โบท็อกซ์กราม บ่า น่อง ปริมาณ ผลลัพธ์ ระยะเวลา และข้อควรรู้ก่อนฉีด
By Dr. Kim2 min read

โบท็อกซ์ไม่ได้ใช้แก้ริ้วรอยบนใบหน้าอย่างเดียว ทุกวันนี้นิยมใช้ลดกรามเหลี่ยมให้หน้าเรียวขึ้น ลดกล้ามเนื้อบ่าให้ไหล่ดูเรียบ และปรับน่องให้ขาเพรียวกระชับมากขึ้น จุดร่วมของทั้งสามจุดคือออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อโดยตรง ไม่ใช่กระดูก จึงปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด นับเป็นข้อดีที่น่าดึงดูดมาก
แต่กล้ามเนื้อทั้งสามจุดนี้ใหญ่กว่ากล้ามเนื้อแสดงสีหน้ามาก ปริมาณยาที่ใช้จึงมากกว่าเช่นกัน ผลลัพธ์ ระยะเวลาคงอยู่ และข้อควรระวังจึงต่างกันในแต่ละจุด เราได้รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยจริงมาให้เห็นภาพชัดว่าแต่ละจุดทำงานอย่างไร ลดได้แค่ไหน และมีอะไรต้องดูแลเป็นพิเศษ การฉีดโบท็อกซ์สามจุดนี้ต่างจากการฉีดแก้ริ้วรอยทั่วไปค่อนข้างมาก ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจจะช่วยให้คาดหวังได้ตรงกับความเป็นจริง

โบท็อกซ์ลดกล้ามเนื้อได้อย่างไร?
โบทูลินัม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยบล็อกสัญญาณประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้รับสัญญาณ กล้ามเนื้อก็จะไม่ทำงาน และค่อยๆ ลีบลงภายใน 3 ถึง 4 สัปดาห์ เหมือนกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเล็กลงตามธรรมชาติ พอปริมาตรลดลง ทรงรูปก็เรียบสวยขึ้นเอง
หัวใจของเรื่องนี้คือโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่กรามเหลี่ยมเพราะกล้ามเนื้อขากรรไกรพัฒนา บ่าสูงเพราะกล้ามเนื้อบ่าหนา หรือน่องเป็นสันเพราะกล้ามเนื้อน่องโต ถ้าปัญหามาจากกระดูกหรือไขมัน โบท็อกซ์คงช่วยได้จำกัด
ผลลัพธ์ไม่ถาวร เมื่อยาหมดฤทธิ์หลังจากหลายเดือน กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมา ถ้าอยากรักษารูปทรงก็ต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ แต่หลายคนพบว่ายิ่งฉีดซ้ำ กล้ามเนื้อก็จะคุ้นชินกับขนาดที่เล็กลง ทำให้ระยะห่างระหว่างการฉีดยาวขึ้นได้เรื่อยๆ ผลลัพธ์ไม่เกิดทันทีหลังฉีด ต้องรอ 2 ถึง 4 สัปดาห์ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นรอดูสักหนึ่งเดือนแล้วค่อยประเมิน สิ่งสำคัญคือต้องมั่นใจก่อนว่าปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูกหรือไขมัน

กรามเหลี่ยมฉีดโบท็อกซ์แล้วจะเล็กลงแค่ไหน?
กล้ามเนื้อขากรรไกร (masseter) หรือที่เราเรียกว่ากรามเหลี่ยม เป็นจุดที่ฉีดบ่อยที่สุดและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดในบรรดาสามจุด เมื่อกล้ามเนื้อขากรรไกรพัฒนาจนกรามดูเหลี่ยม การลดขนาดกล้ามเนื้อนี้จะช่วยให้หน้าดูเรียวและกระชับขึ้นได้ดีมาก
ตัวเลขนี้น่าประทับใจมาก จากหลายงานวิจัยพบว่าความหนาของกล้ามเนื้อขากรรไกรลดลงประมาณ 22 ถึง 31% เมื่อวัดที่ 3 เดือนหลังฉีด การศึกษาขนาดใหญ่ที่วิเคราะห์ข้อมูลถึง 383 คน รายงานว่าลดลงเฉลี่ย 31% และงานวิจัยที่ติดตามผู้มีปัญหากัดฟันนาน 12 สัปดาห์ พบว่าความหนาลดจาก 13.4mm เหลือ 10.2mm ยิ่งฉีดซ้ำผลยิ่งชัดขึ้น
การบดเคี้ยวไม่ได้รับผลกระทบเมื่อใช้ขนาดยาที่เหมาะสม งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าปริมาณ 20-40 ยูนิตต่อข้างไม่ทำให้แรงบดเคี้ยวเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ถ้าตำแหน่งฉีดอยู่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อยิ้ม ทำให้สีหน้าดูเกร็งเล็กน้อย ดังนั้นตำแหน่งที่แม่นยำจึงสำคัญมาก ผลคงอยู่ 3 ถึง 6 เดือน และเพื่อรักษารูปทรงต้องฉีดซ้ำ 2 ถึง 4 ครั้งต่อปี เนื่องจากกรามเป็นจุดที่ฉีดกันมากและมีประสบการณ์สะสมสูง จึงถือเป็นหนึ่งในจุดที่น่าเชื่อถือที่สุด

