดลง ปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

โบท็อกซ์ลดกล้ามเนื้อได้อย่างไร?

โบทูลินัม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยบล็อกสัญญาณประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้รับสัญญาณ มันก็ไม่ทำงาน และค่อยๆ ลีบลงภายใน 3 ถึง 4 สัปดาห์ เหมือนกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเล็กลงตามธรรมชาติ พอปริมาตรลดลง ทรงรูปก็เรียบสวยขึ้นเอง

หัวใจของเรื่องนี้คือโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่กรามเหลี่ยมเพราะกล้ามเนื้อขากรรไกรพัฒนา บ่าสูงเพราะกล้ามเนื้อบ่าหนา หรือน่องเป็นสันเพราะกล้ามเนื้อน่องโต ถ้าปัญหามาจากกระดูกหรือไขมัน โบท็อกซ์คงช่วยได้จำกัด

ผลลัพธ์ไม่ถาวร เมื่อยาหมดฤทธิ์หลังจากหลายเดือน กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมา ถ้าอยากรักษารูปทรงก็ต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ แต่หลายคนพบว่ายิ่งฉีดซ้ำ กล้ามเนื้อก็เคยชินกับขนาดเล็กลง ทำให้ระยะห่างระหว่างการฉีดยาวขึ้นได้เรื่อยๆ ผลลัพธ์ไม่เกิดทันทีหลังฉีด ต้องรอ 2 ถึง 4 สัปดาห์ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นรอดูสักหนึ่งเดือนแล้วค่อยประเมิน สิ่งสำคัญคือต้องมั่นใจก่อนว่าปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูกหรือไขมัน

อัตราการลดลงของกล้ามเนื้อแต่ละจุด กรามลดประมาณ 28% บ่าลดประมาณ 27% น่องลดประมาณ 1 ถึง 5% วัดจากเส้นรอบวง
อัตราการลดลงของกล้ามเนื้อแต่ละจุด กรามลดประมาณ 28% บ่าลดประมาณ 27% น่องลดประมาณ 1 ถึง 5% วัดจากเส้นรอบวง

กรามเหลี่ยมฉีดโบท็อกซ์แล้วจะเล็กลงแค่ไหน?

กล้ามเนื้อขากรรไกร (masseter) หรือที่เราเรียกว่ากรามเหลี่ยม เป็นจุดที่ฉีดบ่อยที่สุดและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดในบรรดาสามจุด เมื่อกล้ามเนื้อขากรรไกรพัฒนาจนกรามดูเหลี่ยม การลดขนาดกล้ามเนื้อนี้จะช่วยให้หน้าดูเรียวและกระชับขึ้นได้ดีมาก

ตัวเลขน่าประทับใจมาก จากหลายงานวิจัย พบว่าความหนาของกล้ามเนื้อขากรรไกรลดลงประมาณ 22 ถึง 31% เมื่อวัดที่ 3 เดือนหลังฉีด การศึกษาขนาดใหญ่ที่วิเคราะห์ข้อมูลถึง 383 คน รายงานว่าลดลงเฉลี่ย 31% และงานวิจัยที่ติดตามผู้มีปัญหากัดฟันนาน 12 สัปดาห์ พบว่าความหนาลดจาก 13.4mm เหลือ 10.2mm ยิ่งฉีดซ้ำผลยิ่งชัดขึ้น

การบดเคี้ยวไม่ได้รับผลกระทบเมื่อใช้ขนาดยาที่เหมาะสม งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าปริมาณ 20-40 ยูนิตต่อข้างไม่ทำให้แรงบดเคี้ยวเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ถ้าตำแหน่งฉีดอยู่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อยิ้ม ทำให้สีหน้าดูเกร็งเล็กน้อย ดังนั้นตำแหน่งที่แม่นยำจึงสำคัญมาก ผลคงอยู่ 3 ถึง 6 เดือน และเพื่อรักษารูปทรงต้องฉีดซ้ำ 2 ถึง 4 ครั้งต่อปี เนื่องจากกรามเป็นจุดที่ฉีดกันมากและมีประสบการณ์สะสมสูง จึงถือเป็นหนึ่งในจุดที่น่าเชื่อถือที่สุด

ปริมาณยามาตรฐานแต่ละจุด กราม 20-40 ยูนิตต่อข้าง บ่า 20-50 ยูนิต น่อง 100-200 ยูนิต ซึ่งมากกว่ามาก
ปริมาณยามาตรฐานแต่ละจุด กราม 20-40 ยูนิตต่อข้าง บ่า 20-50 ยูนิต น่อง 100-200 ยูนิต ซึ่งมากกว่ามาก

โบท็อกซ์บ่าเปลี่ยนไหล่ให้ดูดีขึ้นได้จริงไหม?

กล้ามเนื้อ trapezius เชื่อมคอกับบ่า ถ้ากล้ามเนื้อนี้หนาและนูนขึ้น บ่าจะดูสูงและคอดูสั้น การฉีดโบท็อกซ์ที่บ่าช่วยลดความนูนของกล้ามเนื้อ ทำให้ไหล่เส้นสวยลงและคอดูยาวขึ้น

แม้ข้อมูลจะยังน้อยกว่ากราม แต่ทิศทางชัดเจนมาก งานวิจัยที่ติดตาม 22 คน โดยฉีดข้างละ 50 ยูนิต พบว่า 3 เดือนต่อมาพื้นที่กล้ามเนื้อ trapezius ส่วนบนลดลงประมาณ 27% และมุมระหว่างคอกับบ่าดูสบายตาขึ้น หลายคนรายงานด้วยว่าอาการเมื่อยบ่าและปวดหัวบรรเทาลงพร้อมกัน ปริมาณมาตรฐานคือ 20-50 ยูนิตต่อข้าง และผลคงอยู่ประมาณ 4 ถึง 5 เดือน

มีเรื่องที่ควรรู้ไว้บ้าง กล้ามเนื้อ trapezius ยังใช้ในการยกแขนและยักไหล่ด้วย หลังฉีดอาจรู้สึกว่าแขนมีแรงน้อยลงเล็กน้อยในช่วง 1 ถึง 2 เดือนแรก ข้อมูลหนึ่งพบว่าประมาณ 1 ใน 10 คนมีอาการแขนอ่อนแรงชั่วคราว แต่ส่วนใหญ่หายเองภายใน 1 ถึง 2 เดือน ถ้าต้องยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักเป็นประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน โบท็อกซ์บ่าจึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ทั้งไหล่เรียบสวยและบ่าที่เบาสบายขึ้นไปพร้อมกัน

ความหนากล้ามเนื้อขากรรไกรลดลงเรื่อยๆ 4 สัปดาห์ประมาณ 11.8mm และ 12 สัปดาห์ประมาณ 10.2mm ยิ่งนานยิ่งเห็นผลชัด
ความหนากล้ามเนื้อขากรรไกรลดลงเรื่อยๆ 4 สัปดาห์ประมาณ 11.8mm และ 12 สัปดาห์ประมาณ 10.2mm ยิ่งนานยิ่งเห็นผลชัด

โบท็อกซ์น่องได้ผลจริงหรือเปล่า?

น่องที่เป็นสันเพราะกล้ามเนื้อ gastrocnemius พัฒนา สามารถลดปริมาตรได้ด้วยโบท็อกซ์ แต่ในสามจุดนี้ น่องเป็นจุดที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์น้อยที่สุด และควรตั้งความคาดหวังอย่างระมัดระวัง

งานวิจัยแบบสุ่มพบว่าเส้นรอบวงน่องลดลงประมาณ 0.48cm การเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่เด่นชัดมาก แต่เป็นความเนียนกระชับที่สังเกตได้ น่าสนใจที่แม้จะเพิ่มขนาดยาก็ไม่ได้เห็นผลชัดขึ้นมากนัก แต่ผลคงอยู่นาน 6 ถึง 8 เดือน ซึ่งยาวกว่าจุดอื่น เนื่องจากกล้ามเนื้อน่องมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ยา 100-200 ยูนิตต่อข้าง รวมสองข้างจึงเป็นปริมาณที่มากพอสมควร

ในแง่การใช้งาน ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่พบผลกระทบต่อการเดินที่มีนัยสำคัญ แต่เนื่องจากน่องเป็นกล้ามเนื้อสำคัญในการยืน เดิน และวิ่ง และปริมาณยาที่ใช้ค่อนข้างมาก ถ้าวิ่งหรือเดินป่าเป็นประจำ ควรพูดคุยกับแพทย์ให้ชัดเจนก่อน สำหรับคนที่ต้องการขาเนียนกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ควรเริ่มที่ขนาดยาต่ำก่อนเพื่อดูผลตอบสนอง และยืนยันให้มั่นใจก่อนว่าน่องเป็นสันเพราะกล้ามเนื้อจริงๆ ไม่ใช่ไขมัน

โบท็อกซ์บ่าพบอาการแขนอ่อนแรงชั่วคราวในประมาณ 1 ใน 10 คน แต่ส่วนใหญ่หายเองภายใน 1 ถึง 2 เดือน
โบท็อกซ์บ่าพบอาการแขนอ่อนแรงชั่วคราวในประมาณ 1 ใน 10 คน แต่ส่วนใหญ่หายเองภายใน 1 ถึง 2 เดือน

ทำไมแต่ละจุดถึงมีผลข้างเคียงต่างกัน?

สาเหตุที่ผลข้างเคียงต่างกันในแต่ละจุดคือขนาดและหน้าที่ของกล้ามเนื้อที่ไม่เหมือนกัน ต่างจากโบท็อกซ์แก้ริ้วรอยบนหน้าที่ใช้ปริมาณน้อยมาก จุดเหล่านี้ใช้ยาในปริมาณมากกว่ากับกล้ามเนื้อขนาดใหญ่กว่ามาก มีเรื่องที่ควรเข้าใจดังนี้