โบท็อกซ์บ่าเปลี่ยนไหล่ให้ดูดีขึ้นได้จริงไหม?
กล้ามเนื้อ trapezius เชื่อมคอกับบ่า ถ้ากล้ามเนื้อนี้หนาและนูนขึ้น บ่าจะดูสูงและคอดูสั้น การฉีดโบท็อกซ์ที่บ่าช่วยลดความนูนของกล้ามเนื้อ ทำให้เส้นไหล่สวยขึ้นและคอดูยาวขึ้น
แม้ข้อมูลจะยังน้อยกว่ากราม แต่ทิศทางชัดเจนมาก งานวิจัยที่ติดตาม 22 คน โดยฉีดข้างละ 50 ยูนิต พบว่า 3 เดือนต่อมาพื้นที่กล้ามเนื้อ trapezius ส่วนบนลดลงประมาณ 27% และมุมระหว่างคอกับบ่าดูสบายตาขึ้น หลายคนรายงานด้วยว่าอาการเมื่อยบ่าและปวดหัวบรรเทาลงพร้อมกัน ปริมาณมาตรฐานคือ 20-50 ยูนิตต่อข้าง และผลคงอยู่ประมาณ 4 ถึง 5 เดือน
มีเรื่องที่ควรรู้ไว้บ้าง กล้ามเนื้อ trapezius ยังใช้ในการยกแขนและยักไหล่ด้วย หลังฉีดอาจรู้สึกว่าแขนมีแรงน้อยลงเล็กน้อยในช่วง 1 ถึง 2 เดือนแรก ข้อมูลหนึ่งพบว่าประมาณ 1 ใน 10 คนมีอาการแขนอ่อนแรงชั่วคราว แต่ส่วนใหญ่หายเองภายใน 1 ถึง 2 เดือน ถ้าต้องยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักเป็นประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน โบท็อกซ์บ่าจึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ทั้งไหล่เรียบสวยและบ่าที่เบาสบายขึ้นไปพร้อมกัน

โบท็อกซ์น่องได้ผลจริงหรือเปล่า?
น่องที่เป็นสันเพราะกล้ามเนื้อ gastrocnemius พัฒนา สามารถลดปริมาตรได้ด้วยโบท็อกซ์ แต่ในสามจุดนี้ น่องเป็นจุดที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์น้อยที่สุด และควรตั้งความคาดหวังอย่างระมัดระวัง
งานวิจัยแบบสุ่มพบว่าเส้นรอบวงน่องลดลงประมาณ 0.48cm การเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่เด่นชัดมาก แต่เป็นความเนียนกระชับที่สังเกตได้ ที่น่าสนใจคือ แม้จะเพิ่มขนาดยา ก็ไม่ได้เห็นผลชัดขึ้นมากนัก แต่ผลคงอยู่นาน 6 ถึง 8 เดือน ซึ่งยาวกว่าจุดอื่น เนื่องจากกล้ามเนื้อน่องมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ยา 100-200 ยูนิตต่อข้าง รวมสองข้างจึงเป็นปริมาณที่มากพอสมควร
ในแง่การใช้งาน ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่พบผลกระทบต่อการเดินที่มีนัยสำคัญ แต่น่องเป็นกล้ามเนื้อสำคัญในการยืน เดิน และวิ่ง อีกทั้งปริมาณยาที่ใช้ก็ค่อนข้างมาก ถ้าวิ่งหรือเดินป่าเป็นประจำ ควรพูดคุยกับแพทย์ให้ชัดเจนก่อน สำหรับคนที่ต้องการขาเนียนกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ควรเริ่มที่ขนาดยาต่ำก่อนเพื่อดูผลตอบสนอง และยืนยันให้มั่นใจก่อนว่าน่องเป็นสันเพราะกล้ามเนื้อจริงๆ ไม่ใช่ไขมัน