ประการแรก การเปลี่ยนแปลงด้านการทำงาน กรามเกี่ยวข้องกับการเคี้ยว บ่าเกี่ยวข้องกับการยกแขน น่องเกี่ยวข้องกับการเดิน ในปริมาณที่เหมาะสมโดยทั่วไปไม่มีปัญหา แต่ถ้าตำแหน่งหรือปริมาณไม่เหมาะสมอาจรู้สึกอ่อนแรงชั่วคราวได้ ประการที่สอง ปริมาณยาและการสะสม น่องต้องการยานับร้อยยูนิตทั้งสองข้าง ซึ่งมากกว่าการฉีดที่หว่างคิ้วถึง 10 เท่า การฉีดบ่อยมากในปริมาณสูงอาจทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อยาได้ในบางกรณี จึงควรหลีกเลี่ยงการฉีดบ่อยเกินความจำเป็น

ประการที่สาม ไม่สามารถย้อนกลับได้ทันที ต่างจากฟิลเลอร์ที่ละลายได้ โบท็อกซ์ต้องรอให้ยาหมดฤทธิ์เองตามธรรมชาติ ดังนั้นควรเริ่มด้วยปริมาณที่ระมัดระวัง แล้วค่อยปรับตามผลตอบสนอง การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์กับจุดที่ต้องการฉีดโดยเฉพาะจึงสำคัญที่สุด ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวและหายเองได้ตามเวลา แต่การเริ่มด้วยปริมาณที่เหมาะสมตั้งแต่แรกคือการป้องกันที่ดีที่สุด

การกำหนดปริมาณและตำแหน่งฉีดให้เหมาะกับขนาดและหน้าที่ของกล้ามเนื้อแต่ละจุดคือกุญแจสู่ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์แบบนี้บ้าง?

โบท็อกซ์แต่ละจุดเหมาะกับคนที่ปัญหาเส้นสายมาจากกล้ามเนื้อโดยตรง กรามเหลี่ยมจากกล้ามเนื้อขากรรไกรพัฒนา บ่าสูงจากกล้ามเนื้อบ่าหนา หรือน่องเป็นสันจากกล้ามเนื้อน่องโต ถ้าใช่ นี่คือตัวเลือกที่ดีมาก ปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

แต่ต้องดูที่สาเหตุก่อน ถ้ากรามเหลี่ยมเพราะกระดูก หรือน่องใหญ่เพราะไขมัน โบท็อกซ์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ดังนั้นการตรวจกับแพทย์เพื่อยืนยันว่าสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อจึงเป็นขั้นแรกที่สำคัญ ถ้าใช่ การฉีดอย่างสม่ำเสมอด้วยปริมาณที่เหมาะสมกับจุดนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมาก

ผลคงอยู่ 3 ถึง 8 เดือนขึ้นอยู่กับจุด และต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผล มองว่าเป็นการปรับรูปทรงแบบค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติจะดีกว่าการคาดหวังการเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด แพทย์ที่มีประสบการณ์กับจุดที่ต้องการจะช่วยกำหนดปริมาณและตำแหน่งฉีดได้แม่นยำ ทำให้ผลลัพธ์ดีและปลอดภัย โดยเฉพาะน่องที่ต้องใช้ยาปริมาณมาก ควรเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดให้เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องฉีดบ่อยเกินไป เริ่มด้วยการพูดคุยกับแพทย์ว่าจุดไหนตรงกับปัญหาของคุณมากที่สุดและปริมาณที่เหมาะสมคือเท่าไหร่

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Botox

โบท็อกซ์ลดกราม ได้ผลจริงไหม, กล้ามเนื้อเคี้ยวหดได้จริง หน้าเรียวขึ้นได้แค่ไหน?

โบท็อกซ์กรามคืออะไร กล้ามเนื้อเคี้ยวหดลงได้อย่างไร ผลลัพธ์และผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ทำไมกรามที่เกิดจากกระดูกถึงไม่ตอบสนอง และการทำซ้ำส่งผลอะไร, รวบรวมไว้ให้ครบในที่เดียว

By Dr. Lee

Botox

CoreTox โบท็อกซ์บริสุทธิ์จากเกาหลี: ดื้อยาน้อยกว่าจริง หรือแค่โฆษณา?

CoreTox คืออะไร ทำไมถึงไม่มีโปรตีนเสริม และที่โฆษณาว่าดื้อยาน้อยกว่านั้นมีหลักฐานรองรับแค่ไหน, รวบรวมจากงานวิจัยจริง พร้อมข้อมูลคลินิกของ CoreTox และวิธีลดการดื้อยาที่ได้ผลในทางปฏิบัติ

By Dr. Kim

Lifting

DoubleTite Microneedle RF ผสาน Skin Booster กลไกการทำงานของเข็มสองระดับและผลลัพธ์ที่ได้

DoubleTite คืออะไร เข็มสองความยาวส่งคลื่น RF และ Skin Booster เข้าสู่ชั้นหนังแท้ได้อย่างไร และงานวิจัยรองรับเรื่องคอลลาเจนกับความกระชับไว้แค่ไหน รวบรวมจากงานวิจัยจริง อุปกรณ์สัญชาติเกาหลีที่ต่อยอดจากแพลตฟอร์ม Microneedle RF ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว พร้อมเพิ่มเข็มสองระดับและการฉีดยาพร้อมกัน

By Dr. Kim

Back to articles