ทำไมแต่ละจุดถึงมีผลข้างเคียงต่างกัน?
สาเหตุที่ผลข้างเคียงต่างกันในแต่ละจุดคือขนาดและหน้าที่ของกล้ามเนื้อที่ไม่เหมือนกัน ต่างจากโบท็อกซ์แก้ริ้วรอยบนหน้าที่ใช้ปริมาณน้อยมาก จุดเหล่านี้ใช้ยาในปริมาณมากกว่ากับกล้ามเนื้อขนาดใหญ่กว่ามาก มีเรื่องที่ควรเข้าใจดังนี้
ประการแรก การเปลี่ยนแปลงด้านการทำงาน กรามเกี่ยวข้องกับการเคี้ยว บ่าเกี่ยวข้องกับการยกแขน น่องเกี่ยวข้องกับการเดิน ในปริมาณที่เหมาะสมโดยทั่วไปไม่มีปัญหา แต่ถ้าตำแหน่งหรือปริมาณไม่เหมาะสมอาจรู้สึกอ่อนแรงชั่วคราวได้ ประการที่สอง ปริมาณยาและการสะสม น่องต้องการยานับร้อยยูนิตทั้งสองข้าง ซึ่งมากกว่าการฉีดที่หว่างคิ้วถึง 10 เท่า การฉีดบ่อยมากในปริมาณสูงอาจทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อยาได้ในบางกรณี จึงควรหลีกเลี่ยงการฉีดบ่อยเกินความจำเป็น
ประการที่สาม ไม่สามารถย้อนกลับได้ทันที ต่างจากฟิลเลอร์ที่ละลายได้ โบท็อกซ์ต้องรอให้ยาหมดฤทธิ์เองตามธรรมชาติ ดังนั้นควรเริ่มด้วยปริมาณที่ระมัดระวัง แล้วค่อยปรับตามผลตอบสนอง การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์กับจุดที่ต้องการฉีดโดยเฉพาะจึงสำคัญที่สุด ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวและหายเองได้ตามเวลา แต่การเริ่มด้วยปริมาณที่เหมาะสมตั้งแต่แรกคือการป้องกันที่ดีที่สุด

ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์แบบนี้บ้าง?
โบท็อกซ์แต่ละจุดเหมาะกับคนที่ปัญหาเส้นสายมาจากกล้ามเนื้อโดยตรง กรามเหลี่ยมจากกล้ามเนื้อขากรรไกรพัฒนา บ่าสูงจากกล้ามเนื้อบ่าหนา หรือน่องเป็นสันจากกล้ามเนื้อน่องโต ถ้าใช่ นี่คือตัวเลือกที่ดีมาก ปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
แต่ต้องดูที่สาเหตุก่อน ถ้ากรามเหลี่ยมเพราะกระดูก หรือน่องใหญ่เพราะไขมัน โบท็อกซ์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ดังนั้นการตรวจกับแพทย์เพื่อยืนยันว่าสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อจึงเป็นขั้นแรกที่สำคัญ ถ้าใช่ การฉีดอย่างสม่ำเสมอด้วยปริมาณที่เหมาะสมกับจุดนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมาก
ผลคงอยู่ 3 ถึง 8 เดือนขึ้นอยู่กับจุด และต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผล ควรมองว่าเป็นการปรับรูปทรงแบบค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ มากกว่าจะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด แพทย์ที่มีประสบการณ์กับจุดที่ต้องการจะช่วยกำหนดปริมาณและตำแหน่งฉีดได้แม่นยำ ทำให้ผลลัพธ์ดีและปลอดภัย โดยเฉพาะน่องที่ต้องใช้ยาปริมาณมาก ควรเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดให้เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องฉีดบ่อยเกินไป เริ่มด้วยการพูดคุยกับแพทย์ว่าจุดไหนตรงกับปัญหาของคุณมากที่สุดและปริมาณที่เหมาะสมคือเท่าไหร่
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

โบท็อกซ์ยิ้มเห็นเหงือก ผลลัพธ์และผลข้างเคียง ฉีดกล้ามเนื้อไหนและอยู่ได้นานแค่ไหน
รวบรวมจากงานวิจัยจริงว่ายิ้มเห็นเหงือกมากแก้ได้ด้วยโบท็อกซ์หรือไม่ ได้ผลในกรณีที่มีสาเหตุแบบไหน ต้องฉีดกล้ามเนื้อที่ยกริมฝีปากบนตรงไหนกี่ยูนิต ตำแหน่งฉีดอย่างจุด Yonsei ให้ผลลัพธ์และอยู่ได้นานเท่าไหร่
By Dr. Kim

โบท็อกซ์น่อง ผลลัพธ์และผลข้างเคียง ปริมาณและระยะเวลาที่ได้ผลในแต่ละชนิดกล้ามเนื้อเป็นอย่างไร?
การฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อน่องซึ่งทำให้เกิดก้อนกล้ามเนื้อโปนที่น่อง ช่วยให้เส้นน่องดูเรียบเนียนขึ้นได้อย่างไร วิธีแยกชนิดกล้ามเนื้อกับชนิดไขมัน ปริมาณที่ใช้ในแต่ละตำแหน่งและผลการลดขนาด ระยะเวลาที่ได้ผล ไปจนถึงผลกระทบต่อการเดินและแรงกล้ามเนื้อ บทความนี้รวบรวมจากตัวเลขในงานวิจัยจริง
By Dr. Lee

หลักการทำงานของ CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น ผลลัพธ์ต่อรูปร่าง ต่างจากดูดไขมันอย่างไร และควรทำกี่ครั้ง
สรุปง่ายๆ ด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริงว่า CoolSculpting หรือการสลายไขมันด้วยความเย็น (cryolipolysis) ทำงานอย่างไร ทำครั้งเดียวไขมันลดลงเท่าไหร่ ต้องทำกี่ครั้งและผลลัพธ์จะเห็นเมื่อไหร่ ต่างจากฉีดสลายไขมันหรือดูดไขมันอย่างไร รวมถึงภาวะไขมันเพิ่มขึ้นผิดปกติที่พบได้น้อยมาก
By Dr. Kim